บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
266
3 นาที
23 มิถุนายน 2569
สุดปรารถนา ยุค 90 สังคม ผู้คน ที่สุด
 
 
สังคมไทยผ่านช่วงเวลาต่างๆ มามากมายพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิต ถ้าดูจากอดีตมาถึงตอนนี้จะพบว่ามีหลายอย่างที่หายไปและมีอีกหลายอย่างที่เข้ามาแทนที่ ถ้าลองย้อนไปดูในแต่ยุคสมัยของสังคมไทยจะแบ่งออกเป็นช่วงๆ ได้ดังนี้
 
ยุค 70s พ.ศ.2513 – 2522
 
มองในด้านวิถีชีวิตและผู้คน ยุคนี้คนมีความตื่นตัวทางสังคมสูง มีนิสิตนักศึกษาที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำความคิด วงการวรรณกรรมและศิลป#fakenostalgia 
 
และถือเป็นยุคทองของบรรดาเพลงเพื่อชีวิตที่หลายวงโด่งดัง รวมถึงเป็นยุคที่แฟชั่นเริ่มได้รับอิทธิพลจากชาติตะวันตกมากขึ้น ทางด้านเทคโนโลยี ยังเป็นอนาล็อก วิทยุ AM/FM , หนังสือพิมพ์ , โทรทัศน์ที่ส่วนใหญ่ยังเป็นจอขาวดำ 


ภาพจาก https://app.envato.com
 
ยุค 80 พ.ศ.2523- 2532
 
ในยุคนี้เศรษฐกิจไทยเริ่มเปลี่ยนจากเกษตรกรรมเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม เมืองใหญ่เริ่มพัฒนาตัวเองอย่างรวดเร็ว เป็นยุคที่วัยรุ่นเริ่มมีพื้นที่ในการแสดงออกมากขึ้น ในด้านวงการบันเทิงก็เริ่มมีค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ปรากฏไม่ว่าจะแกรมมี่ , อาร์เอส , คีตา มีวงดนตรีขวัญใจในยุคนี้อย่างวงแกรนด์เอ็กซ์หรือวงดนตรีล้วนอย่าง สาว สาว สาว ส่วนทางด้านเทคโนโลยีโทรทัศน์จอสีเป็นสิ่งที่ต้องมีทุกบ้าน รวมถึงวีดีโอเทป ที่เริ่มเข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมให้คนดูหนังได้จากที่บ้าน
 
ยุค 90s พ.ศ.2533 – 2542 
 
เป็นยุคที่เศรษฐกิจโตสุดขีด ก่อนจะต้องหยุดชะงักด้วยวิกฤติต้มยำกุ้งในปี 2540 เป็นยุคที่คนส่วนใหญ่มีความสุขกับการใช้ชีวิต มีไลฟ์สไตล์ที่เป็นสากลมากขึ้น 
 
เป็นยุคทองของเพลงคาสเซ็ท แฟชั่นก็เติบโตถึงขีดสุด มีหนังแนววัยรุ่นที่โด่งดังในยุคนี้และมีดาราขวัญใจวัยรุ่นจำนวนมาก ในด้านเทคโนยีเราได้รู้จักกับเพจเจอร์ , มีตู้โทรศัพท์สาธารณะแบบหยอดเหรียญ , ตู้สติ๊กเกอร์ และอีกหลายอย่างที่กลายมาเป็นภาพแห่งความทรงจำในยุคต่อๆมา
 
ยุค 2000s พ.ศ. 2543 – 2552 
 
ในช่วงเวลานี้สังคมไทยฟื้นตัวจากวิกฤตเศรษฐกิจและก้าวสู่ยุคโลกาภิวัตน์อย่างเต็มตัว ผู้คนเริ่มคุ้นเคยกับการจัดการชีวิตผ่านระบบออนไลน์ การส่ง SMS หากันแทนการโทร ในด้านความบันเทิงถือเป็นยุคที่กระแส T-Pop , J-Rock , J-Pop ดังมากก่อนที่กระแสของ K-Pop จะเริ่มเข้ามา ในด้านเทคโนโลยี โทรศัพท์มือถือ เช่น Nokia 3310 กลายเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกคนต้องมี ยุคนี้คือยุคบุกเบิกของโซเชียลมีเดียและคอมมูนิตี้ออนไลน์ เช่น MSN Messenger , แชตรูมของ Sanook/Hunsa เป็นต้น


ภาพจาก https://app.envato.com
 
ยุค 2010s พ.ศ.2553 – 2562 
 
เป็นยุคที่อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและสมาร์ตโฟนเข้ามามีบทบาท ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปอย่างสิ้นเชิง เริ่มเข้าสู่ยุคสังคมก้มหน้า เกิดอาชีพใหม่ๆ เช่น บล็อกเกอร์, ยูทูบเบอร์, และอินฟลูเอนเซอร์ 
 
เป็นยุคที่วงการเพลงต้องปรับตัวจากออกอัลบั้มกลายเป็นซิงเกิลและการปล่อยมิวสิกวิดีโอทาง YouTube สื่อโซเชี่ยลมีเดียได้รับความนิยมมากทั้ง Facebook, Twitter (X), Instagram และ LINE
 
ยุค 2020s พ.ศ.2563 - ปัจจุบัน
 
หลังจากที่ก้าวผ่านวิกฤติโควิด -19 ทำให้สังคมเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเราเริ่มใช้ชีวิตแบบผสมผสานทั้งการทำงานที่บ้าน (Work from Home) สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) และเป็นยุคที่เราก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มตัว 
 
ด้านความบันเทิงก็เปลี่ยนไปชัดเจน สตรีมมิง อย่างNetflix, Spotify กลายเป็นช่องทางหลัก TikTok มีอิทธิพลกับพฤติกรรมการบริโภคมาก รวมถึงการได้รู้จักกับ AI ที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันและการทำงานมากขึ้น
 
สังคมยุค 90 ช่วงเวลาแห่งความทรงจำ! ที่คนพูดถึงมากที่สุด
 

ภาพจาก https://app.envato.com

ถ้าถามว่าในทุกยุคที่ผ่านมาช่วงเวลาไหนที่คนพูดถึงมากที่สุด แน่นอนว่าคำตอบคือ ยุค 90 ซึ่งสามารถวิเคราะห์เหตุผลที่น่าสนใจออกมาได้หลายประเด็นคือ
 
1.มนต์เสน่ห์ของเทคโนโลยีที่ไม่เคยลืม
 
นึกภาพง่ายๆว่าคนที่โตมาในยุคนี้คือกลุ่มสุดท้ายที่รู้วิธีการใช้ชีวิตแบบไม่มีอินเทอร์เน็ต เทคโนโลยีในยุค 90s ไม่ได้มาในรูปแบบของแอปพลิเคชันเหมือนปัจจุบัน เทคโนโลยียุคนั้นแต่ละชิ้นมักทำหน้าที่ได้แค่อย่างเดียวยกตัวอย่าง
 
เพจเจอร์ ที่เราต้องโทรไปหาโอเปอเรเตอร์เพื่อบอกข้อความให้เขาพิมพ์ส่งไปเข้าเครื่องของปลายทาง เสน่ห์ก็คือการต้องพูดเรื่องสำคัญเช่นบอกรัก , ประโยคซึ้งๆ ให้คนอื่นฟังก่อน จึงนำมาซึ่งการคิดโค้ดลับระหว่างกันในการส่งข้อความที่ป้องกันไม่ให้คนอื่นรู้
 
ตู้โทรศัพท์สาธารณะ วัยรุ่นยุคนั้นจำภาพได้ดีกับการที่ต้องต่อคิวเพื่อจะคุยโทรศัพท์ บางทีเหรียญหมดก็ต้องขอยืมเหรียญจากคนอื่น หรือแม้แต่คุยๆ อยู่เหรียญหมด พูดไม่ทันจบ , เหตุการณ์ตู้โทรศัพท์กินเหรียญ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้กลายเป็นความทรงจำที่ยากจะลืมแม้เวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ตาม
 
ซาวด์เบาท์และม้วนเทป การฟังเพลงในยุคนี้มีเสน่ห์มาก จำภาพกันได้ดีกับการกรอเทปคาสเซ็ทด้วยปากกาลูกลื่น หรือการรอคอยอัลบั้มของศิลปินคนโปรดที่มีกำหนดวางแผน แฟนเพลงจะตั้งตารอเพื่อให้ได้ซื้อเป็นคนแรกๆ และยังมีอีกหลายเทคโนโลยีที่เป็นภาพจำอย่างการดูภาพยนตร์จากวิดีโอเทป (VHS) ก่อนจะก้าวเข้าสู่ยุคแผ่นซีดีและดีวีดี รวมถึงการเล่นเกมจากเครื่องเกมคอนโซลต่างๆ อย่างแฟมิลี่ หรือ PlayStation 1 ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่แตกต่างจากปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง
 
2.เสน่ห์ของความพยายามและการรอคอย
 

ภาพจาก https://app.envato.com

มองที่ยุคนี้อยากรู้อะไรก็ได้รู้ทันที อยากได้อะไรก็สั่งซื้อได้เลย แต่ในยุค 90 นั้นแตกต่างเสน่ห์ของความพยายามและการรอคอยคืออีกหนึ่งภาพจำที่ไม่เคยลืม อย่างเช่น 
  • ถ้าอยากฟังเพลงโปรด ต้องนั่งเฝ้าหน้าวิทยุเพื่อกดอัดเทปคาสเซ็ตต์ให้ทัน หรือเก็บเงินไปซื้อเทปที่ร้าน 
  • ถ้าอยากคุยกับเพื่อนต้องหยอดเหรียญตู้โทรศัพท์สาธารณะ หรือเขียนจดหมายส่งทางไปรษณีย์ 
  • ถ้าอยากถ่ายรูปก็ไม่รู้ทันทีว่าภาพนั้นจะออกมาสวยหรือเปล่าเพราะต้องส่งไปอัดรูปที่ร้านก่อน 
ซึ่งพฤติกรรมของคนที่ต้องใช้เวลาและความตั้งใจ เหล่านี้มีความหมายลึกซึ้ง ใครที่ไม่เคยได้สัมผัสช่วงเวลาแบบนี้จะไม่รู้เลยว่าความสุขตอนนั้นมันเป็นอย่างไร
 
3.ยุคทองของการสร้างสรรค์แบบลองผิดลองถูก
 
ทุกวันนี้เราสามารถดึงข้อมูลรู้พฤติกรรมผู้บริโภคได้ว่าต้องการสินค้าแบบไหนอย่างไร แต่ในยุค 90 คือสิ่งที่ยังทำไม่ได้ ตัวอย่างที่เด่นชัดคือวงการเพลงในยุคนั้นที่ต้องลองผิดลองถูกในเรื่องเนื้อหา แนวทางของเพลง เพื่อดูว่าตลาดต้องการแบบไหน บางอัลบั้มออกมาแล้วดังสุดๆ ในขณะที่บางอัลบั้มออกมายอดขายไม่โต 
 
ในยุคนั้นเราจึงได้เห็นศิลปินที่แหวกแนวทั้งป๊อบ , ร็อค , อินดี้ รวมถึงแนวอัลเทอร์เนทีฟ ซึ่งศิลปินแต่ละคนก็จะมีแนวทางของตัวเองมีเสน่ห์ในการทำเพลงที่เป็นเอกลัษณ์เราจึงเห็นความสำเร็จของศิลปินในยุคนั้นแจ้งเกิดได้จำนวนมาก
 
4.ยุคสังคมที่คนพูดคุยแบบเจอหน้า / นัดรวมตัว
 

ภาพจาก https://app.envato.com

คนในยุคนี้มีเวลาอยู่กับครอบครัวและเพื่อนฝูง มีกิจกรรมนอกบ้าน มีการรวมกลุ่มกันดูหนังฟังเพลง โดยเฉพาะการรวมตัวกันในแหล่งวัยรุ่นอย่าง เซ็นเตอร์พอยท์ , สยามสแควร์ หรือห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ วิถีชีวิตที่ดูเหมือนจะวุ่นวายแต่ได้สร้างความสุขเล็กๆ ทำให้คนมีความผูกพันมีปฏิสัมพันธ์มากกว่าคนในยุคดิจิทัล
 
5.การแชร์ความสุขในการรับรู้ทุกคอนเทนต์ร่วมกัน
 
ภาพจำง่ายๆคือสังคมไทยยุคนั้นเสพสื่อกระแสหลักพร้อมกัน เช่นละครตอนเย็น หรือละครหลังข่าว เรื่องไหนดังเรื่องไหนฮิต ทำให้คนรีบกลับบ้านเพื่อมาดูละครนั้นๆ ร่วมกัน ก่อให้เกิดบทสนทนาที่มีความรู้สึกร่วม เช่นคำพูดฮิตๆ เพลงท่อนฮิต ที่พูดขึ้นมาใครๆ ก็รู้ทันที 
 
กลายเป็นความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นแบบไม่รู้ตัวระหว่างเพื่อนหรือครอบครัว ที่แตกต่างจากยุคนี้ที่บางทีคนหนึ่งดู TikTok อีกคนดู Netflix อีกคนเล่น Facebook แม้จะนั่งอยู่ใกล้ๆกันแต่ก็ต่างคนต่างอยู่ในโลกส่วนตัวของตนเอง
 
ปัจจุบันคนที่เกิดหรือเติบโตในยุค 90s มีอายุประมาณ 30-45 ปี ตอนนี้ได้กลายมาเป็น ประชากรกลุ่มใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูงเป็นช่วงวัยที่มั่นคงในหน้าที่การงาน 
 
บางคนเป็นผู้บริหาร เป็นเจ้าของกิจการ และการที่ต้องเผชิญกับภาวะ Burnout ในบางเวลาทำให้คนกลุ่มนี้หันไปมองในอดีตที่ตัวเองเคยผ่านมา นำไปสู่การฟังเพลงยุคนั้น แต่งตัวย้อนยุค ที่ทำให้ตัวเองได้เหมือนกลับไปในช่วงเวลาแห่งความสุข 
 
แต่กลายเป็นการกระตุ้นให้คน Gen Z ที่ส่วนใหญ่โตมากับความสมบูรณ์แบบ และไม่เคยรู้เสน่ห์ของยุค 90 ว่าเป็นอย่างไร 
 
เกิดเป็นเทรนด์ที่เรียกว่า Fake Nostalgia หรือการโหยหาอดีตในยุคที่ตัวเองเกิดไม่ทัน ทำให้เห็นภาพวัยรุ่นยุคนี้บางคนหาซื้อกล้องถ่ายภาพยุคเก่า , ฟังเพลงยุค 90 หรือการแต่งตัวแบบวัยรุ่นในยุค 90 ทุกอย่างเกิดจากความคลาสสิกและอัตลักษณ์ที่สูงมาก ส่งอิทธิพลมาถึงคนรุ่นนี้ให้ยอมรับอย่างไม่รู้ตัว
 
อ้างอิง : 

ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 

บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
อวสานเด็กจบใหม่! คนใหม่ไม่รับ คนออกไม่เพิ่ม
447
อวสานร้านขายของฝาก ของล้น คนซื้อหาย คนขายพัง
443
Hidden Margin ที่ซ่อนอยู่ในสตรีทฟู้ด ขายได้กำไรม..
435
กาแฟ เต็มเชียงใหม่! ทุก 160 เมตร เจอ 1 ร้าน
423
วางแผนอนาคตให้ยืดหยุ่นได้ ด้วยเทคนิคทำสินเชื่อรถ..
420
อวสานร้านคาเฟ่ติดแกลม ลงทุนสูง ลูกค้าไม่ซ้ำ คนทำ..
417
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด