บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    การวางแผนธุรกิจ
5.1K
2 นาที
16 พฤษภาคม 2555
SME หลังน้ำลด
 
ในช่วงนี้ประเด็นที่กระทบกับ SME ในบ้านเราโดยตรงคงหนีไม่พ้นภาวะน้ำท่วมในหลายพื้นที่ในภาคกลาง และ จังหวัดรอบ ๆ กรุงเทพฯ ในระยะเวลาไม่นานจากนี้เราคงรู้กันว่าความพยายามที่จะปกป้องกรุงเทพฯ ชั้นในไม่ให้เผชิญสภาวะน้ำท่วม อันจะมีผลกระทบกับเศรษฐกิจ

โดยรวมจะเป็นอย่างไร แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สุดท้ายน้ำก็จะต้องหาทางไหลลงทะเลอ่าวไทยไปได้ สิ่งที่ตามมาหลังน้ำลดคือ การฟื้นฟูทั้งสภาพบ้านเมือง และ เศรษฐกิจ ให้กลับไปอย่างน้อยจุดเดิมก่อนน้ำท่วมให้เร็วที่สุด ซึ่งผมเชื่อว่า ณ วันนี้ไม่ว่าจะหน่วยงานราชการ หรือ หน่วยงานเอกชนขนาดใหญ่ กำลังวางแผนที่จะดำเนินการฟื้นฟูโดยรวมกันอยู่ เราคงได้เห็นมาตรการ หรือ ความช่วยเหลือการฟื้นฟูจากหน่วยงานต่าง ๆ ออกมาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากวันนี้เป็นต้นไป
 
ในช่วงที่ผ่านมาผมเชื่อว่า SME โดยรวมคงอยู่ในสภาวะตึงเครียดกับสถานการณ์น้ำท่วมกันมาก แต่จากนี้ไปสิ่งที่ต้องเผชิญก็คือ แล้วเราจะเป็นอย่างไรภายหลังน้ำลด ผมอยากให้ท่านผู้ประกอบการทั้งหลายตั้งสติและเริ่มคิดวางแผนถึงการดำเนินธุรกิจภายหลังน้ำลดว่าควรจะต้องทำอย่างไร  วิกฤติครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก และคงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายแน่นอน สิ่งที่ต้องทำคือ เราจะป้องกันตัวเองจากวิกฤติต่าง ๆ ไม่ว่าจากสภาวะเศรษฐกิจ หรือ จากภัยธรรมชาติ อย่างไรในอนาคตเพื่อไม่ต้องเจ็บตัวเหมือนครั้งที่ผ่าน ๆ มา วิกฤติเศรษฐกิจในบ้านเราที่ใหญ่ที่สุดในช่วงที่ผ่านมาก็คือ วิกฤติต้มยำกุ้งในปี 2540 คนที่อยู่ในเหตุการณ์ตอนนั้น
 
ถ้ายังจำกันได้ เราอยู่ในสภาวะที่ย่ำแย่มาก ดูเหมือนไม่มีทางออก แต่สุดท้ายเราก็ผ่านมาได้ ผู้ประกอบการหลายท่านก็ผ่านพ้นมาได้ และหลายท่านผมเชื่อว่าสามารถกลับมาได้ดีกว่าสมัยก่อนเกิดวิกฤติ เพราะรู้จักแปลงวิกฤติเป็นโอกาส และฉกฉวยโอกาสมาได้ ผมจึงอยากให้ท่านผู้ประกอบการคิดให้หนักครับว่า จะแปลงวิกฤติครั้งนี้เป็นโอกาสของท่านอย่างไรหลังน้ำลด
 
ผมขอยกตัวอย่างกรณีศึกษาจากวิกฤติต้มยำกุ้ง ที่สามารถแปลงวิกฤติเป็นโอกาส โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ (Business Model) กรณีแรกคือ แลนด์แอนด์เฮ้าส์ บริษัทที่ทำโครงการบ้านจัดสรร ซึ่งในอดีตทุกโครงการจะต้องให้ผู้ซื้อซื้อโครงการจากแบบแปลน และนำเงินจากการดาวน์ไปทำโครงการ ลูกค้าจะไม่เคยเห็นบ้านจริงเลย เห็นแต่เพียงจากแบบ และ บ้านตัวอย่างเท่านั้น ในช่วงหลังวิกฤติ กำลังซื้อของคนซื้อบ้านลดลง

การพิจารณาก็มากขึ้น แลนด์แอนด์เฮ้าส์เล็งเห็นว่าคนส่วนใหญ่รีรอที่จะซื้อบ้าน เนื่องจากไม่แน่ใจในคุณภาพของบ้านที่จะซื้อ ดังนั้นแลนด์แอนด์เฮ้าส์จึงปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ โดยเปลี่ยนเป็น “บ้านสร้างเสร็จก่อนขาย” ซึ่งเป็นเจ้าแรกในตลาด คนซื้อก็สบายใจได้เห็นบ้านจริง และคุณภาพของบ้านก่อนตัดสินใจซื้อ ผลก็คือ โครงการของแลนด์แอนด์เฮ้าส์ขายดีทุกโครงการ
 
ตัวอย่างที่สองคือ กรณีฟาร์มโชคชัย ก่อนวิกฤติครั้งที่แล้ว ฟาร์มโชคชัยทำธุรกิจหลักอย่างเดียวคือ ฟาร์มโคนม ไม่ได้มีธุรกิจหลักอื่นๆ แต่ภายหลังเกิดวิกฤติได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ โดยมีการเพิ่มในส่วนการท่องเที่ยวฟาร์มขึ้นมา ซึ่งในปัจจุบันเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งที่ทำรายได้ให้แก่ฟาร์มโชคชัย นอกเหนือจากธุรกิจหลักคือ ฟาร์มโคนม และ โคเนื้อ
 
จากทั้งสองกรณีดังกล่าว จะเห็นว่าทั้งสองบริษัทยังคงยึดธุรกิจหลักของตัวเองไว้ เพียงแต่ว่าได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบไป เพื่อสร้างความแตกต่าง หรือ เพิ่มช่องทางการทำรายได้เพิ่มมา โดยทั้งสองกรณีได้รับผลสำเร็จอย่างสูงจากการปรับเปลี่ยนครั้งนั้น
 
ผมเชื่อว่าท่านผู้ประกอบการที่เผชิญสภาวะน้ำท่วมในครั้งนี้คงอยู่ในสภาวะที่ไม่ต่างจากสองบริษัทข้างต้น คือ เมื่อน้ำลดก็จะกลับมาดำเนินธุรกิจในสายเดิม เพียงแต่ว่าการกลับมาครั้งนี้จะกลับไปทำธุรกิจเหมือนเดิม 100% เลย หรือจะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบที่จะเอื้อให้ตนเองมีความสามารถในการแข่งขันที่ดีขึ้น ผมเชื่อว่าวิกฤติน้ำท่วมครั้งนี้ เราคงได้เห็นหลาย ๆ กิจการที่สามารถพลิกวิกฤติเป็นโอกาส และได้รับผลประโยชน์ในระยะยาวมากขึ้น
 
ผมขออวยพรให้ท่านผู้อ่านสามารถพลิกฟื้นและกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิมกันทุกคนครับ เพื่อเป็นกำลังสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทยต่อไป

อ้างอิงจาก    ปพนธ์ มังคละธนะกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเอสเอ็มอีและซัพพลายเชน
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
เซลล์ร้อยล้าน! ต้องมีเป้าหมาย มีวินัย แก้ปัญหาลู..
699
อวสานตึกธนาคาร ความงดงามที่ไม่เหลือ
682
ยกระดับธุรกิจของคุณด้วยพลังแห่งการออกแบบ
515
รู้รายได้ รู้ลูกค้า Business Model Canvas เครื่อ..
417
SWOT Analysis ไม่รู้จริง มีแต่เจ๊ากับเจ๊ง!
408
สงครามไก่ทอด 6 สัญชาติ รุมสกรัม ช่วงชิงพื้นที่ ใ..
401
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด