บทความทั้งหมด    บทความแฟรนไชส์    โอกาสทางธุรกิจ    แฟรนไชส์ต่างประเทศ
1.4K
3 นาที
6 มีนาคม 2568
ฟาสต์ฟู้ด A&W แบรนด์ดีที่คนว่าจะปัง แต่ยังเจ๊งในไทย
 

ถ้าพูดถึงร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดสัญชาติอเมริกันที่เข้ามาเปิดตลาดในไทยรุ่นแรกๆ เชื่อว่าหลายคนคงจะนึกไปถึง เคเอฟซี แมคโดนัลด์ เบอร์เกอร์คิง แต่รู้หรือไม่ว่ายังมีแฟรนไชส์ฟาสต์สัญชาติอเมริกันแบรนด์แรกๆ ที่เข้ามาในไทยด้วยเช่นกัน  
 
นั่นคือ A&W เปิดสาขาแรกที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว ปี 1983 (พ.ศ.2526) ก่อนขยายสาขาไปถึง 37 สาขาในปี 2018 ก่อนจะมาปิดตัวในไทยปี 2022 จากปัญหาผลประกอบการขาดทุนสะสมยาวนานในไทย โดยในปี 2021 ขาดทุนถึง 70 ล้านบาท

เรื่องราวของ A&W มีจุดเริ่มต้นอย่างไร ทำไม่ถึงไม่ประสบความสำเร็จในไทย 
 
จุดเริ่มต้น A&W 
 
ภาพจาก www.facebook.com/awrestaurants

A&W มีต้นกำเนิดในห้องทดลองของนักเคมีคนหนึ่ง เธอได้คิดค้นสูตร Root Beer จากส่วนผสมของสมุนไพร เครื่องเทศ เปลือกไม้ และเบอร์รี่ต่างๆ รวม 14 อย่าง ก่อนที่ Roy Allen จะมองเห็นโอกาสและซื้อสูตรไปทำขาย เปิดร้านแห่งแรกในปี 1919 ตอนนั้น Roy Allen ได้นำไปขายในขบวนพาเหรดเพื่อสดุดีทหารผ่านศึกในสงครามโลกครั้งที่ 1 ได้รับความสนใจอย่างมาก
 
ปี 1922 Roy Allen ตัดสินใจเปิดร้าน Root Beer แห่งแรกในแคลิฟอร์เนีย ร่วมกับ Frank Wright อดีตพนักงานร้านสาขาแรก มาเป็นหุ้นส่วนเปิดร้านสาขา 2 ที่เมือง Stockton ก่อนขยายสาขาไปทั่วเมือง Sacramento (แชคราแมนโต) โดยนำอักษรย่อนามสกุลของทั้ง 2 มาเป็นชื่อร้าน A&W Root Beer (Allen & Wright) ในปี 1925 และขายแฟรนไชส์ A&W ตั้งแต่นั้นมา
 
หลังจาก A&W Root Beer ได้รับความสนใจและขยายสาขาในแคลิฟอร์เนียมากขึ้น 

ภาพจาก www.facebook.com/awrestaurants
 
ปี 1927 J. Willard Marriott และภรรยา มองเห็นโอกาสทางธุรกิจ ตัดสินใจซื้อแฟรนไชส์ A&W Root Beer ไปเปิดที่ Washington D.C. ถือเป็นแฟรนไชส์ซีรายแรก มีการปรับตกแต่งร้านใหม่ ให้บริการลูกค้าทั้งเมนูอาหารคาว 
 
และเปลี่ยนชื่อจาก A&W Root Beer เป็น Hot Shoppes ให้เข้ากับเมนูอาหาร เมื่อผสานระหว่าง Root Beer กับเมนูอาหารใหม่ๆ ทำให้ร้าน Hot Shoppes ได้รับความสนใจจากลูกค้าจำนวนมาก จนต้องขยายสาขาเพิ่ม 
 
จนกระทั่งปี 1957 กลุ่มทุน Marriott ได้ผันตัวเข้าสู่ธุรกิจโรงแรมเต็มตัว และกลายเป็นผู้นำในธุรกิจโรงแรมในตอนนี้
 
พอมาช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แฟรนไชส์ A&W Root Beer มีสาขาเปิดใหม่มากมายในสหรัฐอเมริกา ปัจจัยหนึ่งมาจากกฎหมายทหารผ่านศึก ชื่อ GI Bill ให้สิทธิประโยชน์แก่ทหารผ่านศึกมาแลกเปลี่ยนนำเงินมาซื้อแฟรนไชส์ A&W Root Beer 
 
ในช่วงปี 1950-1970 คนอเมริกันร่ำรวยขึ้นมีการซื้อรถยนต์มากขึ้น ทำให้แฟรนไชส์ A&W Root Beer ปรับรูปแบบร้านเป็น Drive-In ตอบโจทย์และอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าไม่ต้องลงจากรถเพื่อซื้ออาหาร จนขยายกิจการได้อย่างรวดเร็ว
 
เมื่อกาลเวลาผ่านไป A&W Root Beer ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น A&W Restaurant มีการจำหน่ายอาหารคาวหวาน มีเครื่องดื่ม Root Beer และ วาฟเฟิล เป็นตัวชูโรงดึงดูดลูกค้า ก่อนที่จะขยายสาขาไปทั่วโลก ไม่ว่าจะในภูมิภาคเอเชีย เช่น มาเลเซีย ญี่ปุ่น, สิงคโปร์ รวมถึงไทย ถือเป็นร้านอาหารสัญชาติอเมริกันรายแรกๆ ออกไปเปิดสาขานอกสหรัฐอเมริกา 
 
A&W ในไทย
 

ภาพจาก www.facebook.com/awthai
 
แฟรนไชส์ A&W เข้ามาเปิดตลาดในไทย ภายใต้การบริหารของมาสเตอร์แฟรนไชส์ในประเทศมาเลเซีย สาขาแรกเปิดที่เซ็นทรัลลาดพร้าวในปี 1983 ตามมาด้วยสาขา 2 พันธุ์ทิพย์ประตูน้ำ และสาขา 3 สยามสแควร์ 
 
ทั้ง 3 สาขาแรกค่อนข้างขายดีมากๆ เพราะอยู่ในทำเลดี ชาวต่างชาติเข้ามาในไทยเยอะ โดยเฉพาะสาขาสยามสแควร์ จากนั้นค่อยๆ ขยายสาขาไปเรื่อย เปิดร้านไม่ใหญ่มาก เคยเปิดถึง 40 สาขาในปี 2010 หลังจากนั้นไม่ค่อยมีการทำตลาด บวกกับคู่แข่งในตลาดฟาสต์ฟู้ดเมืองไทยมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ A&W มีจำนวนสาขาลดลงต่อเนื่อง เหลือเพียงแค่ไม่กี่สาขาในประเทศไทย 
 

ภาพจาก www.facebook.com/awthai
 
ต่อมาช่วงเดือน ก.พ. 2016 แฟรนไชส์ A&W ในไทย ได้เปลี่ยนมือมาเป็นบริษัท นิปปอน แพ็ค จำกัด (มหาชน) (NPP) ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น “บริษัท เอ็นพีพีจี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)” (NPPG) ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกรายใหญ่ในไทย เป็นผู้ได้รับสิทธิ์แฟรนไชส์ A&W แบบเอ็กซ์คลูซีฟในประเทศไทย ระยะเวลาสัญญายาวถึง 20 ปี 
 
ตอนนั้นบริษัท NPP มาสเตอร์แฟรนไชส์ในไทย มีร้าน A&W ที่ได้รับการต่อสัญญาใหม่ถึง 21 สาขา และตั้งเป้าขยายสิทธิ์แฟรนไชส์ไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ลาว เมียนมาร์ กัมพูชา ในปี 2020 เปิดให้ครบ 50 สาขา และใน 5 ปีถัดไปเพิ่ม 100 สาขา 
 
ปี 2018 แฟรนไชส์ A&W ในไทยมีจำนวนสาขาทั้งหมด 37 สาขา คิดเป็นสัดส่วนสาขาในปั๊มน้ำมันถึง 70% ของจำนวนสาขาทั้งหมด ที่เหลือเป็นร้านที่อยู่ภายในศูนย์การค้าต่างๆ โดยปี 2018 มีแผนการขยายสาขาเพิ่มกว่า 30 สาขา
 
ภาพจาก www.facebook.com/awthai
 
ปี 2018 ร้าน A&W ในไทยมี 37 สาขา แบ่งเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่
  1. รูปแบบ Full Restaurant มี 31 สาขา ส่วนใหญ่เปิดให้บริการตามปั๊มน้ำมัน ปตท.
  2. รูปแบบเร่งด่วน A&W Express มี 6 สาขา แบ่งเป็น 3 สาขาใน Metro Mall พื้นที่ค้าปลีกรถไฟใต้ดิน สถานีเพชรบุรี, สุขุมวิท, พระราม 9 และอีก 3 สาขาที่แฟชั่น ไอส์แลนด์, ศูนย์การค้าเทอร์มินัล 21 อโศก และ เดอะสตรีท รัชดา 
มีเมนูชูโรงอย่าง “ไก่ทอด – รูทเบียร์ – วาฟเฟิล – เคอร์รี่ฟรายส์” เป็นเมนูเอกลักษณ์เฉพาะร้าน A&W
 
ภาพจาก www.facebook.com/awthai
 
ปี 2019 บริษัท เอ็นพีพีจี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ NPPG ได้เปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น บริษัท โกลบอล คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) 
 
ในช่วงเวลานั้น สถานการณ์ตลาดร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดในไทยมีการแข่งขันกันดุเดือด แบรนด์ไหนไม่ปรับตัว และระบบการตลาดไม่แข็งแกร่ง ก็อยู่รอดยาก หลายๆ แบรนด์ทั้งของคนไทยและต่างชาติต้องปิดตัวเป็นจำนวนมาก 
 
ไม่เว้นแม้แต่ A&W ในปี 2020 ร้าน A&W เหลือสาขาในไทยทั้งหมด 24 สาขา ในกรุงเทพฯ ราวๆ 22 สาขา ส่วนสาขาที่เหลือกระจายตัวในต่างจังหวัด ก่อนจะปรับมาให้บริการแบบ Food Truck แทน หลังจากนั้นสาขาต่างๆ ได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง
 
กระทั่งปี 2022 แฟรนไชส์ A&W แบรนด์ฟาสต์ฟู้ดสัญชาติอเมริกัน ภายใต้บริษัท โกลบอล คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์วันที่ 1 มีนาคม 2022 ถึงผลประกอบการปี 2021 มีรายได้ 1,862.27 ล้านบาท ขาดทุน 166.63 ล้านบาท 

หนึ่งในธุรกิจที่ขาดทุนหนัก คือ ร้านอาหาร A&W ขาดทุนต่อเนื่องยาวนานจากโควิด ปี 2021 ขาดทุนถึง 70 ล้านบาท
 

ภาพจาก www.facebook.com/awthai
 
สำหรับงบกำไร-ขาดทุน บริษัท โกลบอล คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) ย้อนหลังปีงบการเงิน 2018 – 2020 มีดังนี้ 
  • ปี 2018 รายได้รวม 439 ล้านบาท ขาดทุน 314 ล้านบาท
  • ปี 2019 รายได้รวม 472 ล้านบาท กำไร 15.6 ล้านบาท
  • ปี 2020 รายได้รวม 484 ล้านบาท ขาดทุน 13 ล้านบาท 
ปัจจัยทำให้ A&W ไม่ประสบความสำเร็จในประเทศไทย
  1. ไม่ค่อยมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ A&W ผ่านโซเชียลมีเดียมากนัก เมื่อเทียบกับแบรนด์ฟาสต์ฟู้ดอื่นๆ ใน เช่น เคเอฟซี, แมคโดนัลด์, เบอร์เกอร์คิง ที่มีการตลาดที่แข็งแกร่ง ออกโปรโมชันและเมนูใหม่ๆ ให้ลูกค้าได้กลับไปลิ้มลองตลอดเวลา
  2. สาขาน้อย เข้าถึงยาก สังเกตให้ดี A&W มักเปิดขายในพื้นที่ปริมณฑล และชานเมืองมากกว่าใจกลางเมือง รวมถึงในช่วงเกิดโควิด ทางแบรนด์ไม่ได้มีบริการเดลิเวอรีมากนัก ทำให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้ายาก สาขาขาดรายได้ จนทยอยปิดสาขามาตลอด
  3. .รสชาติอาหารของ A&W มักมีลูกค้าบ่นว่า “อร่อย” กับ “ไม่ถูกปาก” อย่างรูทเบียร์เครื่องดื่มชูโรงของร้าน ก็ไม่ใช่เครื่องดื่มที่ทุกคนจะชอบ รวมถึงเมนูอื่นๆ เช่น เบอร์เกอร์, ไก่ทอด, ชีสสติก เป็นเมนูที่ไม่เด่น ไม่ดึงดูดใจลูกค้า เมื่อเทียบฟาสต์ฟู้ดเจ้าอื่นๆ
Time Line แฟรนไชส์ A&W Restaurants ในอเมริกา 
 
ภาพจาก www.facebook.com/awrestaurants

จากการจัดอันดับแฟรนไชส์ 500 ของนิตยสาร Entrepreneur ในสหรัฐอเมริกา ประจำปี 2025 (2025 Franchise 500 Rank) พบว่า A&W Restaurants ติดอันดับที่ 193 ส่วนอันดับ 1 เป็นของแฟรนไชส์ “ทาโก้ เบลล์” 
  • ก่อตั้งปี 1919 
  • ขายแฟรนไชส์ปี 1925 (100 ปี)
  • ปัจจุบันมี 865 สาขาทั่วโลก (2024) 
  • บริษัทบริหารเอง 2 สาขา
  • แฟรนไชส์ในอเมริกา 449 สาขา 
  • แฟรนไชส์นอกอเมริกา 414 สาขา
นั่นคือ...เรื่องราวความเป็นมาที่น่าสนใจของแบรนด์แฟรนไชส์ฟาสต์ฟู้ดสัญชาติอเมริกัน A&W Restaurant ที่ได้ยุติกิจการในประเทศไทย หลังจากขาดทุนต่อเนื่อง 70 ล้านบาทในปี 2021 จากการแข่งขันที่สูงและการระบาดโควิด-19 
 
อ้างอิง

ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 

บทความแฟรนไชส์ยอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
7 แฟรนไชส์ขายดีทุกวัน คนซื้อซ้ำสูง! ลูกค้ากลับมา..
516
Panera Bread โมเดล “ค่ากาแฟแบบรายเดือน” ยอดขาย 2..
476
93 แฟรนไชส์ ร่วม “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ ..
451
เปิดสูตรลับเจ้าของแฟรนไชส์! เงินก้อนจากค่าแรกเข้..
434
Lelecha รายได้ 4,000 ล้าน! ยังขาดทุน แก้ปัญหาด้ว..
419
แฟรนไชส์การศึกษาโกลเด้นเบรน All Students, One St..
398
บทความแฟรนไชส์มาใหม่
บทความอื่นในหมวด