บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ไอเดียธุรกิจ
631
74
3 นาที
20 พฤศจิกายน 2563
“กะปิโหว่ สูตรโบราณ” By สุเทพสีใส ยอดขายเกินเป้า! เตรียมขยายธุรกิจแบบแฟรนไชส์ เร็วๆนี้


เชื่อว่าหลายคนคงต้องรู้จักและติดตามผลงานของ พี่สุเทพ สีใส นักแสดงตลกชื่อดังที่ฝากผลงานและสร้างเสียงหัวเราะให้คนไทยทั้งประเทศมานานนับสิบปี ปัจจุบันนี้ถึงแม้เวลาจะล่วงเลยมานาน แต่พี่สุเทพก็ยังคงสร้างรอยยิ้มให้ทุกคนได้เหมือนดั่งยุคแรกเริ่มเลยทีเดียว
 

อีกทั้งตอนนี้เขายังหันมาทำธุรกิจด้วย นั่นคือ การเป็น "พ่อค้า" ขายมะม่วงเบาแช่อิ่ม และ กะปิโหว่สูตรโบราณแบรนด์ "มะม่วงเบา เนเวอร์ดาย บาย สีใส" ซึ่งก็ได้ศรีภรรยาคู่ใจอย่างพี่ป๊อบ มาร่วมด้วยช่วยกัน ผลักดันจนกลายเป็นสินค้ายอดฮิตที่ตอนนี้ยอดขายเดือนละหลายแสนบาท แม้ช่วงต้นปีจะมีสถานการณ์แพร่ระบาดของ COVID 19 ก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะสามารถส่งขายแบบออนไลน์ รายได้ดีเป็นอย่างมาก ถึงขนาดที่ตอนนี้ได้วางแผนเตรียมแตกไลน์สินค้าและตั้งใจจะพัฒนาสู่การขายในระบบแฟรนไชส์เร็วๆนี้ด้วย
 
 
www.ThaiFranchiseCenter.com มองว่านี่คืออีกหนึ่งบุคคลคุณภาพที่ช่วงชีวิตหนึ่งได้ผ่านร้อนผ่านหนาว มีประสบการณ์ชีวิตมากมาย และกว่าจะก้าวมาถึงจุดนี้ได้ทำให้มีมุมมองในการลงทุน การทำธุรกิจที่แตกต่างและเป็นแนวคิดน่าสนใจที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี สำหรับคนที่อยากหาต้นแบบในการดำเนินธุรกิจ ลองศึกษาแนวทางการลงทุนของพี่สุเทพเป็นตัวอย่าง โอกาสประสบความสำเร็จถือว่าสูงมาก
 
อะไรคือ “กะปิโหว่”
 

หลายคนอาจรู้จักแต่เชื่อว่าอีกหลายคนต้องบอกว่า “ไม่รู้จัก” และบางคนถึงกับย้อนถามว่า “กะปิโหว่” ใช่น้ำปลาหวานหรือเปล่า? คำตอบบอกตรงนี้เลยว่า “ไม่ใช่” เพราะกะปิโหว่เป็นสินค้าที่มีมาแต่โบราณ คิดค้นทำกันมานานกว่า กะปิน้ำปลาหวานที่เพิ่งโผล่มาในยุคหลัง คำว่า “โหว่” หมายถึงการเป็นช่องกลวงลงไป ทะลุเข้าไป คำว่ากะปิโหว่ จึงเป็นการเรียกตามลักษณะสินค้าที่มีการยุบและเป็นช่องกลวง ส่วนผสมของกะปิโหว่แต่โบราณจะโขลกพริกสดและหอมเล็กลงไป การทำกะปิโหว่ให้อร่อย สำคัญอยู่ที่ “กะปิ” และ “น้ำตาลมะพร้าว”


หลายคนที่บอกว่าทำไมแต่ละที่รสชาติของกะปิโหวไม่เหมือนกันก็ด้วยเหตุที่วัตถุดิบนั้นแตกต่าง พ่อค้าแม่ค้าบางคนอยากลดต้นทุนให้ถูกลงก็ใช้น้ำตาลทรายเป็นส่วนผสม หรือเลือกใช้กะปิที่ไม่มีคุณภาพ ทำให้รสชาติไม่อร่อยจัดจ้าน แตกต่างจาก “กะปิโหว่” ของพี่สุเทพที่ เลือกใช้น้ำตาลมะพร้าวเป็นหลักจากสวนโดยตรง และใช้กะปิที่ผ่านการหมักนานกว่า 1 ปีครึ่งขึ้นไป เป็นสูตรเด็ดเคล็ดลับความอร่อยที่ใครได้ลองสักครั้งจะต้องติดใจและอยากซื้อกินในโอกาสต่อๆไปด้วย
 
สร้างแบรนด์สินค้า “จากจุดยืนของตัวเอง” มั่นใจว่าของอร่อยต้องขายได้
 

เราได้พูดคุยกับพี่ป๊อบ ภรรยาของพี่สุเทพ เกี่ยวกับแบรนด์สินค้า สิ่งที่เราสงสัยคือทำไมมาจับสินค้าตัวนี้ ซึ่งพี่ป๊อบเล่าให้ฟังว่า “พี่เอาจุดยืนตัวเองเป็นหลัก เมื่อก่อนพี่ไม่ได้ทำงาน พี่สุเทพบอกให้เราเลี้ยงลูกอย่างเดียว ทีนี้พอลูกเริ่มโต เริ่มเข้ามหาวิทยาลัย เราก็อยากลงทุนทำอะไรบ้าง เริ่มจากทำกราโนล่า ขายส่งให้กับร้านค้าต่างๆ แต่พี่มองว่าตลาดมันแคบ ก็เริ่มมามองว่าตัวเองชอบอะไร พี่สุเทพชอบอะไร ก็มาโฟกัสที่ “มะม่วงเบา” ที่พี่สุเทพชอบกินมาก และตัวพี่เองก็เคยทำกะปิโหว่ไปฝากพี่ๆน้องๆในกองถ่าย หลายคนก็ชมว่าอร่อยนะ ทำไมไม่ทำขาย เราก็คิดถึงจุดนี้ คิดได้ก็เริ่มทำเลย”

 
ตอนแรกก็มีเสียงคัดค้านจากคนในครอบครัวเหมือนกันว่าสินค้าแบบนี้จะขายได้เหรอ แต่พี่มองว่ามันขายได้นะ มันขึ้นอยู่กับคุณภาพและความอร่อย เราตั้งราคาขายชุดละ 100 บาท นึกอยู่อย่างเดียวว่า “ของอร่อยต้องมีคนอยากกิน” “ของอร่อยต้องมีคนอยากซื้อเหมือนเรา” จากความเชื่อมั่นตรงนั้นเราก็เริ่มทำให้เป็นรูปเป็นร่าง ซึ่งพี่สุเทพเองเขาก็ร่วมด้วยช่วยกันอย่างเต็มที่
 

เริ่มจากเอาสินค้าออกไปขายตามงานอีเว้นท์ต่างๆ หรือไปออกรายการไหน ก็จะเอาสินค้านี้ไปพูดถึงด้วย สินค้าเราก็เริ่มเป็นที่รู้จัก ยอดขายเราก็มากขึ้น ทุกวันนี้ กะปิโหว่และมะม่วงเบา เนเวอร์ดาย บาย สีใส กลายเป็นสินค้าขายดี ยอดขายแต่ละเดือนก็หลักแสน บางครั้งไปออกงานอีเว้นท์ มีพี่สุเทพไปยืนเป็นพรีเซนเตอร์ คนก็ยิ่งซื้อยิ่งขายดี กำไรบางงานกว่า 4-5 แสนบาท เพราะสินค้าของเราไม่ได้จ้างใครผลิต เราทำกันแบบโฮมเมด ทำเอง ลุยเอง เราควบคุมคุณภาพสินค้าได้ ลูกค้าก็ติดใจ ยอดขายเราก็เลยทะลุเกินกว่าเป้าที่ตั้งไว้
 
สูตรเด็ดเคล็ดลับ “กะปิโหว่ สูตรโบราณ” By สุเทพสีใส
 

สูตรเด็ดความอร่อยของกะปิโหว่ สูตรโบราณ” By สุเทพสีใส เริ่มจากวัตถุดิบที่ใช้ต้องเป็นน้ำตาลมะพร้าวเท่านั้น ถึงจะเหนียวได้ที่ ส่วนกะปิต้องใช้ที่หมักนานเกินกว่า 1ปีครึ่ง และต้องเป็นกะปิจากแหล่งที่เราคัดสรร กะปิบางแห่งไม่เหมาะเอามาทำกะปิโหว่ แต่เหมาะสำหรับเอาไว้ทำอาหารมากกว่า เมื่อได้ส่วนผสมหลักๆ ก็นำมารวมกับเกลือ และพริกแดงจินดา เอามาปั่นให้เข้ากัน แล้วทิ้งให้เซตตัว 2-3 วัน จะได้รสชาติอร่อยกลมกล่อม ไม่หวานแหลม ไม่คาว
 

 
และหากมีคิวออกงานอีเว้นท์จะต้องมีการเตรียมวัตถุดิบสำหรับขายให้เพียงพอต่อหนึ่งงาน ไม่มีการทำค้างส่วนใหญ่ทำแบบพอขายเพื่อให้ได้รสชาติที่อร่อย โดยแต่ละงานเบื้องต้นใช้กะปิ 100 กิโลกรัม น้ำตาล 300 กิโลกรัม เกลือแกง 100 ช้อนชา และพริกแดงจินดา 100 ถ้วยตวง สำหรับทำกะปิโหว่กระปุกเล็กน้ำหนัก 125 กรัม จำนวน 3,500 กระปุก หรือถ้าเป็นกระปุกใหญ่จะกระปุกละครึ่งกิโลกรัม ขณะเดียวกันก็ต้องสั่งมะม่วงเบาเตรียมไว้ครั้งละ 100-200 กิโลกรัม
 
และแน่นอนว่าทุกครั้งที่ออกงาน พี่สุเทพจะต้องไปเป็นพรีเซนเตอร์สินค้าของตัวเอง ตรงนี้พี่ป๊อบบอกว่า “พี่สุเทพเขาก็เต็มใจ พี่เค้าเป็นคนที่ทำอะไรเต็มที่ อะไรที่เห็นว่าดีเห็นว่าทำแล้วได้เงิน เขาลุยเต็มที่ พี่สุเทพบอกว่าการขายมะม่วงก็ถือเป็นงานหนึ่งเช่นกัน แต่เหนือสิ่งอื่นใดลูกค้าที่มาซื้อจะติดใจในรสชาติมากกว่า บางคนถึงขนาดที่ขอจะมารับไปขาย ซึ่งเราก็เปิดกว้างและคิดว่าน่าจะเป็นอีกช่องทางเพื่อสร้างรายได้ให้กับแบรนด์ได้มากขึ้น” 
 
เตรียมต่อยอดสินค้า “ยำกะปิโหว่By สีใส” ตั้งเป้าขยายธุรกิจให้โตขึ้น
 

ถึงตอนนี้กะปิโหว่และมะม่วงเบาเป็นสินค้ายอดฮิตที่ขายดีมาก มีตัวแทนจำหน่ายมารับซื้อแล้วเอาไปขายต่อในพื้นที่ตัวเอง ราคาขายก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลว่าจะมีการผสมผสานเทคนิคการขายอย่างไร บางคนเอามะม่วงเบาไปรวมกันผลไม้อื่นๆ เพิ่มราคาขายได้มากขึ้น หรือบางคนอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวก็สามารถตั้งราคาขายได้มากกว่าเดิม

อย่างไรก็ดีจุดเปลี่ยนที่น่าสนใจที่พี่ป๊อบและพี่สุเทพมองไว้ว่าจะเริ่มทำให้เป็นรูปเป็นร่างคือ “ยำกะปิโหว่ By สีใส” ที่มีแรงบันดาลใจจากครั้งหนึ่งในงานอีเว้นท์ที่มีการนำกะปิโหว่มาผสมกับสตรอว์เบอร์รี่ มะม่วงเบา ส้มโอไปยำ ใส่ปลากรอบ มะม่วงหิมพานต์ ถั่วเม็ดใหญ่ เพิ่มพริกผงลงไป ปรากฏว่าเป็นสินค้ายอดฮิตที่ขายดีในงานนั้นมากๆ เลยเป็นตัวจุดประกายว่าในอนาคตจะทำ “คีออส” เปิดขาย “ยำกะปิโหว่By สีใส” ทีแรกก็ตั้งใจว่าจะเปิดตัวในปีนี้แต่มาติดสถานการณ์แพร่ระบาดของ COVID 19 ทำให้โปรเจคนี้ต้องเลื่อนออกไป

โดยรูปแบบที่คิดไว้คร่าวๆ คือคนลงทุนใช้งบ 10,000 บาท จะได้คีออสและกะปิโหว่ที่เป็นวัตถุดิบหลัก จากนั้นผู้ลงทุนก็จะไปหาวัตถุดิบในการยำอื่นๆ ซึ่งจะมีการสอนเทคนิคการยำ และมีการส่งเสริมการตลาดแนะนำร้านของผู้ลงทุนว่าอยู่ที่ไหนอย่างไร เพื่อช่วยให้ขายดีมากขึ้น แต่ทั่งนี้พี่ป๊อบกับพี่สุเทพมองว่า ยังไม่อยากเรียกการลงทุนแบบนี้ว่าเป็นแฟรนไชส์แต่อยากให้เป็นรูปแบบของสาขามากกว่า”
 
5 ข้อคิดลงทุนทำธุรกิจสไตล์ “สุเทพ สีใส” 
 

จากแบรนด์ มะม่วงเบา เนเวอร์ดาย บาย สีใสและกะปิโหว่ที่ประสบความสำเร็จสร้างยอดขายได้เป็นอย่างดี เหตุผลที่ผลักดันให้พี่สุเทพก้าวมาถึงวันนี้ไม่ใช่เพียงเพราะการเป็นคนของประชาชน มีคนรู้จักมากแต่แนวคิดของพี่สุเทพในการทำธุรกิจน่าสนใจหลายอย่างได้แก่
 
1.ถ้าคิดว่าเสี่ยงอย่าทำ
 
พี่สุเทพจะเป็นคนที่คิดอย่างรอบคอบก่อนลงทุนอะไรที่คิดว่าเสี่ยงได้ไม่คุ้มเสียจะไม่ทำเป็นอันขาด เพราะการผิดพลาดสักครั้งอาจไม่ใช่แค่ตัวเราคนเดียวที่จะได้รับผลกระทบ
 
2.ถ้าคิดว่าดีเดินหน้าทำเต็มที่
 
หากธุรกิจไหนมีแนวโน้มที่จะเติบโตที่จะประสบความสำเร็จพี่สุเทพพร้อมใส่เกียร์5 เดินหน้าเต็มกำลังและทุ่มเทให้กับธุรกิจนั้นๆอย่างเต็มที่
 
3.คำว่า “คุณภาพ” สำคัญที่สุด
 

พี่สุเทพใส่ใจกับคำว่า “คุณภาพ” มาเป็นอันดับแรก การเป็นดาราก็เพียงทำให้คนรู้จัก แต่หากสินค้าไม่ดีไม่มีคุณภาพอาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองได้
 
4.ต้องมีความกล้าที่จะเริ่มต้น
 
หลายคนที่ไม่มีธุรกิจตัวเองเป็นเพราะ “ไม่กล้า” ถ้าคิดว่าสิ่งที่เราจะทำคือเรื่องที่ดี คือสิ่งที่จะสร้างรายได้แน่ๆ อย่ารอช้า ให้เดินหน้าทำทันทีไม่ต้องรีรออะไรทั้งนั้น
 
5.อย่าไปกลัวคู่แข่ง
 
หลายคนไม่กล้าลงทุนอะไรเพราะมองว่านั่นก็มีคู่แข่ง นี่ก็มีคนขายเยอะ แบบนี้เราจะไปสู้เขาได้ยังไง ทุกอย่างเป็นสิ่งที่เราคิดเอง ถ้าสินค้าเราดี ลูกค้าจะมาหาเรา อย่าเอาความคิดเราไปตัดสินแทนลูกค้าเด็ดขาด

ปัจจุบันพี่สุเทพ สีใส อายุกว่า 61 ปี เป็นดาราที่มีคุณภาพ เป็นตลกที่มากประสบการณ์ เหนือสิ่งอื่นใดพี่สุเทพมีมุมมองในการใช้ชีวิตที่น่ายกย่อง เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับดารารุ่นหลัง ตลกรุ่นน้อง และอีกหลายคนที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง สิ่งสำคัญคืออย่ากลัวที่จะก้าวไปข้างหน้า ถ้ามัวแต่คิดเราจะไม่มีคำว่า “สำเร็จ” เราทุกคนล้วนมีความ “อยาก” อยากรวย! อยากมีเงิน! อยากมีชีวิตที่สุขสบาย! แต่ลำพังแค่ความ “อยาก” ไม่สามารถสร้างฝันให้เป็นจริงได้ ต้องลงมือทำจริง ตั้งใจจริง แล้วชีวิตจะประสบความสำเร็จแน่นอน
 
รายละเอียดเพิ่มเติม