บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
1.4K
2 นาที
30 สิงหาคม 2565
อยากมีรายได้เพิ่มยุค "เงินเฟ้อ" ทำอะไรได้บ้าง?
 

ท่ามกลางสถานการณ์ทั้งเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน ปัญหาใหญ่คือคนไทยมีรายได้น้อยลงแต่มีรายจ่ายมากขึ้น และไม่รู้ว่าปัญหานี้จะลากยาวไปถึงเมื่อไหร่ คาดการณ์ว่าการกลับมาเหมือนเดิมคงเป็นเรื่องยาก เท่ากับว่าการใช้ชีวิตของคนนับแต่นี้ต้องหาวิธีเอาตัวรอดและหาวิธีสร้างรายได้ชนิดที่ต้องปรับตัวกันใหม่ www.ThaiFranChiseCenter.com เข้าใจความรู้สึกของคนไทยอย่างดีและต้องการหาวิธีสร้างรายได้ที่ดีที่สุดเพื่อเป็นทางออกให้กับคนไทย ผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ก็ยังดี
 
“เงินเฟ้อ” ปัญหาใหญ่! ของคนทั้งประเทศ
 

เงินเฟ้อ (Inflation) หมายถึง ภาวะที่ราคาสินค้าและบริการโดยทั่วไปเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งยิ่งเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ส่งผลโดยตรงต่อประชาชนจำนวนมาก ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อไทยปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมาประเมินเฉลี่ยทั้งปี 2565 จะเร่งตัวขึ้นถึง 4.9% สูงที่สุดในรอบ 14 ปี จึงเป็นปัญหาต่อการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนที่ต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น

แต่รายได้ยังเท่าเดิม เช่น พนักงานออฟฟิศเคยกินข้าวกลางวันเฉลี่ยมื้อละ 35 บาท แต่พอเมื่อเกิดภาวะเงินเฟ้อขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนของวัตถุดิบเช่น หมู ไก่ ข้าว น้ำมัน หรือการขนส่งปรับตัวสูงขึ้นจึงทำให้ข้าวกลางวันปรับสูงขึ้นเฉลี่ยมื้อละ 50 – 60 บาท เป็นต้น ในขณะที่รายได้ของพนักงานออฟฟิศยังเท่าเดิม จึงส่งผลกระทบต่อการจับจ่ายใช้สอยของกินของใช้ได้น้อยลง เป็นต้น
 
นอกจากนี้ข้อมูลยังระบุว่าสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ของครัวเรือนไทยในกลุ่มที่มีรายได้รวม 25,000 -50,000 บาทต่อเดือนอยู่ประมาณ 75% ในปี 2565 และสำหรับครัวเรือนกลุ่มที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 15,000 – 25,000 บาท จะมีรายจ่ายอยู่ประมาณ 87% และข้อมูลยังระบุต่ออีกว่ามีประชาชนมากกว่า 9 ล้านครัวเรือน (41% ของจำนวนครัวเรือนทั้งหมด) ที่ไม่ได้มีความพร้อมในการรับมือปัญหาเงินเฟ้อครั้งนี้
 
อยากมีรายได้เพิ่มยุค "เงินเฟ้อ" ทำอะไรได้บ้าง?


ความเป็นจริงที่โหดร้ายสะท้อนชัดเจนว่าสังคมไทยยัง “รวยกระจุก จนกระจาย” ข้อมูลระบุว่าครัวเรือนไทยโดยรวมจะมีภาระผ่อนส่งหนี้สินราว 4,400 บาทต่อเดือน ขณะที่ครัวเรือนกลุ่มรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท มักมีรายได้ไม่เพียงพออยู่แล้ว ส่วนใหญ่จึงมักเป็นหนี้นอกระบบ ไม่ต้องพูดถึงเงินเก็บเงินออมยามฉุกเฉินที่มีน้อยมาก โดยเฉพาะครัวเรือนกลุ่มรายได้รวมต่ำกว่า 25,000 บาทลงมาที่ส่วนใหญ่ไม่เหลือเงินเก็บแค่ให้พอใช้แบบเดือนชนเดือนก็ยังไม่ได้ด้วย
 
สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดตอนนี้คือ “การหารายได้เพิ่ม” แบบที่ “ไม่ต้องลงทุนเพิ่ม” คำถามคือเราจะทำอะไรได้บ้าง ลองไปดูกัน

1.ทำงานประจำ
 

ในกรณีของคนที่ยังมีงานประจำทำอยู่ให้ยึดงานประจำที่ทำเอาไว้ก่อน แม้เงินเดือนจะไม่สูงมาก แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย เช่นคนที่ทำงานบริษัทได้เงินต่อเดือนประมาณ 15,000 -20,000 แม้งานจะหนัก มีปัญหามาก แต่ก็ให้คิดซะว่ายังพอได้เงินมาประคับประคองสถานการณ์ในตอนนี้ ถ้าตัดสินใจลาออกหวังมาสร้างรายได้มากขึ้นอาจได้ไม่คุ้มเสียในช่วงนี้
 
2.เปลี่ยนวิธีการใช้เงิน
 

การเปลี่ยนวิธีใช้เงินก็คือการสร้างรายได้เพิ่มในอีกรูปแบบหนึ่ง ยุคนี้ต้องเน้นการรัดเข็มขัดให้มากขึ้นคือลดทั้งการบริโภค , เปลี่ยนไปซื้อของที่ราคาถูกลง รวมถึงชะลอการตัดสินใจซื้อ เพื่อให้สถานะการเงินที่มีนั้นได้รับผลกระทบน้อยที่สุดและเพื่อให้ดำเนินชีวิตต่อไปในระยะยาวได้อย่างมีคุณภาพ
 
3.อย่าสร้างหนี้เพิ่ม
 

การไม่มีหนี้เพิ่มก็เท่ากับว่ารายจ่ายเราไม่เพิ่มแม้รายได้จะไม่เพิ่มแต่ก็พอจะทำให้สถานะการเงินเราคล่องตัวขึ้นได้ แม้คาดว่าเมื่อเกิดภาวะเงินเฟ้อเช่นนี้จะยิ่งดันให้ตัวเลขหนี้ครัวเรือนสูงขึ้นอีกมาก ในระยะยาวจะมีปัญหาการชำระคืนอย่างชัดเจน ดังนั้น ทางที่ดีควรวางแผนการใช้เงินให้ดีและหากเป็นไปได้ชะลอการก่อหนี้เพิ่มต่างๆ เพื่อจะได้ไม่ต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น
 
4.ลงทุนสร้างรายได้เพิ่มที่ใช้งบน้อยที่สุด
 

สำหรับคนงบน้อยการสร้างรายได้เพิ่มด้วยการลงทุนมากย่อมเป็นไปไม่ได้ แต่ข้อดีของยุคนี้คือมีแฟรนไชส์หลายแบรนด์ที่ให้เราเลือกลงทุนได้ในราคาไม่แพง บางแฟรนไชส์ลงทุนเริ่มต้นไม่เกิน 5,000 ก็สามารถเปิดร้านได้ หรือบางที่ก็ไม่มีค่า
 
แฟรนไชส์แค่สั่งวัตถุดิบมาเพื่อขาย อุปกรณ์มีอะไรก็หยิบมาใช้ได้ รวมไปถึงการลงทุนด้วยการขายของออนไลน์ที่ไม่จำเป็นต้องใช้งบลงทุนมาก อาศัยการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ ซึ่งในช่วงแรกอาจไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่สร้างรายได้ในทันที แต่หากทำซ้ำๆ ทำบ่อยๆ ทำต่อไปเรื่อยๆ รายได้เพิ่มที่เราต้องการก็จะค่อยๆมากขึ้นได้เช่นกัน

5.ทำงานทุกอย่างที่ได้ “เงิน” + วางแผนการเงิน
 

สำหรับคนงบน้อย คนไม่มีทุน วิธีการที่ดีที่สุดคือ “ขยัน” แต่ความขยันก็ต้องให้ถูกที่ ขยันแบบมีเป้าหมาย คนส่วนใหญ่บอกว่าก็ทำงานแทบไม่มีเวลาพัก แต่รายได้ก็ยังไม่พอรายจ่าย การวางแผนการใช้เงินอาจไม่ทำให้เรารวยขึ้นทันทีแต่อย่างน้อยก็ช่วยให้การเงินเรามีเสถียรภาพมากขึ้น ในยุคเงินเฟ้อ การหาเงินควรมุ่งไปที่ความรู้สึกของคนที่ต้องการความมั่นคงในชีวิต

ดังนั้นอาชีพอย่างขายประกันก็ถือว่าน่าสนใจ การเป็นตัวแทนประกันในยุคนี้ก็มีเครื่องมือช่วยให้ทำงานง่ายขึ้นมากแม้การขายจะยากเพราะคนส่วนใหญ่เน้นรัดเข็มขัด แต่ถ้าเจอลูกค้าที่ต้องการก็จะทำให้เรามีรายได้มากขึ้น ที่สำคัญไม่ต้องลงทุนอะไรมาก ขอแค่ขยันและตั้งใจทำจริงเท่านั้น
 
ปัญหาเงินเฟ้อหรือเรียกว่าของแพงขึ้น สำหรับชาวบ้านธรรมดาคงไม่มีอะไรดีกว่าการพึ่งตัวเอง การรอความหวังจากภาครัฐมาช่วยเหลือก็เป็นไปได้ยาก เรื่องการวางแผน การหาไอเดียในการลงทุน การพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสคือสิ่งที่คนยุคนี้ต้องพยายามศึกษาและลงมือทำ เพราะเชื่อได้เลยว่าเราจะต้องอยู่กับวิกฤติแบบนี้ไปอีกยาวๆที่ไม่รู้ว่าจะหนักขึ้นยิ่งกว่านี้อีกหรือเปล่าในอนาคต
 
ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
 
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
 
ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจ ติดตามได้ที่ www.thaifranchisecenter.com/document
 
รับฟังบทความต่างๆ ผ่านทาง PodCast ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ https://soundcloud.com/thaifranchisecenter
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
7 เหตุผลที่ทุกธุรกิจต้องการโปรแกรม HR จาก ByteHR
469
อวสานวงการบันเทิงไทย ถอยหลัง ตกยุค เรตติ้งตก?
410
โหดสุด! สมรภูมิชาจีนยุคใหม่ ไม่เหลือใครไว้ข้างหล..
369
ปี 2568 อวสานธุรกิจไทย บทเรียนที่แก้ไขไม่ได้
367
วิกฤติหนัก เศรษฐกิจไทย “เผาหลอก” ปีนี้ “เผาจริง..
355
อวสานห้างไทยในตำนาน คน แบรนด์ สถานที่
353
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด