บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
327
3 นาที
23 มิถุนายน 2569
สุดปรารถนา ยุค 90 สังคม ผู้คน ที่สุด
 
 
สังคมไทยผ่านช่วงเวลาต่างๆ มามากมายพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิต ถ้าดูจากอดีตมาถึงตอนนี้จะพบว่ามีหลายอย่างที่หายไปและมีอีกหลายอย่างที่เข้ามาแทนที่ ถ้าลองย้อนไปดูในแต่ยุคสมัยของสังคมไทยจะแบ่งออกเป็นช่วงๆ ได้ดังนี้
 
ยุค 70s พ.ศ.2513 – 2522
 
มองในด้านวิถีชีวิตและผู้คน ยุคนี้คนมีความตื่นตัวทางสังคมสูง มีนิสิตนักศึกษาที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำความคิด วงการวรรณกรรมและศิลป#fakenostalgia 
 
และถือเป็นยุคทองของบรรดาเพลงเพื่อชีวิตที่หลายวงโด่งดัง รวมถึงเป็นยุคที่แฟชั่นเริ่มได้รับอิทธิพลจากชาติตะวันตกมากขึ้น ทางด้านเทคโนโลยี ยังเป็นอนาล็อก วิทยุ AM/FM , หนังสือพิมพ์ , โทรทัศน์ที่ส่วนใหญ่ยังเป็นจอขาวดำ 


ภาพจาก https://app.envato.com
 
ยุค 80 พ.ศ.2523- 2532
 
ในยุคนี้เศรษฐกิจไทยเริ่มเปลี่ยนจากเกษตรกรรมเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม เมืองใหญ่เริ่มพัฒนาตัวเองอย่างรวดเร็ว เป็นยุคที่วัยรุ่นเริ่มมีพื้นที่ในการแสดงออกมากขึ้น ในด้านวงการบันเทิงก็เริ่มมีค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ปรากฏไม่ว่าจะแกรมมี่ , อาร์เอส , คีตา มีวงดนตรีขวัญใจในยุคนี้อย่างวงแกรนด์เอ็กซ์หรือวงดนตรีล้วนอย่าง สาว สาว สาว ส่วนทางด้านเทคโนโลยีโทรทัศน์จอสีเป็นสิ่งที่ต้องมีทุกบ้าน รวมถึงวีดีโอเทป ที่เริ่มเข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมให้คนดูหนังได้จากที่บ้าน
 
ยุค 90s พ.ศ.2533 – 2542 
 
เป็นยุคที่เศรษฐกิจโตสุดขีด ก่อนจะต้องหยุดชะงักด้วยวิกฤติต้มยำกุ้งในปี 2540 เป็นยุคที่คนส่วนใหญ่มีความสุขกับการใช้ชีวิต มีไลฟ์สไตล์ที่เป็นสากลมากขึ้น 
 
เป็นยุคทองของเพลงคาสเซ็ท แฟชั่นก็เติบโตถึงขีดสุด มีหนังแนววัยรุ่นที่โด่งดังในยุคนี้และมีดาราขวัญใจวัยรุ่นจำนวนมาก ในด้านเทคโนยีเราได้รู้จักกับเพจเจอร์ , มีตู้โทรศัพท์สาธารณะแบบหยอดเหรียญ , ตู้สติ๊กเกอร์ และอีกหลายอย่างที่กลายมาเป็นภาพแห่งความทรงจำในยุคต่อๆมา
 
ยุค 2000s พ.ศ. 2543 – 2552 
 
ในช่วงเวลานี้สังคมไทยฟื้นตัวจากวิกฤตเศรษฐกิจและก้าวสู่ยุคโลกาภิวัตน์อย่างเต็มตัว ผู้คนเริ่มคุ้นเคยกับการจัดการชีวิตผ่านระบบออนไลน์ การส่ง SMS หากันแทนการโทร ในด้านความบันเทิงถือเป็นยุคที่กระแส T-Pop , J-Rock , J-Pop ดังมากก่อนที่กระแสของ K-Pop จะเริ่มเข้ามา ในด้านเทคโนโลยี โทรศัพท์มือถือ เช่น Nokia 3310 กลายเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกคนต้องมี ยุคนี้คือยุคบุกเบิกของโซเชียลมีเดียและคอมมูนิตี้ออนไลน์ เช่น MSN Messenger , แชตรูมของ Sanook/Hunsa เป็นต้น


ภาพจาก https://app.envato.com
 
ยุค 2010s พ.ศ.2553 – 2562 
 
เป็นยุคที่อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและสมาร์ตโฟนเข้ามามีบทบาท ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปอย่างสิ้นเชิง เริ่มเข้าสู่ยุคสังคมก้มหน้า เกิดอาชีพใหม่ๆ เช่น บล็อกเกอร์, ยูทูบเบอร์, และอินฟลูเอนเซอร์ 
 
เป็นยุคที่วงการเพลงต้องปรับตัวจากออกอัลบั้มกลายเป็นซิงเกิลและการปล่อยมิวสิกวิดีโอทาง YouTube สื่อโซเชี่ยลมีเดียได้รับความนิยมมากทั้ง Facebook, Twitter (X), Instagram และ LINE
 
ยุค 2020s พ.ศ.2563 - ปัจจุบัน
 
หลังจากที่ก้าวผ่านวิกฤติโควิด -19 ทำให้สังคมเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเราเริ่มใช้ชีวิตแบบผสมผสานทั้งการทำงานที่บ้าน (Work from Home) สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) และเป็นยุคที่เราก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มตัว 
 
ด้านความบันเทิงก็เปลี่ยนไปชัดเจน สตรีมมิง อย่างNetflix, Spotify กลายเป็นช่องทางหลัก TikTok มีอิทธิพลกับพฤติกรรมการบริโภคมาก รวมถึงการได้รู้จักกับ AI ที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันและการทำงานมากขึ้น
 
สังคมยุค 90 ช่วงเวลาแห่งความทรงจำ! ที่คนพูดถึงมากที่สุด
 

ภาพจาก https://app.envato.com

ถ้าถามว่าในทุกยุคที่ผ่านมาช่วงเวลาไหนที่คนพูดถึงมากที่สุด แน่นอนว่าคำตอบคือ ยุค 90 ซึ่งสามารถวิเคราะห์เหตุผลที่น่าสนใจออกมาได้หลายประเด็นคือ
 
1.มนต์เสน่ห์ของเทคโนโลยีที่ไม่เคยลืม
 
นึกภาพง่ายๆว่าคนที่โตมาในยุคนี้คือกลุ่มสุดท้ายที่รู้วิธีการใช้ชีวิตแบบไม่มีอินเทอร์เน็ต เทคโนโลยีในยุค 90s ไม่ได้มาในรูปแบบของแอปพลิเคชันเหมือนปัจจุบัน เทคโนโลยียุคนั้นแต่ละชิ้นมักทำหน้าที่ได้แค่อย่างเดียวยกตัวอย่าง
 
เพจเจอร์ ที่เราต้องโทรไปหาโอเปอเรเตอร์เพื่อบอกข้อความให้เขาพิมพ์ส่งไปเข้าเครื่องของปลายทาง เสน่ห์ก็คือการต้องพูดเรื่องสำคัญเช่นบอกรัก , ประโยคซึ้งๆ ให้คนอื่นฟังก่อน จึงนำมาซึ่งการคิดโค้ดลับระหว่างกันในการส่งข้อความที่ป้องกันไม่ให้คนอื่นรู้
 
ตู้โทรศัพท์สาธารณะ วัยรุ่นยุคนั้นจำภาพได้ดีกับการที่ต้องต่อคิวเพื่อจะคุยโทรศัพท์ บางทีเหรียญหมดก็ต้องขอยืมเหรียญจากคนอื่น หรือแม้แต่คุยๆ อยู่เหรียญหมด พูดไม่ทันจบ , เหตุการณ์ตู้โทรศัพท์กินเหรียญ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้กลายเป็นความทรงจำที่ยากจะลืมแม้เวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ตาม
 
ซาวด์เบาท์และม้วนเทป การฟังเพลงในยุคนี้มีเสน่ห์มาก จำภาพกันได้ดีกับการกรอเทปคาสเซ็ทด้วยปากกาลูกลื่น หรือการรอคอยอัลบั้มของศิลปินคนโปรดที่มีกำหนดวางแผน แฟนเพลงจะตั้งตารอเพื่อให้ได้ซื้อเป็นคนแรกๆ และยังมีอีกหลายเทคโนโลยีที่เป็นภาพจำอย่างการดูภาพยนตร์จากวิดีโอเทป (VHS) ก่อนจะก้าวเข้าสู่ยุคแผ่นซีดีและดีวีดี รวมถึงการเล่นเกมจากเครื่องเกมคอนโซลต่างๆ อย่างแฟมิลี่ หรือ PlayStation 1 ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่แตกต่างจากปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง
 
2.เสน่ห์ของความพยายามและการรอคอย
 

ภาพจาก https://app.envato.com

มองที่ยุคนี้อยากรู้อะไรก็ได้รู้ทันที อยากได้อะไรก็สั่งซื้อได้เลย แต่ในยุค 90 นั้นแตกต่างเสน่ห์ของความพยายามและการรอคอยคืออีกหนึ่งภาพจำที่ไม่เคยลืม อย่างเช่น 
  • ถ้าอยากฟังเพลงโปรด ต้องนั่งเฝ้าหน้าวิทยุเพื่อกดอัดเทปคาสเซ็ตต์ให้ทัน หรือเก็บเงินไปซื้อเทปที่ร้าน 
  • ถ้าอยากคุยกับเพื่อนต้องหยอดเหรียญตู้โทรศัพท์สาธารณะ หรือเขียนจดหมายส่งทางไปรษณีย์ 
  • ถ้าอยากถ่ายรูปก็ไม่รู้ทันทีว่าภาพนั้นจะออกมาสวยหรือเปล่าเพราะต้องส่งไปอัดรูปที่ร้านก่อน 
ซึ่งพฤติกรรมของคนที่ต้องใช้เวลาและความตั้งใจ เหล่านี้มีความหมายลึกซึ้ง ใครที่ไม่เคยได้สัมผัสช่วงเวลาแบบนี้จะไม่รู้เลยว่าความสุขตอนนั้นมันเป็นอย่างไร
 
3.ยุคทองของการสร้างสรรค์แบบลองผิดลองถูก
 
ทุกวันนี้เราสามารถดึงข้อมูลรู้พฤติกรรมผู้บริโภคได้ว่าต้องการสินค้าแบบไหนอย่างไร แต่ในยุค 90 คือสิ่งที่ยังทำไม่ได้ ตัวอย่างที่เด่นชัดคือวงการเพลงในยุคนั้นที่ต้องลองผิดลองถูกในเรื่องเนื้อหา แนวทางของเพลง เพื่อดูว่าตลาดต้องการแบบไหน บางอัลบั้มออกมาแล้วดังสุดๆ ในขณะที่บางอัลบั้มออกมายอดขายไม่โต 
 
ในยุคนั้นเราจึงได้เห็นศิลปินที่แหวกแนวทั้งป๊อบ , ร็อค , อินดี้ รวมถึงแนวอัลเทอร์เนทีฟ ซึ่งศิลปินแต่ละคนก็จะมีแนวทางของตัวเองมีเสน่ห์ในการทำเพลงที่เป็นเอกลัษณ์เราจึงเห็นความสำเร็จของศิลปินในยุคนั้นแจ้งเกิดได้จำนวนมาก
 
4.ยุคสังคมที่คนพูดคุยแบบเจอหน้า / นัดรวมตัว
 

ภาพจาก https://app.envato.com

คนในยุคนี้มีเวลาอยู่กับครอบครัวและเพื่อนฝูง มีกิจกรรมนอกบ้าน มีการรวมกลุ่มกันดูหนังฟังเพลง โดยเฉพาะการรวมตัวกันในแหล่งวัยรุ่นอย่าง เซ็นเตอร์พอยท์ , สยามสแควร์ หรือห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ วิถีชีวิตที่ดูเหมือนจะวุ่นวายแต่ได้สร้างความสุขเล็กๆ ทำให้คนมีความผูกพันมีปฏิสัมพันธ์มากกว่าคนในยุคดิจิทัล
 
5.การแชร์ความสุขในการรับรู้ทุกคอนเทนต์ร่วมกัน
 
ภาพจำง่ายๆคือสังคมไทยยุคนั้นเสพสื่อกระแสหลักพร้อมกัน เช่นละครตอนเย็น หรือละครหลังข่าว เรื่องไหนดังเรื่องไหนฮิต ทำให้คนรีบกลับบ้านเพื่อมาดูละครนั้นๆ ร่วมกัน ก่อให้เกิดบทสนทนาที่มีความรู้สึกร่วม เช่นคำพูดฮิตๆ เพลงท่อนฮิต ที่พูดขึ้นมาใครๆ ก็รู้ทันที 
 
กลายเป็นความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นแบบไม่รู้ตัวระหว่างเพื่อนหรือครอบครัว ที่แตกต่างจากยุคนี้ที่บางทีคนหนึ่งดู TikTok อีกคนดู Netflix อีกคนเล่น Facebook แม้จะนั่งอยู่ใกล้ๆกันแต่ก็ต่างคนต่างอยู่ในโลกส่วนตัวของตนเอง
 
ปัจจุบันคนที่เกิดหรือเติบโตในยุค 90s มีอายุประมาณ 30-45 ปี ตอนนี้ได้กลายมาเป็น ประชากรกลุ่มใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูงเป็นช่วงวัยที่มั่นคงในหน้าที่การงาน 
 
บางคนเป็นผู้บริหาร เป็นเจ้าของกิจการ และการที่ต้องเผชิญกับภาวะ Burnout ในบางเวลาทำให้คนกลุ่มนี้หันไปมองในอดีตที่ตัวเองเคยผ่านมา นำไปสู่การฟังเพลงยุคนั้น แต่งตัวย้อนยุค ที่ทำให้ตัวเองได้เหมือนกลับไปในช่วงเวลาแห่งความสุข 
 
แต่กลายเป็นการกระตุ้นให้คน Gen Z ที่ส่วนใหญ่โตมากับความสมบูรณ์แบบ และไม่เคยรู้เสน่ห์ของยุค 90 ว่าเป็นอย่างไร 
 
เกิดเป็นเทรนด์ที่เรียกว่า Fake Nostalgia หรือการโหยหาอดีตในยุคที่ตัวเองเกิดไม่ทัน ทำให้เห็นภาพวัยรุ่นยุคนี้บางคนหาซื้อกล้องถ่ายภาพยุคเก่า , ฟังเพลงยุค 90 หรือการแต่งตัวแบบวัยรุ่นในยุค 90 ทุกอย่างเกิดจากความคลาสสิกและอัตลักษณ์ที่สูงมาก ส่งอิทธิพลมาถึงคนรุ่นนี้ให้ยอมรับอย่างไม่รู้ตัว
 
อ้างอิง : 

ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 

บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ปี 2026 Digital Marketing ไม่ใช่แค่เรื่อง AI การ..
832
“วิ่งแลกของฟรี” แคมเปญตลาดสุดฮิต แบรนด์ดังแห่ทำ!..
555
99 Ranch Market ซูเปอร์มาเก็ตของคนเอเชียในสหรัฐ ..
374
ทิพย์เกิน! ขายดีจนเจ๊ง กำไรบนกระดาษ บริหารผิดพลา..
372
ธุรกิจการ์ดเกม 3.8 แสนล้านบาท! Rae Item ใบเดียวร..
359
อภิรักษ์ โกษะโยธิน กับวิสัยทัศน์เปลี่ยน LACO สู่..
357
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด