บทความทั้งหมด    บทความแฟรนไชส์    โอกาสทางธุรกิจ    แฟรนไชส์ต่างประเทศ
268
6 นาที
15 กันยายน 2569
แฟรนไชส์ Komeda’s Coffee ตำนานกาแฟญี่ปุ่น 1,000 สาขา บุกไทย! เปิดศึกตลาดกาแฟเดือด
 

ร้านกาแฟที่ไม่ได้พยายามขายกาแฟให้เร็วที่สุด กลับโตจนมีมากกว่า 1,000 สาขาได้อย่างไร?
 
คำถามนี้น่าสนใจขึ้นมาทันที เมื่อชื่อของ Komeda’s Coffee กำลังจะเข้ามาในประเทศไทย เพราะถ้ามองจากตลาดกาแฟในปัจจุบัน Komeda แทบไม่ได้เลือกเล่นเกมที่ง่ายที่สุด
 
ไม่ได้แข่งด้วยราคาที่ถูกที่สุด ไม่ได้แข่งด้วยจำนวนสาขาที่มากที่สุด ไม่ได้พยายามเป็นร้านที่ลูกค้าเข้ามาสั่งกาแฟแล้วเดินออกเร็วที่สุด และไม่ได้วางตัวเองเป็น Specialty Coffee ที่ต้องเอาชนะกันด้วยคุณภาพของเมล็ดกาแฟเพียงอย่างเดียว
 
แต่ Komeda กลับเลือกทำสิ่งที่สวนทางกับธุรกิจร้านกาแฟยุคใหม่ ทำให้ลูกค้าอยากอยู่ในร้านนานขึ้น ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องเล็ก แต่ถ้ามองในมุมธุรกิจนี่คือความแตกต่างที่สำคัญมาก เพราะร้านกาแฟจำนวนมากพยายามเพิ่มความเร็วในการให้บริการ
 
แต่ Komedaกลับพยายามเพิ่ม “เหตุผล” ให้ลูกค้าใช้เวลาอยู่ในร้าน เข้ามากินอาหารเช้า นั่งคุยกับเพื่อน ทำงาน อ่านหนังสือ ประชุม กินอาหารกลางวัน ดื่มกาแฟช่วงบ่าย หรือปิดท้ายด้วยของหวานอย่าง Shiro-Noir
 
ดังนั้น สิ่งที่ Komeda กำลังขายอาจไม่ใช่กาแฟหนึ่งแก้ว แต่คือเวลาหนึ่งช่วงของชีวิตประจำวัน นี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ร้านกาแฟจากนาโกย่า ซึ่งเริ่มต้นเมื่อปี 1968 สามารถเติบโตจนมี KOMEDA’s Coffee 1,079 สาขา ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026
 
แต่เรื่องที่น่าสนใจกว่านั้นกำลังเกิดขึ้นในปี 2026 เพราะ Komeda กำลังจะเปิดสาขาแรกในประเทศไทย ที่ Exchange Tower ใจกลางอโศก คำถามจึงไม่ใช่แค่ “คนไทยจะชอบกาแฟญี่ปุ่นหรือไม่”
 
แต่คือคนไทยจะยอมจ่ายเงินเพื่อประสบการณ์การนั่งร้านกาแฟแบบญี่ปุ่นมากแค่ไหน คำตอบอาจเป็นตัวตัดสินว่า Komeda จะมีเพียงไม่กี่สาขาในไทย ทหรือประเทศไทยจะกลายเป็นอีกหนึ่งตลาดสำคัญของการขยายอาณาจักร Komeda ในเอเชีย
 
จากร้านกาแฟเล็กๆ ในนาโกย่า สู่ 1,079 สาขา
  

ภาพจาก https://citly.me/PlCKQ
 
ย้อนกลับไปเกือบ 60 ปีก่อน Komeda ไม่ได้เริ่มต้นด้วยเป้าหมายว่าจะเป็น Global Coffee Chain ในเดือนมกราคม 1968 ผู้ก่อตั้ง Taro Kato เปิดร้าน “Komeda Coffee Shop” ขึ้นที่เมืองนาโกย่า จังหวัดไอจิ
 
ยุคนั้น Komeda ไม่ได้มีอะไรแตกต่างจากร้านกาแฟท้องถิ่นมากนัก แต่ร้านกลับเติบโตขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่น่าสนใจคือ Komeda ไม่ได้พยายามเปลี่ยนตัวเองให้เหมือนร้านกาแฟสมัยใหม่ ตรงกันข้ามบริษัทเลือกนำวัฒนธรรมร้านกาแฟแบบ Kissaten ของญี่ปุ่นมาพัฒนาให้กลายเป็นโมเดลธุรกิจที่สามารถทำซ้ำได้
 
Kissaten ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อขายกาแฟแล้วให้ลูกค้ารีบกลับ แต่เป็นพื้นที่สำหรับการพัก การพูดคุย การพบปะ และการใช้เวลา Komeda จึงค่อยๆ สร้างตัวเองขึ้นมาบนแนวคิดนี้ ก่อนจะเปิดตัวเมนูที่กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของแบรนด์อย่าง Shiro-Noir ในปี 1977 จากนั้นจึงเริ่มขยายออกจากฐานเดิมในภูมิภาคนาโกย่า
 
ปี 2003 เปิดสาขาแรกในภูมิภาคคันโตที่โยโกฮาม่า
ปี 2018 ครบ 800 สาขาในญี่ปุ่น
ปี 2019 เปิดครบทั้ง 47 จังหวัดของญี่ปุ่น
และในเดือนกรกฎาคม 2023 Komeda ทำสถิติทะลุ 1,000 สาขา
 
ล่าสุด ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 เฉพาะแบรนด์ KOMEDA’s Coffee มี 1,079 สาขา ซึ่งในช่วงไตรมาส 1/2026 มีรายได้กว่า 15,413 ล้านเยน กำไร 1,761 ล้านเยน
 
ตัวเลขนี้อาจดูเหมือนเป็นเพียงเรื่องของการขยายสาขา แต่จริงๆ แล้วมันกำลังบอกอะไรบางอย่าง Komeda ไม่ได้แค่สร้างร้านกาแฟที่ดี แต่กำลังสร้างระบบที่สามารถทำให้ “ประสบการณ์แบบ Komeda” ถูกทำซ้ำได้มากกว่า 1,000 ครั้ง
 
และนี่คือจุดที่เรื่องของ Komeda เริ่มกลายเป็น Business Story เพราะการทำร้านหนึ่งร้านให้ดีไม่ใช่เรื่องยากที่สุด เรื่องยากคือทำอย่างไรให้ร้านที่ 1,000 ยังสามารถให้ความรู้สึกเหมือนร้านแรกได้ 
 
Komeda ไม่ได้ขายกาแฟ แต่ขาย “KUTSUROGI”


ภาพจาก https://citly.me/5Yjpd
 
ถ้าถามว่าอะไรคือหัวใจของ Komeda คำตอบอาจไม่ใช่ Coffee แต่คือคำว่า KUTSUROGI แนวคิดเรื่องช่วงเวลาแห่งการผ่อนคลายและความสบายใจ Komeda ต้องการให้ร้านมีความรู้สึกคล้ายห้องนั่งเล่นของคนในชุมชน
 
บริษัทไม่ได้มองตัวเองเพียงเป็น Coffee Chain แต่ต้องการรักษาวัฒนธรรมของ Japanese Kissaten และนำแนวคิดนี้ออกไปสู่ตลาดโลก นี่ทำให้โมเดลของ Komeda แตกต่างจากร้านกาแฟหลายประเภท
  • ลองคิดง่ายๆ Café Amazon แข็งแรงด้วย Network + Convenience
  • ร้าน Specialty แข็งแรงด้วย Coffee Quality + Craft
  • Starbucks แข็งแรงด้วย Brand + Lifestyle + Experience
แต่ Komeda กำลังพยายามสร้างพื้นที่ของตัวเองด้วย Comfort + Food + Service + Time และคำว่า “Time” สำคัญมาก เพราะเมื่อร้านไม่ได้ต้องการให้ลูกค้าเข้ามาแล้วออกไปเร็วที่สุด ธุรกิจก็ต้องมีเหตุผลอื่นในการสร้างรายได้ นั่นคือ อาหาร 
 
จาก Coffee Shop สู่ร้านอาหารที่ขายกาแฟ


ภาพจาก https://citly.me/PlCKQ

 Komeda มีเมนูอาหารมากกว่าที่หลายคนอาจคาดหวังจากร้านกาแฟ มีทั้ง Toast Sandwich Katsu Pan Gratin เมนูไข่ อาหารคาว ของหวาน และแน่นอน Shiro-Noir สิ่งนี้ทำให้ Komeda สามารถสร้าง “เหตุผลในการเข้าร้าน” ได้หลายช่วงเวลา
  • ตอนเช้า Breakfast + Coffee
  • ช่วงสาย Coffee + Snack
  • ตอนกลางวัน Meal + Drink
  • ช่วงบ่าย Dessert + Coffee
และบางช่วงเวลาอาจกลายเป็นมื้ออาหารแบบจริงจัง นี่คือสิ่งที่ในทางธุรกิจเรียกว่า Multiple Consumption Occasions ยิ่งร้านมีเหตุผลให้ลูกค้าเข้ามาได้หลายช่วงเวลา ร้านหนึ่งสาขาก็มีโอกาสสร้างรายได้จากพื้นที่เดิมได้มากขึ้น

และนี่คือเหตุผลที่ไม่ควรมอง Komeda ด้วยกรอบว่า “ร้านขายกาแฟ” เพราะถ้ากาแฟคือสินค้าเพียงอย่างเดียวทำให้ลูกค้ามีตัวเลือกนับไม่ถ้วน แต่ถ้าร้านสามารถทำให้ลูกค้าเข้ามาเพื่อกินอาหารเช้า กลับมาเจอเพื่อน นั่งทำงาน กินขนม หรือใช้เวลาพัก อาจกล่าวได้ว่า ร้านกำลังขายมากกว่ากาแฟ กำลังขาย Occasion
 
Morning Service จาก “ของแถม” สู่ “พฤติกรรมประจำวัน” 


ภาพจาก https://citly.me/PlCKQ

 หนึ่งในสิ่งที่สะท้อนวิธีคิดของ Komeda ได้ดีที่สุดคือ Morning Service แนวคิดนี้มีรากมาจากวัฒนธรรมร้านกาแฟของนาโกย่า
 
ลูกค้าที่สั่งเครื่องดื่มในช่วงเช้าจะได้รับอาหารเช้าตามเงื่อนไขของร้าน ในสายตาลูกค้า นี่อาจดูเหมือนโปรโมชั่น แต่ในมุมธุรกิจ มันมีค่ามากกว่านั้น เพราะโปรโมชั่นอาจทำให้คนเข้าร้านหนึ่งครั้ง แต่ถ้าสามารถสร้าง Ritual ได้ ลูกค้าอาจกลับมาเองโดยไม่ต้องมีโปรโมชั่นทุกวัน จาก “วันนี้จะกินอะไรดี” กลายเป็น “ตอนเช้าแวะ Komeda ไหม”
 
นี่คือความแตกต่างระหว่าง Promotion กับ Habit และ Morning Service จึงไม่ได้ทำหน้าที่แค่เพิ่ม Value Perception แต่มันช่วยสร้าง Morning Traffic สร้างความคุ้นเคย และสร้างพฤติกรรมการกลับมาใช้บริการซ้ำ
 
แต่เมื่อโมเดลนี้เดินทางมาถึงประเทศไทย คำถามก็เกิดขึ้นทันที วัฒนธรรม Morning Service แบบนาโกย่า จะกลายเป็น Morning Habit ของคนกรุงเทพฯ ได้หรือไม่ คำตอบยังไม่มีใครรู้ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้สาขาแรกในไทยน่าสนใจ
 
ทำไมร้านที่ให้ลูกค้านั่งนาน ถึงยังขยายได้ 1,000+ สาขา


ภาพจาก https://citly.me/PlCKQ

 นี่อาจเป็นคำถามที่สำคัญที่สุดของ Komeda เพราะในธุรกิจร้านอาหารมีต้นทุนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ พนักงาน ค่าเช่า และโต๊ะที่ลูกค้านั่งนานก็อาจหมายถึงโต๊ะที่ไม่สามารถรับลูกค้าคนใหม่ได้ ดังนั้น Komeda กำลังเล่นเกมที่มีต้นทุนสูงกว่าร้านกาแฟแบบ Takeaway อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สิ่งที่ Komeda พยายามแลกกลับมาคือ Customer Value
 
ลูกค้าที่ไม่ได้ซื้อแค่กาแฟแต่ซื้ออาหาร ซื้อของหวาน ใช้บริการหลายช่วงเวลา และมีโอกาสกลับมาซ้ำ นอกจากนี้ การมีร้านที่ลูกค้ารู้สึกสบายยังช่วยสร้างความสัมพันธ์กับแบรนด์ในอีกแบบหนึ่ง ลูกค้าไม่ได้จำแค่รสชาติกาแฟแต่จำว่า

“ร้านนี้นั่งสบาย”
“ร้านนี้เหมาะกับการเจอเพื่อน”
“ร้านนี้กินอาหารได้”
“ร้านนี้ไม่ต้องรีบ”
 
และเมื่อสิ่งเหล่านี้กลายเป็นความรู้สึก แบรนด์ก็เริ่มมีโอกาสกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน นี่คือสิ่งที่ Komeda เรียกว่า KUTSUROGI และมันคือ Product ที่แท้จริงของบริษัท
กาแฟเป็นส่วนหนึ่งของ Product อาหารก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่สิ่งที่ Komeda พยายามสร้างขึ้นมาคือ เหตุผลที่ทำให้คนอยากกลับมาใช้เวลาในร้านอีกครั้ง
 
Concept ดีอย่างเดียว ไม่สามารถสร้างมากกว่า 1,000 สาขา

ภาพจาก https://citly.me/PlCKQ
 
ตรงนี้คืออีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจ เพราะร้านกาแฟที่ดีหนึ่งร้านไม่ได้หมายความว่าจะสามารถขยายเป็น 100 หรือ 1,000 ร้านได้ คุณสามารถมีเจ้าของร้านที่เก่งมากหนึ่งคน มีพนักงานที่เก่งมากหนึ่งทีม มีทำเลที่ยอดเยี่ยมหนึ่งแห่ง และสร้างร้านที่ประสบความสำเร็จได้ แต่เมื่อร้านเพิ่มเป็น 100 สาขา เจ้าของไม่สามารถยืนดูทุกโต๊ะได้อีกต่อไป
 
เมื่อเพิ่มเป็น 1,000 สาขา บริษัทไม่สามารถบริหารทุกอย่างจากสำนักงานใหญ่ได้ ดังนั้นสิ่งที่ Komeda ต้องสร้างจึงไม่ใช่แค่ Brand แต่คือ System และหนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือ Franchise
 
มากกว่า 97% ของร้าน Komeda ในญี่ปุ่นดำเนินงานโดย Franchise Owner นี่เป็นตัวเลขที่สำคัญมาก เพราะมันหมายความว่า Komeda ไม่ได้โตด้วยการเอาเงินบริษัทไปเปิดร้านเองทีละสาขา แต่โตด้วยการสร้างระบบที่ทำให้ผู้ประกอบการรายอื่นสามารถนำโมเดลของ Komeda ไปทำซ้ำได้ ทั้งการออกแบบร้าน เมนู การบริการ การฝึกอบรม มาตรฐานการดำเนินงาน ประสบการณ์ลูกค้า ทั้งหมดต้องถูกทำให้เป็นระบบ
 
เพราะในโลกของ Franchise สิ่งที่ขายไม่ใช่แค่แบรนด์ แต่คือความสามารถในการทำซ้ำของ Business Model และนี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ Komeda สามารถเปลี่ยนร้านกาแฟท้องถิ่นจากนาโกย่าให้กลายเป็นธุรกิจระดับประเทศได้
 
จาก Nagoya สู่ Asia: Komeda กำลัง Export อะไร?
 

ภาพจาก https://citly.me/PlCKQ

ถ้า Komeda กำลังขยายไปต่างประเทศ สิ่งที่บริษัทกำลัง Export คืออะไร กาแฟ อาหาร แต่ถ้ามองลึกลงไป สิ่งที่ Komeda กำลังส่งออกจริงๆ คือ Japanese Kissaten Business Model เช่น Full-Service, Food, Comfortable Space, Japanese Hospitality และ KUTSUROGI
 
Komeda เริ่มขยายออกนอกญี่ปุ่นก่อนหน้านี้แล้ว ทั้งจีน ไต้หวัน ฮ่องกง อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ การเข้าสู่ประเทศไทยจึงไม่ได้เกิดขึ้นแบบโดดเดี่ยว มันเป็นส่วนหนึ่งของภาพใหญ่กว่านั้น นั่นคือการเปลี่ยนจาก Local Japanese Coffee Shop ไปสู่ Asian Full-Service Café Chain และทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้ทิศทางการเติบโตของบริษัท
 
CONNECT 2030 ไทยอาจไม่ใช่ปลายทาง แต่เป็นอีกหนึ่งสนามทดลอง
 
Komeda Holdings กำลังเดินหน้าตามแผน CONNECT 2030 บริษัทตั้งเป้าขยายเครือข่ายร้านทั้งหมดของกลุ่มไปสู่ประมาณ 1,400 แห่ง และเพิ่มจำนวนร้านในต่างประเทศเป็น 180 แห่งภายในปี 2031
 
ตัวเลขนี้สำคัญ เพราะมันบอกว่า Overseas Business ไม่ได้ถูกมองเป็นธุรกิจเสริมอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์การเติบโตของบริษัท ดังนั้น การเปิดสาขาแรกในประเทศไทยจึงไม่ควรถูกมองว่า “Komeda มาเปิดร้านกาแฟในกรุงเทพฯ” แต่ควรมองว่า Komeda กำลังนำ Business Model ที่พิสูจน์มาแล้วในญี่ปุ่น เข้ามาทดสอบในตลาดใหม่ และถ้าไทยตอบรับ จำนวนสาขาก็อาจไม่ได้หยุดอยู่ที่หนึ่ง
 
ทำไมต้องประเทศไทย?
 

ภาพจาก https://citly.me/PlCKQ

คำตอบไม่ได้มีเพียงเรื่อง “ตลาดกาแฟใหญ่” แต่เพราะประเทศไทยมีบางอย่างที่เข้ากับโมเดลของ Komeda นั่นคือคนไทยดื่มกาแฟเป็นกิจวัตร มีวัฒนธรรมคาเฟ่แข็งแรง ผู้บริโภคคุ้นเคยกับการนั่งร้านเพื่อพบเพื่อน นั่งทำงาน ประชุม พัก หรือใช้เวลาอยู่กับตัวเอง พูดง่ายๆ คือ Komeda ไม่จำเป็นต้องสร้าง Café Culture ให้คนไทยรู้จัก เพราะมันมีอยู่แล้ว
 
สิ่งที่ต้องทำคือ นำเสนอ Café Culture แบบของตัวเอง และนี่อาจเป็นเหตุผลที่ประเทศไทยน่าสนใจกว่าการนำโมเดลนี้ไปยังตลาดที่ผู้บริโภคไม่ได้มีพฤติกรรมการนั่งคาเฟ่แข็งแรงเท่าไทย แต่แน่นอนตลาดที่มีความต้องการสูง ก็หมายถึงตลาดที่มีคู่แข่งขันสูงเช่นกัน
 
ปัญหาคือ...ในไทยมีร้านกาแฟอยู่ทุกที่แล้ว
 
ลองเดินออกจากอาคารสำนักงานในกรุงเทพฯ คุณแทบไม่ต้องเดินไกลเพื่อหากาแฟหนึ่งแก้ว ร้านกาแฟในไทยมีหลากหลาย ทั้งร้านกาแฟราคาหลักสิบ ร้าน Specialty, Global Coffee Brand, ร้านกาแฟในปั๊ม, ร้านกาแฟในห้าง, ร้านกาแฟในออฟฟิศ และร้าน Independent Café ก็มีอยู่เต็มเมือง 
 
ดังนั้น Komeda ไม่ได้เข้ามาในตลาดที่ผู้บริโภคกำลังถามว่า “ฉันจะหากาแฟกินที่ไหน” แต่เข้ามาในตลาดที่ผู้บริโภคมีคำตอบอยู่แล้วนับสิบคำตอบ โจทย์จึงยากกว่าเดิม Komeda ต้องตอบคำถามว่า “ทำไมฉันต้องเดินเข้าร้านคุณ” และนี่คือจุดที่คู่แข่งแต่ละรายมีคำตอบของตัวเอง
 
Café Amazon ไม่ได้ขายแค่กาแฟ แต่ขาย “ความสะดวก” 
 

Café Amazon มีข้อได้เปรียบที่ Komeda เลียนแบบได้ยาก นั่นคือ Network ร้านอยู่ในปั๊มน้ำมัน อยู่ตามเส้นทางเดินทาง อยู่ในชุมชน อยู่ใกล้ผู้บริโภค ข้อมูลปี 2025 จาก Globlex ระบุว่า Café Amazon มีประมาณ 4,742 สาขา ตัวเลขนี้ทำให้เกิด Network Effect ผู้บริโภคไม่ได้ต้องคิดมากว่าจะไป Café Amazon ที่ไหน เพราะร้านอยู่ตรงหน้าอยู่แล้ว
 
นี่คือเกมของ Convenience และ Komeda ไม่มีทางชนะเกมนี้ในระยะสั้น ดังนั้น Komeda จึงต้องเล่นเกมอื่น
 
PunThai กำลังใช้ “Scale” ไล่ตามผู้นำ
 

ถ้า Café Amazon แข็งแรงด้วยเครือข่าย PunThai Coffee กำลังใช้ความเร็วในการขยายสาขาเป็นอาวุธ World Coffee Portal รายงานว่า PunThai เพิ่มสาขาสุทธิมากกว่า 800 แห่งในปี 2025 จนมีประมาณ 2,151 แห่ง ขณะที่บริษัทเองตั้งเป้าขยายไปถึง 5,000 สาขาภายในปี 2028 
 
นี่คือเกมของ Mass Coffee ยิ่งสาขาเยอะยิ่งเข้าถึงง่าย ยิ่งสร้าง Brand Awareness ได้มาก และยิ่งมีโอกาสกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน Komeda ไม่สามารถเอาชนะด้วยจำนวนสาขาได้ในทันที ดังนั้นจึงต้องสร้างเหตุผลอีกแบบ
 
Starbucks คือคู่แข่งที่น่าสนใจที่สุด
 

เพราะถ้ามองเฉพาะเรื่อง “กาแฟ” Starbucks อาจไม่ใช่คู่แข่งที่ตรงที่สุด แต่ถ้ามองเรื่อง Time + Space + Experience
 
แบรนด์กาแฟ Starbucks กับ Komeda เริ่มมีพื้นที่ทับซ้อนกันทันที ทั้งสองแบรนด์ไม่ได้ต้องการให้ลูกค้าซื้อกาแฟแล้วเดินออกไปเท่านั้น ร้านสามารถเป็นที่นัดเพื่อน นั่งทำงาน ประชุม พัก หรือใช้เวลาอยู่กับตัวเอง
 
แต่ DNA ต่างกัน คือ Starbucks สร้างภาพของ Global Coffee Lifestyle ส่วน Komeda สร้าง Japanese Kissaten Experience ดังนั้น Komeda ไม่จำเป็นต้องเป็น “Starbucks ญี่ปุ่น” และอาจไม่ควรพยายามเป็นด้วยซ้ำ เพราะถ้าพยายามเลียนแบบ Starbucks ทำให้ Komeda เข้าสู่สนามที่ Starbucks มีความแข็งแรงอยู่แล้ว
 
สิ่งที่ Komeda ต้องทำคือ สร้าง Category ของตัวเอง Japanese Full-Service Café ร้านกาแฟที่มีอาหาร มีบริการถึงโต๊ะ มีพื้นที่ให้พัก และมีวัฒนธรรม Kissaten เป็นตัวเชื่อมทั้งหมดเข้าด้วยกัน 
 
แต่ปัญหาใหญ่ที่สุดของ Komeda อาจไม่ใช่คู่แข่ง มันคือ ราคา เพราะร้านแบบ Full-Service ต้องใช้พนักงาน พื้นที่ต้องใหญ่พอให้ลูกค้านั่ง ร้านต้องมีครัว ต้องมีอาหาร และต้องแบกรับต้นทุนค่าเช่า โดยเฉพาะในทำเลอย่างอโศก
 
ทั้งหมดนี้ทำให้ต้นทุนของ Komeda แตกต่างจากร้านกาแฟที่เน้น Takeaway ดังนั้นลูกค้าจะต้องรู้สึกว่า “เงินที่จ่ายไป” ไม่ได้ซื้อแค่กาแฟ แต่ซื้ออาหาร + บริการ + พื้นที่ + ความสะดวกสบาย + ประสบการณ์
 
ถ้าลูกค้ารู้สึกว่าแพงเพราะ “กาแฟแก้วหนึ่ง” โมเดลจะเริ่มมีปัญหา แต่ถ้าลูกค้ารู้สึกว่า “ฉันจ่ายเพื่อใช้เวลาสองชั่วโมงในสถานที่ที่สบาย” เศรษฐศาสตร์ของร้านก็จะเปลี่ยนไปทันที นี่คือเส้นแบ่งสำคัญของ Komeda ในไทย
 
Exchange Tower อาจไม่ได้เป็นแค่ “สาขาแรก”
 
แล้วทำไมต้อง Exchange Tower เพราะอโศกเป็นทำเลที่มีองค์ประกอบหลายอย่างรวมกัน ไม่ว่าจะเป็น อาคารสำนักงาน BTS MRT โรงแรม ที่พักอาศัย นักท่องเที่ยว Expat คนทำงาน และชุมชนชาวญี่ปุ่น
 
ดังนั้นสาขาแรกของ Komeda จึงสามารถทดสอบลูกค้าหลายกลุ่มได้พร้อมกัน คนญี่ปุ่นจะเข้าหรือไม่? คนไทยจะเข้าหรือไม่? คนทำงานจะกลับมาในตอนเช้าหรือไม่? ลูกค้าจะนั่งนานแค่ไหน? อาหารจะขายได้มากกว่ากาแฟหรือไม่? Morning Service จะกลายเป็น Habit หรือไม่? และที่สำคัญที่สุดลูกค้าจะกลับมาโดยไม่ต้องมีโปรโมชั่นหรือไม่?
 
นี่คือข้อมูลที่สำคัญกว่าจำนวนคนที่เดินเข้าร้านในวันเปิดตัว เพราะการเปิดร้านให้คนอยากลองไม่ใช่เรื่องยาก สิ่งที่ยากคือทำให้คนอยากกลับมา 

ภาพจาก https://citly.me/PlCKQ
จาก “คนอยากลอง” สู่ “คนอยากกลับมา 
 
นี่อาจเป็น Funnel ที่สำคัญที่สุดของ Komeda ในประเทศไทย
  • ขั้นแรก Awareness คนต้องรู้จัก Komeda
  • ขั้นที่สอง Trial คนต้องยอมเข้ามาลอง
  • ขั้นที่สาม Repeat คนต้องกลับมาอีก
  • ขั้นที่สี่ Habit ซึ่ง Komeda ต้องกลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตร
และขั้นสุดท้าย Preference เมื่อมีร้านกาแฟอยู่ใกล้ๆ หลายร้าน ลูกค้าต้องเลือก Komeda ด้วยตัวเอง
 
ถ้า Komeda ทำได้ แบรนด์ก็ไม่จำเป็นต้องชนะด้วยจำนวนสาขามหาศาล เพราะลูกค้าจะเป็นคนสร้าง Traffic ให้ร้าน แต่ถ้าทำไม่ได้ KUTSUROGI ก็อาจกลายเป็นเพียงเรื่องราวที่น่าสนใจของแบรนด์ญี่ปุ่น แต่ไม่สามารถกลายเป็น Business Model ที่เข้ากับพฤติกรรมคนไทย
 
แหล่งข้อมูล
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
บทความแฟรนไชส์ยอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
7 แฟรนไชส์ขายดีทุกวัน คนซื้อซ้ำสูง! ลูกค้ากลับมา..
486
Panera Bread โมเดล “ค่ากาแฟแบบรายเดือน” ยอดขาย 2..
443
93 แฟรนไชส์ ร่วม “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ ..
433
เปิดสูตรลับเจ้าของแฟรนไชส์! เงินก้อนจากค่าแรกเข้..
417
Lelecha รายได้ 4,000 ล้าน! ยังขาดทุน แก้ปัญหาด้ว..
402
แฟรนไชส์การศึกษาโกลเด้นเบรน All Students, One St..
386
บทความแฟรนไชส์มาใหม่
บทความอื่นในหมวด