บทความทั้งหมด    บทความแฟรนไชส์    การเริ่มต้นธุรกิจแฟรนไชส์    ความรู้ทั่วไประบบแฟรนไชส์
257
4 นาที
20 กรกฎาคม 2569
ย้อนตำนาน Dunkin' และ Mister Donut เมื่อพี่น้องแตกคอกัน จนสร้าง 2 อาณาจักรพันล้าน
 

หากพูดถึงร้านโดนัทที่ครองใจผู้บริโภคชาวไทยมายาวนาน ชื่อของ Dunkin' และ Mister Donut คงเป็นสองแบรนด์แรกที่หลายคนนึกถึง ทั้งคู่แข่งขันกันมาตั้งแต่การขยายสาขา การพัฒนาเมนูใหม่ ไปจนถึงการสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์ จนกลายเป็นภาพจำของ "คู่แข่งตลอดกาล" ในตลาดโดนัท
 
แต่เบื้องหลังการแข่งขันที่ดำเนินมายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ มีเรื่องราวที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน นั่นคือ จุดเริ่มต้นของทั้งสองแบรนด์ไม่ได้เกิดจากผู้ประกอบการคนละกลุ่ม หากแต่มีรากฐานมาจาก "ครอบครัวเดียวกัน" เมื่อ William "Bill" Rosenberg ผู้ก่อตั้ง Dunkin' และ Harry Winokur ผู้ก่อตั้ง Mister Donut ซึ่งเป็นพี่เขยของเขา เคยเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจที่ร่วมกันสร้างความสำเร็จให้กับร้านโดนัทแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา
 
อย่างไรก็ตาม เมื่อธุรกิจเริ่มเติบโต ทั้งสองกลับมีมุมมองต่ออนาคตของกิจการแตกต่างกัน โดยเฉพาะแนวทางการขยายธุรกิจผ่านระบบแฟรนไชส์ ความเห็นที่ไม่ลงรอยค่อย ๆ พัฒนาเป็นความขัดแย้ง จนนำไปสู่การแยกทางของหุ้นส่วนคู่สำคัญ
 
การตัดสินใจครั้งนั้นไม่เพียงเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของทั้งสองคน แต่ยังกลายเป็นจุดกำเนิดของอีกหนึ่งแบรนด์โดนัทระดับโลก และเปิดฉากการแข่งขันระหว่าง Dunkin' กับ Mister Donut ที่ดำเนินต่อเนื่องนานหลายทศวรรษ จากคู่หูที่เคยร่วมสร้างธุรกิจ กลายเป็นคู่แข่งที่ต้องชิงความเป็นผู้นำในตลาดเดียวกัน ทั้งในสหรัฐอเมริกาและอีกหลายประเทศทั่วโลก
 
น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ แม้ทั้งสองแบรนด์จะเคยแข่งขันกันอย่างดุเดือด แต่เมื่อเวลาผ่านไป วงจรของธุรกิจกลับพลิกผันอีกครั้ง เมื่อทั้ง Dunkin' และ Mister Donut ต่างถูกซื้อกิจการและสุดท้ายกลับมาอยู่ภายใต้เครือเดียวกันในระดับโลก ขณะที่ในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ทั้งสองแบรนด์ยังคงเดินหน้าทำตลาดในฐานะคู่แข่งเช่นเดิม
 
เรื่องราวของ Dunkin' และ Mister Donut จึงไม่ได้เป็นเพียงประวัติของร้านโดนัทสองแบรนด์ดัง หากยังสะท้อนให้เห็นว่า ในโลกธุรกิจ ความสัมพันธ์ระหว่าง "หุ้นส่วน" และ "คู่แข่ง" อาจอยู่ใกล้กันกว่าที่หลายคนคิด และบางครั้ง การตัดสินใจเพียงครั้งเดียวก็สามารถเปลี่ยนทิศทางของอุตสาหกรรมทั้งอุตสาหกรรมได้
 
จุดกำเนิดของ Dunkin'
 

ภาพจาก https://citly.me/l5uUJ

จุดเริ่มต้นของ Dunkin' เกิดขึ้นในปี 1948 จากวิสัยทัศน์ของ วิลเลียม "บิล" โรเซนเบิร์ก (William "Bill" Rosenberg) นักธุรกิจชาวอเมริกัน ผู้เติบโตขึ้นมาในช่วงที่สหรัฐอเมริกากำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ หรือ Great Depression ช่วงเวลาที่ธุรกิจจำนวนมากต้องปิดกิจการ และครอบครัวของเขาเองก็ได้รับผลกระทบจนต้องเลิกกิจการร้านขายของชำ
 
ด้วยภาระทางครอบครัว โรเซนเบิร์กต้องออกจากโรงเรียนตั้งแต่อายุยังน้อยเพื่อออกมาทำงานหาเลี้ยงชีพ เขาผ่านงานมาหลายอาชีพ ก่อนจะเก็บเงินก้อนหนึ่งมาจัดตั้งธุรกิจรับส่งอาหารให้กับโรงงานและสำนักงานในรัฐแมสซาชูเซตส์
 
ระหว่างดำเนินธุรกิจ เขาสังเกตเห็นข้อมูลที่น่าสนใจอย่างหนึ่ง คือ สินค้าที่สร้างรายได้ให้บริษัทมากที่สุดกลับไม่ใช่อาหารจานหลัก แต่เป็น โดนัทและกาแฟ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนรายได้จำนวนมาก ความต้องการของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานที่ต้องการอาหารเช้ารวดเร็ว ทำให้เขาเชื่อว่าสินค้าทั้งสองชนิดนี้ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก
 
ด้วยเหตุนี้ ในปี ค.ศ. 1948 โรเซนเบิร์กจึงเปิดร้านโดนัทแห่งแรกในเมืองควินซี รัฐแมสซาชูเซตส์ ภายใต้ชื่อ The Open Kettle ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น Dunkin' Donuts ในอีกสองปีต่อมา เพื่อสะท้อนเอกลักษณ์ของการรับประทานโดนัทคู่กับการ "จุ่ม" ลงในกาแฟ ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นภาพจำของแบรนด์ไปทั่วโลก
 
ร้านแห่งนี้ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วจากการนำเสนอทั้งโดนัทและกาแฟคุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้ จนธุรกิจเริ่มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และนั่นเองคือช่วงเวลาที่ "หุ้นส่วนคนสำคัญ" ก้าวเข้ามามีบทบาทในการผลักดันให้ Dunkin' เติบโตยิ่งกว่าเดิม

จากหุ้นส่วนธุรกิจ สู่จุดแตกหัก
 

ภาพจาก https://citly.me/vcAl0

บุคคลสำคัญคนนั้นคือ แฮร์รี วิโนเคอร์ (Harry Winokur) พี่เขยของโรเซนเบิร์ก ซึ่งเข้ามาร่วมลงทุนและช่วยบริหารกิจการในช่วงที่ Dunkin' กำลังเติบโต
 
วิโนเคอร์ไม่ได้เป็นเพียงนักลงทุน แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการบริหารงานประจำวัน วางระบบการดำเนินธุรกิจ และช่วยผลักดันให้ร้านขยายฐานลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ทั้งสองได้รับการยอมรับว่าเป็นคู่หูผู้ร่วมสร้างความสำเร็จของ Dunkin' ในยุคแรก
 
อย่างไรก็ตาม เมื่อธุรกิจเริ่มมั่นคง โรเซนเบิร์กมองเห็นโอกาสในการเติบโตครั้งใหญ่ เขาต้องการขยายกิจการผ่านระบบ แฟรนไชส์ เพื่อให้แบรนด์สามารถเปิดสาขาได้ทั่วประเทศในระยะเวลาอันรวดเร็ว
 
แต่แนวคิดดังกล่าวกลับไม่ได้รับความเห็นชอบจากวิโนเคอร์ เขามองว่าการขยายตัวอย่างรวดเร็วอาจกระทบต่อคุณภาพของสินค้าและมาตรฐานการบริหารร้าน ทั้งสองจึงมีมุมมองต่ออนาคตของธุรกิจแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
 
ความเห็นที่ไม่ลงรอยค่อย ๆ พัฒนาเป็นความขัดแย้ง จนท้ายที่สุด วิโนเคอร์ตัดสินใจถอนตัวออกจาก Dunkin' และแยกทางกับหุ้นส่วนที่เคยร่วมสร้างธุรกิจมาด้วยกัน ในเวลานั้น คงไม่มีใครคาดคิดว่า การตัดสินใจครั้งนี้ จะนำไปสู่การถือกำเนิดของคู่แข่งที่แข็งแกร่งที่สุดของ Dunkin'
 
Part 3 การถือกำเนิดของ Mister Donut และจุดเริ่มต้นของสงครามโดนัท
 
ภาพจาก https://citly.me/5yc6E

หลังแยกตัวออกจาก Dunkin' ไม่นาน แฮร์รี วิโนเคอร์ก็ตัดสินใจก่อตั้งธุรกิจโดนัทของตนเองในช่วงปี ค.ศ. 1955–1956 ภายใต้ชื่อ Mister Donut แม้จะเป็นแบรนด์ใหม่ แต่รูปแบบธุรกิจกลับมีความใกล้เคียงกับ Dunkin' อย่างมาก ทั้งการจำหน่ายโดนัทเป็นสินค้าหลัก เสิร์ฟควบคู่กับกาแฟ และใช้ร้านขนาดไม่ใหญ่เพื่อรองรับลูกค้ากลุ่มคนทำงานและครอบครัว
 
ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาจากการร่วมสร้าง Dunkin' ทำให้ Mister Donut สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว และกลายเป็นคู่แข่งโดยตรงของอดีตหุ้นส่วนทันที
 
จากวันนั้นเป็นต้นมา ตลาดโดนัทในสหรัฐอเมริกาจึงไม่ได้มีเพียงแบรนด์ผู้บุกเบิก แต่กลายเป็นเวทีการแข่งขันของสองแบรนด์ที่มีจุดกำเนิดจากครอบครัวเดียวกัน ความคล้ายคลึงของสินค้า โมเดลธุรกิจ และฐานลูกค้า ทำให้ทั้งสองต้องแข่งขันกันทั้งด้านการขยายสาขา การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์ สงครามโดนัทระดับโลกจึงได้เริ่มต้นขึ้น และยืดเยื้อต่อเนื่องไปอีกหลายทศวรรษ
 
สงครามโดนัทในอเมริกา 
 
แม้จะมีจุดเริ่มต้นจากแนวคิดทางธุรกิจที่คล้ายกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไป Dunkin' และ Mister Donut ต่างพัฒนาเอกลักษณ์ของตัวเองอย่างชัดเจน เพื่อสร้างความแตกต่างในตลาดที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด
 
ฝั่ง Dunkin' เลือกวางตำแหน่งแบรนด์ให้เป็นร้านสำหรับคนทำงาน เน้นความสะดวก รวดเร็ว และการซื้อกลับเป็นหลัก โดยยังคงให้ความสำคัญกับ "กาแฟ" ควบคู่กับโดนัท จนในเวลาต่อมากาแฟกลายเป็นหนึ่งในสินค้าหลักที่สร้างรายได้ให้กับบริษัท นอกจากนี้ การขยายธุรกิจผ่านระบบแฟรนไชส์ยังช่วยให้ Dunkin' เติบโตอย่างรวดเร็ว และสามารถกระจายสาขาไปทั่วสหรัฐอเมริกา
 
ขณะที่ Mister Donut เลือกสร้างจุดแข็งอีกแบบหนึ่ง โดยเน้นความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ พัฒนาโดนัทรสชาติใหม่ ๆ และออกเมนูตามเทศกาลหรือกระแสนิยมอยู่เสมอ เพื่อสร้างความแปลกใหม่ให้กับลูกค้า ทำให้แบรนด์ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคที่ต้องการประสบการณ์แตกต่างจากร้านโดนัททั่วไป
 
แนวทางที่แตกต่างกันทำให้ทั้งสองแบรนด์แข่งขันกันอย่างเข้มข้นตลอดช่วงทศวรรษ 1960–1980 ไม่ว่าจะเป็นการขยายสาขา การเพิ่มเมนูใหม่ การทำตลาด และการชิงพื้นที่ในเมืองสำคัญทั่วสหรัฐอเมริกา จนกลายเป็น "สงครามโดนัท" ที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดครั้งหนึ่งของวงการธุรกิจอาหารอเมริกัน
 
จุดพลิกเกม เมื่อคู่แข่งกลับมาอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน
 
ภาพจาก https://citly.me/2kaxl

หากมองย้อนเส้นทางของทั้งสองแบรนด์ จะพบว่าเรื่องราวทั้งหมดเต็มไปด้วยจุดหักมุมที่แทบไม่มีใครคาดคิด
  • ปี 1948 วิลเลียม "บิล" โรเซนเบิร์ก เปิดร้าน The Open Kettle ซึ่งต่อมากลายเป็น Dunkin' Donuts
  • ปี 1955–1956 ความเห็นที่แตกต่างเรื่องการขยายธุรกิจทำให้แฮร์รี วิโนเคอร์แยกตัวออกไปก่อตั้ง Mister Donut
  • ทศวรรษ 1960 ทั้งสองแบรนด์เติบโตอย่างรวดเร็ว ขยายสาขาผ่านระบบแฟรนไชส์ และกลายเป็นเชนร้านโดนัทรายใหญ่ของสหรัฐฯ
ทศวรรษ 1980 การแข่งขันระหว่างทั้งคู่รุนแรงขึ้น ทั้งด้านจำนวนสาขา การตลาด และการแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด
 
แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ Allied Domecq บริษัทด้านอาหารและเครื่องดื่มจากสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นเจ้าของ Dunkin' ในขณะนั้น ตัดสินใจเข้าซื้อกิจการ Mister Donut ในสหรัฐอเมริกา
 
หลังการเข้าซื้อกิจการ ร้าน Mister Donut จำนวนมากในสหรัฐฯ ถูกทยอยรีแบรนด์และเปลี่ยนป้ายเป็น Dunkin' Donuts ทำให้ชื่อ Mister Donut ค่อยๆ หายไปจากตลาดอเมริกา
 
นี่จึงกลายเป็นจุดพลิกผันครั้งใหญ่ของสงครามโดนัท จากสองแบรนด์ที่เคยแข่งขันกันอย่างดุเดือด สุดท้ายกลับมาอยู่ภายใต้เจ้าของเดียวกันอีกครั้ง แม้จะไม่ได้เกิดจากการคืนดีกันของผู้ก่อตั้ง แต่เป็นผลจากการควบรวมกิจการในโลกธุรกิจ
 
ทำไม Mister Donut ยังมีอยู่
 
ภาพจาก https://citly.me/ReCxr

แม้ชื่อ Mister Donut จะค่อย ๆ เลือนหายไปจากสหรัฐอเมริกา แต่ในอีกฟากหนึ่งของโลก แบรนด์กลับเติบโตอย่างแข็งแกร่งจนกลายเป็นผู้นำตลาดในหลายประเทศของเอเชีย
 
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1971 เมื่อบริษัทสัญชาติญี่ปุ่น Duskin Co., Ltd. ได้รับสิทธิ์ในการพัฒนาและทำตลาด Mister Donut ในญี่ปุ่น ก่อนจะขยายเครือข่ายไปยังประเทศอื่นในเอเชีย
 
Duskin ไม่ได้เพียงนำโมเดลจากสหรัฐฯ มาใช้เท่านั้น แต่ยังปรับผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับรสนิยมของผู้บริโภคชาวเอเชีย ทั้งการพัฒนาเมนูใหม่ การออกโดนัทตามฤดูกาล การร่วมมือกับคาแรกเตอร์ชื่อดัง และการสร้างประสบการณ์ภายในร้านให้แตกต่างจากตลาดอเมริกา
 
กลยุทธ์ดังกล่าวทำให้ Mister Donut ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยเฉพาะใน ญี่ปุ่น ซึ่งกลายเป็นตลาดหลักของแบรนด์ และขยายความนิยมต่อไปยัง ไต้หวัน รวมถึง ประเทศไทย ที่เปิดสาขาแรกในปี 2521
 
ในทางกลับกัน Dunkin' แม้จะยังคงเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งในสหรัฐอเมริกา แต่กลับไม่สามารถสร้างความนิยมในญี่ปุ่นได้เทียบเท่าคู่แข่ง จนต้องยุติการดำเนินธุรกิจในประเทศนั้นในเวลาต่อมา จึงอาจกล่าวได้ว่า หากอเมริกาเป็นบ้านของ Dunkin' แล้ว "เอเชีย" ก็เป็นดินแดนที่ Mister Donut สร้างอาณาจักรของตัวเองได้อย่างเต็มภาคภูมิ
 
สงครามโดนัทในประเทศไทย 
 
ภาพจาก www.facebook.com/MisterDonutThailand

แม้สงครามโดนัทจะเริ่มต้นขึ้นในสหรัฐอเมริกา แต่ประเทศไทยก็กลายเป็นอีกหนึ่งสมรภูมิสำคัญที่ทั้งสองแบรนด์ต้องแข่งขันกันมาอย่างยาวนาน จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2521 (ค.ศ. 1978) เมื่อ Mister Donut เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยเป็นแบรนด์แรก โดยได้รับสิทธิ์ดำเนินธุรกิจจาก ตระกูลจิราธิวัฒน์ และเปิดสาขาแรกที่ สยามสแควร์ ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางการค้าสมัยใหม่ของกรุงเทพฯ ในเวลานั้น
 
ด้วยการนำเสนอเมนูโดนัทที่หลากหลายและปรับรสชาติให้เข้ากับผู้บริโภคชาวไทย ทำให้ Mister Donut ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว และสร้างฐานลูกค้าได้ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของตลาดโดนัทในประเทศ
 
อีกเพียง 3 ปีต่อมา หรือในปี พ.ศ. 2524 (ค.ศ. 1981) Dunkin' ก็เข้ามาเปิดตลาดในประเทศไทยเช่นกัน โดยเปิดสาขาแรกที่ สยามสแควร์ เหมือนกับคู่แข่ง และเริ่มเปิดเกมแข่งขันอย่างเต็มรูปแบบ
 
นับจากนั้น ทั้งสองแบรนด์ต่างเร่งขยายสาขาไปตามศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน และแหล่งชุมชนทั่วประเทศ พร้อมแข่งขันกันทั้งด้านผลิตภัณฑ์ โปรโมชั่น และการสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ จนกลายเป็นสองชื่อที่ครองตลาดโดนัทของไทยมายาวนานหลายทศวรรษ ปัจจุบัน Mister Donut อยู่ภายใต้การบริหารของ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) ในเครือเซ็นทรัล และมีสาขามากกว่า 420 แห่ง ทั่วประเทศ

ภาพจาก www.facebook.com/Dunkinthai
 
ส่วน Dunkin' อยู่ภายใต้การบริหารของ บริษัท มัดแมน จำกัด (มหาชน) (Mudman PCL) ซึ่งเป็นผู้บริหารแบรนด์ร้านอาหารและเครื่องดื่มหลายแบรนด์ เช่น Greyhound Café, Au Bon Pain และ Baskin-Robbins โดยมีสาขาในประเทศไทยมากกว่า 410 แห่ง แม้ทั้งสองแบรนด์จะมีแนวทางการทำตลาดที่แตกต่างกัน แต่ต่างก็ยังรักษาสถานะผู้นำในตลาดโดนัทของไทย และยังคงแข่งขันกันอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
 
สรุป
 
เรื่องราวของ Dunkin' และ Mister Donut จึงไม่ได้เป็นเพียงประวัติของร้านโดนัทสองแบรนด์ดัง หากยังเป็นบทเรียนสำคัญของโลกธุรกิจที่แสดงให้เห็นว่า คู่แข่งที่ดุเดือดที่สุด อาจเคยเป็นพันธมิตรที่ร่วมสร้างความสำเร็จมาด้วยกัน และเมื่อกาลเวลาผ่านไป วงล้อของธุรกิจก็อาจพาทั้งสองฝ่ายกลับมาบรรจบกันอีกครั้งในรูปแบบที่ไม่มีใครคาดคิด
 
แหล่งข้อมูล 
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
บทความแฟรนไชส์ยอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
10 แฟรนไชส์มาแรงครึ่งปีแรก 2026! สาขาโตแรง! แบรน..
573
Super Steak เริ่มต้น 49 บาท! กำไรทะลุ 50% แฟรนไช..
512
8 แฟรนไชส์มาใหม่! น่าลงทุนประจำเดือนกรกฏาคม 2569
472
ใคร คือบิดาแห่งร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ตัวจริง?
456
Scooter’s Coffee แฟรนไชส์ Drive-Thru โตเร็ว 900 ..
426
TFBO 2026 งานรวมแฟรนไชส์ไทยและต่างประเทศ เยอะ! ค..
405
บทความแฟรนไชส์มาใหม่
บทความอื่นในหมวด