บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ไอเดียธุรกิจ
18K
3 นาที
6 กุมภาพันธ์ 2562
5 กลยุทธ์เปิดร้านชานมไข่มุกบุฟเฟ่ต์ ไม่ให้เจ๊ง!
 

เห็นคนอื่นทำแล้วขายดีก็อยากทำบ้าง! อีกใจหนึ่งก็เห็นคู่แข่งมากลงทุนไปแล้วกลัวจะเจ๊ง! เป็นอารมณ์ 2 จิต 2 ใจ ไม่รู้จะตัดสินใจยังไงดีสำหรับการเปิดร้านชาไข่มุก ยิ่งมาตอนนี้มีกระแส ชาไข่มุกแบบบุฟเฟ่ต์ เข้ามาเพิ่มเติมยิ่งทำให้ตัดสินใจยากขึ้นไปอีก บ้างก็ว่าไม่อยากเสี่ยงก็ซื้อแฟรนไชส์ไปเลย สะดวก จบ ง่าย สบาย! แต่ถ้าคิดมองการณ์ไกลอยากมีแบรนด์ตัวเองบ้าง ก็เลือกลงทุนเอง เริ่มจากน้อยๆไปก่อนค่อยๆเติบโตไปทีละขั้น 
 
www.ThaiFranchiseCenter.com เห็นว่าไม่ว่าจะเลือกทางไหนจุดตัดของเรื่องนี้ก็มีอย่างเดียวคือ “ต้องมีกำไร” ลองมาดู 5 แนวทางของการเปิดร้านชาไข่มุก โฟกัสไปที่สไตล์ “บุฟเฟ่ต์” มีวิธีทำแบบไหน อย่างไร “ไม่ให้เจ๊ง” กันบ้าง
 
ก่อนจะไปดูว่า “เจ๊ง” หรือ “ไม่เจ๊ง” มีวิธีอย่างไรเราต้องมารู้พื้นฐานของการเปิดร้านชาไข่มุกกันก่อนว่าเปิดร้านชาไข่มุก 1 ร้าน ลงทุนอะไรบ้าง เริ่มจาก
 
1.ตัวร้านค้า อาจเป็นแบบคีออสธรรมดาหรือเนรมิตหน้าบ้านตัวเองเป็นทำเลขาย อย่างไรก็ตามต้องมีค่าตกแต่งร้าน ป้ายร้าน เมนู เงินทุนส่วนนี้ประมาณ 15,000 เป็นอย่างน้อย

 
2.อุปกรณ์ที่ใช้ ที่จำเป็นๆต้องมีเช่นเครื่องชง แก้วตวง ช้อนคน แก้วโหลใส่ชา แก้วโหลใส่ไข่มุก  ฯลฯ เบ็ดเสร็จอุปกรณ์เหล่านี้มีค่าใช้จ่ายประมาณ 15,000-20,000 บาท แล้วแต่ขนาดร้านและความครบวงจรของร้าน

 
3.วัตถุดิบ หากเปิดร้านเป็นแบรนด์ตัวเอง วัตถุดิบทยอยซื้อมาทีละน้อยๆ ก่อนได้ เบื้องต้นก็คือ ชาชนิดต่างๆ ไข่มุก และถ้าเปิดเป็นร้านชาไข่มุกบุฟเฟ่ต์ต้องมีไข่มุกที่หลากหลายในปริมาณที่มากขึ้น โดยราคาไข่มุกตามท้องตลาดอยู่ประมาณ 60-100 บาทแล้วแต่คุณภาพ ประมาณการค่าวัตถุดิบเบื้องต้นประมาณ 5,000 – 10,000 บาท

 
เบ็ดเสร็จต้นทุนคร่าวๆ ของการเปิดร้านแบบลงทุนเองไม่ซื้อแฟรนไชส์มีงบเบื้องต้นประมาณ 40,000 – 50,000 บาท ได้ร้านชาไข่มุกสวยๆ  1 ร้าน แต่งบประมาณส่วนนี้อาจลดน้อยลงได้ก็ขึ้นอยู่กับการวางแผนในเบื้องต้นที่หลายคนอาจใช้หน้าร้านแบบธรรมดาๆ ไม่ตกแต่งอะไรมาก โต๊ะตัวเดียว พร้อมอุปกรณ์ชงง่ายๆ ต้นทุนจะลดลงมาประมาณไม่เกิน 20,000 ก็เปิดร้านได้ แต่ว่าในยุคที่คู่แข่งมีมาก การที่หน้าร้านเราดูไม่น่าสนใจ แพคเกจไม่ดึงดูด ลงทุนน้อยก็จริงแต่ลูกค้าก็อาจจะน้อยตามไปด้วย อาจจะได้ไม่คุ้มเสีย
 
ลองมาคำนวณดูกำไรว่า “ร้านชาไข่มุก” ยังน่าสนใจแค่ไหน
 
โดยเฉลี่ยชานมไข่มุกต่อแก้วต้นทุนประมาณ 12-13 บาท ขายปลีกแก้วละ 30-55 บาท เท่ากับจะมีกำไรมากกว่า 50% จากราคาขาย รายได้ขึ้นอยู่กับกำไรต่อหน่วย คูณด้วยปริมาณที่จำหน่ายได้ ตัวอย่างเช่น ขายชานมไข่มุกแก้วละ 30 บาท เฉลี่ยแล้วกำไรจะอยู่ที่ 12 บาทต่อแก้ว หนึ่งวันขายได้ขั้นต่ำ 40 แก้ว รายได้ทั้งหมดจะอยู่ที่ 1,400 บาท กำไรต่อวันก็จะได้ 480 บาท เป็นต้น
 
ในกระแสที่มาแรงคือ “ชาไข่มุกตักเอง” หรือ “ชาไข่มุกบุฟเฟ่ต์” คือแม่เหล็กตัวหนึ่งที่ดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาในร้านมากขึ้นอันจะทำให้มีหน่วยการขายมากขึ้น เอามาคูณกับกำไรก็จะได้ตัวเลขมากขึ้น เพราะการไฮไลท์ว่าเป็นร้านชาไข่มุกสไตล์บุฟเฟ่ต์หรือไข่มุกตักเอง จะเรียกลูกค้าเข้าร้านได้ดีกว่าเดิม แม้จะต้องแลกมากับการลงทุนเรื่อง “ไข่มุก” ที่มากกว่าเดิม แต่หากคำนวณแล้วว่าลูกค้าจะมามากขึ้น ก็ดูจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า
 
5 วิธีเปิดร้านชาไข่มุกบุฟเฟ่ต์ ไม่ให้เจ๊ง
 
พูดมาเยอะแยะ แจกแจงรายละเอียดของการเปิดร้านว่าเป็นอย่างไร หากตัดสินใจอยากทำจริงๆ ลองมาดู 5 วิธีที่ทำให้ร้านชาไข่มุกห่างไกลคำว่าขาดทุน
 
1.แบรนด์สินค้าต้องทำให้ลูกค้าประทับใจ
 

นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมแบรนด์ที่มีโลโก้สวยงาม แพคเกจดีๆ คนถึงนิยม เพราะแบรนด์เหล่านี้มีความน่าสนใจ ลูกค้าเห็นแล้วประทับใจ การลงทุนเปิดร้านแบบง่ายๆ แก้วพลาสติกใสๆ ไร้โลโก้ ชงกันแบบง่ายๆ บางทีอาจจะอร่อยก็จริง แต่ลูกค้าไม่เชื่อมั่น ต่างจากแบรนด์ที่สวยงามซึ่งเตะตามากกว่า และยิ่งสูตรชงเครื่องดื่มดีๆ ด้วยแล้วจะทำให้ลูกค้าติดใจง่ายขึ้น
 
2.การตลาดต้องเลิศ
 

เมื่อมีคู่แข่งมาก ลูกค้าสามารถตัดสินใจเลือกร้านค้าที่ตัวเองชอบได้ โจทย์สำคัญคือทำอย่างไรให้ลูกค้าอยากเข้ามาใช้บริการที่ร้าน เรื่อง “ไข่มุกบุฟเฟ่ต์” หรือ “ไข่มุกไม่อั้นตักเอง” ก็ถือเป็นหนึ่งในการตลาดที่ดึงความสนใจลูกค้า แต่เหนือสิ่งอื่นใดหากเราเน้นที่ไข่มุกไม่อั้น เรื่องของรสชาติสินค้า หรือว่าการบริการก็ต้องให้สอดคล้องกันและดีในทุกทิศทาง จึงจะทำให้ลูกค้านิยมสินค้าของเราได้
 
3.มีสินค้าใหม่ออกมาต่อเนื่อง

 
ด้วยความที่เครื่องดื่มแนวนี้มีเยอะ คนดื่มก็จำเจเห็นซ้ำๆซากๆ หน้าที่ของร้านชาไข่มุกที่อยากมียอดขายดีขึ้นควรพัฒนาสินค้าให้น่าสนใจเสมอ เช่นการทำเครื่องดื่มวาไรตี้ตามเทศกาลหรือการเพิ่มท็อปปิ้งหลากหลายที่ไม่ใช่มีแค่ไข่มุกอย่างเดียวเราอาจเพิ่ม เฉาก๊วย เยลลี วุ้น วิปครีม ฯลฯ ซึ่งข้อดีเหล่านี้นอกจากจะสร้างเอกลักษณ์แล้ว ยังสามารถเพิ่มมูลค่าแก่สินค้าด้วย
 
4.บริการที่ดียังเป็นจุดขาย
 

ให้สังเกตร้านชาไข่มุกใหญ่ๆ ที่เขาเปิดมานานทำไมร้านเหล่านี้คนยังติดใจ ทั้งๆที่สินค้าก็ไม่แตกต่างจากร้านค้าทั่วไป นั่นคือเรื่องการ “บริการ”  “ความสะอาด” “ใส่ใจลูกค้า” ทำให้ลูกค้ารู้สึกเป็นเหมือนครอบครัว มีความสนิทกันมากขึ้น กลายเป็นความจงรักภักดีต่อแบรนด์แบบไม่รู้ตัว สำหรับร้านไข่มุกที่นอกจากคำว่า “บุฟเฟ่ต์” ต้องเน้นที่ “บริการ” หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสกับลูกค้าเสมอด้วย
 
5.สร้างช่องทางการขายที่มากกว่าหน้าร้าน
 

เราอาจมั่นใจว่า “ร้านชาไข่มุกสไตล์บุฟเฟ่ต์” จะเป็นตัวดึงดูดลูกค้าได้อย่างดี ซึ่งเราอาจจะเปิดตัวได้ฮือฮาในช่วงแรกๆ แต่เมื่อกระแสลดลงลูกค้าก็อาจลดลงตามไปด้วย ดังนั้นช่องทางการขายจึงไม่ควรมีแต่หน้าร้าน นอกจากออฟไลน์ ควรมีออนไลน์ หรือจัดส่ง เดลิเวอรี่ หรือถ้าเปิดร้านในย่านออฟฟิศ ควรรับออร์เดอร์จากลูกค้าแล้วจัดส่งถึงโต๊ะทำงาน หรือหากเป็นไปได้ก็ควรเพิ่มความสามารถตัวเองให้รับงานจัดเลี้ยงต่างๆ ได้อีกช่องทางด้วย จะช่วยทำให้มีรายได้จากหลายทางมากขึ้น
 
ร้านชานมไข่มุกบุฟเฟ่ต์อาจเป็นเพียงหนึ่งในกลยุทธ์การตลาดที่น่าสนใจ ซึ่งในอนาคตก็อาจมีกลยุทธ์การตลาดใหม่ๆมาสร้างกระแสได้อีก สิ่งสำคัญคือพื้นฐานของธุรกิจต้องมั่นคงแข็งแรง คนลงทุนต้องรู้จักการบริหารจัดการ และมีไอเดียใหม่ๆ มานำเสนอลูกค้า ซึ่งคำว่าไอเดียดีๆ ที่ว่านี้คือคีย์เวิร์ดสำคัญที่ทำให้ไม่ว่าจะลงทุนในธุรกิจใดๆ ไม่เจ๊งแน่นอน

ขอบคุณรูปภาพจาก  Facebook : Chincha ชานมไข่มุกตักเอง
 

SMEs Tips
  1. แบรนด์สินค้าต้องทำให้ลูกค้าประทับใจ
  2. การตลาดต้องเลิศ
  3. มีสินค้าใหม่ออกมาต่อเนื่อง
  4. บริการที่ดียังเป็นจุดขาย
  5. สร้างช่องทางการขายที่มากกว่าหน้าร้าน
ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน

ติดตามได้ที่ Add LINE id: 
@thaifranchise
  


สำหรับท่านใดที่ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจเรามีรวบรวมบทความมากมาย ติดตามได้ที่ goo.gl/Io5k2S
 
บอกก่อนเลยว่าไม่ใช่ทุกคนที่ลงทุนเปิดร้านข้าวแกงบุฟเฟ่ต์แล้วจะประสบความสำเร็จ! ตรงกันข้ามถ้าวิธีบริหารจัดการไม่ดีเสี่ยงเจ๊งขาดทุนป่นปี้ได้อย่างรวดเร็ว ตัวอย่างความสำเร็จของร้านข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ที่ประสบความสำเร็จบางรายเปิดมากว่า 10 ปี ลงทุนต่อวันประมาณ 20,000 บาท เป็นค่าวัตถุดิบในการทำอาหารหลา..
30months ago   10,031  7 นาที
ปิ้งย่างธรรมดาเดี๋ยวนี้ก็ดูจะไม่น่าสนใจ ประมาณ 2-3 ปีที่ผ่านมาเราเห็น “หม่าล่า” เป็นเมนูฮิตที่ไม่ใช่แค่มีคนกินมากขึ้นแต่คนเปิดร้าน “หม่าล่า” ก็มีมากขึ้นเช่นกัน  www.ThaiFranchiseCenter.com มองว่านี่คืออีกหนึ่งธุรกิจลงทุนน้อยแต่กำไรดี ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับวิธีบริหาร..
30months ago   8,971  5 นาที