846
 31 สิงหาคม 2569 
ถอดสูตรความสำเร็จ “ฮิปสเตอร์สเต็ก” แฟรนไชส์ยิ่งขาย! รายได้ยิ่งเพิ่ม คืนทุนไม่เกิน 1 เดือน
 

หากพูดถึงธุรกิจอาหารที่ "ขายง่าย กำไรดี และกินได้ทุกวัน" เมนูสเต็กคือหนึ่งในอันดับต้นๆ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเด็ก ผู้ใหญ่ เพราะให้ความรู้สึกคุ้มค่า ได้สารอาหารครบถ้วน และเป็นอาหารจานหลักที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่ต้องการความรวดเร็วและอร่อย แต่ถึงแม้จะรู้ว่านี่คือสินค้าขายดี แต่ส่วนใหญ่ก็ยังเริ่มไม่ได้ ติดปัญหาหลายอย่าง
 
เช่น ทำไม่เป็น ไม่รู้จะเริ่มยังไง ทำแล้วกลัวไม่มีลูกค้า หรือว่าสินค้าจะอร่อยสู้คู่แข่งรายอื่นไม่ได้ ถ้าให้สรุปถึงความกังวลใจของปัญหาในการเปิดร้านสำหรับมือใหม่คือ
  • ปัญหาการคัดเลือกและหมักวัตถุดิบ เพราะ เนื้อแต่ละส่วน (สันนอก สันคอ ทีโบน) มีลายไขมันและความหนาต่างกัน คนไม่มีประสบการณ์จะไม่รู้วิธีตัดแต่ง รวมถึงวิธีการหมักที่ต้องมีสูตรลับเพื่อให้ได้รสชาติที่อร่อยเป็นมาตรฐาน
  • สูตรน้ำเกรวี่ที่ต้องถูกใจลูกค้า ถือเป็นหัวใจของร้านสเต็ก ซึ่งสูตรน้ำเกรวี่หรือซอสสเต็ก จำเป็นต้องมีความเฉพาะตัวเพื่อให้ลูกค้าประทับใจและกลับมาซื้อซ้ำในอนาคต
  • เทคนิคการย่างเพื่อให้เนื้อสุก โดยต้องอาศัยทักษะที่ชำนาญว่าย่างกี่นาที พลิกกี่ครั้ง ต้องพักเนื้อกี่นาที บางครั้งการจ้างพนักงานอาจไม่ได้มาตรฐานจึงเป็นเรื่องที่ต้องควบคุมเป็นพิเศษ
  • ปัญหาอุปกรณ์ที่หลากหลาย การทำร้านสเต็กมีอุปกรณ์เฉพาะทางเยอะมาก เช่น เตาปิ้งย่างสเต็ก , มีดสเต็ก, จานสเต็ก, เครื่องสไลซ์เนื้อ, ตู้แช่แข็งปรับอุณหภูมิเฉพาะ การซื้ออุปกรณ์พวกนี้เองโดยไม่มีแหล่งซัพพลายเออร์ราคาส่ง ทำให้งบบานปลายตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มเปิดร้าน
สิ่งเหล่านี้คือปัญหาเบื้องต้นยังไม่นับรวมเรื่องวิธีจัดการสต็อกสินค้าเพื่อไม่ให้ทุนจม วิธีที่เริ่มต้นได้ง่ายและสะดวกที่สุดคือการลงทุนกับระบบแฟรนไชส์ ซึ่ง “ฮิปสเตอร์สเต็ก” มีประสบการณ์ในธุรกิจนี้มานานกว่า 11 ปี ปัจจุบันมีสาขาอยู่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ
 
ลงทุนกับ “ฮิปสเตอร์สเต็ก” เริ่มต้นเปิดร้านได้ทันที
 

ความน่าสนใจของสเต็กคือสินค้าที่มี ค่อนข้างสูง โดยมีต้นทุนวัตถุดิบเฉลี่ยเพียง 30–45% ต่อจาน ทำให้มีส่วนต่างกำไรสุทธิมากพอที่จะคืนทุนไว และนำกำไรไปขยายสาขาต่อได้ง่าย ดังนั้นการเริ่มต้นอย่างถูกต้องจะส่งผลให้การลงทุนคุ้มค่าในระยะยาว ซึ่ง “ฮิปสเตอร์สเต็กมีจุดเด่นที่ชัดเจนคือ
  • ใช้งบลงทุนไม่สูง
  • รสชาติยืนหนึ่ง ทุกเมนอร่อยมาก
  • โอกาสคืนทุนตั้งแต่วัตถุดิบเซ็ตแรกขายหมด
  • มีการสอนสูตรสอนเทคนิคการขาย
  • เป็นแบรนด์ที่คนรู้จักทำการตลาดได้ง่าย
  • ไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ต่อยอดสร้างรายได้ทันที
  • มีอุปกรณ์ + วัตถุดิบให้พร้อมเปิดร้าน

โดย “ฮิปสเตอร์สเต็ก” แพ็กเกจลงทุนให้เลือก 3 แบบงบลงทุน 9,900 - 17,900 บาท ทุกรูปแบบมีอุปกรณ์ครบ +วัตถุดิบ ไม่เคยทำธุรกิจมาก่อนก็เริ่มได้ มือใหม่หัดขายก็รวยได้ปังได้ เพราะมีทีมงานมืออาชีพให้คำปรึกษา ดูแลคนลงทุนเป็นอย่างดี ถ้าไปดูตัวอย่างความสำเร็จในแต่ละสาขายิ่งทำให้เราอยากลงทุนกับฮิปสเตอร์สเต็กมากขึ้น บางสาขาคืนทุนภายใน 1 เดือนและขยายสาขาตัวเองเพิ่ม เป็น 2 – 3 แห่ง บางคนเริ่มต้นจากทำคู่งานประจำ แต่รายได้ดีกว่าก็หันมาทำเป็นธุรกิจส่วนตัวอย่างเต็มรูปแบบ
 
วิเคราะห์ตัวเลขเปิดร้าน “ฮิปสเตอร์สเต็ก” รายได้เป็นอย่างไร?
 

ปัจจุบันฮิปสเตอร์สเต็กมีการพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้า รวมถึงพัฒนารูปแบบร้านให้สอดคล้องกับยุคสมัย แต่ยังคงคอนเซ็ปต์แฟรนไชส์สร้างอาชีพที่ลงทุนน้อย โอกาคืนทุนไว ใครๆ ก็เริ่มต้นได้ขอเพียงตั้งใจจคริงอาชีพนี้สร้างรายได้ดีมาก อย่างไรก็ดีเพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ลองวิเคราะห์ในส่วนของรายได้โดยเป็นตัวเลขประมาณการ คิดจากพื้นที่ซึ่งมีคนพลุกพล่าน แสดงให้เห็นตัวเลขที่น่าสนใจในเบื้องต้นดังนี้
  • สมมุติว่ามียอดขายประมาณ 50 จาน/วัน
  • ราคาขายเฉลี่ย/จาน  60 บาท
  • รายได้รวมต่อวัน 3,000 บาท
  • รายได้รวมต่อเดือน (คิด 26 วัน) ประมาณ 78,000 บาท
  • หักต้นทุนวัตถุดิบ 40% คิดเป็นเงินประมาณ 31,200 บาท
  • หักต้นทุนค่าเช่าพื้นที่ + ค่าน้ำ + ค่าไฟ ประมาณ 10,000 บาท
  • เหลือกำไรต่อเดือน ประมาณ 36,800 บาท 
จากตัวเลขนี้จะเห็นว่าถ้าขาย 50 จานต่อเดือนจะมีรายได้ดีกว่าทำงานประจำ แต่ถ้าขายได้มากกว่านี้รายได้มากขึ้น และถ้าเลือกลงทุนเซตเริ่มต้นที่ราคาแค่ 9,900 บาท ได้วัตถุดิบแถมฟรีในเซตแรก เท่ากับว่าคืนทุนตั้งแต่วันแรกๆ ที่เปิดร้าน สะท้อนให้เห็นภาพรวมของฮิปสเตอร์สเต็กได้อย่างชัดเจนว่าน่าลงทุนแค่ไหน อย่างไรก็ดีตัวเลขนี้เป็นค่าประมาณการ 
 
โดยการเปิดร้านขายจริงอาจมีปัจจัยอื่นๆ มาเกี่ยวข้อง แต่กำไรสุทธิของธุรกิจนี้ก็ยังถือว่าคุ้มค่าและน่าลงทุนเช่นเดิม
 
3 เทคนิคเปิด “ฮิปสเตอร์สเต็ก” รายได้ดียิ่งกว่าเดิม
 

แม้เบื้องต้นการคำนวณรายได้จะทำให้มองเห็นภาพรวมว่าลงทุนแล้วดียังไง แต่ในความเป็นจริงผู้ลงทุนก็ต้องมีเทคนิคในการบริหารร้านเพื่อต่อยอดรายได้ให้ดียิ่งขึ้น โดยมี 3 เทคนิคน่าสนใจได้แก่


1.เลือกทำเลเปิดร้านในจุดดึงดูดสายตา เช่น ตลาดนัดเย็น, หน้าร้านสะดวกซื้อ, หน้าโรงเรียน/มหาวิทยาลัย หรือย่านหอพัก คือจุดยุทธศาสตร์ที่ลูกค้ามีกำลังซื้อสูงและต้องการอาหารมื้อเย็นที่สะดวก+คุ้มค่า
 
2.ขาย Delivery ควบคู่หน้าร้าน เพราะยุคนี้คนต้องการความสะดวก บริการ Delivery จะช่วยเพิ่มยอดขายได้มาก แถมยังขยายฐานลูกค้าจากในละแวกร้านให้สามารถรับลูกค้าที่อยู่ไกลออกไป 1–2 กิโลเมตรได้อย่างสบายๆ ไม่ใช่เพียงแค่นั้นกาขาย Delivery ยังช่วยเพิ่มยอดขายในบางช่วงเวลาได้มากขึ้นด้วย

 
3.เทคนิคจัดเซตคอมโบคู่เครื่องดื่ม เพราะคนยุคนี้ต้องการสินค้าที่คุ้มค่า + ราคาไม่แพง การจัดโปรโมชันคือวิธีกระตุ้นยอดขายที่ดีมาก วิธีการก็เช่นนำสเต็กจับคู่กับเฟรนช์ฟรายส์และเครื่องดื่มในราคาพิเศษ ช่วยเพิ่มยอดซื้อต่อบิล (Average Basket Size) ให้สูงขึ้น หรือสเต็กราคาพิเศษตามวันหรือเทศกาลต่างๆ เป็นต้น


ภาพจาก แฟรนไชส์ฮิปสเตอร์สเต็ก
 
อย่างไรก็ดีธุรกิจในยุคปัจจุบันมีการแข่งขันสูง ก่อนเริ่มธุรกิจใดๆ ก็ตามควรวิเคราะห์ปัจจัยรอบด้านให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุน สำหรับ “ฮิปสเตอร์สเต็ก” มีทีมงานที่คอยให้คำปรึกษา แนะนำรูปแบบวิธีการลงทุน

รวมถึงการให้คำปรึกษาอย่างละเอียดเพราะฮิปสเตอร์สเต็กไม่ได้ต้องการเพียงขายแฟรนไชส์ แต่ต้องการให้คนลงทุนทุกคนสามารถสร้างรายได้จากการลงทุนได้อย่างคุ้มค่า โดยเน้นที่คุณภาพสินค้า + บริการที่ดี เป็นหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจ

สำหรับใครที่ต้องการลงทุนอาจเริ่มต้นจากลองใช้บริการของฮิปสเตอร์สเต็กสาขาใกล้บ้าน เพื่อเรียนรู้รสชาติ ดูปริมาณลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในแต่ละวันจากนั้นถ้าเห็นว่าดีจึงค่อยสอบถามรายละเอียดเพื่อเริ่มต้นลงทุนเปิดร้านของตัวเอง
 
สนใจลงทุนแฟรนไชส์ฮิปสเตอร์สเต็ก โทร. 094-6789869 , 061-2969887 
 
 
สุดยอดแฟรนไชส์น่าสนใจ

ฮิปสเตอร์ สเต็ก

แฟรนไชส์สเต็กที่สามารถเริ่มต้นและสร้างอาชีพให้ทุกคนได้ด้วยเงินงทุนที่ไม่สูง หรือคนที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง แต่มีงบประมาณที่จำก..

กุยช่ายสวรรค์

แบรนด์แฟรนไชส์ขนมกุยช่ายที่เติบโต จากร้านรถเข็นที่ข้างตอกโรงเจตลาดพลู จากคำพูดอาม่าที่ว่า "ถ้าลื้อจะขายของ ลื้ออย่าหวงของ" จนวันนี..