เจปังต้นตำรับไอติมย่างเนย เปิดตัวโมเดลใหม่ “ร้านนี้มีเจปัง” เจาะกลุ่ม B2B ร้านอาหาร/เครื่องดื่ม
เคล็ดลับสู่ความสำเร็จของธุรกิจร้านอาหารไม่ใช่แค่รสชาติและบริการที่ดี สิ่งที่ควรต้องมีคือการสร้างความประทับใจ ที่ทำให้ลูกค้าจำได้ อยากกลับมาใช้บริการซ้ำ และอยากบอกต่อให้คนอื่นรู้จักได้มาใช้บริการเพิ่ม ตอกย้ำจากสถิติที่น่าสนใจในกลยุทธ์แบบ First impression ที่มีผลต่อการสร้างยอดขายมาก
- การเพิ่มอัตราการกลับมาใช้บริการซ้ำของลูกค้าเพียง 5% สามารถเพิ่มกำไรให้กับธุรกิจได้สูงกว่า 25%
- ลูกค้าที่ประทับใจจนกลับมาทานซ้ำในครั้งที่ 2 มีแนวโน้มจะกลับมาทานต่อเป็นครั้งที่ 3 สูงถึง 45%
- ผู้บริโภคยอมจ่ายเงินเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 16% สำหรับสินค้าและบริการ หากได้รับประสบการณ์และบริการที่ประทับใจ
- กว่า 70% ของลูกค้าส่วนใหญ่ตัดสินใจจากรีวิวออนไลน์ก่อนไปร้านอาหารที่ไม่เคยรู้จัก
- รีวิวเชิงบวกเพิ่มรายได้ให้ร้าน 5-10% โดยที่ร้านไม่ต้องเสียเงินโฆษณาเพิ่ม
แต่คำถามที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือจะมีวิธีไหน ทำอย่างไรที่จะได้ผลในการสร้างความประทับใจให้ลูกค้า โดยที่ร้านไม่ต้องลงทุนสูง จึงเป็นจุดเริ่มต้นของ “ร้านนี้มีเจปัง” โมเดลลงทุนรูปแบบใหม่ของ “เจปัง ต้นตำรับไอติมย่างเนย” ที่ทุกคนรู้จักเป็นอย่างดี
“ร้านนี้มีเจปัง” โมเดลเจาะตลาดแบบ B2B
จากความสำเร็จของเจปัง ต้นตำรับไอติมย่างเนยที่มีประสบการณ์ในธุรกิจมานานกว่า 7 ปี ถือเป็นแฟรนไชส์ที่เน้นคุณภาพสินค้าเป็นสำคัญ ชูจุดเด่นการคัดเลือกวัตถุดิบเกรดพรีเมี่ยมเพื่อพัฒนาเป็นเมนูที่หลากหลายไม่ใช่เพียงแค่รสชาติดีแต่ยังให้ประสบการณ์ที่ดีเป็น First impression สร้างความประทับใจให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีไอศกรีมหลากหลายรสชาติทั้งนมสด , กะทิ , ช็อคโกแลต และ ชาไทย เป็นต้น
ปัจจุบันเป็นแฟรนไชส์ที่มีการขยายสาขาทั่วประเทศกว่า 40 แห่ง แต่ในยุคที่ตลาดมีการแข่งขันสูง ร้านอาหารส่วนใหญ่เจอปัญหาเรื่องการเพิ่มยอดขาย ด้วยเหตุนี้เจปังจึงคิดโมเดลลงทุนใหม่ คือ “ร้านนี้มีเจปัง” เป็นการเดินหน้าเจาะตลาด B2B โดยมีแนวคิดต้องการนำสินค้าคุณภาพเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น และมองเห็นศักยภาพของร้านอาหาร , คาเฟ่ ต่างๆ ที่มีกลุ่มลูกค้าของตัวเอง
ซึ่ง Concept ของ “ร้านนี้มี เจปัง” คือ การนำสินค้าของเจปังไปเป็นส่วนหนึ่งในร้านของผู้ประกอบการ ถือว่าเป็นการลงทุนแบบ “สร้างพาร์ทเนอร์” ที่ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าเหมาะสมกับทุกร้านอาหารที่มีโต๊ะแบบนั่งทานไม่ว่าจะร้านอาหารตามสั่ง , หมูกระทะ, ร้านก๋วยเตี๋ยว , ร้านสเต็ก เป็นต้น
“ร้านนี้มีเจปัง” ดีอย่างไร? ร้านอาหารได้ประโยชน์อะไรบ้าง
เป้าหมายหลักของโมเดล “ร้านนี้มีเจปัง” ต้องการช่วยกระตุ้นยอดขายของร้านอาหารให้เพิ่มขึ้น ซึ่งการที่เจปังนำเมนูขายดีอย่างไอติมนมสด , กะทิ , ช็อคโกแลต , ชาไทยเข้าไป Plug-in ในร้านอาหาร คือการเพิ่มความหลากหลายของเมนูในร้าน ซึ่งมีผลดีในหลายประการคือ
1.เพิ่มกำไรต่อบิลให้ร้านค้า ซึ่งการทำ Cross-selling เมนูของหวานคู่กับเมนูหลัก สามารถสร้างยอดซื้อต่อบิล (Average Ticket Size) เพิ่มขึ้นได้เฉลี่ย 15% – 30% โดยไม่ต้องเพิ่มต้นทุนการหาลูกค้าใหม่ และข้อมูลที่น่าสนใจยังระบุอีกว่า ของหวานประเภทไอศกรีม
ถือเป็นกลุ่มที่มีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) สูงถึง 60% ซึ่งสูงกว่าเมนูอาหารหลักทั่วไป ที่มักอยู่ที่ 30– 40% เท่านั้น ไม่เพียงแค่นั้น สินค้าอย่างไอติมย่างเนยยังมีภาพลักษณ์ของความพรีเมี่ยมที่ช่วยสร้างความรู้สึก คุ้มค่าคุ้มราคา (Value for Money) การมีเมนูเหล่านี้ในร้านอาหารจึงเท่ากับการเพิ่มโอกาสในการสร้างกำไรต่อเมนูได้ถึง 40-100 บาท
2. เพิ่มยอดขายช่วงร้านเงียบ ปัญหาของร้านอาหารส่วนใหญ่ลูกค้าจะเงียบมากในช่วงเวลา 14:00–17:30 ยอดขายในช่วงนี้ลดลงมาก ทำให้เกิดภาวะต้นทุนจม
เนื่องจากทั้งค่าเช่า ค่าน้ำค่าไฟ ค่าแรงยังคงมีต่อเนื่อง ซึ่งการเพิ่มเมนูของเจปังเข้าไปในร้านจะช่วยเปลี่ยนช่วงเวลาที่รายได้ลดลงให้กลับมาคึกคัก แน่นอนว่าโมเดลร้านนี้มีเจปัง คือการที่ร้านอาหารสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ในร้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่ไม่มี Fixed Cost เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด
3. เพิ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ให้ร้าน ซึ่งกลุ่มลูกค้าของเจปังไอติมย่างเนยคือ นักเรียน นักศึกษา และ First Jobber ถ้าร้านสามารถดึงลูกค้ากลุ่มนี้ให้กลายเป็นลูกค้าประจำได้ ฐานลูกค้าก็จะกว้างมากขึ้น
สอดคล้องกับข้อมูลน่าสนใจที่ระบุว่า กลุ่ม Gen Z และ First Jobber (อายุ 15–28 ปี) มีอัตราการบริโภคของหวานสูงกว่ากลุ่มอื่น โดยเฉลี่ย 3–4 ครั้งต่อสัปดาห์ และส่วนใหญ่ตัดสินใจเข้าร้านอาหารใหม่ๆ ตามคำแนะนำของเพื่อน หรือกระแสบนโซเชียลมีเดีย หากร้านใดก็ตามที่มีลูกค้ากลุ่มนี้จะเพิ่มอัตรากลับมาใช้บริการซ้ำ (Repeat Rate) ได้สูงกว่า 40% อีกด้วย
4. เพิ่มความประทับใจที่จะบอกแบบปากต่อปาก เพราะยุคนี้ร้านขายดีไม่ใช่แค่ร้านที่มีเมนูอร่อย แต่ต้องเป็นร้านที่ทำให้ลูกค้าประทับใจ ซึ่งเจปังเป็นเมนูไอติมที่มาพร้อม Moment ดีๆ สอดคล้องกับงานวิจัยจิตวิทยาผู้บริโภคที่ระบุว่า กลิ่นหอมของอาหารสามารถสร้างความทรงจำเชิงบวกให้ลูกค้าได้เป็นอย่างดี และรีวิวเชิงบวกเพิ่มรายได้ให้ร้าน 5-10% โดยที่ร้านไม่ต้องเสียเงินโฆษณาเพิ่ม
จะเห็นได้ว่าการเพิ่มเมนูเจปังเข้าสู่ร้านไม่ใช่แค่การเพิ่มเมนูไอศกรีมเท่านั้น แต่คือการใช้กลยุทธ์แบบ Win-Win Partnership ที่แปลงต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) ให้กลายเป็นกำไรสุทธิได้มากขึ้น ถือเป็นโมเดลที่เหมาะสมกับร้านอาหารในยุคที่การแข่งขันสูง มีโอกาสเข้าถึงผู้บริโภคได้ดีมากขึ้นด้วย
เปิดตัวร้านอาหารที่ร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับ “เจปัง”
โมเดล “ร้านนี้มีเจปัง” เริ่มเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกที่ร้าน “บ้านย่าหมูกระทะ” ซึ่งประสบความสำเร็จมาก ทั้งการเพิ่มความหลากหลายของเมนูในร้าน การทำให้ลูกค้าประทับใจในสินค้าที่หลากหลายมากขึ้น รวมถึงช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของร้านก่อให้เกิด Brand Loyalty ได้มาก และจากจุดเริ่มต้นนี้ “ร้านนี้มี เจปัง” เริ่มขยายไปในอีกหลายกิจการ เช่น เจียงลูกชิ้นปลา ที่สนใจใช้บริการโมเดลนี้ด้วยเช่นกัน
ล่าสุดคือร้าน Coffee No.9 ที่กำลังจะเข้าร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับเจปังในเร็วๆนี้ หากวิเคราะห์ในมุมธุรกิจว่าทำไมแบรนด์ดังเหล่านี้มั่นใจในโมเดล “ร้านนี้มีเจปัง” อาจสรุปในเบื้องต้นคือการได้ประโยชน์แบบ Win-Win ที่ร้านอาหารเองสามารถเพิ่มยอดชายเพิ่มรายได้ เพิ่มลูกค้าโดยไม่ต้องพัฒนาสูตร/เมนูใหม่ ประหยัดงบด้าน R&D ได้จำนวนมาก
และด้วยชื่อเสียงของเจปังที่ลูกค้าส่วนใหญ่คุ้นเคยกันดีการันตีในเรื่องรสชาติที่อร่อยเป็นมาตรฐาน การได้ร่วมเป็นพาร์ทเนอร์จึงไม่ต้องเสียเวลาทำการตลาดให้คนรู้จักใหม่ แถมยังส่งเสริมภาพลักษณ์ในร้านให้ดูมีความพรีเมี่ยมมากขึ้นด้วย
โปรโมชันพิเศษ! ส่วนลดและของแถมมูลค่ากว่า 94,000 บาท

ภาพจาก เจปัง
ทั้งนี้เจปัง กำลังมองหาพันธมิตรทางธุรกิจอย่างแท้จริง เพราะเข้าใจดีว่าการทำร้านอาหารในยุคนี้มีการแข่งขันสูง ร้านอาหารจึงควรมี Solution ที่โดดเด่นและความเสี่ยงต่ำ จะเพิ่มประสิทธิภาพในการขายได้มากขึ้นด้วย
และเพื่อประโยชน์ที่คุ้มค่า เจปังจึงจัดโปรโมชันพิเศษสำหรับ100 สาขาแรกที่พร้อมลงทุนและจ่ายเงินค่ามัดจำจำนวน 5,000 บาท (ค่า License 39,000 บาท)สิ่งที่จะได้รับคือ
- ตู้เย็นแช่วัตถุดิบเจปัง มูลค่า 12,840 บาท
- อุปกรณ์ การขายและการผลิตเบื้องต้นมูลค่า 5,000 บาท
- วัตถุดิบเบื้องต้นสำหรับการขาย เช่นไอศกรีมขนมปังและเนยมูลค่ารวม7,375 บาท (ขายหมดมีรายได้ประมาณ 13,050บาท)
- ส่วนลดไอศครีม 30% มูลค่า 3,000 บาทในแต่ละเดือนจำนวน 10 เดือนมูลค่ารวม 30,000 บาท
- เมื่อซื้อวัตถุดิบมูลค่า 100,000 บาทในหนึ่งปี ได้รับสิทธิ์ฟรี ค่า License Fee ในปีถัดไปมูลค่า 39,000 บาท
รวมมูลค่าส่วนลดและของแถมกว่า 94,215 บาท เป็นโอกาสอันดีของผู้ประกอบการที่จะได้เพิ่มยอดขายและสร้างกำไรให้ร้านได้มากขึ้น ซึ่งเจปังพร้อมเทรนบุคลากรให้ประจำร้านสำหรับขายสินค้าของเจปังได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อรักษาคุณภาพและมาตรฐานของสินค้าให้เท่าเทียมกันในทุกพื้นที่
เป็นโอกาสทองของบรรดาร้านอาหารที่ไม่ควรพลาดเพราะการลงทุนในโมเดล “ร้านนี้มีเจปัง” คือกลยุทธ์ที่เข้าถึงลูกค้าเพิ่มได้มาก เหนือสิ่งอื่นใดการทำธุรกิจที่ก้าวสู่ความสำเร็จในยุคนี้ไม่ใช่แค่เก่งอย่างเดียวแล้วจะรอด สำคัญคือต้องมีพาร์ทเนอร์ที่ร่วมด้วยช่วยกัน ร่วมมือเพื่อเติบโตไปพร้อมกัน การมีเพื่อนคู่คิดมิตรทางธุรกิจจึงเป็นปัจจัยที่คนทำธุรกิจในยุคนี้ไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาด
“เจปัง” ต้นตำรับไอติมย่างเนยเจ้าแรก เปิดที่ไหนก็ “ปัง” สมชื่อ!
สนใจลงทุน โทร.064-1617575 , 086-5996977