บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
258
2 นาที
13 กรกฎาคม 2569
ย้อนตำนาน "ชูเกียรติ รวยเจริญทรัพย์" ผู้สร้าง "โก๋แก่" ขายความซื่อสัตย์ ไม่ขายกำไร
 

ในวันที่ร้านสะดวกซื้อแทบทุกแห่งมีขนมวางเรียงเต็มชั้นวาง มีถั่วให้เลือกนับสิบยี่ห้อ มีสินค้าจากทั่วโลกแข่งขันกันอย่างดุเดือด แต่มีอยู่แบรนด์หนึ่ง ที่คนไทยแทบทุกคนจำได้ตั้งแต่ยังเด็ก นั่นคือ “โก๋แก่”
 
แค่เห็นเด็กหนุ่มผมฟู สวมแว่นดำ ใส่ชุดยูโด หลายคนก็รู้ทันทีว่าข้างในคือถั่วลิสงเคลือบกะทิ ที่มาพร้อมคำว่า "มันทุกเม็ด" แต่มีคนไม่มากนักที่รู้ว่าเบื้องหลังแบรนด์นี้ ไม่ได้เริ่มต้นจากโรงงานใหญ่ ไม่ได้เริ่มจากเงินทุนมหาศาล และไม่ได้เกิดจากโชคช่วย แต่มันเริ่มต้นจากชายคนหนึ่ง ที่เชื่อว่า “กำไร” ไม่เคยสำคัญไปกว่า “ความซื่อสัตย์” ชายคนนั้นชื่อ “ชูเกียรติ รวยเจริญทรัพย์”
 
ย้อนกลับไปราวปี พ.ศ. 2509 เขาลงมือสร้างโรงงานขนมด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองบนถนนเอกชัย–บางบอน ในเวลานั้น สินค้าที่สร้างชื่อให้โรงงานแม่รวย คือ “ข้าวเกรียบกุ้ง” ยอดขายกำลังเติบโตอย่างมาก ธุรกิจกำลังเดินหน้า ทุกอย่างดูเหมือนกำลังไปได้สวย แต่แล้ววันหนึ่งมีคู่แข่งจำนวนหนึ่งเริ่มใช้สีย้อมผ้า ซึ่งเป็นสารอันตรายมาผลิตข้าวเกรียบให้มีสีสันสดใส
 
สินค้าขายดิบขายดี ยอดขายพุ่งอย่างรวดเร็ว แต่คุณชูเกียรติกลับเลือกเดินอีกเส้นทาง แทนที่จะทำตามตลาด เขากลับตัดสินใจเลิกขายสินค้าที่กำลังทำเงิน พร้อมประโยคที่คนในวงการยังจดจำได้ “ขายดีแต่ทำร้ายลูกค้าเหมือนฆ่าเขาทางอ้อม กูไม่ทำ”
 
ภาพจาก https://citly.me/fzAP2

นั่นอาจเป็นวันที่เขาเสียยอดขาย แต่เป็นวันที่เขาได้ "ความเชื่อใจ" จากผู้บริโภค และบางครั้งความเชื่อใจ ก็มีค่ามากกว่ากำไรในระยะสั้น หลังจากนั้นเขาเริ่มต้นใหม่อีกครั้งด้วยการหันมาทำถั่วแผ่น ขับรถขายของเอง เดินเข้าหาร้านค้าทีละร้าน สิ่งที่เขาเอาติดรถไปด้วย ไม่ได้มีแค่สินค้าตัวอย่าง แต่ยังมี “ค้อนกับตะปู” เพราะหากร้านค้าของลูกค้ามีอะไรชำรุด เขาก็จะได้ช่วยซ่อมให้
 
เพราะสำหรับเขาการขายของไม่ได้จบลงตอนส่งสินค้า แต่มันเริ่มต้นจากการสร้างความสัมพันธ์ เวลาผ่านไปบททดสอบใหม่ก็มาถึง เมื่อคนที่เคยคิดสูตรขนมให้แยกตัวออกไป หลายคนอาจมองว่านี่คือจุดจบ แต่คุณชูเกียรติกลับมองว่านี่คือโอกาสที่จะสร้างธุรกิจของตัวเองขึ้นมา เขาใช้เวลาลองผิดลองถูกอยู่ในห้องครัว ทดลองครั้งแล้วครั้งเล่า
 
จนในที่สุด ถั่วลิสงเคลือบกะทิก็ถือกำเนิดขึ้นในปี 2519 และพร้อมกันนั้นแบรนด์ที่ชื่อว่า "โก๋แก่" ก็ถือกำเนิดขึ้นเช่นกัน ชื่อแปลก โลโก้แปลก เด็กหนุ่มผมฟูสวมแว่นดำใส่ชุดยูโด แต่กลับทำให้หลายคนหัวเราะ หลายคนบอกว่าขายไม่ได้
 
แต่คุณชูเกียรติกลับเชื่อว่า ถ้าแบรนด์ไม่มีคนจำก็ไม่มีวันเติบโต ช่วงแรกก็เป็นอย่างที่หลายคนพูด สินค้าขายไม่ดี เขาจึงกลับมานั่งคิดว่าปัญหาอยู่ตรงไหน คำตอบไม่ได้อยู่ที่รสชาติแต่อยู่ที่ "ซอง"
 
ในเวลานั้น บรรจุภัณฑ์เป็นซองทึบ ลูกค้ามองไม่เห็นสินค้าด้านใน เขาจึงตัดสินใจเปลี่ยนเป็นซองใสให้คนเห็นถั่วทุกเม็ดก่อนตัดสินใจซื้อ การเปลี่ยนแค่บรรจุภัณฑ์เพียงแค่ครั้งเดียว กลับเปลี่ยนอนาคตของทั้งแบรนด์ ยอดขายเริ่มเติบโตถั่วลิสงเคลือบกะทิโก๋แก่เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น จากนั้นสโลแกน "มันทุกเม็ด" ค่อยๆ กลายเป็นคำที่ติดอยู่ในความทรงจำของคนไทยทั้งประเทศ
 
ภาพจาก www.kohkae.com
 
ปี 2520 จากโรงงานเล็กๆ ย่านเอกชัย-บางบอน ได้กลายเป็นโรงงานขนาดใหญ่บนถนนพระราม 2 จากพนักงานไม่กี่คนกลายเป็นธุรกิจที่ส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ เป็นอาณาจักร "แม่รวย" ที่มีบุคลากรกว่า 1,400 คน พร้อมได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล ทั้ง ISO 9001, GMP และ HACCP สะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่ยึดมั่นในคุณภาพมาตลอดหลายทศวรรษ
 
จากนั้นเครืออาณาจักรได้ถูกส่งไม้ต่อไปยังทายาทรุ่นที่ 2 คือ คุณจุมภฎ รวยเจริญทรัพย์ และคุณกฤษดา รวยเจริญทรัพย์ ที่เข้ามาต่อยอดแบรนด์ให้ก้าวทันโลกยุคใหม่ โดยยังคงรักษาหัวใจสำคัญที่ผู้ก่อตั้งวางเอาไว้ 
 
พวกเขาไม่ได้หยุดอยู่แค่ถั่วเคลือบกะทิที่คนไทยคุ้นเคย แต่ขยายไลน์สินค้าไปสู่กลุ่มถั่วพรีเมียม พัฒนารสชาติใหม่ๆ อย่างวาซาบิ ต้มยำ และอีกหลากหลายผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในแต่ละยุคสมัย
 
"โก๋แก่" ไม่ได้เป็นเพียงขนมขบเคี้ยวที่อยู่ในความทรงจำของคนไทยอีกต่อไป แต่เติบโตขึ้นเป็นแบรนด์ระดับพันล้าน ครองส่วนแบ่งตลาดสแน็กกลุ่มถั่วในประเทศไทยมากกว่า 50% ของตลาด พร้อมขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายไปยัง 17 ประเทศ และส่งออกผลิตภัณฑ์ไปไกลกว่า 50 ประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย เยอรมนี หรือจีน
 
จากถั่วหนึ่งเม็ด... สู่แบรนด์ไทยที่เดินทางไกลไปทั่วโลก นั่นคือผลลัพธ์ของเมล็ดพันธุ์แห่งความซื่อสัตย์และความเชื่อใจ ที่คุณชูเกียรติเป็นผู้ลงมือปลูกไว้ตั้งแต่วันแรก

ภาพจาก www.facebook.com/KohFanClub
 
ส่วนผลประกอบการ บริษัท โรงงานแม่รวย จำกัด เจ้าของแบรนด์ “โก๋แก่” 
  • ปี 2565 รายได้ 2,398,387,059 บาท กำไร 12,563,492 บาท 
  • ปี 2566 รายได้ 2,720,793,667 บาท กำไร 12,296,008 บาท
  • ปี 2567 รายได้ 2,915,096,919 บาท กำไร 18,354,257 บาท
  • ปี 2568 รายได้ 3,206,595,457 บาท กำไร 20,161,536 บาท 
วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 คุณชูเกียรติ รวยเจริญทรัพย์ จากโลกนี้ไปอย่างสงบ แต่สิ่งที่ท่านสร้างไว้ยังคงอยู่ในซองโก๋แก่ทุกซอง อยู่ในเด็กหนุ่มแว่นดำชุดยูโดที่คนไทยเห็นมาตั้งแต่วัยเด็ก และอยู่ในบทเรียนสำคัญที่สุดของการทำธุรกิจ
 
ธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ไม่ได้เกิดจากการขายของเก่งที่สุดเสมอไป แต่อาจเกิดจากการรักษาความเชื่อใจของลูกค้าได้ยาวนานที่สุด เพราะสุดท้ายแล้วผู้คนอาจลืมว่าใครเป็นคนขาย แต่จะไม่มีวันลืมว่าใครคือคนที่ทำให้ลูกค้า "เชื่อใจ"
 
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
TPC Pizza ร้านพิซซ่าของกัมพูชา 100% ถอยห่างทุนไท..
421
ลิขสิทธิ์บอลโลก 1,700 ล้าน จอดำไม่ไหว ทำไปไม่คุ้ม
396
โนโวเทล กรุงเทพ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต นิยามใหม่แห..
393
IPPE KOPPE ร้านแกงกะหรี่ญี่ปุ่น จิ๊กซอว์ใหม่ MAG..
386
อวสานคาเฟ่ ยุค 80 ต้นทุนสูง คนทำไม่ไหว ตลก นักร้..
359
ย้อนตำนาน "อาจารย์ยอด" จากคนเขียนโปสเตอร์หนัง สู..
341
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด