บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การตลาด บริหารธุรกิจ    ความรู้ทั่วไปทางการตลาด
267
3 นาที
31 กรกฎาคม 2569
ปี 2026 Digital Marketing ไม่ใช่แค่เรื่อง AI การตลาดต้อง “จริง” มากกว่าเดิม  
 

โลกของการตลาดดิจิทัลตลอดทั้งปี 2026 กำลังเดินเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลายเป็นเครื่องมือพื้นฐานที่แทบทุกธุรกิจสามารถเข้าถึงได้ ขณะที่แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยังคงปรับเปลี่ยนอัลกอริทึมอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การแข่งขันด้านคอนเทนต์รุนแรงมากขึ้นกว่าที่เคยเป็น 
 
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ “ธุรกิจควรใช้ AI หรือไม่” แต่คือ “จะใช้ AI อย่างไร โดยที่ยังรักษาความน่าเชื่อถือของแบรนด์เอาไว้ได้”
 
มุมมอง คุณศิริพงศ์ เตียวพิพิธพร (ป้อง) Founder of Infotech Maker ผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Marketing และผู้เขียนหนังสือ Digital Marketing Unlocked ปลดล็อกการตลาดดิจิทัล ที่ฉายภาพทิศทางของการตลาดดิจิทัลในปี 2026 พร้อมสะท้อนว่า นักการตลาดยุคใหม่ต้องเข้าใจทั้งศาสตร์ของการตลาด และ ศาสตร์ของเทคโนโลยี จึงจะสามารถสร้างผลลัพธ์ให้ธุรกิจได้
 
Digital Marketing ไม่ใช่แค่เรื่องออนไลน์ แต่คือ “การตลาด” 
 

คุณศิริพงศ์อธิบายว่า หลายคนยังเข้าใจผิดว่าการตลาดดิจิทัลคือการยิงโฆษณา การทำคอนเทนต์ หรือการใช้เครื่องมือออนไลน์เพียงอย่างเดียว ทั้งที่ความจริงแล้ว Digital Marketing เป็นเพียงรูปแบบหนึ่งของการทำการตลาด
 
“ต่อให้ใช้เครื่องมือทันสมัยแค่ไหน สุดท้ายสิ่งที่เรากำลังทำก็คือการตลาด”
 
เขามองว่า Digital Marketing คือ การนำศาสตร์ด้านเทคโนโลยีมาผสมผสานกับศาสตร์ด้านการตลาดอย่างลงตัว ฝั่งหนึ่งคือการใช้เครื่องมือดิจิทัล ข้อมูล (Data) และระบบต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ขณะที่อีกฝั่งคือการศึกษาและทำความเข้าใจผู้บริโภค การวางกลยุทธ์ การสื่อสาร และการสร้างคุณค่าให้เกิดขึ้นกับแบรนด์
 
ด้วยเหตุนี้ นักการตลาดยุคใหม่จึงไม่สามารถเก่งเพียงด้านใดด้านหนึ่งได้ หากเชี่ยวชาญเฉพาะเครื่องมือ แต่ไม่เข้าใจหลักการตลาด ก็อาจไม่รู้ว่าทำไมแคมเปญถึงประสบความสำเร็จ หรือทำไมบางครั้งจึงล้มเหลว
 
พื้นฐานการตลาด ยังเป็นหัวใจสำคัญ
 
แม้เทคโนโลยีจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่หลักการตลาดพื้นฐานยังคงใช้ได้เสมอ
 
คุณศิริพงศ์ระบุว่า ก่อนเริ่มทำ Digital Marketing ธุรกิจควรตอบคำถามพื้นฐานให้ได้เสียก่อน ไม่ว่าจะเป็น
 
จุดแข็งและจุดอ่อนของธุรกิจคืออะไร
  • คู่แข่งในตลาดเป็นใคร
  • จุดขาย (USP) ของสินค้าแตกต่างจากคู่แข่งอย่างไร
  • กลุ่มเป้าหมายคือใคร
  • ลูกค้าต้องการอะไร
  • ควรสื่อสารเรื่องใดกับลูกค้า
เครื่องมืออย่าง SWOT Analysis หรือการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย (Target Audience) ยังคงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ เพราะหากไม่เข้าใจลูกค้า ต่อให้ใช้ AI หรือยิงโฆษณามากเพียงใด ก็อาจไม่สามารถสร้างยอดขายได้
 
“ก่อนคิดว่าจะลงโฆษณาที่ไหน ต้องรู้ก่อนว่ากำลังขายให้ใคร”
 
AI กลายเป็นเครื่องมือพื้นฐาน แต่ไม่ใช่ตัวแทนมนุษย์
 

หนึ่งในเทรนด์ที่เห็นชัดที่สุดของปี 2026 คือ AI จะกลายเป็นเครื่องมือพื้นฐานของนักการตลาด ตั้งแต่การวางแผนคอนเทนต์ การเขียนบทความ วิเคราะห์ข้อมูล สร้างภาพ วิดีโอ ไปจนถึงการช่วยคิดแคมเปญ AI สามารถลดระยะเวลาในการทำงานได้อย่างมหาศาล
 
อย่างไรก็ตาม คุณศิริพงศ์เตือนว่า สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่ AI แต่คือการใช้ AI แบบไร้คุณภาพ เขาเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า AI Slop หรือคอนเทนต์คุณภาพต่ำที่ผลิตจำนวนมากด้วย AI จนล้นฟีดโซเชียลมีเดีย
ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025 ผู้บริโภคเริ่มเห็นบทความ รูปภาพ วิดีโอที่สร้างขึ้นด้วย AI จำนวนมหาศาล หลายชิ้นมีข้อมูลซ้ำซ้อน ขาดประสบการณ์จริง และไม่มีมุมมองใหม่ ส่งผลให้เกิดความเบื่อหน่าย รวมถึงลดความเชื่อมั่นต่อคอนเทนต์ของแบรนด์
 
“ทุกคนใช้ AI ได้เหมือนกัน แต่สิ่งที่ AI ยังแทนไม่ได้ คือประสบการณ์ มุมมอง และความจริงใจของคน”
 
Hybrid Content ทางออกของยุค AI Slop

เมื่อ AI ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด คุณศิริพงศ์เสนอแนวคิด Hybrid Approach หรือการใช้ AI ร่วมกับการสร้างคอนเทนต์จากคนจริง AI ควรถูกใช้เพื่อเพิ่มความเร็ว (Speed) และขยายขนาดการผลิต (Scale) แต่เนื้อหาหลักควรมาจากประสบการณ์จริง การถ่ายทำจริง การทดลองจริง และผู้เชี่ยวชาญตัวจริง
 
คอนเทนต์ที่ดีที่สุดในปี 2026 จึงไม่ใช่คอนเทนต์ที่ AI สร้างทั้งหมด แต่คือคอนเทนต์ที่ AI ช่วยเบื้องหลัง ขณะที่มนุษย์เป็นผู้สร้างคุณค่า เพราะท้ายที่สุด “ความน่าเชื่อถือ” จะกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุดของแบรนด์
 
Brand as a Creator เมื่อแบรนด์ต้องกลายเป็นครีเอเตอร์
 
อีกหนึ่งเทรนด์สำคัญ คือการเปลี่ยนบทบาทของแบรนด์จากผู้ขายสินค้า มาเป็นผู้สร้างคอนเทนต์ คุณศิริพงศ์มองว่า ปัจจุบันผู้บริโภคเชื่อ “คน” มากกว่า “แบรนด์”
 
ทำให้หลายองค์กรเริ่มนำผู้บริหาร พนักงาน หรือผู้เชี่ยวชาญภายในองค์กรออกมาสื่อสารกับลูกค้าโดยตรง แทนที่จะมีเพียงเพจแบรนด์โพสต์ขายสินค้า แบรนด์ควรมีคนจริงออกมาแบ่งปันประสบการณ์ ความรู้ และเบื้องหลังการทำงาน แนวทางนี้ช่วยสร้างความใกล้ชิด ความจริงใจ และเพิ่มความน่าเชื่อถือได้มากกว่าการโฆษณาแบบเดิม
 
“วันนี้ผู้บริโภคไม่ได้ติดตามแบรนด์อย่างเดียว แต่ติดตามคนที่อยู่เบื้องหลังแบรนด์”
 

Full Funnel Marketing ต้องคิดมากกว่าการยิงแอด
 
คุณศิริพงศ์อธิบายว่า การตลาดในปี 2026 จะไม่ใช่การแข่งขันซื้อโฆษณาเพียงอย่างเดียว นักการตลาดต้องมองทั้งหมด ตั้งแต่ Awareness, Interest, Consideration, Conversion, Loyalty, Advocacy หรือที่เรียกว่า Full Funnel Marketing
 
การยิงโฆษณาเพื่อสร้างการรับรู้เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะธุรกิจต้องวางแผนให้ลูกค้าเดินทางผ่านทุกขั้นตอนจนกลายเป็นลูกค้าประจำ และพร้อมบอกต่อแบรนด์
 
Video First ยังเป็นราชาของคอนเทนต์
 
แม้รูปแบบคอนเทนต์จะเปลี่ยนไป แต่สิ่งหนึ่งที่ยังไม่เปลี่ยน คือ “วิดีโอ” คุณศิริพงศ์เชื่อว่า Short-form Video ยังเป็นรูปแบบคอนเทนต์ที่ทรงพลังที่สุดในปี 2026
 
อย่างไรก็ตาม ผู้ชมเริ่มต้องการเนื้อหาที่มีคุณภาพมากขึ้น วิดีโอที่ได้รับความนิยมจะต้องเปิดประเด็นให้น่าสนใจในไม่กี่วินาทีแรก มีโครงสร้างชัดเจน ให้สาระที่นำไปใช้ได้จริง จบด้วยข้อสรุปที่ชัดเจน
รูปแบบคอนเทนต์ที่น่าจับตา ได้แก่ How-to ภายใน 30–60 วินาที การสรุปความรู้ แชร์เคสจริง และการตอบคำถามยอดนิยมของลูกค้า 
 
ขณะเดียวกัน Live Commerce ก็ยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับสินค้าที่ต้องอาศัยการสาธิต หรือสร้างความเชื่อมั่นก่อนการตัดสินใจซื้อ
 
Organic Content ยิ่งสำคัญ เมื่อค่าโฆษณาสูงขึ้น
 
อีกประเด็นที่ผู้ประกอบการต้องเตรียมรับมือ คือ การเปลี่ยนแปลงของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็น Facebook, TikTok หรือแพลตฟอร์มอื่นๆ ต่างให้ความสำคัญกับระบบโฆษณามากขึ้น 
 
แม้การซื้อโฆษณาจะยังจำเป็น แต่ธุรกิจไม่ควรพึ่งพา Paid Media เพียงอย่างเดียว การสร้าง Organic Content ที่มีคุณภาพ จะช่วยลดต้นทุนในระยะยาว และสร้างฐานผู้ติดตามที่แข็งแกร่งกว่า
 
Data คืออาวุธสำคัญของธุรกิจทุกขนาด
 

คุณศิริพงศ์ย้ำว่า การเก็บข้อมูลลูกค้าไม่ใช่เรื่องขององค์กรขนาดใหญ่เท่านั้น แม้เป็นธุรกิจ SME ก็สามารถเริ่มต้นได้จากเรื่องง่ายๆ เช่น สำรวจความพึงพอใจหลังการซื้อ ถามความคิดเห็นลูกค้า เก็บข้อมูลพฤติกรรมการซื้อ วิเคราะห์สินค้าที่ขายดีที่สุด
 
ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำมาพัฒนาสินค้า ปรับปรุงบริการ และวางแผนการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนกับระบบราคาแพงตั้งแต่เริ่มต้น
นักการตลาดปี 2026 ต้องมีทั้ง Digital Skill และ Marketing Skill
 
เมื่อถามถึงทักษะที่สำคัญที่สุดในยุคนี้ คุณศิริพงศ์ตอบว่า นักการตลาดไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างเป็นคนเดียว แต่ต้องเข้าใจทั้งสองโลก ด้านหนึ่งคือความรู้ด้านเทคโนโลยี การใช้ AI การวิเคราะห์ข้อมูล และการใช้เครื่องมือดิจิทัล อีกด้านคือความรู้ด้านการตลาด การสื่อสาร ความคิดสร้างสรรค์ และความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค
 
เมื่อทั้งสองศาสตร์ทำงานร่วมกัน จึงจะเกิด Digital Marketing ที่สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง
 
ปี 2026 ผู้ชนะไม่ใช่คนใช้ AI เก่งที่สุด แต่คือคนที่ใช้ AI อย่างมีคุณภาพ
 
ท้ายที่สุด คุณศิริพงศ์มองว่า ปี 2026 จะเป็นปีที่การแข่งขันด้านการตลาดไม่ได้วัดกันที่ว่า "ใครใช้ AI ก่อน" แต่จะวัดกันที่ว่า "ใครสร้างความเชื่อถือได้มากกว่า"
 
ในวันที่ทุกคนสามารถสร้างคอนเทนต์ได้ง่าย ความแตกต่างจะไม่ได้อยู่ที่ปริมาณ แต่อยู่ที่คุณภาพ ความจริงใจ และประสบการณ์ที่ใส่ลงไปในเนื้อหา AI จะช่วยให้การทำงานเร็วขึ้น แต่ไม่สามารถแทนความเข้าใจมนุษย์ ความคิดสร้างสรรค์ และเรื่องราวที่เกิดจากประสบการณ์จริงได้
 
“อนาคตของ Digital Marketing ไม่ใช่การเลือกระหว่าง AI หรือคน แต่คือการใช้ AI ให้ทำงานร่วมกับคน เพื่อสร้างคุณค่าที่ผู้บริโภคเชื่อถือและจดจำได้”
 
นั่นอาจเป็นนิยามของการตลาดดิจิทัลในปี 2026 ที่ชัดเจนที่สุด เพราะในวันที่ทุกคนมีเครื่องมือเหมือนกัน สิ่งที่ทำให้แบรนด์แตกต่าง จะไม่ใช่เทคโนโลยี แต่คือ ความเป็นมนุษย์ ที่สามารถเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง
 
อ้างอิงภาพจาก https://www.facebook.com/infotechmaker
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
TPC Pizza ร้านพิซซ่าของกัมพูชา 100% ถอยห่างทุนไท..
448
ลิขสิทธิ์บอลโลก 1,700 ล้าน จอดำไม่ไหว ทำไปไม่คุ้ม
421
IPPE KOPPE ร้านแกงกะหรี่ญี่ปุ่น จิ๊กซอว์ใหม่ MAG..
414
โนโวเทล กรุงเทพ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต นิยามใหม่แห..
407
อวสานคาเฟ่ ยุค 80 ต้นทุนสูง คนทำไม่ไหว ตลก นักร้..
382
ย้อนตำนาน "อาจารย์ยอด" จากคนเขียนโปสเตอร์หนัง สู..
356
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด