บทความทั้งหมด    บทความแฟรนไชส์    โอกาสทางธุรกิจ    ช่องทางทำกิน
584
2 นาที
25 มีนาคม 2569
Trung Nguyen E-Coffee จากจักรยานหนึ่งคัน สู่ธุรกิจแฟรนไชส์ รายได้กว่า 7,000 ล้าน
 

ตลาดร้านกาแฟในเวียดนามปี 2026 ถือเป็นหนึ่งในตลาดที่น่าสนใจ คาดว่ามีมูลค่าประมาณ 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 2.1 หมื่นล้านบาท และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยประมาณ 8% ต่อปี 
 
ซึ่งถ้าดูปริมาณในการบริโภคพบว่าชาวเวียดนามดื่มกาแฟรวมกันสูงถึง 35 ล้านแก้วต่อวัน โดยกลุ่มผู้บริโภคหลักคือคนรุ่นใหม่ Gen Y และ Gen Z 
 
อย่างไรก็ดีแม้เป็นตลาดที่มีความต้องการสินค้าสูง แต่ก็ได้ชื่อว่าเป็นตลาดปราบเซียนสำหรับแบรนด์ต่างชาติ เพราะแบรนด์ท้องถิ่นแข็งแกร่งมาก โดยครองส่วนแบ่งตลาดส่วนใหญ่ไว้ได้ยกตัวอย่างเช่น
  • Highlands Coffee ที่เป็นเจ้าใหญ่ในตลาด มีสาขามากที่สุดกว่า 850-900 สาขา เน้นทำเลทองและราคาที่เข้าถึงง่าย
  • Milano Coffee เน้นโมเดลแฟรนไชส์ขนาดเล็กและกระจายตัวในชุมชน มีสาขากว่า 2,000 แห่ง เน้นความรวดเร็วและราคาประหยัด
  • Trung Nguyen Legend แบรนด์ระดับตำนานที่เน้นวัฒนธรรมกาแฟแบบเวียดนามแท้ๆ (Robusta) และกำลังรุกหนักในด้านการสร้าง Branding ระดับพรีเมียม
  • Phuc Long โดดเด่นด้วยการผสมผสานเมนู ชาและกาแฟ ที่วัยรุ่นชื่นชอบ มีสาขากว่า 230 แห่ง
  • Katinat แบรนด์ดาวรุ่งที่เติบโตเร็วมากในช่วงปี 2025 เน้นการออกแบบร้านที่สวยงาม เพื่อดึงดูดลูกค้าที่ชอบการถ่ายภาพรวมถึงต้องการดึงลูกค้าในกลุ่มคนวัยทำงาน
  • Starbucks เป็นแบรนด์ต่างชาติไม่กี่รายที่ยืนหยัดอยู่ในเวียดนามได้ มีประมาณ 130-140 สาขา ถูกจัดอยู่ในกลุ่มUltra-Premium ซึ่งมีฐานลูกค้าเฉพาะกลุ่ม
ธุรกิจที่แข่งด้าน Branding + Digital Speed
 

ภาพจาก https://citly.me/ZP5ed

ในเวียดนามมีร้านกาแฟกว่า กว่า 500,000 แห่งทั่วประเทศรวมร้านรายย่อย แบรนด์ใหญ่ไม่ได้แข่งกันแค่ที่ รสชาติ เท่านั้นแต่ให้ความสำคัญกับ Branding มากที่สุด 

หลายๆแบรนด์มีกลยุทธ์ในการสร้าง Storytelling ให้ดูน่าสนใจ ตั้งแต่เล่าเรื่องวัตถุดิบ , การชูจุดเด่นธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 
 
รวมถึงการออกแบบแพ็กเกจจิ้งที่ดูทันสมัย และอีกหลายๆร้านออกแบบบรรยากาศร้านให้กลายเป็นสถานที่เช็คอินสำหรับลูกค้าได้ด้วย
 
และที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือร้านกาแฟในเวียดนามเน้นใช้การตลาดแบบ Speed to Market ยกตัวอย่าง Highlands Coffee ใช้โมเดล Drive-thru เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมคนขี่มอเตอร์ไซค์ที่ต้องการความเร็วในการเดินทาง หรือ Milano Coffee ใช้โมเดล Compact/Kiosk ที่เน้นพื้นที่ขนาดเล็ก ลงทุนต่ำ แต่กระจายตัวได้เร็วเน้นเจาะเมืองระดับรอง ที่แบรนด์พรีเมียมยังเข้าไม่ถึง 
 
นอกจากนี้ยังผสมผสานเรื่องการเข้าถึงตลาดออนไลน์อย่างรวดเร็ว (Digital Speed) เกือบทุกร้านกาแฟในเวียดนามใช้ App สั่งสินค้าและสะสมแต้มอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งการสั่งผ่าน GrabFood และ ShopeeFood มียอดขายเติบโตกว่า 130% ในช่วงที่ผ่านมา
 
Trung Nguyen E-Coffee ธุรกิจร้านกาแฟที่เริ่มต้นจากจักรยานหนึ่งคัน
 

ภาพจาก https://citly.me/ZP5ed

จากภาพรวมของตลาดร้านกาแฟที่แข่งกันอย่างดุเดือด Trung Nguyen (ตรุง เหงียน) คืออีกแบรนด์ที่ถือว่าประสบความสำเร็จ แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย 
 
ผู้ก่อตั้งแบรนด์นี้คือ คุณดั๋ง เล เหงียน วู (Đặng Lê Nguyên Vũ) ที่ตัดสินใจลาออกจากคณะแพทย์ที่กำลังเรียนอยู่ทั้งที่เหลืออีกไม่กี่ปีก็จะจบ 
 
เพราะสิ่งที่เห็นตอนนั้นคือความเหลื่อมล้ำที่ชาวไร่กาแฟในบ้านเกิด เมือง Buon Ma Thuot (บวน มา ถอท) เจอกับความยากจน ทั้งที่เวียดนามเป็นประเทศที่ส่งออกกาแฟมหาศาล  เขาจึงเริ่มธุรกิจด้วยเงินทุนอันน้อยนิดในการสร้างโรงคั่วเล็กๆ 
 
เมื่อปี 1996 พร้อมกับจักรยาน 1 คัน ที่ใช้ปั่นไปส่งกาแฟคั่วบดตามร้านต่างๆ ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากคนรอบข้างจนได้รับฉายาว่า "Vũ Khùng" (วูคนบ้า)
 
ในช่วงแรกแบรนด์ใช้ชื่อว่า Trung Nguyen Coffee ต่อมาได้รีแบรนด์เป็น Trung Nguyen Legend เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ให้ดูหรูหราน่าสนใจมากขึ้นโดยมีสัญลักษณ์เป็นรูปถ้วยกาแฟและลายเส้นพู่กันแบบเซนหลังจากประสบความสำเร็จกับร้านขนาดใหญ่ 
 
ทางบริษัทมองเห็นโอกาสในการขยายตัวให้เข้าถึงผู้คนได้มากขึ้นและเร็วขึ้น จึงเปิดตัว Trung Nguyen E-Coffee ในปี 2019 ซึ่งตัว "E" มาจากคำว่า Energy (พลังงาน) สื่อถึงกาแฟที่เป็นพลังงานสำหรับสมอง โดยมีโมเดลที่ทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จได้แก่
  • เน้นสร้างธุรกิจแบบลงทุนง่าย ซึ่ง Trung Nguyen E-Coffee ใช้พื้นที่เปิดร้านตั้งแต่ 4 – 40 ตร.ม. จึงอยู่ในทำเลอย่าง อาคารสำนักงาน, สถานีรถไฟ, ตลาด หรือแม้แต่ร้านสะดวกซื้อได้ง่าย
  • สร้าง Branding ชูความเป็น Coffee Ecosystem ซึ่งภายในร้านจะขายทุกอย่างที่เกี่ยวกับกาแฟ ตั้งแต่เมล็ดกาแฟ, เครื่องชง, อุปกรณ์ ไปจนถึงของสะสม ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้นอกเหนือจากการขายกาแฟแบบทั่วไป
  • ไม่เก็บค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ในช่วงแรก  เพื่อดึงดูดพาร์ทเนอร์ให้เข้าสู่ระบบเร็วที่สุด เป็นกลยุทธ์การเจาะส่วนแบ่งตลาดที่มีการแข่งขันสูง
ธุรกิจที่มีสาขากว่า 1,000 แห่งรายได้กว่า 7,000 ล้านบาท
 

ภาพจาก www.facebook.com/TrungNguyenIceland

จากจุดเริ่มต้นที่ใช้จักรยานคันเดียวแต่ตอนนี้ Trung Nguyen เป็นอาณาจักรธุรกิจที่ใหญ่โต โดย Trung Nguyen E-Coffee ก็เป็นหนึ่งในธุรกิจที่แตกไลน์มาของบริษัทแม่อย่าง Trung Nguyen Group รายได้ของกลุ่มบริษัทแม่ (TNG) อยู่ที่ประมาณ 6,200 - 7,000 ล้านบาท 
 
ในปี 2026 กลุ่ม Trung Nguyen ที่รวมทุกโมเดลร้านและสินค้า ยังคงครองส่วนแบ่งตลาดกาแฟในเวียดนามสูงถึง 29.7% นับเฉพาะ Trung Nguyen E-Coffee มีสาขากว่า 1,000 แห่ง และแผนการตลาดในปี 2026 วางแผนจะขยายสาขาให้ได้ถึง 3,000 แห่งเพื่อครอบคลุมทุกพื้นที่โดยเฉพาะตึกออฟฟิศไปจนถึง
 
ร้านสะดวกซื้อและสถานีบริการน้ำมันต่างๆ สิ่งที่น่าสนใจคือ Trung Nguyen E-Coffee เน้นการลงทุนง่ายทำให้ยอดขายต่อสาขาแม้จะไม่สูงเท่าแบรนด์ใหญ่อย่าง Highlands หรือ Starbucks แต่ อัตรากำไรต่อเงินลงทุน (ROI) ของผู้ซื้อแฟรนไชส์ถือว่าน่าดึงดูดสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย
 
ทั้งนี้รายได้ของ Trung Nguyen E-Coffee สะท้อนถึงกลยุทธ์ Volume over Margin คือการเน้นจำนวนสาขาที่มากเพื่อให้ได้ปริมาณการสั่งซื้อวัตถุดิบมหาศาล (Economy of Scale) ซึ่งเป็นโมเดลที่แข็งแกร่งมากในการป้องกันคู่แข่งรายใหม่ไม่ให้เข้ามาแทรกแซงตลาดได้ง่ายๆ
 
อ้างอิง 
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
บทความแฟรนไชส์ยอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
7 แฟรนไชส์ขายดีทุกวัน คนซื้อซ้ำสูง! ลูกค้ากลับมา..
544
Panera Bread โมเดล “ค่ากาแฟแบบรายเดือน” ยอดขาย 2..
490
93 แฟรนไชส์ ร่วม “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ ..
464
เปิดสูตรลับเจ้าของแฟรนไชส์! เงินก้อนจากค่าแรกเข้..
463
Lelecha รายได้ 4,000 ล้าน! ยังขาดทุน แก้ปัญหาด้ว..
440
แฟรนไชส์การศึกษาโกลเด้นเบรน All Students, One St..
412
บทความแฟรนไชส์มาใหม่
บทความอื่นในหมวด