บทความทั้งหมด    บทความแฟรนไชส์    การเริ่มต้นธุรกิจแฟรนไชส์    ความรู้ทั่วไประบบแฟรนไชส์
1.3K
62
4 นาที
17 กุมภาพันธ์ 2563
เทคนิคเปิดร้านกาแฟ (แบบไม่ต้องซื้อแฟรนไชส์)


กาแฟเป็น 1 ใน 3 เครื่องดื่มที่คนทั่วโลกนิยม (อีก 2 ประเภทคือ น้ำเปล่า และ ชา) ถึงขนาดที่จัดตั้งให้ทุกวันที่ 1 ตุลาคมของทุกปีเป็น “วันกาแฟสากล” นับเฉพาะในประเทศไทยความนิยมในการดื่มกาแฟประมาณปีละ 300 แก้ว/คน/ปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อทิศทางการลงทุนนั้นสดใสก่อให้เกิดคู่แข่งจำนวนมาก ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็เลือกจับกลุ่มลูกค้าที่ต่างกัน จึงมีทั้งกาแฟแบบพรีเมี่ยม และกาแฟแบบทั่วไป
 
อย่างไรก็ตามการลงทุนในธุรกิจกาแฟส่วนใหญ่เราจะเลือก “แฟรนไชส์” แต่คำถามคือว่า “หากเราไม่อยากลงทุนแบบแฟรนไชส์ จะมีวิธีการเปิดร้านกาแฟด้วยตัวเองอย่างไรได้บ้าง?” www.ThaiFranchiseCenter.com จัดคำตอบนี้มาฝากสำหรับคนที่อยากทราบในเรื่องนี้
 
ปริมาณร้านกาแฟในปัจจุบัน
 
หากไม่นับร้านกาแฟรายเล็กรายย่อยร้านริมทางในฐานข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) เริ่มจากบรรดาร้านกาแฟหากที่อยู่บนห้างสรรพสินค้า มีมากถึง 770 ราย เพิ่มขึ้น 2.12% ในจำนวนนี้เป็นร้านกาแฟสัญชาติไทย 100% จำนวน 691 ราย และต่างชาติร่วมทุน 79 ราย มีมูลค่าทุนจดทะเบียนรวม 2,155 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.40% รายได้รวม 12,260 ล้านบาท
 
และนับตั้งแต่ 1 มกราคม - 10 กุมภาพันธ์ 2563 มีร้านกาแฟเปิดใหม่ถึง 18 ราย ส่วนใหญ่เป็นร้านกาแฟขนาดเล็ก โดยหากย้อนดูปี 2562 พบว่า อัตราการเปิดร้านกาแฟใหม่เติบโตสูงถึง 64.75% และอัตราการอยู่รอดของร้านกาแฟที่เปิดช่วงปี 2559-2563 ยังสูงถึง 94.7% มีอายุเฉลี่ยที่ 6 ปี  และหากถามว่า "ร้านกาแฟที่มีรายได้รวมมากที่สุดคือใคร?" คำตอบคงหนีไม่พ้น ‘สตาร์บัคส์’ (Starbucks) แบรนด์ดังยักษ์ใหญ่ ที่มีรายได้รวม 7,676 ล้านบาท

รูปแบบของร้านกาแฟ
 
หากพิจารณาโดยรวมจะพบว่าร้านกาแฟในเมืองไทยมีอยู่ 3 แบบด้วยกันคือ
 
1. Stand – Alone เป็นอาคารอิสระหรือห้องเช่าที่มีพื้นที่ประมาณ 50 ต.ร.ม. ขึ้นไป ร้าน Stand – Alone อาจตั้งอยู่ตามย่านชุมชน ห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน หรือพลาซ่าใหญ่ๆ 


ภาพจาก bit.ly/321sNd7
 
2. Corner หรือ Kiosk ร้านกาแฟขนาดกลาง ใช้พื้นที่ประมาณ 6 ต.ร.ม.ขึ้นไป ลักษณะเป็นมุมกาแฟภายในอาคาร ศูนย์การค้า หรือพลาซ่า ร้านกาแฟประเภทนี้อาจจัดให้มีที่นั่ง จำนวนเล็กน้อย 


ภาพจาก bit.ly/2SRlD6Z
 
3. Cart ร้านกาแฟขนาดเล็กประเภทรถเข็น ใช้พื้นที่ประมาณ 3 ต.ร.ม. สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก หาทำเลที่ตั้งได้ง่าย ทำให้เข้าถึงตลาดได้ทุกระดับ 


ภาพจาก bit.ly/39ChquT
 
หากดูเรื่องงบประมาณการลงทุนในแบบรถเข็นหรือคีออสนั้นเราสามารถลงทุนได้ง่าย ถ้าไม่สนใจแฟรนไชส์ก็หาอุปกรณ์การขายเอง ออกแบบรถเข็นหรือคีออสกันเอง ดีไซน์ตามชอบใจแต่งบประมาณเบื้องต้นก็อยู่ในหลักหมื่นเป็นอย่างน้อย จะมีที่ต้องลงทุนมากหน่อย คือแบบ Stand Alone ที่จะใช้เงินลงทุนเริ่มแรกประมาณ 300,000 ถึง 1,500,000 บาท
 
ซึ่งโครงสร้างต้นทุนของร้านกาแฟรูปแบบนี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในลักษณะที่ใกล้เคียงกัน คือลงทุนในสินทรัพย์ถาวร ประมาณ 90% ได้แก่ ค่าก่อสร้างออกแบบและตกแต่งสถานที่ ค่าวางระบบต่างๆ (ไฟฟ้า น้ำประปา โทรศัพท์ระบบเก็บเงิน) ค่าอุปกรณ์ รวมถึงต้องมีเงินทุนหมุนเวียนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเริ่มต้นประมาณ 10% ได้แก่ ค่าวัตถุดิบสินค้า ค่าบรรจุภัณฑ์ ค่าจ้างพนักงาน ค่าเช่าพื้นที่ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เป็นต้น
 
การเลือกซื้อเมล็ดกาแฟด้วยตัวเอง


ภาพจาก bit.ly/39Do4Rw
 
สิ่งสำคัญของคนที่อยากเปิดร้านกาแฟแบบไม่ซื้อแฟรนไชส์นอกเหนือจากการบริหารจัดการและลงมือทำเองทุกอย่าง อีกสิ่งที่จำเป็นต้องทำคือ “การเลือกเมล็ดกาแฟ” ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของร้านกาแฟ การซื้อเมล็ดกาแฟที่ดีก็ควรจะต้องดู วันเดือนปีผลิตและวันหมดอายุ ปกติกาแฟเมื่อเก็บในถุงฟอยด์ ที่วางขายจะมีอายุในช่วง สูงสุด 6 – 12 เดือน ขึ้นกับชนิดของถุงที่บรรจุ เพราะคุณภาพจะลดลงตามการเวลา
 
โดยกาแฟจะหอมที่สุดเมื่อคั่วได้ 5 วัน และจะค่อยลดระดับลงเรื่อยๆ เวลาเลือกซื้อ อย่าลืม ดูถุงที่ใหม่ ได้กาแฟหอมกรุ่นกว่า และควรเลือกถุงขนาดเล็ก ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วง 200-250 กรัม และควรใช้ให้หมดใน 1 สัปดาห์เมื่อเปิดถุงแล้วถุงกาแฟที่ระบุว่า Single Origin พร้อมชื่อเมืองต่างๆ แสดงว่าเป็นอราบิก้าของที่นั้น มีเทคนิคการคั่วที่ดี และเป็นรสชาติพิเศษของที่นั้น เช่น Omkoi Estate หากข้างซองระบุว่า Espresso คือเมล็ดกาแฟที่ผ่านการคั่วใน ระดับเข้ม หรือ Dark Roast
 
ส่วนซองที่ระบุว่า Medium Roast คือ เมล็ดกาแฟที่คั่วระดับกลาง ดื่มได้เรื่อยๆ เหมาะสำหรับเสิร์ฟในสถานการณ์ที่ไม่รู้ว่าผู้ดื่มชอบรสแบบไหน ควรซื้อกาแฟในซองระบายอากาศ Freshness wolves เพราะว่าเมล็ดกาแฟจะคายอากาศและความชื้นตลอดเวลา หากการระบายอากาศไม่ได้จะเสียคุณภาพเร็วยิ่งขึ้น และมีผลให้กาแฟมีกลิ่นไม่พึ่งประสงค์เก็บเมล็ดกาแฟให้พ้นแสงแดดการเก็บควรที่จะเก็บในขวดสุญญากาศ อย่าเก็บเม็ดในตู้เย็นเพราะว่าเมื่อออกจากตู้เจออากาศร้อนเมล็ดกาแฟจะชื้น ทำให้ติดกับเครื่องบดและมีกลิ่นจากตู้เย็นมาติดด้วย
 
3 วิธีเริ่มทำร้านกาแฟแบบไม่ซื้อแฟรนไชส์
 
1. เริ่มจากธุรกิจเดิมที่มีอยู่


ภาพจาก bit.ly/2OXthvK

สำหรับบางคนที่มีธุรกิจอื่นๆ อาจต่อยอดจากสิ่งที่ทำ เช่น หากมีร้านหนังสือ, ร้านล้างรถ, ร้านจัดดอกไม้ หรือแม้แต่ร้านซักรีด ,ร้านสารพัดบริการ , ร้านอาหาร ฯลฯ ข้อดีของการลงทุนต่อยอดแบบนี้คือลดค่าใช้จ่ายไม่ต้องซื้ออุปกรณ์มาก แค่อุปกรณ์ที่สำคัญและจำเป็นในการผลิตเครื่องดื่มกาแฟ เช่นลงทุนซื้อเครื่องชงกาแฟ ซึ่งก็มีหลากหลายราคา ข้อดีอีกอย่างคือฐานลูกค้าที่เรามีอยู่แล้ว การมีเครื่องดื่มกาแฟจะเป็นตัวเลือกให้ลูกค้ามากขึ้นได้ด้วย
 
2. ร้านกาแฟแบบรถเข็น


ภาพจาก bit.ly/2SQerbp
 
ร้านกาแฟแบบรถเข็น มีข้อดีคือการเคลื่อนที่เข้าหาลูกค้าได้ แต่ลงทุนแบบนี้ต้องอาศัยขยัน มุ่งมั่นและทำจริง ค่าใช้จ่ายในการลงทุนก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบของรถเข็น หรือหากเป็นแนวฟู้ดทรัค ก็อาจต้องลงทุนระดับ400,000 - 500,000 บาท (ขึ้นอยู่กับสภาพของรถ และการตกแต่ง และอุปกรณ์) ปัจจุบันเราจะเห็นทั้งคนที่สนใจลงทุนแบบแฟรนไชส์หรือหลายคนก็ทำเป็นธุรกิจตัวเองและเมื่อขายดีมีลูกค้ามากขึ้นอาจลองเปลี่ยนมาเป็นแฟรนไชส์ซอ ขายแฟรนไชส์ให้กับคนสนใจอีกทอดหนึ่งก็ได้เช่นกัน
 
3. ร้านกาแฟในห้างสรรพสินค้า (Shop)


ภาพจาก bit.ly/39LJe01
 
คิดจะเปิดร้านกาแฟลักษณะนี้ ข้อดีคือมีความเป็นพรีเมี่ยมและเป็นทำเลที่คนพลุกพล่านและน่าสนใจ แต่ต้องใช้เงินลงทุนสูงมากตั้งแต่หลักแสนปลายๆ ไปจนถึงหลักล้าน เพราะต้องตกแต่งสถานที่ให้สวยงามโดดเด่น มีทั้งเคาท์เตอร์ขนาดใหญ่ และพื้นที่นั่งของลูกค้าเป็นสัดส่วน ร้านลักษณะนี้นอกจากลงทุนสูงแล้ว ค่าเช่ามักจะแพงมาก
 
โดยเฉพาะในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ เราจึงต้องวิเคราะห์ทำเลและประเมินว่าทำเลเช่นนี้จะทำรายได้ให้เราเพียงพอสำหรับจ่ายค่าเช่าหรือไม่ เช่น หากวิเคราะห์แล้วทำเลเช่นนี้ทำรายได้ เกินเดือนละ 1 ล้านบาท แม้ว่าค่าเช่าจะแพงถึงเดือนละ 200,000 บาท ก็ถือว่าค่าเช่าไม่แพง เพราะหักค่าเช่าและค่าใช้จ่ายอื่นๆ แล้วเรายังเหลือกำไรอีกมาก
 
แต่หากเปรียบเทียบกับอีกพื้นที่หนึ่ง ค่าเช่าเพียง 30,000 บาท วิเคราะห์แล้วทำเลนี้ก็ถือว่าแพงเกินไป เพราะหักค่าเช่าและค่าใช้จ่ายอื่นๆไปแล้ว เราอาจขาดทุนหรือกำไรเพียงไม่กี่พันบาท หรือน้อยกว่านี้ จึงไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่ที่จะเช่าพื้นที่นี้
 
10 ขั้นตอนก่อนคิดเปิดร้านกาแฟ (แบบไม่ซื้อแฟรนไชส์)


ภาพจาก bit.ly/2SRfU1e
 
เมื่อรู้รูปแบบของร้านกาแฟ รู้วิธีการว่าเราต้องทำอะไรบ้างสำหรับการเปิดร้านกาแฟ ทีนี้ลองมาสรุปเป็นลำดับขั้นให้มองเห็นภาพว่าคิดเปิดร้านกาแฟแบบไม่ซื้อแฟรนไชส์เริ่มต้นแบบไหนอย่างไรดี
 
1. ดูงบประมาณ
 
สำรวจตัวเองว่าจะใช้งบประมาณในการเปิดร้านเท่าไหร่ ร้านรูปแบบไหน และควรมีเงินสำรองไว้สำหรับหมุนเวียนในธุรกิจด้วย ไม่ว่าจะเปิดร้านแบบพรีเมี่ยม แบบฟู้ดทรัค หรือต่อเติมจากธุรกิจเดิมที่มีอยู่ก็ต้องดูงบประมาณเช่นกัน
 
2. หาทำเลที่เหมาะสม 
 
โดยดูกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นหลัก หากเป็นพื้นที่เช่าก็ต้องพิจารณาค่าเช่า และอัตราความเสี่ยงในระยะยาวด้วยว่าจะคุ้มค่าในการลงทุนแค่ไหน
 
3. ตั้งชื่อร้าน
 
ด้วยความที่ร้านกาแฟมีมากทุกตรอกซอกซอย การตั้งชื่อจึงสำคัญที่ควรมีจุดเด่นและต้องมีโลโก้ โดยเฉพาะบนบรรจุภัณฑ์ที่ใส่เครื่องดื่มจะช่วยในการประชาสัมพันธ์ร้านได้มาก
 
4. ออกแบบตกแต่งร้าน
 
ขึ้นอยู่กับงบประมาณในเบื้องต้น ถ้ามีเงินทุนมากอาจแต่งสวยหรู หรือจ้างบริษัทในการออกแบบ แต่หากต้นทุนน้อยก็อาจต้องลงมือทำเอง สำคัญคือต้องออกแบบให้มีบรรยากาศผ่อนคลาย สมกับเป็นร้านกาแฟ
 
5. คัดเลือกรายการเมนูที่จะขาย
 
เราต้องรู้ว่าในร้านกาแฟของเราจะมีเมนูอะไรที่ขายบ้าง จะมีสินค้าอะไรเป็นตัวเลือกให้ลูกค้าบ้าง เช่นเบเกอรี่ อาหารคาวหวานต่างๆ เบื้องต้นควรเลือกเมนูที่น่าสนใจอย่าเพิ่งใส่เมนูเยอะเกินไป
 
6. หาซื้ออุปกรณ์ภายในร้าน
 
หากเป็นการลงทุนแบบแฟรนไชส์เราจะหมดกังวลเรื่องนี้เพราะแฟรนไชส์จะจัดอุปกรณ์พร้อมเปิดร้านให้เรา แต่ถ้าลงทุนเองเราต้องสำรวจว่าร้านเราต้องใช้อุปกรณ์อะไร และเริ่มสำรวจราคา เพื่อให้การซื้อนั้นได้อุปกรณ์ที่มีคุณภาพในราคาไม่แพง
 
7. เรียนรู้เทคนิคการชงกาแฟและเครื่องดื่ม
 
อย่าคิดว่าการชงกาแฟจะเป็นเรื่องง่ายๆ ใส่แค่กาแฟกับน้ำร้อนก็จบ ความจริงศาสตร์ของการชงกาแฟมีสิ่งที่เราควรเรียนรู้เพื่อรสชาติของกาแฟที่ดี ปัจจุบันมีคอร์สที่สอนชงกาแฟหลายที่ เราควรเลือกเรียนเพื่อความรู้ที่มากขึ้นก่อนเปิดร้าน
 
8. หาพนักงานและฝึกพนักงานให้ชำนาญ
 
หากเป็นร้านขนาดใหญ่มีลูกจ้าง 1-2 คน ก็ควรหาพนักงานที่รับผิดชอบและถ่ายทอดวิธีการให้ลูกจ้างได้ทำจนชำนาญหากพนักงานไว้ใจได้เมื่อไหร่ในฐานะเจ้าของร้านก็จะเหนื่อยน้อยลงด้วย
 
9. เตรียมชุดพนักงาน  จัดซื้ออุปกรณ์ เครื่องใช้ทั้งหมดตามรายการที่ได้เตรียมไว้
 
เป็นขั้นตอนที่ใกล้จะได้เปิดร้าน เพื่อความเป็นเอกลักษณ์และมีจุดขายก็ควรมีฟอร์มของพนักงานหรือหากขายเองไม่จ้างใคร ก็ควรมีชุดที่ใส่สำหรับการขายกาแฟโดยเฉพาะ
 
10. เตรียมแผนการเปิดร้าน คำนวณจุดคุ้มทุน วางแผนการขาย
 
ก่อนจะกำหนดวันเปิดร้าน เราต้องวางแผนการขายให้ดี ตั้งเป้าหมายในการเปิดร้านว่าจะก้าวไปถึงจุดไหนในเวลาเท่าไหร่ เป็นการสะสมและเรียนรู้เพิ่มประสบการณ์ และควรมีการประเมินยอดขายเป็นระยะๆ ด้วย
 
ไม่อยากยุ่งยาก! เลือกลงทุนแบบแฟรนไชส์ก็ง่ายดี


และหากว่าใครอยากมีร้านกาแฟแต่เบื่อกับความวุ่นวายในการจัดเตรียมสิ่งของต่างๆ และอาจจะเพราะด้อยประสบการณ์ไม่มีความรู้มากพอ การมีที่ปรึกษาอย่างแฟรนไชส์ต่างๆ จะช่วยประคับประคองให้เราเปิดร้านได้ง่าย และมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น


ปัจจุบันมีหลากหลายแฟรนไชส์ร้านกาแฟ ที่น่าสนใจให้เลือกลงทุน เช่น 30 ยังแจ๋ว คอฟฟี่ ทีบาร์ , ไทยเท่ คาเฟ่ , เพลินกรุง กาแฟรถโบราณ , กาแฟสดบราซิล อัฟคอฟฟี่ , สตาร์คอฟฟี่ , กาแฟมวลชน , คอฟฟี่ ทูเดย์ , กาแฟเขาทะลุ ชุมพร ซึ่งแต่ละแฟรนไชส์ก็มีจุดเด่นมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไป แพคเกจลงทุนก็มีให้เลือกตามความเหมาะสมที่สำคัญเป็นแฟรนไชส์ที่มีชื่อเสียงมีฐานลูกค้าของตัวเอง การลงทุนร่วมกับแฟรนไชส์เหล่านี้จะประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น


 
สำหรับคนที่คิดจะเปิดร้านกาแฟด้วยตัวเอง ทำเล รูปแบบร้าน เครื่องชง อุปกรณ์ต่างๆ วิธีการเสิร์ฟ คุณภาพกาแฟ ทุกอย่างต้องชัดหมด และเจ้าของร้านต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมต่อ และหากแบรนด์ของเราแข็งแรงพอจนสามารถขยายสาขาที่ 2 ได้ก็จะเริ่มเข้าสู่โหมดการขายแฟรนไชส์ให้คนอื่นได้  ปัจจุบันการตลาดออนไลน์ช่วยให้เราทำธุรกิจได้ง่ายขึ้น ส่วนใหญ่คนที่เปิดร้านกาแฟด้วยตัวเองแล้วไม่ประสบความสำเร็จ เพราะมักมองตัวเองไม่ออกว่าต้องทำอะไรก่อน เพราะส่วนใหญ่นึกอยากจะเปิดก็เปิด ลืมคิดไปว่ากลุ่มลูกค้าเป็นใคร รูปแบบร้าน ทำเลเป็นแบบไหน ไม่ได้มองแผนการตลาดว่าจะทำอย่างไร ทำให้เกิดปัญหาตามมาได้
 
ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
 
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 

ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจ ติดตามได้ที่ goo.gl/Io5k2S

รับฟังบทความต่างๆ ผ่านทาง PodCast ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ https://soundcloud.com/thaifranchisecenter
 
 สตาร์คอฟฟี่
Star Coffee กิจการเครื่องดื่มที่ดำเนินการ โดยบริษัท ซีพีเอฟ เรสเทอรองท์ แอนด์ ฟู้ดเชน จำกัด ซึ่งเป็นผุ้ให้บริการธุรกิจแฟรนไชนส์ อา...
ค่าแฟรนไชส์ 3,000 บาท
 กาแฟมวลชน
จากการริเริ่มดำเนินโครงการ “อบรมกาแฟสร้างอาชีพ เพื่อสังคมและชุมชน” ที่บริษัท ซีพี  รีเทลลิงค์ จำกัด ภายใต้การบริหารงาน ของ ดร...
 คอฟฟี่ ทูเดย์
แบรนด์กาแฟสดสัญชาติไทยในมาตรฐานสากล...
ค่าแฟรนไชส์ 50,000 บาท
 กาแฟเขาทะลุ ชุมพร
สนใจอยากเปิดร้านกาแฟเขาทะลุ ชุมพร ต้นตำรับที่มีชื่อเสียงโด่งดังมานาน ล่าสุด เปิดโอกาสขายแฟรนไชส์ ให้นักลงทุน ผู้สนใจทั่วไปแล้ว...
ค่าแฟรนไชส์ 59,000 บาท
ร้านสินค้าราคาเดียว ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจนี้ถือว่าเติบโตมาก สินค้าราคาเดียวก็เริ่มต้นกันตั้งแต่ 10 บาท, 20 บาท, 60 บาท, 69 บาท ทำเลนอกห้างสรรพสินค้าก็มีหลายแบรนด์เปิดอยู่แทบจะทุกซอกทุกมุม หรือบางแบรนด์ก็เจาะทำเลในห้าง เฉลี่ย 1 ห้าง มีร้านประเภทนี้ราว 2-4 แบรนด์ บางแห่งมี 7-8 แ..
8months ago   1,418  8 นาที
ปัจจุบันคนส่วนใหญ่หากคิดถึงการลงทุนจะมองที่ระบบแฟรนไชส์เพราะมีข้อดีที่ทำให้ประหยัดเวลาไม่ต้องจัดหาอุปกรณ์เอง มีวัตถุดิบให้พร้อม มีแนะนำการขาย การบริหารจัดการร้าน รวมถึงมีการส่งเสริมการตลาด แต่อย่างไรก็ตามหลายคนก็มองว่าการซื้อแฟรนไชส์บางทีเป็นข้อผูกมัดที่มากเกินไป รวมถึงบางคนไม่อยากที่..
30months ago   4,367  6 นาที