บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    การวางแผนธุรกิจ
6.0K
3 นาที
18 เมษายน 2561
เทคนิคเปิดร้านชาราคาเดียว (แบบไม่ซื้อแฟรนไชส์)
 
 
ปัจจุบันคนส่วนใหญ่หากคิดถึงการลงทุนจะมองที่ระบบแฟรนไชส์เพราะมีข้อดีที่ทำให้ประหยัดเวลาไม่ต้องจัดหาอุปกรณ์เอง มีวัตถุดิบให้พร้อม มีแนะนำการขาย การบริหารจัดการร้าน รวมถึงมีการส่งเสริมการตลาด

แต่อย่างไรก็ตามหลายคนก็มองว่าการซื้อแฟรนไชส์บางทีเป็นข้อผูกมัดที่มากเกินไป รวมถึงบางคนไม่อยากที่จะเสียส่วนแบ่งจากยอดขาย ไม่ต้องการเสียค่าธรรมเนียมรายปี  ด้วยเหตุนี้คนอีกส่วนหนึ่งจึงคิดว่าหากจะมีร้านค้าก็ขอลงทุนเองจะดีกว่า
 
ทั้งนี้ www.ThaiFranchiseCenter.com ให้ความสำคัญกับความคิดของทุกคนที่ล้วนแต่มีเหตุและผลเป็นของตนเอง ซึ่งทั้งการลงทุนกับแฟรนไชส์หรือการลงทุนด้วยเงินตัวเองต่างก็มีข้อดีข้อเสียในตัวด้วยกันทั้งนั้น

เราลองมายกเคสตัวอย่างว่าหากเราคิดจะเปิดร้านเครื่องดื่มประเภทชาราคาเดียวที่ตอนนี้มีแฟรนไชส์มากมายให้เลือกแต่หากเราคิดลงทุนเองจะต้องมีวิธีการเริ่มต้นอย่างไรบ้าง

 
 
เริ่มจากมาดูค่าแฟรนไชส์ของร้านเครื่องดื่มประเภทชาในปัจจุบันที่มีหลายแบรนด์ราคาแตกต่างกันไป อย่างกัตโตะชา ราคาแฟรนไชส์เริ่มต้นที่ 29,900 บาท , ชาบูลัน  49,900 บาท , ชาไข่มุกไอ-ฉะ 39,000 บาท เป็นต้น

ซึ่งราคาแฟรนไชส์นี้จะเป็นการรวมอุปกรณ์ตามแพคเกจและวัตถุดิบ พร้อมการสอนเทคนิคการเปิดร้าน การส่งเสริมการตลาด ซึ่งรายละเอียดของแต่ละแฟรนไชส์ว่าผู้ลงทุนต้องมีค่าใช้จ่ายส่วนไหนเพิ่มเติมบ้างก็เป็นรายละเอียดในสัญญาที่แตกต่างกันไป

เหตุผลที่คนมองว่ายอมจ่ายเงินซื้อแฟรนไชส์ดีกว่านอกจากไม่ต้องมายุ่งยากกับเรื่องอุปกรณ์วัตถุดิบ ยังเป็นเรื่องของรสชาติที่ไม่ต้องมาลองผิดลองถูกทำเองเพราะแต่ละแฟรนไชส์จะมีสูตรเฉพาะของตัวเองไว้ให้ผู้ลงทุนทำตามได้เลยทันที
 
แต่หากเราตัดสินใจว่าไม่เอาแน่กับแฟรนไชส์ลองมาดูกันว่าลงทุนเองจะต้องใช้เงินประมาณไหนและจะต้องทำอะไรบ้าง

1.หาทำเล

 

อันที่จริงซื้อแฟรนไชส์ก็ต้องหาทำเลเองเหมือนกัน และตรงนี้ก็เป็นรายจ่ายที่คำนวณได้ยากขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกทำเลแบบไหน ค่าเช่าแพงแค่ไหน แต่หากจะลงทุนเปิดร้านเองแนะนำว่าควรหาทำเลที่คนพลุกพล่านจะดีที่สุด
 
2.คิดรูปแบบของร้าน
 

จุดเด่นของการซื้อแฟรนไชส์คือ ไม่ว่าจะเป็นเคาน์เตอร์ คีออส ก็จะมีเอกลักษณ์ของตัวเอง รู้ทันทีว่าเป็นแบรนด์ไหน แต่หากจะสร้างแบรนด์เองแนะนำว่าใช้แบบเคาน์เตอร์จะเริ่มต้นได้ง่ายกว่าและถ้าไม่รู้จะหาเคาน์เตอร์เหล่านี้ได้ที่ไหนลองไปติดต่อสอบถามจากร้านเฟอร์นิเจอร์หรือหาข้อมูลจากแฟรนไชส์ว่ามีร้านไหนที่รับทำซึ่งส่วนใหญ่ราคาของเคาน์เตอร์ก็แตกต่างตามขนาดเริ่มตั้งแต่ 8,000-25,000 ตามแบบที่เราสั่งทำ
 
3.การตกแต่งร้าน
 

จะปล่อยให้ร้านโล่งก็ไม่ดึงดูดลูกค้าดังนั้นต้องมีการตกแต่ง อุปกรณ์เสริมที่ควรใส่เพิ่มเข้าไปเช่น ป้ายชื่อร้าน  ป้ายบอกราคา ซึ่งราคาป้ายไวนิลเหล่านี้เฉลี่ยประมาณตารางเมตรละ 150 บาท ต่อมาคือเรื่องโต๊ะเก้าอี้ ที่ควรมีติดไว้ในร้านสัก 2-3 ชุด ส่วนใหญ่ราคาชุดละประมาณ  2,500 บาท ซึ่งเราก็ควรเลือกใช้โต๊ะที่ดีและมีความแข็งแรงด้วย
 
4.อุปกรณ์ในการเปิดร้าน
 

เปิดร้านชาอุปกรณ์ที่สำคัญก็เช่น ถังต้มน้ำร้อน ขนาดประมาณ 6.8 ลิตร ที่ควรมี 3 ใบ ไว้สำหรับพักน้ำชา 2 ใบและต้มน้ำร้อน 1 ใบ ราคาใบละประมาณ 2,500 บาท กระติกน้ำร้อน สำหรับใช้ในการละลายวัตถุดิบบางอย่าง ราคาประมาณ 800 บาท เครื่องตีฟองนมไฟฟ้า ที่ควรมี 2 ตัวไว้สำรอง ราคามีตั้งแต่ 900-1,200 บาท แก้วสแตนเลสสำหรับชง ประมาณ 5 ใบ แก้วตวง 6 ออนซ์ (แบบมีสเกล) ประมาณ 4 ใบ
 
นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เพิ่มเติมอื่นๆอีกหลายรายการ เช่น เหยือกชักชา, กระปุกใส่วัตถุดิบ , ที่เปิดกระป๋องนม , ลังใส่น้ำแข็ง , แก้ว 22 ออนซ์ , ถุงหิ้ว ,  หลอดงอ , ฝาปิดแก้ว ฯลฯ เบ็ดเสร็จเฉพาะเรื่องอุปกรณ์ทั้งหมดที่ควรมีใช้งบลงทุนประมาณ 15,000-20,000 บาท

5.วัตถุดิบ

 

มีทั้งวัตถุดิบทั่วไปหาซื้อได้ในห้างสรรพสินค้าเช่น ผงโกโก้  โอวัลติน  เนสกาแฟ  น้ำตาลทราย  เกลือผง  โซดา  มะนาว  นมสด น้ำหวานเฮลบลูบอย  และส่วนที่เป็นวัตถุดิบสำคัญก็คือ “ใบชา”  ที่ต้องมีทั้งชาแดง สำหรับทำชาเย็น และชาเขียว การเลือกซื้อใบชา เราต้องศึกษาจากร้านที่มีคุณภาพ ชงแล้วมีรสชาติดี ที่สำคัญเรื่องราคาต้องอย่าให้แพงเกินไปเพราะหมายถึงต้นทุนของเราด้วย

6.คิดสูตรเมนูที่จะทำขาย

 

เมนูหลักๆที่ควรมีทั้งชาเย็น ,ชามะนาว , ชาเขียว, กาแฟเย็น , โกโก้ , แดงมะนาวโซดา , นมสด , นมเย็น , โอเลี้ยง ฯลฯ เบ็ดเสร็จคิดมาประมาณ 20 เมนูเป็นอย่างน้อยให้ลูกค้ามีทางเลือก จากนั้นก่อนที่จะขายอย่างเป็นทางการได้เมนูเหล่านี้ก็ต้องมีสูตรเฉพาะตายตัว ที่ชงแต่ละครั้งได้รสชาติที่เหมือนกัน ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ลูกค้าติดใจร้านเราได้ด้วย

7.คำนวณต้นทุนราคาขาย

 

เมื่อเรารวมต้นทุนตั้งแต่ต้นว่าใช้จ่ายอะไรไปบ้างและควรกำหนดราคาขายเท่าไหร่ให้สอดคล้องกัน กลยุทธ์การตลาดคือกำหนดราคาเดียวที่ 25 บาท หากต้นทุนเราไม่แพงมากเฉลี่ยต่อแก้วจะมีต้นทุนประมาณ 13-15 บาท 
 
โดยสรุปแล้วงบประมาณในการลงทุนเปิดร้านเองโดยไม่พึ่งแฟรนไชส์หากรวมเอาต้นทุนทุกอย่างมารวมกัน ใช้เงินประมาณ 40,000 บาท (ไม่รวมค่าเช่า)  ทีนี้เราก็ต้องตัดสินใจเอาเองว่าคุ้มค่าและเหมาะสมแค่ไหน

ข้อดีของการลงทุนเองคือไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆเพิ่มเติมนอกจากค่าวัตถุดิบที่ต้องซื้อเอง ไม่มีส่วนแบ่งจากยอดขาย (แต่บางแฟรนไชส์ก็ไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายส่วนนี้) ก็ต้องมาชั่งใจอีกว่าเราจะยอมรับได้ไหมที่ต้องมาเสียเวลาคิดสูตรการชง ทำตลาด และลองผิดลองถูกกับการบริหารจัดการ หรือจะเลือกซื้อแฟรนไชส์ที่มีทุกอย่างให้พร้อมและต่อยอดเริ่มทำธุรกิจได้เลย เลือกเอาที่ใจชอบและเริ่มลงมือทำตามที่เห็นสมควรกันเลย

ไม่อยากยุ่งยาก! เลือกลงทุนร้านชาราคาเดียวก็ง่ายดี
 

 
และหากว่าใครอยากมีร้านชาแต่เบื่อกับความวุ่นวายในการจัดเตรียมสิ่งของต่างๆ และอาจจะเพราะด้อยประสบการณ์ไม่มีความรู้มากพอ การมีที่ปรึกษาอย่างแฟรนไชส์ต่างๆ จะช่วยประคับประคองให้เราเปิดร้านได้ง่าย และมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น
 
 
 



ซึ่งแต่ละแฟรนไชส์ก็มีจุดเด่นมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไป แพคเกจลงทุนก็มีให้เลือกตามความเหมาะสมที่สำคัญเป็นแฟรนไชส์ที่มีชื่อเสียงมีฐานลูกค้าของตัวเอง การลงทุนร่วมกับแฟรนไชส์เหล่านี้จะประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น
 

SMEs Tips
  1. ศึกษาวิธีการเปิดร้านจากคนที่มีประสบการณ์
  2. เริ่มหาทำเล หาอุปกรณ์การขาย  
  3. คิดสูตรและเมนูที่เป็นเอกลักษณ์ของร้าน
  4. วางวิธีการบริหารจัดการร้าน ควบคุมต้นทุน
  5. รู้จักการทำตลาดเพื่อโฆษณาร้าน
  6. ตัดสินใจให้ดีว่าลงทุนเองจะดีกว่าซื้อแฟรนไชส์หรือไม่
สำหรับท่านใดที่ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจเรามีรวบรวมบทความมากมาย ติดตามได้ที่  goo.gl/Io5k2S
 
 โมโม่ฉะ ชานมไข่มุกไต้หวัน
momocha (โมโม่ฉะ) ชานมไข่มุกไต้หวันแท้ คัดสรรค์ชาดีจากไต้หวัน ต้มสดทุกวัน ชงสดใหม่ทุกแก้ว พร้อมด้วยไข่มุกสูตรลับเฉพาะที่ต้มวันต่อว...
ค่าแฟรนไชส์ 39,000 บาท
 ชาไข่มุก ไอ-ฉะ
ชานม i-cha (ไอ-ฉะ) เป็นชานมไข่มุกสูตรใต้หวัน และทาง i-cha ได้ปรังปรุงสูตรให้เข้าคอคนไทย ทำไห้ได้รสชาติชาที่หอมนุ่ม หวานมัน อร่อยอย...
ค่าแฟรนไชส์ 39,000 บาท
ร้านสินค้าราคาเดียว ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจนี้ถือว่าเติบโตมาก สินค้าราคาเดียวก็เริ่มต้นกันตั้งแต่ 10 บาท, 20 บาท, 60 บาท, 69 บาท ทำเลนอกห้างสรรพสินค้าก็มีหลายแบรนด์เปิดอยู่แทบจะทุกซอกทุกมุม หรือบางแบรนด์ก็เจาะทำเลในห้าง เฉลี่ย 1 ห้าง มีร้านประเภทนี้ราว 2-4 แบรนด์ บางแห่งมี 7-8 แ..
37months ago   3,751  8 นาที
กาแฟเป็น 1 ใน 3 เครื่องดื่มที่คนทั่วโลกนิยม (อีก 2 ประเภทคือ น้ำเปล่า และ ชา) ถึงขนาดที่จัดตั้งให้ทุกวันที่ 1 ตุลาคมของทุกปีเป็น “วันกาแฟสากล” นับเฉพาะในประเทศไทยความนิยมในการดื่มกาแฟประมาณปีละ 300 แก้ว/คน/ปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อทิศทางการลงทุนนั้นสดใสก่อให้เกิด..
37months ago   3,626  10 นาที