บทความทั้งหมด    บทความแฟรนไชส์    การเริ่มต้นธุรกิจแฟรนไชส์    ความรู้ทั่วไประบบแฟรนไชส์
2.4K
3 นาที
28 พฤศจิกายน 2560
8 วิธีเจ้าของแฟรนไชส์ดูแลแฟรนไชส์ซี


ระบบของธุรกิจแฟรนไชส์ เจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์จะต้องมีระบบให้การสนับสนุนแฟรนไชส์ซี (ผู้ซื้อแฟรนไชส์ซี) เริ่มตั้งแต่ก่อนเปิดกิจการหรือดำเนินธุรกิจ แล้วยังจะต้องมีระบบให้การสนับสนุนด้านต่างๆ ช่วงระหว่างดำเนินธุรกิจลอดอายุสัญญาแฟรนไชส์ให้แก่แฟรนไชส์ซีด้วยเหมือนกัน เพราะจะมีส่วนช่วยให้ระบบแฟรนไชส์มีคุณภาพมาตรฐาน สาขาธุรกิจแฟรนไชส์มีการเติบโตอย่างมั่นคง ไปพร้อมๆ กับบริษัทเจ้าของแฟรนไชส์ 
 
วันนี้ www.ThaiFranchiseCenter.com ยังพบว่ายังมีผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ ที่ต้องการขยายธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์ ด้วยการเก็บค่าธรรมเนียมแรกเข้า และค่าธรรมเนียมรายเดือน

โดยปราศจากการให้ความช่วยเหลือที่ดีแก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ธุรกิจเหล่านั้น มีอายุสั้นและล้มเหลวในที่สุด ตรงนี้ถือเป็นปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ ต่อไปนี้มาดูกันว่า วิธีการที่เจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์จะให้การช่วยเหลือ ดูแล และสนับสนุนแฟรนไชส์ซีอย่างไรบ้าง ช่วงดำเนินกิจการ 
 
1.ส่งเสริมการขาย-การตลาด
 

เจ้าของแฟรนไชส์มีหน้าที่ในการสร้างรากฐานทางการตลาด มุ่งเน้นการสร้างแบรนด์ของสินค้าหรือบริการ การดำเนินการที่มีประสิทธิภาพ ด้วยงบประมาณที่มาจากค่าธรรมเนียมและค่าสิทธิ์แฟรนไชส์

รวมถึงส่วนแบ่งยอดขายในแต่ละสาขา นำไปเป็นค่าใช้จ่ายสร้างกิจกรรมทางการตลาด ส่งเสริมภาพพจน์ของธุรกิจโดยรวมให้เป็นที่ยอมรับและได้รับความนิยมต่อเนื่อง ช่วยให้ธุรกิจมีการเติบโต ดังนั้น เงินส่วนนี้จึงไม่ใช่ส่วนกำไรที่เจ้าของแฟรนไชส์ ถือเป็นกำไรของการทำธุรกิจ

2.พัฒนาสินค้าและเมนูใหม่ๆ


ขณะเปิดร้าน เจ้าของแฟรนไชส์อาจจะต้องการสร้างกิจกรรมต่างๆ จัดโปรโมชั่นร่วมกับพันธมิตร เพื่อดึงดูดผู้บริโภคในแต่ละกลุ่ม รวมถึงนำเสนอแผนการตลาดใหม่ๆ ในอนาคต ด้วยการวิจัยและพัฒนาสินค้าหรือบริการ เปิดตัวเมนูใหม่ตลอดจนโปรแกรมการตลาด และกระบวนการใหม่ๆ ทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงของตลาด
 
3.เพิ่มจำนวนสาขาแฟรนไชส์ เพื่อเพิ่มยอดขาย
 

เจ้าของแฟรนไชส์ยังต้องสร้างฐานธุรกิจให้เติบโตขึ้น เพราะผู้ซื้อแฟรนไชส์ต่างต้องการความมั่นใจว่า เมื่อลงทุนไปแล้ว จะได้กำไรดี และประสบความสำเร็จ โดยประโยชน์ของการเพิ่มจำนวนสาขาแฟรนไชส์ จะช่วยให้เจ้าของแฟรนไชส์สร้างยอดการขาย

ด้วยจำนวนสาขาเครือข่ายครอบครองพื้นที่ตลาด นำไปสู่การสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า นอกจากนี้ยังช่วยให้เกิดอำนาจต่อรองกับซัพพลายเออร์ เพื่อประโยชน์ในการลดต้นทุนให้กับสาขาในระบบได้อีกด้วย

4.เลือกทำเลในการเปิดและพัฒนาร้านสาขาแฟรนไชส์ 
 

 
เจ้าของแฟรนไชส์จะต้องสร้างโอกาสในการขยายธุรกิจ ด้วยการหาทำเลพื้นที่ในการขยายสาขาไว้สำรองมากขึ้น เพื่อการเปิดสาขาแฟรนไชส์ใหม่ๆ หรือให้โอกาสสาขาแฟรนไชส์เดิมเปิดสาขาเพิ่มได้ เพื่อที่จะทำให้ธุรกิจแฟรนไชส์ครองตลาดให้ครอบคลุมพื้นที่ 

ป้องกันคู่แข่งเข้ามาแย่งส่วนแบ่งการตลาด ซึ่งเจ้าของแฟรนไชส์ส่วนใหญ่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเภทของทำเล ที่แฟรนไชส์ซีควรมองหาและให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ รวมถึงค่าใช้จ่ายก่อนที่จะตัดสินใจให้เลือกใช้สถานที่เปิดร้าน
 
5.สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับแฟรนไชส์ซีและผู้ร่วมค้าต่างๆ
 

การติดต่อสื่อสารกันระหว่างเจ้าของแฟรนไชส์และผู้ซื้อแฟรนไชส์ จะมีส่วนช่วยให้ระบบแฟรนไชส์มีความเข้มแข็งมากขึ้น ซึ่งเจ้าของแฟรนไชส์จะต้องพร้อมให้คำปรึกษาแก่แฟรนไชส์ซีตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาใดๆ หรือทุกเรื่องที่ข้องเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ โดยเจ้าของแฟรนไชส์จะต้องแก้ปัญหาให้กับแฟรนไชส์ซีให้ได้ 

นอกจากนี้ เจ้าของแฟรนไชส์ จะต้องเสาะหาผู้ร่วมค้าที่มีศักยภาพในการส่งวัตถุดิบต่างๆ ให้กับระบบแฟรนไชส์ที่ดำเนินการช่วยให้การดำเนินธุรกิจของเราแข็งแกร่งขึ้น รวมถึงการขยายวงเครือข่ายทางธุรกิจ นอกเหนือจากเครือข่ายเดิมที่มีอยู่ เพราะสามารถช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ทำให้แฟรนไชส์ต่อยอดการพัฒนาธุรกิจมากขึ้นได้

6.การวางรูปแบบบัญชี การเงิน และการบริหารงานภายใน


เจ้าของแฟรนไชส์ต้องจัดเตรียมระบบบัญชีที่มีประสิทธิภาพและรัดกุมให้แก่แฟรนไชส์ซี ซึ่งเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ที่ดีต้องมีระบบการบริหารการจัดการเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้แข็งแกร่ง เติบโตมั่นคง

รวมถึงการให้ความช่วยเหลือแฟรนไชว์ซีในเรื่องของการบริหารจัดการร้าน การจ่ายค่าสินค้า ค่าจ้าง การหาซัพพลายเออร์ และค่าใช้จ่ายที่ต้องดำเนินการที่เกี่ยวข้อง เพราะระบบแฟรนไชส์ที่ดีจะทำให้แฟรนไชส์ซีทำงานง่ายขึ้น และสามารถควบคุมมาตรฐานให้เป็นไปอย่างสม่ำเสมอ
 
7.วิเคราะห์ยอดขาย


เป็นเรื่องสำคัญมาก สำหรับการตรวจสอบและวิเคราะห์ยอดขายของร้านสาขาแฟรนไชส์แต่ละสาขา เจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ต้องติดต่อแฟรนไชส์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แฟรนไชส์ซีจัดทำรายงานประจำวัน เกี่ยวกับข้อมูลการขายในแต่ละวัน รวมถึงข้อมูลสินค้าต่างๆ ส่งมายังเจ้าของแฟรนไชส์ให้ทราบ 
 
รวมถึงการสรุปจากรายงานประจำเดือน และรายงานอื่นๆ เป็นข้อมูลเรื่องของประสิทธิภาพการทำงาน ข้อมูลของสมาชิก และข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์ด้านต่างๆ เพื่อจะได้ให้การช่วยเหลือแฟรนไชส์ซีได้ทันท่วงที เทื่อเกิดปัญหาขึ้น

ทั้งนี้ การวิเคราะห์ยอดขายของร้านสาขานั้น จะพิจารณาไปถึงการควบคุมกระแสเงินสด ทำการตลาดและกิจกรรมส่งเสริมการขาย การควบคุมสินค้าคงคลัง ข้อมูลการขายสินค้าแต่ละประเภท เพราะจะช่วยให้รับรู้ถึงยอดขาย และผลกำไร
 
8.การบริหารลูกค้า
 

เจ้าของแฟรไชส์ต้องดูว่าร้านสาขามีระบบการบริหารลูกค้าอย่างไร ใครเป็นลูกค้าประจำ (VIP) ของร้านบ้าง รูปแบบการให้บริการอย่างไร ให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจ ประทับใจ และกลับมาใช้บริการอีก รวมถึงเทคนิคการบริการลูกค้าอย่างไร ให้ชนะคู่แข่ง สามารถดึงดูดลูกค้าเข้าร้านค้าได้ และร้านค้ามีแนวทางการรับคำร้องเรียนของลูกค้าอย่างไรบ้าง
 
9.ออกตรวจเยี่ยมร้านสาขาแฟรนไชส์สม่ำเสมอ

เจ้าของแฟรนไชส์ต้องออกไปตรวจเยี่ยมร้านสาขาแฟรนไชส์ซี แต่ละแห่ง เพื่อสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับแฟรนไชส์ซี รวมถึงตรวจเช็คและตรวจกระบวนการทำงานต่างๆ ภายในร้าน ตั้งแต่นอกร้านยังในร้าน โดยสิ่งที่ต้องตรวจ อาทิ 
  1. สภาพภายนอกร้าน (ประตูและหน้าต่าง ป้ายสัญลักษณ์)
  2. สภาพภายในร้าน (พื้น เคาน์เตอร์ ชั้นแสดงสินค้า อุปกรณ์)
  3. พนักงาน (การแต่งกายถูกต้อง ลักษณะท่าทาง)
  4. สินค้าในร้าน (จำนวน การจัดเตรียม ป้ายราคา) 
  5. การบริการลูกค้า (การต้อนรับอย่างเป็นมิตร การบริการอย่างมีความรู้)
  6. ระบบการจัดเก็บเงิน (มีธนบัตรเพียงพอ บันทึกลงในบัญชีตามหลักการ มีธนบัตรเพียงพอสำหรับรับแลก และทอนให้กับลูกค้า มีการบันทึกข้อมูลทุกอย่าง) 
ทั้งหมดเป็น 8 วิธีสำหรับเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ในการช่วยเหลือดูแลแฟรนไชส์ซี (ผู้ซื้อแฟรนไชส์) ตลอดอายุสัญญาแฟรนไชส์ โดยเฉพาะเรื่องของการออกไปตรวจเยี่ยมร้านสาขาแฟรนไชส์ทุกสาขา

ถือเป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการแฟรนไชส์ ที่จะละเลยไม่ได้ เพราะเป็นวิธีการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับแฟรนไชส์ซี อย่างน้อยออกไปถามปัญหาต่างๆ เพื่อให้การช่วยเหลือ ควบคุมและสร้างมาตรฐานให้กับระบบแฟรนไชส์มีความแข็งแกร่ง มีคุณภาพมาตรฐานเดียวกันทุกสาขา
 
อ่านบทความอื่นๆ จากไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ www.thaifranchisecenter.com/home.php