บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
260
3 นาที
18 สิงหาคม 2569
Sunburst Nitro Coffee กาแฟรถเข็นลงทุน 3 หมื่นบาท กำไร 2แสนบาท ใน 2 วัน
 

ถามความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่ใครๆ ก็อยากมีธุรกิจ อยากหารายได้เพิ่ม แต่ความจริงที่ต้องยอมรับเช่นกันคือ คนส่วนมาก คิดได้แต่ทำไม่ได้ ปัญหาที่ทำให้สานต่อความคิดนี้ไม่สำเร็จไม่ได้เกิดจากการขาดไอเดีย แต่ยังมีปัญหาในเรื่องต้นทุนแฝงที่หลายคนกังวล 
 
รวมถึงโครงสร้างทางการเงินที่ไม่สอดคล้องกับความจริง ลองวิเคราะห์กันดูง่ายๆ สมมุติว่าถ้าเราอยากเปิดคาเฟ่สักแห่ง ตัวเลขงบลงทุนที่จะเกิดขึ้นจริง มีหลายส่วนได้แก่
 
เงินลงทุนแรกเริ่ม
 
ตั้งแต่ค่ารีโนเวท / ตกแต่ง / งานระบบไฟฟ้า , น้ำ รวมกับค่าอุปกรณ์หลัก เช่นเครื่องชงกาแฟ ตู้เย็น ระบบ POS โต๊ะเก้าอี้ นอกจากนี้ยังมีค่าเช่าร้าน (ส่วนใหญ่จ่ายล่วงหน้า 3 เดือน) และค่าทำแบรนด์ / ทำป้าย เบ็ดเสร็จเงินทุนก้อนนี้สำหรับการทำร้านต้องมีประมาณ 500,000 – 1 ล้าน ก็ขึ้นอยู่กับขนาดร้าน ** ตัวเลขนี้คิดจากขนาดร้านประมาณ 30-50 ตร.ม. **
 
ค่าใช้จ่ายคงที่ (Fixed Costs) 
 
เป็นรานจ่ายที่ต้องเกิดขึ้นคงที่แม้ว่าร้านจะขายได้หรือไม่ได้แต่รายจ่ายส่วนนี้ก็ต้องมีแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่าพื้นที่ , ค่าแรงพนักงาน (ประมาณ 2 คน) , ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต , ค่าการตลาด รวมๆ แล้วรายจ่ายส่วนนี้ประมาณ 80,000 บาท /เดือน
 
ต้นทุนผันแปรตามยอดขาย
 

ปกติจะอยู่ที่ 35-40% จากยอดขาย เช่นขายกาแฟแก้วละ 60 บาท ต้นทุนไม่ควรเกิน 22-24 บาท รวมถึงค่า GP ประมาณ 30-32% ขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์ม
 
ลองคิดประมาณการหาจุดคุ้มทุนจากโมเดลลงทุนนี้ ใช้ตัวเลขราคาเฉลี่ยต่อแก้ว 65 บาท ต้นทุนวัตถุดิบต่อแก้ว 35% ประมาณ 22.75 บาท กำไรขั้นต้นต่อแก้วคิดที่ 42.25 บาท ถ้าใช้สูตร จุดคุ้มทุน (จำนวนแก้ว)=(Fixed Costs รายเดือน)/กำไรขั้นต้นต่อแก้ว
 
คิดเป็นยอดขายต่อวันได้ประมาณ 67 แก้ว ยอดขายขั้นต่ำที่ต้องทำได้คือ 4,355 บาท ตัวเลขนี้ถ้าทำได้ยังแค่เท่าทุน 

ถ้าอยากได้กำไรจะต้องขายและทำรายได้ให้มากกว่านี้
 
เมื่อคำนวณจากหลายปัจจัยทั้งภาวะทางเศรษฐกิจ , การแข่งขันด้านการตลาด , สภาพคล่องและเงินทุนหมุนเวียนของผู้สนใจลงทุน จึงเป็นเหตุผลว่าสุดท้ายแล้วทำไมบางคนถึงไปไม่ถึงฝัน บางคนได้แค่คิดแต่ไม่กล้าที่แม้จะก้าวไปทำให้เป็นจริง สิ่งเหล่านี้จึงถือเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในยุคปัจจุบัน

Sunburst Nitro Coffee แรงบันดาลในการสร้างธุรกิจใช้ทุนแค่ 33,000 บาท
 

เรื่องราวของ Marc Hyman อดีตทนายความน่าจะเป็นแรงบันดาลใจที่ดีสำหรับคนที่มองหาการเริ่มต้นธุรกิจแบบใช้ทุนน้อย แต่มีโอกาสประสบความสำเร็จสูง 
 
คำกล่าวหนึ่งของ Marc Hyman ที่พูดไว้อย่างน่าสนใจคือ “ไม่ว่าธุรกิจจะใหญ่โตหรือสวยหรูแค่ไหน แต่ถ้าแบกรับค่าเช่า ค่าพนักงาน และค่าอุปกรณ์ที่สูงเกินไป วันที่ยอดขายตกนิดเดียวก็พร้อมจะพังทลายทันที”
 
จากแนวคิดนี้จึงเป็นที่มาของโมเดลธุรกิจแบบ Micro-Business และสร้างแบรนด์ร้านกาแฟ Sunburst Nitro Coffee ขึ้นมา สำหรับคนที่ยังไม่เข้าใจต้องอธิบายก่อนว่า Nitro Coffee (กาแฟไนโตร) คือกาแฟเย็นชนิดหนึ่งที่เกิดจากการนำกาแฟสกัดเย็น (Cold Brew Coffee) มาผ่านกระบวนการอัดก๊าซไนโตรเจนเข้าไปภายใต้แรงดันสูง 
 
โดยใช้เครื่องมือเฉพาะที่เรียกว่า Nitro Tap ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับหัวจ่ายเบียร์ เมื่อกาแฟถูกปล่อยออกจากหัวจ่าย ก๊าซไนโตรเจนจะก่อตัวเป็นฟองเล็กละเอียด ทำให้เกิดลักษณะฟองครีมที่นุ่ม ละเอียด และมีเนื้อสัมผัสที่นวลลื่นกว่ากาแฟเย็นทั่วไป
 
ซึ่ง Sunburst Nitro Coffee แม้สินค้าจะดูพรีเมี่ยมแต่ก็เข้าถึงลูกค้าได้ง่าย โดยมีจุดเด่นที่น่าสนใจคือ
  • การเปลี่ยนรถเข็นมาเป็นร้านค้า โดยซื้อรถเข็นเก็บเครื่องมือยี่ห้อ Husky จาก Home Depot ราคาไม่กี่พันบาท มาติดตั้งระบบหัวจ่ายกาแฟ รวมงบดัดแปลงทั้งหมดไม่ถึง 33,000 บาท
  • ชูจุดขายด้วย Cold Brew Nitro ใช้นวัตกรรมกาแฟสกัดเย็นอัดแก๊สไนโตรเจน สร้างเนื้อสัมผัสเนียนนุ่มคล้ายเบียร์สด ทำให้สินค้าดูพรีเมียม แตกต่างจากกาแฟเย็นทั่วไปทันที
  • เน้นบริการลูกค้าด้วยความสะดวกรวดเร็ว โดย Marc Hyman จะชงกาแฟบรรจุถุงสุญญากาศไว้ล่วงหน้า เมื่อมีออร์เดอร์จากลูกค้าก็ใช้เวลาเพียง 30 วินาทีต่อแก้ว พร้อมเสิร์ฟได้ทันที 
  • เป็นธุรกิจมีกำไรสูง คิดต้นทุน ต่อแก้วประมาณ 100 บาท แต่ขายในราคา 215–280 บาท ที่สำคัญกาแฟในถุงสุญญากาศเก็บได้นาน 3–6 เดือน ทำให้ไม่มีสินค้าเสียทิ้ง จึงไม่ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบเสียไปแบบสูญเปล่า
ทำธุรกิจเล็ก “กำไรดี” เคล็ดลับสำคัญคือ “การตลาด”
 

สิ่งที่ทำให้ธุรกิจ Sunburst Nitro Coffee น่าสนใจคือการสร้างกำไรกว่า 270,000 บาทภายในเวลาแค่ 2 วัน จากการนำสินค้าไปขายในงานเทศกาล สิ่งที่ผู้ประกอบการหรือคนสนใจเรียนรู้จากเรื่องนี้คือไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเล็กแค่ไหนถ้าทำการตลาดดีโอกาสขายดีก็มีมากเช่นกัน ถ้าศึกษาจากกรณีของ Sunburst Nitro Coffee มีการตลาดน่าสนใจได้แก่
  • อย่ากลัวคู่แข่ง แต่จงอยู่ในกลุ่มคู่แข่ง บางคนทำธุรกิจพยายามหลีกหนีจากจุดที่มีคู่แข่งเยอะ ๆ เพื่อหวังว่าถ้าตั้งร้านเดี่ยวๆ คนเดียวจะมีลูกค้ามากขึ้น แต่บางครั้งจิตวิทยาของการซื้อสินค้ามักจะกระตุ้นให้ลูกค้าอยากซื้อเมื่อเห็นสินค้าและบริการอยู่จำนวนมาก เช่นถ้าอยากกินอาหารต้องไปเยาวราช , อยากซื้อเสื้อผ้าต้องไปพาหุรัด เป็นต้น ในตอนแรก Sunburst Nitro Coffee ก็เปิดร้านเดี่ยวๆ ในโซนสินค้าทั่วไป แต่ขายไม่ดีจนที่สุดก็ตัดสินใจมาตั้งขายในกลุ่มพวกร้านเครื่งดื่มผลปรากฏว่ายอดขายดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
     
  • เข้าใจจิตวิทยาของผู้บริโภค ถ้าเราเปิดร้านขายกาแฟ ในตอนเช้าคนส่วนใหญ่จะนิยมกาแฟรสเข้มๆ แต่ในช่วงสายๆ คนส่วนใหญ่จะนิยมกาแฟเย็น เมื่อเข้าใจความต้องการเหล่านี้ Sunburst Nitro Coffee จึงไม่เสียเงินไปกับต้นทุนเมล็ดกาแฟราคาแพง แต่เน้นการทำกาแฟเย็นที่สดชื่นซึ่งขายได้ดีกว่า
     
  • ใช้ภาษาเรียบง่าย ลูกค้าเข้าใจได้ทันที ในตอนแรกป้ายร้านเขียนว่า “Nitro Coffee" แต่คนเดินผ่านไม่เข้าใจ พอเปลี่ยนเป็นคำว่า "กาแฟเย็น" คนที่เดินผ่านไปมาเข้าใจได้ในทันที ทำให้มียอดขายที่เพิ่มขึ้น จึงเป็นเหตุผลว่าหากร้านค้าใช้ภาษาหรือทำป้ายร้านที่เข้าใจได้ง่าย เห็นแล้วเข้าใจทันที ย่อมส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น
     
  • เลือกทำเลที่ลูกค้าจำนวนมากและไม่อยู่ใกล้ร้านสะดวกซื้อ เป็นเคล็ดลับในการสร้างรายได้ของ Sunburst Nitro Coffee โดยส่วนใหญ่เลือกไปขายในงานเทศกาล ที่ลูกค้าต้องการสินค้าที่อร่อย สะดวก คุ้มค่า จึงสร้างรายได้สูงแต่วิธีนี้ก็ต้องแลกมากับความขยันและตั้งใจทำจริงด้วยเช่นกัน
วิธีนำแนวคิด Sunburst Nitro Coffee มาใช้ในเมืองไทย
 

ภาพจาก https://www.sunburstnitrocoffee.com/

เป็นที่ทราบกันดีว่าเศรษฐกิจไทยในตอนนี้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย แต่ยังคงมองหา ความสุขเล็กๆ น้อยๆ ที่คุ้มค่าและจ่ายไหว ถ้าเลือกลงทุนด้วยโมเดล Micro-Business เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่น่าสนใจด้วยปัจจัยสำคัญคือ
  • ทำร้านเล็กไม่มีหน้าร้านก็ทำกำไรได้ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยติดกับดักความคิดว่าจะขายกาแฟหรือเครื่องดื่มต้องมีร้านที่สวย เครื่องชงต้องแพง แต่ในความจริงถ้าเราดัดแปลงรถขนาดเล็ก เช่น สามล้อ หรือจักรยานยนต์ อาจใช้ต้นทุนในการทำร้านเพียงแค่ 20,000 – 40,000 บาท ก็มีหน้าร้านของตัวเองได้ แต่ก็ต้องอาศัยการวิ่งเข้าหาลูกค้าตามงานอีเว้นต์ ตลาดนัด ย่านชุมชน เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายมากขึ้น
     
  • สินค้าต้องแก้ Pain Point ลูกค้าได้ การจับจุดความต้องการของลูกค้าและพัฒนาสินค้าให้ตรงความต้องการจะทำให้สินค้าเราขายดีแบบไม่ต้องมีหน้าร้านขนาดใหญ่ โจทย์สำคัญคือเน้นความคุ้มค่า ราคาไม่แพง สะดวกประหยัด เช่นการทำเครื่องดื่มบรรจุขวดพร้อมดื่ม เป็นต้น 
ถ้าให้สรุปข้อคิดจากเรื่องนี้สามารถใช้เป็นแรงบันดาลใจให้คนที่อยากมีธุรกิจนำไปปรับใช้ได้อย่างดี แถมยังก้าวข้ามคำว่าไม่มีเงินสำหรับลงทุนได้ด้วย 
 
เพราะธุรกิจที่จะสำเร็จไม่จำเป็นต้องใช้เงินก้อนโตมาลงทุนกับร้านหรู ๆ แค่เข้าใจ Pain Point ของลูกค้าในทำเลนั้น ๆ ตัดสิ่งไม่จำเป็นออก แล้วสร้างโมเดลที่เรียบง่าย คล่องตัว ควบคุมต้นทุนให้ต่ำที่สุด แม้เป็นเพียงรถเข็นราคาหลักหมื่นก็ทำกำไรหลักแสนได้
 
อ้างอิง
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
 
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ปี 2026 Digital Marketing ไม่ใช่แค่เรื่อง AI การ..
815
“วิ่งแลกของฟรี” แคมเปญตลาดสุดฮิต แบรนด์ดังแห่ทำ!..
551
99 Ranch Market ซูเปอร์มาเก็ตของคนเอเชียในสหรัฐ ..
370
ทิพย์เกิน! ขายดีจนเจ๊ง กำไรบนกระดาษ บริหารผิดพลา..
366
อภิรักษ์ โกษะโยธิน กับวิสัยทัศน์เปลี่ยน LACO สู่..
354
ธุรกิจการ์ดเกม 3.8 แสนล้านบาท! Rae Item ใบเดียวร..
354
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด