บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
3.0K
2 นาที
1 กุมภาพันธ์ 2560
5 ขั้นตอนมือใหม่ออกบูธงานแสดงสินค้า 

 
ปัจจุบันนี้ผู้ประกอบการของไทยจำนวนมาก ได้หันมาสนใจร่วมออกงานแสดงสินค้าเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก

โดยสาเหตุที่การออกงานแสดงสินค้าทั้งในประเทศ และต่างประเทศได้รับความนิยม ก็เพราะเป็นกิจกรรมทางการตลาด ที่มองเห็นผลตอบแทนที่ชัดเจนและวัดได้ง่ายกว่าการใช้โฆษณา การประชาสัมพันธ์ หรือการทำตลาดในแบบอื่นๆ
 
โดยค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการออกงานแสดงสินค้าไม่ว่าจะเป็น ค่าเช่าพื้นที่ ค่าตกแต่งบูธ ค่าจ้างพนักงาน ค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางและที่พัก สามารถประเมินออกมาเป็นงบประมาณล่วงหน้าได้ชัดเจน 
 
อีกทั้งผลตอบแทนหรือผลตอบรับจากลูกค้า ก็สามารถเห็นได้จากยอดขายที่เกิดขึ้นในงาน ยอดคำสั่งซื้อหรือรายชื่อลูกค้าที่สนใจในสินค้าของบริษัท ที่ผู้ประกอบการสามารถนำไปใช้ในการติดต่อเจรจาธุรกิจภายหลังงานแสดงสินค้า 
 
 
แต่สำหรับผู้ประกอบการที่ไม่เคยออกบูธงานแสดงสินค้า อาจเป็นเรื่องยากที่จะประสบความสำเร็จในครั้งแรกที่ออกบูธ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากมากนักที่ผู้ประกอบการธุรกิจจะทำไม่ได้
 
วันนี้ www.ThaiFranchiseCenter.com จึงได้มีวิธีการเตรียมตัวออกงานแสดงสินค้า มาฝากผู้ประกอบการธุรกิจ ที่ไม่เคยออกบูธแสดงสินค้าเลย แต่ถ้ายากลองเปิดโอกาสให้สินค้าหรือบริการได้พบกับลูกค้าแล้วล่ะก็ มาศึกษาพร้อมกันเลย

1.การเลือกงานออกบูธแสดงสินค้า 

 
เป็นสิ่งแรกที่สำคัญที่สุด เนื่องจากการตัดสินใจไปร่วมงานแสดงสินค้างานใดก็ตาม ผู้ประกอบการจะต้องมีการศึกษามาก่อนเป็นอย่างดี เพราะงานแสดงสินค้าที่ชื่ออาจจะคล้ายกัน หรือเป็นงานแสดงสินค้าลักษณะเดียวกัน

แต่ต่างกันที่ผู้จัดการนั้น อาจจะมีจำนวนผู้เข้าชมงานมากน้อยต่างกัน ลักษณะกลุ่มของลูกค้าหรือความยิ่งใหญ่ การประชาสัมพันธ์งานต่างกัน จะต้องพิจารณาดูด้วยว่างานแสดงสินค้านั้น จัดขึ้นมานานแล้วหรือยัง หรือเพิ่งจัดขึ้นใหม่ 
 
ดังนั้น ก่อนออกงานแสดงสินค้างานใดก็ตาม โดยเฉพาะเมื่อเรายังไม่มีประสบการณ์ในการออกงานนั้นๆ มาก่อน ก็ควรจะหาข้อมูลจากโบรชัวร์ อินเทอร์เน็ต

และสิ่งสำคัญความจะหาข้อมูลจากผู้ประกอบการที่เคยไปออกงานนั้นๆ มาแล้วว่าผลลัพธ์ที่ได้เป็นอย่างไร และก็ควรที่จะไปชมงานแสดงสินค้า ที่เราคิดจะไปออกงานก่อน เพื่อให้เห็นภาพรวมของงานว่าเป็นอย่างไร มีใครมาออกงานบ้าง ลูกค้าเป็นอย่างไร 
 
ลักษณะการตกแต่งบูธ สินค้าที่นำมาแสดงเป็นอย่างไรบ้าง แล้วค่อยตัดสินใจจองบูธสำหรับปีหน้า ก็ยังไม่ช้าจนเกินไปดีกว่าตัดสินใจผิดพลาด และถ้ายิ่งเป็นการออกงานแสดงสินค้าต่างประเทศ ก็จะต้องพิจารณาให้รอบคอบ เนื่องจากการออกงานแสดงสินค้าต่างประเทศในแต่ละครั้งใช้งบประมาณที่สูง
 
2. การเตรียมตัวก่อนออกบูธแสดงสินค้า 

 
ควรเริ่มจากการเตรียมทีมงาน ซึ่งจะต้องมีการกำหนดเป้าหมายของการไปออกงาน เพื่อจุดประสงค์ใด เช่น แนะนำสินค้า สร้างตัวแทนจำหน่าย ขายธุรกิจ ขายสินค้า แสดงศักยภาพขององค์กร เป็นต้น จากนั้นก็จะต้องเตรียมตัวในในส่วนของการออกแบบบูธ เตรียมสินค้าที่จะนำโชว์ แคตตาล็อก โบรชัวร์ นามบัตร 
 
ลูกค้าที่มาเยี่ยมบูธ หรือผู้สนใจที่เข้ามาติดต่อ อาจจะต้องเตรียมใบกรอกข้อมูลลูกค้า แจกของที่ระลึกเล็กๆ น้อยๆ ให้กับผู้กรอกข้อมูล เป็นต้น 
 
สำหรับการไปออกงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ สิ่งที่จะต้องคำนึงถึงมากๆ ก็คือ การสื่อสาร ผู้ออกงานควรที่จะสามารถพูดและสื่อสารกับลูกค้าได้ อย่างเช่น ถ้าไปออกงานที่จีน ก็ควรจะหาล่ามที่สามารถพูดฟังภาษาจีนได้ไปด้วย หรือล่ามภาษาญี่ปุ่นสำหรับการออกงานที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการสื่อสารกับลูกค้า 
 
นอกจากนี้ การออกแบบบูธ เตรียมการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ ตำแหน่งการจัดวางโชว์สินค้า รวมถึงการวางระบบไฟฟ้าต่างๆ ให้เรียบร้อยพอเพียงกับการใช้งาน ซึ่งโดยปกติแล้วทางผู้จัดงานจะเตรียมปลั๊กไฟ กำลังไฟพื้นฐานให้ แต่คุณมีจำนวนหลอดไฟมาก หรือมีอุปกรณ์ไฟฟ้าไปแสดงจำนวนมาก ก็จะต้องแจ้งให้ผู้จัดงานเตรียมในเรื่องระบบไฟฟ้าให้พร้อมด้วย
 
3. การเตรียมความพร้อมทางด้านการเงิน

 
ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ประกอบการธุรกิจจะลืมไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการออกบูธเพื่อแสดงสินค้า โชว์สินค้า หรือออกบูธเพื่อขายสินค้า ต้องมีค่าใช้จ่ายด้วยกันทั้งนั้น จะมากหรือร้อยก็ต้องขึ้นอยู่กับสถานที่จัดงานแสดงสินค้า ค่าเช่าพื้นที่ โดยค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียม คือ ค่าเช่าพื้นที่ ค่าขนส่ง ค่าพนักงาน ค่าอาหาร ค่าวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ฯลฯ 

4. การออกบูธงานแสดงสินค้า

 
ถือเป็นขั้นตอนสำคัญของการออกบูธงานแสดงสินค้า ในช่วงออกงานแสดงสินค้า ผู้ประกอบการจะต้องพยายามเก็บข้อมูลของลูกค้าที่สนใจมาเยี่ยมชมบูธให้มากที่สุด เพื่อที่จะได้นำข้อมูลเหล่านั้น มาติดต่อกับลูกค้าหลังจากที่จบงานแสดงสินค้า

และสิ่งหนึ่งที่ผู้ออกงานควรทำเพิ่มเติมก็คือ เดินสำรวจรอบๆ งานเพื่อศึกษาให้ทราบถึงสินค้า รูปแบบบูธต่างๆ ของคู่แข่ง หรือบริษัทอื่นๆ ที่มาร่วมออกงานด้วยเพื่อศึกษาเป็นแนวทางในการออกงานแสดงสินค้าในปีต่อๆ ไป 
 
5. หลังออกบูธงานแสดงสินค้า 

 
หลังจากกลับจากงานแสดงสินค้า สิ่งแรกที่ควรกระทำเป็นอย่างยิ่งก็คือ การส่งจดหมายหรืออีเมล์ขอบคุณลูกค้า หรือผู้ที่เข้าเยี่ยมชมที่บูธ และผู้ให้นามบัตรไว้ เพื่อเป็นข้อมูลในการติดต่อแก่กันและกัน และควรสรุปข้อมูลทั้งหมดของลูกค้า เพื่อเก็บเป็นฐานข้อมูลไว้อ้างอิงในการออกงานปีต่อๆ ไป จากนั้นก็ควรแบ่งกลุ่มลูกค้าออกเป็น 
 
กลุ่มลูกค้าที่ต้องรีบติดต่อกลับโดยเร็ว (กลุ่มที่มีแนวโน้มจะสั่งซื้อสินค้ามากที่สุด), กลุ่มลูกค้าที่ควรติดต่อกลับแต่ไม่ด่วน (กลุ่มลูกค้าที่อาจจะซื้อแต่ยังไม่ตัดสินใจในปัจจุบัน) และกลุ่มลูกค้าที่ควรติดต่อกลับเพื่อทักทายทำความรู้จักกันเอาไว้ (กลุ่มลูกค้าที่สนใจในสินค้า แต่ยังไม่มีแนวโน้มที่จะซื้อ
 
สิ่งที่ขาดไม่ได้อีกอย่างคือ การสรุปผลลัพธ์ที่ได้จากการออกงาน ประสบผลสำเร็จตามจุดประสงค์ที่ตั้งไว้หรือไม่ ประสบปัญหาในการออกงานแสดงสินค้าครั้งนี้อย่างไรบ้าง และมีสิ่งใดบ้างที่ควรปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นในการออกงานในปีต่อไป เพียงเท่านี้ โอกาสของผู้จะออกงานแสดงสินค้าให้ประสบผลสำเร็จ สร้างทั้งยอดขายและชื่อเสียงก็มีสูงอย่างแน่นอนครับ
 
ผู้ประกอบการท่านใด สนใจออกบูธงานแสดงสินค้า ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เข้าดูรายละเอียดการออกบูธแสดงสินค้า

เพิ่มเติมที่ https://www.thaifranchisecenter.com/event/index.php 
 

SMEs Tips
  1. การเลือกงานออกบูธแสดงสินค้า 
  2. การเตรียมตัวก่อนออกบูธแสดงสินค้า 
  3. การเตรียมความพร้อมด้านการเงิน
  4. ช่วงการออกบูธงานแสดงสินค้า
  5. หลังออกบูธงานแสดงสินค้า 
การนำสินค้าไปออกบูธแสดงสินค้า กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในการทำธุรกิจยุคปัจจุบัน เพราะนอกจากจะมีโอกาสนำสินค้าของตัวเองไปนำเสนอขายให้แก่ผู้เข้าชมงานในช่วงนั้นแล้ว ยังมีโอกาสได้กลุ่มลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจกลับมาด้วย ที่สำคัญการออกบูธแต่ละครั้งยังทำให้เจ้าของธุรกิจได้ศึกษาคู่แข่งในตลาดเดียว..
40months ago   2,056  3 นาที
ต้องยอมรับว่าการนำสินค้าหรือบริการ ไปออกบูธแสดงสินค้า เป็นกระแสที่ได้รับความนิยม มีความจำเป็นอย่างมากในการทำธุรกิจยุคปัจจุบัน เพราะนอกจากจะมีโอกาสนำสินค้าไปนำเสนอแล้ว หากสินค้าได้รับความนิยมในระหว่างการออกบูธ อาจเป็นใบเบิกทางที่เจ้าของธุรกิจ สามารถนำสินค้าไปขายได้ในระยะยาว..
42months ago   3,508  3 นาที