บทความทั้งหมด    บทความแฟรนไชส์    โอกาสทางธุรกิจ    ช่องทางทำกิน
862
41
3 นาที
3 ธันวาคม 2563
ลงทุนร้านกาแฟสด แบบไหน? อย่างไร? ถึงจะรวย!


ธุรกิจยอดฮิตคงหนีไม่พ้น “เปิดร้านกาแฟ” ถามว่าทำไม “คนถึงอยากเปิดร้านกาแฟ?” คำตอบก็ง่ายๆ เพราะว่า “ลูกค้าเยอะ” เป็นสินค้าที่ไม่มีวันตกเทรนด์ ไม่ว่ายุคไหนสมัยใดก็ขายได้ แต่เมื่อมีตัวเลือกมาก แล้วโอกาสที่จะขายดีมีมากแค่ไหน อันนี้น่าเป็นห่วง! โดยผู้เชี่ยวชาญในแวดวงของการลงทุนก็ยืนยันว่า “ลงทุนร้านกาแฟมีโอกาสรวย” แต่ก็มี “เงื่อนไข” ที่คนลงทุนต้องทำให้ได้เพื่อที่ประตูแห่งความสำเร็จจะได้เปิดต้อนรับอย่างที่ใจต้องการ
 
www.ThaiFranchiseCenter.com เชื่อว่าในปี 2564 จะมีร้านกาแฟเปิดขึ้นในรูปแบบต่างๆอีกจำนวนมาก ซึ่งข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (ณ วันที่10 กุมภาพันธ์ 2563) นับเฉพาะร้านที่ตั้งอยู่บนห้างสรรพสินค้า 770 ราย เพิ่มขึ้น 2.12% แบ่งเป็นร้านกาแฟสัญชาติไทย 691 ราย และต่างชาติร่วมทุน 79 ราย มีมูลค่าทุนจดทะเบียนรวม 2,155 ล้านบาท รายได้รวม 12,260 ล้านบาท
 
ไม่ใช่แค่นั้นหากย้อนดูปี 2562 พบว่า อัตราการเปิดร้านกาแฟใหม่เติบโตสูงถึง 64.75% และอัตราการอยู่รอดของร้านกาแฟที่เปิดช่วงปี 2559-2563 ยังสูงถึง 94.7% และเมื่อเห็นตัวเลขที่ชัดเจนว่าโอกาสรอดมีสูง แล้ว “เงื่อนไข” ที่จะทำให้ “รวย” ให้ “รอด” คืออะไรบ้าง
 
1.อย่าคิดเปิดร้านแบบ “เท่ห์ๆ”
 
ภาพจาก bit.ly/3lztEdh

บางคนมองว่าเปิดร้านกาแฟเป็นเรื่องง่าย แค่เปิดร้านมีกาแฟขาย เดี๋ยวก็มีลูกค้ามาเอง ความคิดแบบผิดๆ นี้พาให้เราจมสู่หายนะได้ การเปิดร้านกาแฟที่ดูว่าง่ายแต่ความจริงต้องมีการวางแผน เตรียมการ หาข้อมูลด้านการตลาดเป็นอย่างดี เริ่มต้นเราต้องรู้ก่อนว่าเราต้องการเจาะกลุ่มลูกค้าแบบไหน โดยส่วนใหญ่ร้านกาแฟมี 3 ประเภทคือ
  1. ร้านกาแฟแบบเคาน์เตอร์เล็กๆ เริ่มต้นที่หลักหมื่น มักตั้งอยู่ใกล้ อาคารสำนักงาน รถไฟฟ้า สถานศึกษา
  2. ร้านกาแฟแบบมุมกาแฟ เริ่มต้นที่หลักแสน ลักษณะคล้ายเคาน์เตอร์บาร์ อาจมีโต๊ะเล็กๆ เพื่อให้ลูกค้านั่งรอกาแฟ มักจะอยู่ภายในห้างสรรพสินค้าหรือ Community Mall
  3. ร้านกาแฟแบบ Stand Alone ร้านแบบนี้ลงทุนค่อนข้างสูง ตั้งแต่หลายแสนบาทไปจนถึงหลักล้าน ลักษณะเป็นร้านเดี่ยวๆดัดแปลงจากที่พักอาศัย อาคารพานิชย์
2.ตัดสินใจให้ดีว่าจะเลือกแบบแฟรนไชส์หรือไม่แฟรนไชส์ดี
 
ภาพจาก bit.ly/3g1nYaG

ข้อดีของการลงทุนเอง คือ เราได้รูปแบบร้านตามที่ต้องการ สามารถดีไซน์ทุกอย่างได้แบบที่เราชอบ ไม่ต้องเสียค่าแฟรนไชส์ มีความยืดหยุ่นในการลงทุนสูง ส่วนใหญ่หากมีเงินทุนมากพอ มีประสบการณ์มาบ้าง การลงทุนด้วยตัวเองก็เป็นทางเลือกที่ดี แต่ข้อดีของการซื้อแฟรนไชส์ก็มีที่น่าสนใจ

เช่น เราไม่ต้องมาเริ่มต้นจากศูนย์ แฟรนไชส์วางระบบบริหารจัดการ สินค้า วัตถุดิบให้เราเริ่มเปิดร้านได้เลย แถมยังส่งเสริมเรื่องการตลาด การพัฒนาสินค้าใหม่ และบางแบรนด์เป็นที่รู้จักในตลาดอย่างดี เราสามารถต่อยอดขายได้กำไรง่ายขึ้น โดยปัจจุบันมีแฟรนไชส์กาแฟที่น่าสนใจมากมายเช่น กาแฟ ดริป เมซโซ่เอ็กซ์ , สตาร์คอฟฟี่ , เวิลด์ไวด์ คอฟฟี่ , คอฟฟี่ทูเดย์ , กาแฟมวลชน , กาแฟเขาทะลุชุมพร เป็นต้น
 
3.เครื่องชงกาแฟ หัวใจสำคัญของการเปิดร้านกาแฟ
 
ภาพจาก bit.ly/3ogVxsj

บางคนเลือกใช้เครื่องที่ไม่เหมาะสมกับร้าน ก็ทำให้ทุนหายกำไรหดได้ เช่นหากเป็นร้านขนาดเล็กรองรับลูกค้าวันละไม่เกิน100แก้ว ควรเลือกใช้เครื่องชงกาแฟขนาดเล็ก 1 หัวชง เพราะลูกค้าที่เดินผ่านก็จะเห็นว่าราคาไม่น่าจะแพงจะตัดสินใจเดินเข้าร้านง่ายขึ้น แต่หากเป็นร้านกาแฟที่มีพื้นที่กว้างขวางและมีที่นั่งรองรับลูกค้าได้มาก สามารถรับลูกค้าได้วันละ 150 แก้วขึ้นไป ควรเลือกใช้เครื่องชงกาแฟ 2 หัวชงเพื่อรองรับการใช้งานจำนวนมาก เป็นต้น

ซึ่งราคาเครื่องชงกาแฟขนาดเล็ก ราคาเริ่มต้นที่ 30,000 – 60,000 บาท , ขนาดกลาง ราคาเริ่มต้นที่ 50,000 – 80,000 บาท และขนาดใหญ่ ราคาเริ่มต้นที่ 100,000 – 300,000 บาท ยังไม่รวมอุปกรณ์อื่น ๆสำหรับเปิดร้าน และวัตถุดิบที่ใช้ทำเครื่องดื่มต่างๆ งบประมาณลงทุนโดยรวมมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับขนาดร้าน ทำเล และการตกแต่งเป็นสำคัญ
 
4.เข้าใจคำว่า “ระยะเวลาคืนทุน”
 
ภาพจาก bit.ly/3lvbPff

แม้การเปิดร้านกาแฟจะดีแสนดี และมีลูกค้ามาก แต่ก็ใช่ว่าเราจะคืนทุนได้เลยทันที ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราลงทุนไปเท่าไหร่ โอกาสในการขายของเราเป็นอย่างไร ถ้าอยากรวยด้วยร้านกาแฟเราต้องคำนวณส่วนนี้ให้ได้โดยแนวทางคำนวณเบื้องต้นเช่น ลงทุนเปิดร้าน 400,000 บาท (รวมทุกอย่างหมดแล้ว) ขายกาแฟแก้วละ 40 บาท ถ้าคิดว่าต่อวันเราขายได้ 100 แก้ว รายได้ต่อเดือนคือ (40×100) x30 = 120,000 บาท  หักต้นทุนต่อแก้วเฉลี่ย 12 บาท ต้นทุนต่อเดือนประมาณ (12×100) x30 = 36,000 บาท

เราจึงมีรายได้ก่อนหักค่าดำเนินการอื่นๆ อยู่ที่ 120,000 – 36,000 บาท = 84,000 บาท ซึ่งค่าดำเนินการก็เช่น ค่าเช่าพื้นที่ , ค่าจ้างพนักงาน , ค่าน้ำค่าไฟ , จิปาถะต่างๆ หากคิดเบ็ดเสร็จหักหมดทุกอย่างเหลือกำไรต่อเดือนจริงๆ ประมาณ 20,000 บาท ก็เท่ากับว่าใช้ระยะเวลาในการคืนทุนประมาณ 14 เดือนเป็นอย่างน้อย
 
5.ร้านกาแฟยุคใหม่ “แข่งกันที่การตลาด”
 
ภาพจาก bit.ly/3mAuVlG

ใครๆ ก็เปิดร้านกาแฟ ลูกค้ามีตัวเลือกมาก จะทำอย่างไรให้ลูกค้าต้องเจาะจงมาซื้อกาแฟกับร้านของเรา คำตอบก็อยู่ที่เรื่อง “การตลาด” ทั้งการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ต่างๆ  , การทำโปรโมชั่นต่างๆ , การเพิ่มช่องทางเดลิเวอรี่ , การจัดกิจกรรมพิเศษส่งเสริมการขายต่างๆ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้มีความสำคัญ เพราะต่อให้กาแฟเราอร่อย บรรยากาศร้านเราดี แต่เราโฆษณาไม่เป็น คนที่เขาทำการตลาดเก่งกว่าเขาก็จะเด่นกว่า และคนจะรู้จักมากกว่า หากคิดจะเปิดร้านกาแฟให้รุ่งและรวย ต้องฉลาดเรื่องการตลาดมากๆ 
 
อย่างไรก็ดีการลงทุนร้านกาแฟในปี 2564 ก็ยังมีปัจจัยเสี่ยงในเรื่อง “รายได้ของประชาชน” ที่ลดน้อยลง คนส่วนใหญ่มองหาสินค้าราคาประหยัด ดังนั้นในฐานะคนเปิดร้านก็ต้องโฟกัสให้ชัดเจนไปเลยว่าเราเจาะตลาดกลุ่มไหน กาแฟราคาแพงหรือเจาะตลาดขนาดกลางกาแฟราคาหลักสิบ (40-60 บาท) หรือจะเลือกเปิดร้านกาแฟแบบราคาถูก (ราคา 20-25 บาท) ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับเงินทุนและวิสัยทัศน์ที่เรามองเห็น โดยร้านกาแฟสดทั่วไปต้นทุนกาแฟเย็น 1 แก้วขนาด 22 ออนซ์
 
ต้นทุนประมาณ 18.19 บาท หากตั้งราคาขายต่ำกว่านี้ก็ไม่กำไร ก็ต้องตั้งราคาที่เหมาะสมคิดรวมกับค่าเช่าพื้นที่และปัจจัยอื่นๆ ราคาเฉลี่ยจึงอยู่ที่ 35-40 บาท เป็นอย่างน้อย 
 
โดยรวมแล้วการเปิดร้านกาแฟยังมีความน่าสนใจมาก แต่ “เงื่อนไข” สำคัญคือ เราต้องหาทำเลที่ดี บรรยากาศร้านที่ใช่ คุณภาพสินค้าที่ดี และมีบริการที่หลากหลาย จะช่วยเพิ่มโอกาสในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้มากขึ้นหรือหากลงทุนเอง เปิดร้านเองและไปได้ดีจะลองขยายธุรกิจในแบบแฟรนไชส์ก็ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย
 
ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
 
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
 
ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจ ติดตามได้ที่ www.thaifranchisecenter.com/document/index.php
 
รับฟังบทความต่างๆ ผ่านทาง PodCast ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ https://soundcloud.com/thaifranchisecenter
 
ขอบคุณข้อมูล https://bit.ly/377UYu2 , https://bit.ly/33qrhmE 
 
 กาแฟ ดริป เมซโซ่เอ็กซ์
MezzoX Drip Cafe ร้านกาแฟคอนเซปต์ใหม่ที่ใช้วิธีดริป (Drip) ในการชง เนื่องจากไม่มีเครื่องกาแฟและเครื่องบด จึงลงทุนน้อยคืนทุนเร็ว ด้...
 สตาร์คอฟฟี่
Star Coffee กิจการเครื่องดื่มที่ดำเนินการ โดยบริษัท ซีพีเอฟ เรสเทอรองท์ แอนด์ ฟู้ดเชน จำกัด ซึ่งเป็นผุ้ให้บริการธุรกิจแฟรนไชนส์ อา...
ค่าแฟรนไชส์ 5,000 บาท
 เวิลด์ไวด์ คอฟฟี่
บริษัท เวิลด์ไวด์คอฟฟี่ จำกัด ศูนย์รวมธุรกิจกาแฟครบวงจร เป็นผู้นำเข้าและตัวแทนจัดจำหน่ายเครื่องชงกาแฟแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ในราคาเร...
ค่าแฟรนไชส์ 29,999 บาท
 คอฟฟี่ ทูเดย์
แบรนด์กาแฟสดสัญชาติไทยในมาตรฐานสากล...
ค่าแฟรนไชส์ 50,000 บาท
 กาแฟมวลชน
จากการริเริ่มดำเนินโครงการ “อบรมกาแฟสร้างอาชีพ เพื่อสังคมและชุมชน” ที่บริษัท ซีพี  รีเทลลิงค์ จำกัด ภายใต้การบริหารงาน ของ ดร...
 กาแฟเขาทะลุ ชุมพร
สนใจอยากเปิดร้านกาแฟเขาทะลุ ชุมพร ต้นตำรับที่มีชื่อเสียงโด่งดังมานาน ล่าสุด เปิดโอกาสขายแฟรนไชส์ ให้นักลงทุน ผู้สนใจทั่วไปแล้ว...
ค่าแฟรนไชส์ 59,000 บาท