บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
344
2 นาที
4 ธันวาคม 2568
คนไทยยุค “Sandwich Generation” ขยันแค่ไหน ก็ยังจน!
 

คำสอนที่เราได้ยินกันบ่อยๆ คือ “เกิดเป็นคนต้องขยันทำมาหากิน” “อยากรวยต้องขยัน” แต่เมื่อบริบทสังคมเปลี่ยนไป
 
ทุกวันนี้เราก็ยังต้องขยันแต่สิ่งที่เกิดขึ้นได้ยาก คือ “ทำเท่าไหร่ก็ยังไม่รวย” หรือถ้าไม่ขยันไม่ทำอะไรก็จะยิ่งจนมากขึ้น
 
ถ้าไปดูความแตกต่างจากอดีตว่าขยันทำไมรวย แต่ตอนนี้ทำเท่าไหร่ก็ไม่รวย มีหลายปัจจัยได้แก่
  • ในอดีต GDP ไทยเติบโตเฉลี่ย 7-10% ต่อปี มีนักต่างชาติเข้ามาลงทุนในหลายอุตสาหกรรม คนขยันที่ทำงานมีโอกาสสะสมเงินทุนและรวยได้ง่าย
  • ปัจจุบัน GDP ไทยเติบโตเฉลี่ยเพียง 1.8 – 2.5% ต่อปี แถมการแข่งขันสูง การลงทุนจากต่างชาติลดลงมากกว่า 11% โอกาสสร้างความมั่นคงจากงานประจำก็ลดลงตามไป
  • ในอดีต เช่นปี 2530 ราคาบ้านในกรุงเทพฯ เฉลี่ย 1-2 ล้านบาท เทียบรายได้เฉลี่ยครัวเรือน 10,000 – 15,000 บาท 
  • ต่อเดือน ในขณะนั้น คนขยันจะเก็บเงินซื้อบ้านได้ภายใน 5-10 ปี
  • ปัจจุบัน ราคาบ้านในกรุงเทพฯ เฉลี่ย 5-10 ล้านบาท รายได้เฉลี่ยครัวเรือน 29,502 ต่อเดือนอัตราเงินเฟ้อด้านอาหารและสุขภาพสูงกว่าตัวเลขเฉลี่ย 0.4% รายได้จากการทำงานหนักจึงถูกบั่นทอนมากขึ้นไม่พอให้ใช้จ่ายต่อเดือน
  • ในอดีต หนี้ครัวเรือนคนไทยประมาณ 20 – 30% ของ GDP คนขยันมีโอกาสเก็บออมได้สูง
  • ปัจจุบันหนี้ครัวเรือนคนไทยพุ่งสูงเกือบ 90% ครัวเรือนมีหนี้เฉลี่ย 197,255 บาท ส่วนใหญ่เป็นหนี้บริโภคและหนี้บ้าน คนขยันต้องทำงานเพื่อจ่ายดอกเบี้ยทำให้ไม่เหลือเงินเพื่อสร้างความมั่นคงได้
Sandwich Generation ความจริงของสังคมปัจจุบัน
 

ภาพจาก https://app.envato.com

ในสังคมไทยที่ก้าวสู่ "สังคมสูงวัย" อย่างเต็มตัว คำว่า “Sandwich Generation” หมายถึงกลุ่มคนที่ถูกบีบจากสองด้าน คือ ต้องดูแลผู้สูงอายุ (บน) และลูกหลาน (ล่าง) ในขณะที่ตัวเองกำลังอยู่ในวัยทำงานที่ต้องหาเงินเลี้ยงชีพ อาจเรียกว่าเป็น “เดอะแบก” คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่อยู่ในวัย 40-50 ปี ที่ต้องแบกรับภาระดูแลทั้งพ่อแม่ผู้สูงอายุและลูกๆ ที่กำลังเติบโต ทั้งเรื่องค่าใช้จ่าย ค่าดูแลสุขภาพ และการศึกษา ท่ามกลางเศรษฐกิจที่เติบโตช้า อัตราเงินเฟ้อที่กัดกินรายได้ และหนี้สินที่พอกพูน 
 
ไม่ว่าจะขยันทำงานหนักแค่ไหน รายได้ที่ได้มาก็แทบไม่พอหมุนเวียนใช้จ่าย จนหลายคนต้องยืมเงินมาปิดบัญชีเก่า สร้างวงจรแห่งความจนที่ยากจะหลุดพ้น และถ้าดูตัวเลขจากการสำรวจ พบว่ามนุษย์เงินเดือนไทยมี 12.5 ล้านคน คิดเป็น 30% ของแรงงานทั้งหมด
  • 82%  มีหนี้ส่วนบุคคล / บัตรเครดิต / รถ / บ้าน
  • 77% เงินออมน้อยกว่า 10% ของรายได้
  • 70% เงินสำรองฉุกเฉินไม่พอใช้ภายใน 6 เดือน
  • 49% มีหนี้สะสม
  • 65% เลือกจ่ายหนี้แบบขั้นต่ำ เสี่ยงเป็นหนี้ไม่สิ้นสุด
  • 32% มีรายได้แบบ “เดือนชนเดือน” หรือไม่พอใช้ใน 1 เดือน
  • 16% มีรายจ่ายมากกว่ารายได้อย่างชัดเจนในทุกเดือน
หนี้สินพอกพูน “ขยัน” แต่ก็ยัง “จน” ติดกับดักดอกเบี้ย
 

ภาพจาก https://app.envato.com

ปัญหาหลักที่ทำให้ Sandwich Generation "จนทั้งที่ขยัน" คือหนี้สินที่ไม่เคยหมด ถ้าดูตัวเลขพบว่า ครัวเรือนไทยมีหนี้สินเฉลี่ย 197,255 บาทต่อครัวเรือน กว่า 77.7% เป็นหนี้ใช้ในครัวเรือน เช่น หนี้บ้าน , หนี้บริโภค , หนี้การศึกษา 
 
ในไตรมาส 1 ปี 2568 มีคนไทยกว่า 5.4 ล้านคนติดหนี้เรื้อรัง ที่เกิดจากพฤติกรรมชอบจ่ายขั้นต่ำ-ผิดนัดชำระด้วย และน่าตกใจกว่า คือถึงจะเป็นคนที่สามารถ‘จ่ายไหว แต่กว่า 65% ก็ยังเลือกจ่ายขั้นต่ำ ทำให้เสี่ยงต่อการสะสมดอกเบี้ยสูงไปเรื่อยๆ และสานต่อวงจรหนี้ไม่สิ้นสุด
 
คำว่าชีวิตหนี้มันจึงเป็นความจริงที่ต้องยอมรับซ้ำร้ายจากฐานข้อมูลเครดิตบูโรที่มีลูกหนี้ 27 ล้านคน ระบุว่ามีคนไทยแค่ 25% หรือราว 4.7 ล้านคนเท่านั้นที่มีสุขภาพการเงินในระดับดี พอที่จะยื่นกู้ได้ ขณะที่อีก 75% หรือราว 14.4 ล้านคน ไม่ได้อยู่ในจุดที่มีสุขภาพการเงินดีพอจะกู้เพิ่มได้อีกแล้ว

คนเงินเดือนหลักแสน กว่า 32% ก็ยัง “เดือนชนเดือน”
 

ภาพจาก https://app.envato.com

บางคนบอกว่าเพราะเงินเดือนน้อยก็เลยต้องเจอปัญหา “เดือนชนเดือน” หรือ “ใช้จ่ายไม่พอเดือน” แต่มีผลสำรวจที่น่าสนใจระบุว่าแม้แต่คนที่มีเงินเดือนเกิน 100,000 บาทต่อเดือน ประมาณ 32% ยังใช้ชีวิตแบบ ‘เดือนชนเดือน’ ไม่เหลือเงินเก็บ และหนักยิ่งกว่าเพราะในกลุ่มนี้ประมาณ 16% มีรายจ่ายมากกว่ารายได้ แปลว่า กลุ่มเงินเดือนเกินแสนบาท เหลือคนที่มีรายได้มากกว่ารายจ่ายอยู่แค่ครึ่งเดียวเท่านั้น 
 
สถิตินี้สะท้อนว่าความไม่มั่นคงทางการเงินสามารถเกิดขึ้นได้กับคนในทุกระดับรายได้ ในมุมหนึ่งก็อาจเกิดจากขาดการวางแผนการเงินที่มีประสิทธิภาพ ไม่มีวินัยทางการเงินที่ดีมากพอ ผสมผสานกับปัญหาของ Sandwich Generation ยิ่งเป็นตัวเร่งทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่ใครก็ไม่อยากจะพบเจอแบบนี้
 
บทสรุปของเรื่องนี้สะท้อนความจริงให้เห็นชัดเจนว่า สมัยก่อน ความขยันนำไปสู่ความรวยได้เพราะเศรษฐกิจเติบโตเร็ว ค่าครองชีพต่ำ หนี้ไม่เยอะ และโอกาสเปิดกว้าง แต่สมัยนี้ เศรษฐกิจชะลอ หนี้ท่วม ค่าครองชีพสูง ความเหลื่อมล้ำเพิ่ม และภาระครอบครัวหนักจากสังคมสูงวัย 
 
ทำให้ความขยันเพียงอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีนโยบายสนับสนุน เช่น สวัสดิการสุขภาพครอบคลุม การลดหนี้ครัวเรือน และการสร้างงานที่มั่นคง รวมถึงทักษะด้านวางแผนการเงินและการลงทุนของตัวบุคคล เพื่อให้ "ความขยัน" กลายเป็น "ความรวย" ได้เหมือนในอดีต

 ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
7 เหตุผลที่ทุกธุรกิจต้องการโปรแกรม HR จาก ByteHR
500
ปี 2568 อวสานธุรกิจไทย บทเรียนที่แก้ไขไม่ได้
436
อวสานวงการบันเทิงไทย ถอยหลัง ตกยุค เรตติ้งตก?
427
โหดสุด! สมรภูมิชาจีนยุคใหม่ ไม่เหลือใครไว้ข้างหล..
405
วางแผน? เกษียณทุกบริบท จุดจบทุกกรณี
388
อวสานห้างไทยในตำนาน คน แบรนด์ สถานที่
385
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด