บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
373
2 นาที
13 กรกฎาคม 2569
ย้อนตำนาน "ชูเกียรติ รวยเจริญทรัพย์" ผู้สร้าง "โก๋แก่" ขายความซื่อสัตย์ ไม่ขายกำไร
 

ในวันที่ร้านสะดวกซื้อแทบทุกแห่งมีขนมวางเรียงเต็มชั้นวาง มีถั่วให้เลือกนับสิบยี่ห้อ มีสินค้าจากทั่วโลกแข่งขันกันอย่างดุเดือด แต่มีอยู่แบรนด์หนึ่ง ที่คนไทยแทบทุกคนจำได้ตั้งแต่ยังเด็ก นั่นคือ “โก๋แก่”
 
แค่เห็นเด็กหนุ่มผมฟู สวมแว่นดำ ใส่ชุดยูโด หลายคนก็รู้ทันทีว่าข้างในคือถั่วลิสงเคลือบกะทิ ที่มาพร้อมคำว่า "มันทุกเม็ด" แต่มีคนไม่มากนักที่รู้ว่าเบื้องหลังแบรนด์นี้ ไม่ได้เริ่มต้นจากโรงงานใหญ่ ไม่ได้เริ่มจากเงินทุนมหาศาล และไม่ได้เกิดจากโชคช่วย แต่มันเริ่มต้นจากชายคนหนึ่ง ที่เชื่อว่า “กำไร” ไม่เคยสำคัญไปกว่า “ความซื่อสัตย์” ชายคนนั้นชื่อ “ชูเกียรติ รวยเจริญทรัพย์”
 
ย้อนกลับไปราวปี พ.ศ. 2509 เขาลงมือสร้างโรงงานขนมด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองบนถนนเอกชัย–บางบอน ในเวลานั้น สินค้าที่สร้างชื่อให้โรงงานแม่รวย คือ “ข้าวเกรียบกุ้ง” ยอดขายกำลังเติบโตอย่างมาก ธุรกิจกำลังเดินหน้า ทุกอย่างดูเหมือนกำลังไปได้สวย แต่แล้ววันหนึ่งมีคู่แข่งจำนวนหนึ่งเริ่มใช้สีย้อมผ้า ซึ่งเป็นสารอันตรายมาผลิตข้าวเกรียบให้มีสีสันสดใส
 
สินค้าขายดิบขายดี ยอดขายพุ่งอย่างรวดเร็ว แต่คุณชูเกียรติกลับเลือกเดินอีกเส้นทาง แทนที่จะทำตามตลาด เขากลับตัดสินใจเลิกขายสินค้าที่กำลังทำเงิน พร้อมประโยคที่คนในวงการยังจดจำได้ “ขายดีแต่ทำร้ายลูกค้าเหมือนฆ่าเขาทางอ้อม กูไม่ทำ”
 
ภาพจาก https://citly.me/fzAP2

นั่นอาจเป็นวันที่เขาเสียยอดขาย แต่เป็นวันที่เขาได้ "ความเชื่อใจ" จากผู้บริโภค และบางครั้งความเชื่อใจ ก็มีค่ามากกว่ากำไรในระยะสั้น หลังจากนั้นเขาเริ่มต้นใหม่อีกครั้งด้วยการหันมาทำถั่วแผ่น ขับรถขายของเอง เดินเข้าหาร้านค้าทีละร้าน สิ่งที่เขาเอาติดรถไปด้วย ไม่ได้มีแค่สินค้าตัวอย่าง แต่ยังมี “ค้อนกับตะปู” เพราะหากร้านค้าของลูกค้ามีอะไรชำรุด เขาก็จะได้ช่วยซ่อมให้
 
เพราะสำหรับเขาการขายของไม่ได้จบลงตอนส่งสินค้า แต่มันเริ่มต้นจากการสร้างความสัมพันธ์ เวลาผ่านไปบททดสอบใหม่ก็มาถึง เมื่อคนที่เคยคิดสูตรขนมให้แยกตัวออกไป หลายคนอาจมองว่านี่คือจุดจบ แต่คุณชูเกียรติกลับมองว่านี่คือโอกาสที่จะสร้างธุรกิจของตัวเองขึ้นมา เขาใช้เวลาลองผิดลองถูกอยู่ในห้องครัว ทดลองครั้งแล้วครั้งเล่า
 
จนในที่สุด ถั่วลิสงเคลือบกะทิก็ถือกำเนิดขึ้นในปี 2519 และพร้อมกันนั้นแบรนด์ที่ชื่อว่า "โก๋แก่" ก็ถือกำเนิดขึ้นเช่นกัน ชื่อแปลก โลโก้แปลก เด็กหนุ่มผมฟูสวมแว่นดำใส่ชุดยูโด แต่กลับทำให้หลายคนหัวเราะ หลายคนบอกว่าขายไม่ได้
 
แต่คุณชูเกียรติกลับเชื่อว่า ถ้าแบรนด์ไม่มีคนจำก็ไม่มีวันเติบโต ช่วงแรกก็เป็นอย่างที่หลายคนพูด สินค้าขายไม่ดี เขาจึงกลับมานั่งคิดว่าปัญหาอยู่ตรงไหน คำตอบไม่ได้อยู่ที่รสชาติแต่อยู่ที่ "ซอง"
 
ในเวลานั้น บรรจุภัณฑ์เป็นซองทึบ ลูกค้ามองไม่เห็นสินค้าด้านใน เขาจึงตัดสินใจเปลี่ยนเป็นซองใสให้คนเห็นถั่วทุกเม็ดก่อนตัดสินใจซื้อ การเปลี่ยนแค่บรรจุภัณฑ์เพียงแค่ครั้งเดียว กลับเปลี่ยนอนาคตของทั้งแบรนด์ ยอดขายเริ่มเติบโตถั่วลิสงเคลือบกะทิโก๋แก่เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น จากนั้นสโลแกน "มันทุกเม็ด" ค่อยๆ กลายเป็นคำที่ติดอยู่ในความทรงจำของคนไทยทั้งประเทศ
 
ภาพจาก www.kohkae.com
 
ปี 2520 จากโรงงานเล็กๆ ย่านเอกชัย-บางบอน ได้กลายเป็นโรงงานขนาดใหญ่บนถนนพระราม 2 จากพนักงานไม่กี่คนกลายเป็นธุรกิจที่ส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ เป็นอาณาจักร "แม่รวย" ที่มีบุคลากรกว่า 1,400 คน พร้อมได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล ทั้ง ISO 9001, GMP และ HACCP สะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่ยึดมั่นในคุณภาพมาตลอดหลายทศวรรษ
 
จากนั้นเครืออาณาจักรได้ถูกส่งไม้ต่อไปยังทายาทรุ่นที่ 2 คือ คุณจุมภฎ รวยเจริญทรัพย์ และคุณกฤษดา รวยเจริญทรัพย์ ที่เข้ามาต่อยอดแบรนด์ให้ก้าวทันโลกยุคใหม่ โดยยังคงรักษาหัวใจสำคัญที่ผู้ก่อตั้งวางเอาไว้ 
 
พวกเขาไม่ได้หยุดอยู่แค่ถั่วเคลือบกะทิที่คนไทยคุ้นเคย แต่ขยายไลน์สินค้าไปสู่กลุ่มถั่วพรีเมียม พัฒนารสชาติใหม่ๆ อย่างวาซาบิ ต้มยำ และอีกหลากหลายผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในแต่ละยุคสมัย
 
"โก๋แก่" ไม่ได้เป็นเพียงขนมขบเคี้ยวที่อยู่ในความทรงจำของคนไทยอีกต่อไป แต่เติบโตขึ้นเป็นแบรนด์ระดับพันล้าน ครองส่วนแบ่งตลาดสแน็กกลุ่มถั่วในประเทศไทยมากกว่า 50% ของตลาด พร้อมขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายไปยัง 17 ประเทศ และส่งออกผลิตภัณฑ์ไปไกลกว่า 50 ประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย เยอรมนี หรือจีน
 
จากถั่วหนึ่งเม็ด... สู่แบรนด์ไทยที่เดินทางไกลไปทั่วโลก นั่นคือผลลัพธ์ของเมล็ดพันธุ์แห่งความซื่อสัตย์และความเชื่อใจ ที่คุณชูเกียรติเป็นผู้ลงมือปลูกไว้ตั้งแต่วันแรก

ภาพจาก www.facebook.com/KohFanClub
 
ส่วนผลประกอบการ บริษัท โรงงานแม่รวย จำกัด เจ้าของแบรนด์ “โก๋แก่” 
  • ปี 2565 รายได้ 2,398,387,059 บาท กำไร 12,563,492 บาท 
  • ปี 2566 รายได้ 2,720,793,667 บาท กำไร 12,296,008 บาท
  • ปี 2567 รายได้ 2,915,096,919 บาท กำไร 18,354,257 บาท
  • ปี 2568 รายได้ 3,206,595,457 บาท กำไร 20,161,536 บาท 
วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 คุณชูเกียรติ รวยเจริญทรัพย์ จากโลกนี้ไปอย่างสงบ แต่สิ่งที่ท่านสร้างไว้ยังคงอยู่ในซองโก๋แก่ทุกซอง อยู่ในเด็กหนุ่มแว่นดำชุดยูโดที่คนไทยเห็นมาตั้งแต่วัยเด็ก และอยู่ในบทเรียนสำคัญที่สุดของการทำธุรกิจ
 
ธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ไม่ได้เกิดจากการขายของเก่งที่สุดเสมอไป แต่อาจเกิดจากการรักษาความเชื่อใจของลูกค้าได้ยาวนานที่สุด เพราะสุดท้ายแล้วผู้คนอาจลืมว่าใครเป็นคนขาย แต่จะไม่มีวันลืมว่าใครคือคนที่ทำให้ลูกค้า "เชื่อใจ"
 
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ยอดวิว TikTok สำคัญแค่ไหน? วิธี เปลี่ยนคนดูให้กล..
970
คู่มือเลือกเว็บปั้มไลค์สำหรับผู้ประกอบการ SME แล..
960
ธุรกิจเพิ่งเริ่ม คนยังไม่รู้จัก ควรสร้าง Social ..
827
ปั้นยอดวิวเอง หรือ ใช้เว็บปั้มวิว ? เปรียบเทียบ..
822
Indomie มาม่าขายดีในแอฟริกา 4,500 ล้านซอง/ปี! เบ..
396
ร้านฮาร์ดแวร์ท้องถิ่นมีหนาว! Dohome ToGo ย่อขนาด..
362
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด