บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
268
3 นาที
4 มิถุนายน 2569
IPPE KOPPE ร้านแกงกะหรี่ญี่ปุ่น จิ๊กซอว์ใหม่ MAGURO ดันรายได้โต 2,500 ล้านบาท 
 

ภาพของผู้คนที่ยืนต่อแถวยาวหน้าร้านแกงกะหรี่เล็กๆ ในญี่ปุ่น อาจเป็นหนึ่งในภาพที่คุ้นตาของนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เคยเดินทางไปโตเกียว โดยเฉพาะร้านอาหารเฉพาะทาง หรือ Specialist Restaurant ที่ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากยอมใช้เวลารอ เพื่อแลกกับประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ทำเพียงเมนูเดียว แต่ทำอย่างจริงจัง
 
ในเดือนเมษายน 2569 ภาพบรรยากาศอย่างนั้น ได้เกิดขึ้นกลางกรุงเทพฯ เมื่อ บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO นำ “IPPE KOPPE” ร้านแกงกะหรี่ชื่อดังจากญี่ปุ่น เปิดสาขาแรกในประเทศไทย ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
 
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเปิดร้านอาหารใหม่ แต่สะท้อนยุทธศาสตร์สำคัญของ MAGURO Group ในการเร่งขยายอาณาจักร Japanese Specialist Brand เพื่อเจาะตลาดอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียมที่ยังมีช่องว่างในประเทศไทย
 
จุดเริ่มต้นของร้านแกงกะหรี่
 

ภาพจาก https://citly.me/Yk7OF

IPPE KOPPE คือร้านแกงกะหรี่เฉพาะทางจากญี่ปุ่น ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในย่านคามาตะ กรุงโตเกียว เมื่อปี 2015 ในฐานะแบรนด์ที่แตกไลน์มาจากร้านทงคัตสึชื่อดัง Tonkatsu AOKI ก่อนค่อยๆ เติบโตจนกลายเป็นหนึ่งในร้านแกงกะหรี่ที่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่น
 
ปัจจุบันแบรนด์มีสาขาในญี่ปุ่นมากกว่า 17 แห่ง และกำลังขยายสู่ต่างประเทศเป็นครั้งแรก ผ่านการเปิดสาขาในประเทศไทยที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ภายใต้การบริหารของ MAGURO Group ความโดดเด่นของแบรนด์นี้ คือการได้รับการจัดอันดับ Japan’s Top 100 Curry จาก Tabelog แพลตฟอร์มรีวิวร้านอาหารชื่อดังของญี่ปุ่น ต่อเนื่องถึง 6 สมัย
 
หัวใจสำคัญของ IPPE KOPPE อยู่ที่แนวคิด “Specialist Restaurant” หรือร้านที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน แตกต่างจากร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไปที่รวมหลากหลายเมนูไว้ในร้านเดียว สำหรับ IPPE KOPPE ทุกองค์ประกอบถูกออกแบบมาเพื่อ “แกงกะหรี่” โดยเฉพาะ ตั้งแต่น้ำแกงที่ใช้เวลาปรุงอย่างพิถีพิถัน ไปจนถึงการจับคู่กับเมนูทงคัตสึ ซึ่งถือเป็นจุดแข็งสำคัญของแบรนด์
 
อีกหนึ่งจุดแข็ง คือการเป็นแบรนด์ในเครือเดียวกับ Tonkatsu AOKI ร้านทงคัตสึชื่อดังจากญี่ปุ่น ที่ MAGURO Group เคยนำเข้ามาเปิดตลาดในไทยก่อนหน้านี้ และได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจนเกิดปรากฏการณ์คิวยาวในช่วงเปิดตัว
 
ทำไมต้องเป็นร้าน “แกงกะหรี่”
 

ภาพจาก https://citly.me/Yk7OF
 
ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยเลือกชะลอการลงทุน MAGURO กลับเดินหน้าขยายพอร์ตธุรกิจเชิงรุก ด้วยงบลงทุนกว่า 200-300 ล้านบาท พร้อมเป้าหมายรายได้เติบโตมากกว่า 30% ในปี 2569
 
ข้อมูลจากนักวิเคราะห์ระบุว่า MAGURO Group มีรายได้ในปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 1,981 ล้านบาท และคาดว่าปี 2569 จะเติบโตสู่ระดับ 2,300-2,500 ล้านบาท จากแรงหนุนของการขยายสาขาและการเปิดแบรนด์ใหม่อย่าง IPPE KOPPE และ Kaiten Sushi Ginza Onodera
 
การเลือกนำแบรนด์ IPPE KOPPE เข้ามาในไทย สะท้อนให้เห็นถึงการมองเห็นช่องว่างของตลาดอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทย แม้ตลาดญี่ปุ่นในไทยจะมีการแข่งขันสูง ทั้งในกลุ่มซูชิ ราเม็ง ชาบู หรือโอมากาเสะ แต่ในหมวด “Curry Specialist” หรือร้านแกงกะหรี่เฉพาะทาง ยังถือว่ามีผู้เล่นระดับแบรนด์ต้นตำรับจากญี่ปุ่นไม่มากนัก
 
ขณะเดียวกัน “แกงกะหรี่” ยังเป็นอาหารที่เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายกว่าอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียมประเภทอื่น ทั้งในด้านราคา ความคุ้นเคยของรสชาติ และรูปแบบการรับประทาน ซึ่งทาง MAGURO จึงวาง Positioning ของ IPPE KOPPE ให้เป็น Premium Mass ที่ยังคงคุณภาพระดับญี่ปุ่น แต่เข้าถึงได้ง่ายกว่าโอมากาเสะหรือไฟน์ไดนิ่ง
 
โมเดลธุรกิจของร้านยังตอบโจทย์ด้านการบริหารต้นทุนและการหมุนเวียนลูกค้า (Turnover) ได้ดี เพราะเป็นอาหารจานเดียว ใช้เวลารับประทานไม่นาน และรองรับลูกค้าที่มาคนเดียวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน ร้านอาหารก็ต้องเปลี่ยนตาม
 

ภาพจาก https://citly.me/Yk7OF

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้โมเดลร้านแบบ IPPE KOPPE มีโอกาสเติบโตในประเทศไทย คือพฤติกรรมผู้บริโภคในเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปหลังช่วงโควิด-19 ผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มคุ้นเคยกับการรับประทานอาหารคนเดียว ใช้เวลาพักกลางวันสั้นลง และมองหาร้านอาหารที่สามารถตอบโจทย์ทั้ง “ความรวดเร็ว” และ “คุณภาพ” ได้พร้อมกัน
 
อาหารประเภท “จานเดียวจบ” จึงกลายเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มพนักงานออฟฟิศและคนเมือง ร้าน IPPE KOPPE ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับพฤติกรรมดังกล่าวอย่างชัดเจน ตั้งแต่รูปแบบร้านที่มีทั้งโต๊ะและเคาน์เตอร์บาร์ เมนูที่สั่งง่าย ไปจนถึงระยะเวลาการเสิร์ฟที่รวดเร็วกว่าโมเดลร้านอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
 
นอกจากนี้ แบรนด์ยังปรับรายละเอียดบางส่วนให้เหมาะกับตลาดไทย เช่น การเพิ่มระดับความเผ็ดให้เลือก 2-3 ระดับ ซึ่งแตกต่างจากสาขาในญี่ปุ่น เพื่อให้เข้ากับรสนิยมของผู้บริโภคชาวไทยมากขึ้น
 
ทำไมต้องเปิดตัวสาขาแรก “เซ็นทรัลเวิลด์”
 
การเลือกเปิดสาขาแรกที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของทำเลแต่เป็นการสะท้อนยุทธศาสตร์การสร้างแบรนด์ของ MAGURO อย่างชัดเจน ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ถือเป็นหนึ่งในศูนย์กลางไลฟ์สไตล์สำคัญของกรุงเทพฯ ที่มีทั้งกลุ่มพนักงานออฟฟิศ นักท่องเที่ยว และผู้บริโภคกำลังซื้อระดับกลางถึงบนหมุนเวียนตลอดทั้งวัน
 
ยังเป็นพื้นที่ที่มีการแข่งขันสูงที่สุดแห่งหนึ่งของธุรกิจร้านอาหาร การเลือกเริ่มต้นใน “สนามใหญ่” จึงสะท้อนความมั่นใจของแบรนด์ว่า IPPE KOPPE มีศักยภาพเพียงพอที่จะสร้างการรับรู้และแข่งขันในตลาดได้ตั้งแต่วันแรก โดยเฉพาะเมื่อแบรนด์มีฐานแฟนจากร้าน Tonkatsu AOKI อยู่ก่อนแล้ว ทำให้การขยายมายังหมวดแกงกะหรี่มีโอกาสต่อยอดฐานลูกค้าเดิมได้ทันที
 
จาก Premium Japanese Restaurant สู่ Japanese Dining Ecosystem
 

ภาพจาก https://citly.me/Yk7OF

การมาของ IPPE KOPPE สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสำคัญของ MAGURO Group จากเดิมที่ถูกจดจำในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียม วันนี้บริษัทกำลังขยายตัวสู่การเป็น Portfolio House ของแบรนด์อาหารญี่ปุ่นเฉพาะทาง
 
ปัจจุบัน MAGURO Group มีแบรนด์ในพอร์ตหลากหลาย ทั้ง MAGURO, HITORI SHABU, Tonkatsu AOKI, KIWAMIYA และ Bincho รวมถึงแผนการเปิด Kaiten Sushi Ginza Onodera ซูชิสายพานระดับพรีเมียมจากญี่ปุ่นภายในปีเดียวกัน 
 
ภาพทั้งหมดสะท้อนกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการสร้าง “Japanese Dining Ecosystem” ที่ครอบคลุมผู้บริโภคหลากหลายกลุ่ม หลากหลายระดับราคา และหลากหลายโอกาสในการรับประทานอาหาร
 
นักวิเคราะห์ยังประเมินว่า สัดส่วนรายได้จากแบรนด์ใหม่ของ MAGURO Group จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า โดยมีแนวโน้มเพิ่มจาก 16% ของรายได้รวมในปี 2568 เป็นราว 27% ในปี 2569 สะท้อนบทบาทของแบรนด์ใหม่อย่าง IPPE KOPPE ในฐานะ Growth Engine ตัวใหม่ของบริษัท 
 
สรุป
 
คำถามสำคัญในวันนี้ อาจไม่ใช่ว่าคนไทยจะกินแกงกะหรี่หรือไม่ เพราะตลาดนี้มีฐานผู้บริโภคอยู่แล้ว แต่คำถามคือ IPPE KOPPE จะสามารถยกระดับ “แกงกะหรี่ญี่ปุ่น” จากอาหารทางเลือก ให้กลายเป็นอีกหนึ่ง Category สำคัญของตลาดอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยได้หรือไม่ 
 
และหากทำได้สำเร็จ การมาของร้านแกงกะหรี่เล็กๆ จากโตเกียว อาจกลายเป็นอีกหนึ่งหมากสำคัญที่ช่วยให้ MAGURO Group ขยับจากเชนร้านอาหารญี่ปุ่นพรีเมียม สู่การเป็นผู้นำธุรกิจ Japanese Specialist Brand อย่างเต็มรูปแบบ
 
อ้างอิงข้อมูล 
 
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
อวสานเด็กจบใหม่! คนใหม่ไม่รับ คนออกไม่เพิ่ม
395
อวสานร้านขายของฝาก ของล้น คนซื้อหาย คนขายพัง
394
Hidden Margin ที่ซ่อนอยู่ในสตรีทฟู้ด ขายได้กำไรม..
388
อวสานร้านคาเฟ่ติดแกลม ลงทุนสูง ลูกค้าไม่ซ้ำ คนทำ..
383
กาแฟ เต็มเชียงใหม่! ทุก 160 เมตร เจอ 1 ร้าน
383
ศึกค้าปลีกอเมริกา Trader Joe’s ผงาดเบอร์ 1 ซูเปอ..
376
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด