บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
2.6K
2 นาที
30 พฤษภาคม 2560
10 เรื่องต้องรู้ไว้ ก่อนออกบูธ! เพิ่มยอดขาย x4

 
กิจกรรมทางการตลาดที่ถือได้ว่าสำคัญกับการทำธุรกิจนั้นคืองานแสดงสินค้าซึ่งแต่ละปีจะมีการจัดงานในลักษณะนี้จำนวนมาก โดยผู้ประกอบการสามารถเลือกรูปแบบของงานที่มีการจัดทั้งภาครัฐและเอกชนในหลากหลายพื้นที่ทั้งในและต่างประเทศ

สาระสำคัญของการนำสินค้าเข้าร่วมออกบูธในงานแสดงสินค้าเหล่านี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางการตลาดที่เปิดโอกาสในการสร้างฐานลูกค้าใหม่ๆ หรือเพื่อทำให้คนทั่วไปรู้จักและสนใจในสินค้าหรือว่าบริการของเราได้มากขึ้น
 
ทั้งนี้งานแสดงสินค้าแม้จะเป็นกิจกรรมที่ดีแต่ก็ใช่ว่าผู้ประกอบการจะเข้าร่วมงานและประสบความสำเร็จทางการตลาดอย่างที่ตั้งใจได้ทุกราย ในแวดวงของคนที่ออกงานเหล่านี้แบบมืออาชีพเขามีการเตรียมตัวเบื้องต้นเป็นอย่างดีเพื่อให้ระยะเวลาในการจัดแสดงเพียงไม่กี่วันกลายเป็นเวทีทองที่ทำให้เกิดโอกาสใหม่ๆทางการตลาดได้อย่างสูงสุด

ซึ่งในวันนี้ www.ThaiFranchiseCenter.com รวบรวมเอา 10 เรื่องที่เราต้องเตรียมพร้อมหากต้องการให้การออกงานแสดงสินค้าของเรานั้นประสบความสำเร็จได้แบบทะลุเป้า
 
1.เตรียมความพร้อมของพนักงานขายเป็นอย่างดี
 

 
ในการออกงานเหล่านี้แน่นอนว่าสิ่งสำคัญคือการขายรวมถึงการให้ข้อมูลแก่ผู้ที่มาเยี่ยมชมบูธที่เราจัดแสดง เรื่องนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากและจะทำเล่นๆไม่ได้ยิ่งเราต้องเสียค่าบูธ ค่าขนสินค้าไปจัดแสดง ต้นทุนยิ่งมากพลังของทีมขายยิ่งต้องเก่งดังนั้นก่อนออกงานจริงควรเสริมพลังของทีมงานขาย ด้วยการเตรียมข้อมูลสินค้าให้พร้อม ท่องจำให้ขึ้นใจ พูดให้คล่อง โปรโมชั่นต่างๆ ต้องเป๊ะ รวมถึงต้องมีไหวพริบในการตอบคำถามและรู้จักสร้างสัมพันธ์กับลูกค้าในลักษณะต่างๆด้วย

2.มีการวางแผนล่วงหน้าที่ดีและกำหนดบทบาทของแต่ละคนให้ชัดเจน

ส่วนใหญ่การออกบูธนั้นจะใช้เวลาประมาณ 2-3 วันในการร่วมจัดแสดง และเพื่อให้คุ้มค่ากับการออกงานมากที่สุดทางบริษัทหรือว่าผู้ประกอบการที่จะรู้กำหนดของงานเหล่านี้ล่วงหน้าเสมอ

รวมถึงบางงานเรารู้ถึงกิจกรรมภายในงานได้ทั้งหมด ก็ยิ่งเป็นเรื่องดีที่ควรมีการวางแผนล่วงหน้าวางโครงสร้างทีมงานที่เข้าร่วมว่าแต่ละคนต้องทำหน้าที่อะไรบางเพื่อให้ถึงวันเริ่มงานจริงจะได้ราบรื่นรวมถึงสามารถบริหารจัดการให้งานแสดงสินค้าที่เราเข้าร่วมกลายเป็นเวลาที่มีค่าซึ่งเปลี่ยนมาเป็นรายได้ให้กับผู้ประกอบการอย่างดี
 
3. กำหนดพื้นที่การขายจะช่วยเสริมประสิทธิภาพได้มากขึ้น

 
แต่ละงานที่ออกบูธนั้นคนที่เข้าร่วมงานก็จะแตกต่างกันออกไป สิ่งสำคัญคือเราต้องใช้พื้นที่ที่เรามีในงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดที่จะดึงคนในงานให้มาสนใจกิจกรรมที่บูธเราจัดได้มากที่สุดโดยเฉลี่ยพนักงานขายสามารถนำเสนอขายให้ดีได้โดยใช้เวลา 10 นาที ในขณะที่ทำหน้าที่อยู่ที่บูธ และยังต้องการพื้นที่ประมาณ 1.5 เมตรในการทำงาน

ซึ่งการกำหนดรูปแบบวิธีการนั้นไม่ได้ตายตัวแต่จากที่บริษัทใหญ่ๆทำแล้วประสบความสำเร็จคือจะใช้คนขาย 5 คนประจำบูธตลอดเวลาแล้วใช้พื้นที่โดยรอบบูธระยะประมาณ 6 เมตรเป็นเขตดึงดูดผู้คนให้เข้ามาที่บูธมากที่สุด

4. ตั้งสมมุติฐานและคาดหมายความสำเร็จที่ควรได้รับ
 
การที่ผู้ประกอบการรู้แนวทางสินค้าที่จะมาร่วมงาน รวมถึงรู้ปริมาณและคุณภาพของผู้เข้าร่วมงานก็จะทำให้การจัดเตรียมสินค้านั้นเพียงพอและเป็นไปได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้การมีข้อมูลเบื้องต้นเหล่านี้ก็ทำให้เราสามารถเตรียมข้อมูลพื้นฐานที่เข้าสู่กลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุดมีโอกาสในการสร้างลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นได้ดีกว่าเดิมด้วย

5. เลือกพื้นที่ออกบูธในจุดที่สำคัญๆได้ดี
 
งานแสดงสินค้าส่วนใหญ่จะมีแผนผังของงาน ถ้าเราสามารถเลือกจุดตั้งบูธของเราล่วงหน้าได้ก็จะช่วยทำให้การขายเรามีคุณภาพมากขึ้น โดยจุดที่ควรหลีกเลี่ยงการตั้งบูธคือ โซนที่คนไม่ค่อยมาถึง โซนที่เป็นจุดตั้งของ ทางขึ้นลงลิฟต์  ทั้งนี้เพื่อให้เกิดข้อผิดพลาดในการขายได้น้อยที่สุดซึ่งการตั้งบูธในจุดเหล่านี้จะทำให้เราทำงานได้ยากขึ้นด้วย

6. ออกแบบป้ายโฆษณาสื่อให้มีความชัดเจน

 
ป้าย หรือ กราฟฟิค งานแสดงสินค้าของเราควรคล้ายโฆษณานิตยาสารมากที่สุด หัวข้อ และ เนื้อหาควรจะมองเห็นจากทางเดิน และมีประสิทธิภาพในการสื่อสารข้อดีของผลิตภัณฑ์ในประเภทที่จะดึงให้กลุ่มเป้าหมายเข้าบูธ และต้องการที่จะเจรจาธุรกิจ

7. หาคนที่มีความสามารถมาประจำบูธ
 
ไม่ใช่ทุกคนที่เหมาะที่จะทำหน้าที่ที่บูธ คนที่จะถูกเลือกต้องมีความรู้ของ คุณสมบัติของสินค้า, ประโยชน์ และมูลค่า และนำเสนอมันออกมาได้อย่างดี และสามารถขายหรือเจรจาธุรกิจได้ในบรรยากาศที่วุ่นวายของงานแสดงสินค้า ในการประชุมก่อนงานแสดงสินค้าเป็นโอกาสที่ดีในการคุย และอธิบายเกี่ยวกับสินค้าต่าง ๆ ทีมที่จัดเตรียมบูธต้องประชุมกันทุกเย็นเพื่อทำให้เกิดการทำงานที่ดีขึ้น เช่นการเปรียบเทียบผลการขาย และการปรับปรุงบูธ และสินค้า และจัดเตรียมสำหรับวันพรุ่งนี้
 
8. มีแพลตฟอร์มการติดตามผลของผู้ที่เข้าชมบูธ


 
หมายถึงการทำแบบฟอร์มและรางานการขายเพื่อให้คนเข้าชมบูธได้กรอกข้อมูลอย่างครบถ้วนถูกต้อง เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจในภายหลัง ซึ่งในแบบฟอร์มเหล่านี้ต้องมีรายละเอียดที่สำคัญที่เราจะสามารถหาประโยชน์ได้เช่น ความรู้สึกต่อสินค้า  การแนะนำแก้ไข  เบอร์ติดต่อ ตำแหน่งการงาน ฯลฯ ข้อมูลเหล่านี้จะประโยชน์อย่างมากในการติดตามลูกค้า แบะการสนทนาภายหลังเพื่อเป็นข้อเสนอที่ทำให้ลูกค้าพอใจและปิดการขายได้

9. การเตรียม และติดตามวัสดุล่วงหน้า
 
หนึ่งอาทิตย์ก่อนจะเดินทางไปที่งานแสดงสินค้าควรจะต้อง กำหนด, จัดเตรียม และรวบรวมชุดเอกสารที่เกี่ยวกับวัสดุ มันจำเป็นที่จะมีระบบการจัดการในพื้นที่ และแจ้งเซลล์พื้นที่ว่าได้ส่งวัสดุอะไรไป และส่งไปเมื่อไหร่ เพื่ออำนวยความสะดวกในการติดตามได้ทันที

10. มีการประเมินหลังจากงานแสดงสินค้า


 
ภายหลังการจัดงานสิ่งสำคัญคือการเก็บรวบรวมคำวิจารณ์ และผลตอบรับที่เกี่ยวกับการวางแผน และการดำเนินงานในงานแสดงสินค้าจะทำให้มีประสบการณ์ในการออกงานแสดงสินค้า และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการออกงานแสดงสินค้าในอนาคตได้ ซึ่งการมีข้อมูลการจัดงานแต่ละครั้งจะทำให้เราสามารถปรับปรุงรูปแบบของการออกบูธได้ดีและมีความเป็นมืออาชีพเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
 
การตลาดในรูปแบบของการออกบูธนั้นเป็นกลไกหนึ่งที่ทำให้สินค้าและบริการสามารถเข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น แต่ทั้งนี้การเตรียมตัวที่ดีก็นำมาสู่ผลสำเร็จที่ดี บางธุรกิจคิดว่าการออกงานนั้นแค่การเอาทีมงานไปแสดงสินค้าแต่ไม่มีการวางแผนไม่มีการเตรียมตัวถึงเวลาจริงก็แค่ไปนั่งร่วมงานรอคนเดินผ่านไปมาแล้วหยุดดู ซึ่งถือว่าเป็นการออกงานที่ไร้ประสิทธิภาพและไม่สร้างผลตอบแทนที่ดีกลับมาในภายหลังได้
 
สำหรับท่านใดที่ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจเรามีรวบรวมบทความมากมายไว้ให้ทุกท่านพิจารณากันตามความเหมาะสม ดูรายละเอียด goo.gl/Io5k2S

 
การนำสินค้าไปออกบูธแสดงสินค้า กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในการทำธุรกิจยุคปัจจุบัน เพราะนอกจากจะมีโอกาสนำสินค้าของตัวเองไปนำเสนอขายให้แก่ผู้เข้าชมงานในช่วงนั้นแล้ว ยังมีโอกาสได้กลุ่มลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจกลับมาด้วย ที่สำคัญการออกบูธแต่ละครั้งยังทำให้เจ้าของธุรกิจได้ศึกษาคู่แข่งในตลาดเดียว..
40months ago   2,005  3 นาที
ต้องยอมรับว่าการนำสินค้าหรือบริการ ไปออกบูธแสดงสินค้า เป็นกระแสที่ได้รับความนิยม มีความจำเป็นอย่างมากในการทำธุรกิจยุคปัจจุบัน เพราะนอกจากจะมีโอกาสนำสินค้าไปนำเสนอแล้ว หากสินค้าได้รับความนิยมในระหว่างการออกบูธ อาจเป็นใบเบิกทางที่เจ้าของธุรกิจ สามารถนำสินค้าไปขายได้ในระยะยาว..
41months ago   3,461  3 นาที