บทความทั้งหมด    บทความแฟรนไชส์    โอกาสทางธุรกิจ    ช่องทางทำกิน
267
3 นาที
16 มีนาคม 2569
ซื้อแฟรนไชส์ Yoguruto (โยกุรุโตะ) ใช้เงินลงทุนเท่าไหร่ คุ้มหรือไม่คุ้ม? 
 

Yoguruto แบรนด์โยเกิร์ตสดปั่นสไตล์ญี่ปุ่น เป็นแบรนด์เครื่องดื่มสัญชาติไทย แม้จะก่อตั้งได้ไม่นานคือเมื่อปี 2563 แต่ใช้กลยุทธ์ที่มีความชัดเจนในการเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างทั่วประเทศไทย ด้วยรูปแบบราคาเข้าถึงง่ายเริ่มต้นที่ 49 บาท ทำให้สินค้าโยเกิร์ตกลายเป็นเมนูตัวเลือกที่ผู้บริโภค “ซื้อได้ทุกวัน” แทนที่จะเป็นเครื่องดื่มพิเศษเพียงบางเวลาเท่านั้น 
 
โยกุรุโตะเลือกจุดขายที่คีย์เวิร์ดชัดเจนคือ “โยเกิร์ตสดปั่นสไตล์ญี่ปุ่น” ที่ตอบโจทย์ทั้งคนรักสุขภาพและคนอยากดื่มของหวานเบาๆ ในราคาไม่แพง ซึ่งช่วยดึงฐานลูกค้าทุกวัยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนักศึกษา คนทำงาน และคนในครอบครัว
 
โมเดลธุรกิจของแบรนด์นี้ชัดเจนว่าเป็นแฟรนไชส์ราคาประหยัด ที่ลดอุปสรรคด้านเงินลงทุนสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย ช่วยให้สามารถเปิดสาขาได้อย่างรวดเร็ว ตามย่านการค้าต่างจังหวัดและหัวเมืองใหญ่ ภายในระยะเวลาไม่กี่ปี Yoguruto ขยายสาขาได้มากกว่า 311 แห่งทั่วประเทศ มุ่งเน้นจับตลาดแมสด้วยราคาและทำเลเป็นหัวใจหลักของแผนการเติบโตทางธุรกิจ
 
ความได้เปรียบของแบรนด์ไทยไม่ใช่แค่ “ราคา” แต่ยังรวมถึงการตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภค ที่ต้องการความคุ้มค่าและรสชาติที่ไม่น่าเบื่อ การสร้าง community รอบมหาวิทยาลัยและแฟลตชุมชนทำให้ Yoguruto กลายเป็นปรากฏการณ์ที่ “ทุกคนรู้จัก” ภายในเวลาอันสั้น นี่คือภาพของแบรนด์ที่ปั้นตลาดโยเกิร์ตในไทยให้กลายเป็นของว่างสุขภาพระดับมวลชนอย่างเต็มตัว
 
สินค้าในร้าน Yoguruto มีอยู่ 3 กลุ่มหลักๆ ได้แก่  
  • โยเกิร์ตปั่น ราคาเริ่มต้น 49-139 บาท  
  • ครอฟเฟิล ราคาเริ่มต้น 35-55 บาท  
  • ไอศกรีมฮาร์ดเสิร์ฟ ราคาเริ่มต้น 59 บาท/ถ้วย 

ภาพจาก Yoguruto

ส่วนจำนวนสาขามีประมาณ 311 สาขาทั่วประเทศ แบ่งออกเป็น
  • ภาคกลาง 263 
  • ภาคใต้ 6 สาขา
  • ภาคตะวันออก 15 สาขา
  • ภาคเหนือ 5 สาขา
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 17 สาขา
  • ภาคตะวันตก 5 สาขา
ซื้อแฟรนไชส์ Yoguruto จำนวน 1 สาขา ใช้เงินเท่าไหร่? 
งบลงทุนประกอบไปด้วย
  1. ค่าแฟรนไชส์ 125,000 บาท (สัญญา 3 ปี)
  2. ค่าอุปกรณ์ 165,000-215,000 บาท (ครั้งเดียว)
  3. ค่าออกแบบ 25,000 บาท (ครั้งเดียว / กทม.)
  4. ค่าก่อสร้าง แล้วแต่ขนาดพื้นที่ 400,000-600,000 บาท (ครั้งเดียว)
  5. ค่า Franchise Hub + POS 39,500 บาท (รายปี)
  6. ค่า Royalty & Marketing fee 2.5% + 2.5% (รายเดือน / คำนวนจากยอดขาย)
  7. ค่าวัตถุดิบครั้งแรก 20,000-25,000 บาท
#งบลงทุนประมาณการ 750,000-800,000 บาท ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
 
ขอจำลองโมเดลการลงทุนธุรกิจแฟรนไชส์ Yoguruto ให้เข้าใจง่ายๆ โดยตั้งสมมติฐานที่ใกล้เคียงร้านเครื่องดื่มในห้าง และ คอมมูนิตี้มอลล์ในประเทศไทย เพื่อดูว่าต้องขายวันละกี่แก้วถึงคุ้มทุน และคืนทุนกี่ปี
 
เงินลงทุนเริ่มต้น
 

ภาพจาก Yoguruto

จากข้อมูลการลงทุนแฟรนไชส์ของแบรนด์ Yoguruto ให้มา สามารถคำนวณค่าใช้จ่ายกลางๆ ได้ดังนี้
  • ค่าแฟรนไชส์ 125,000 บาท
  • ค่าอุปกรณ์ 190,000 บาท
  • ค่าออกแบบ 25,000 บาท
  • ค่าก่อสร้าง 500,000 บาท
  • ค่า Franchise Hub + POS ปีแรก 39,500 บาท 
  • วัตถุดิบแรก 22,500 บาท 
เงินลงทุนรวม ประมาณ 902,000 บาท (รวม POS ปีแรก) แต่ถ้าตัด VAT และค่าจิปาถะออก
 
คิดคร่าวๆ จะมีค่าใช้จ่ายในการเปิดร้าน 1 สาขาประมาณ 850,000 – 900,000 บาท


ภาพจาก Yoguruto
 
สมมติยอดขาย
 
เมนูในร้าน Yoguruto มี 3 กลุ่ม


ภาพจาก Yoguruto
  • โยเกิร์ตปั่น ราคาเริ่มต้น 49-139 บาท  (เฉลี่ยขาย 79 บาท) 
  • ครอฟเฟิล ราคาเริ่มต้น 35-55 บาท  (เฉลี่ยขาย 40 บาท) 
  • ไอศกรีมฮาร์ดเสิร์ฟ ราคาเริ่มต้น  59 บาท/ถ้วย (เฉลี่ยขาย 59 บาท) 
.
ภาพจาก Yoguruto
#สมมติสัดส่วนขาย
  • โยเกิร์ต 60%
  • ครอฟเฟิล 25%
  • ไอศกรีม 15%
ราคาเฉลี่ยต่อบิล
 
= (79×0.6) + (40×0.25) + (59×0.15)

หรือประมาณ 66 บาทต่อรายการ แต่สมมติว่าลูกค้าบางคนซื้อ 2 อย่าง สามารถใช้ยอดขายเฉลี่ย 75 บาท / บิล 


ภาพจาก Yoguruto
 
สมมติยอดขายต่อวัน
 
ร้านเครื่องดื่มในห้างเล็ก มียอดขายแบ่งออกเป็น 3 ระดับ
  • ยอดขายระดับต่ำ 60 บิล
  • ยอดขายระดับกลาง 100 บิล
  • ยอดขายรีดับดี 150 บิล
รายได้ต่อวัน / เดือน  
  • ราคาขายเฉลี่ย 75 บาท / บิล 
  • 60 บิล  รายได้ 4,500 / วัน 135,000 / เดือน
  • 100 บิล  รายได้ 7,500 / วัน 225,000 / เดือน 
  • 150 บิล  รายได้ 11,250 / วัน 337,500 / เดือน 
ต้นทุนวัตถุดิบ
  • ร้านเครื่องดื่มทั่วไป Cost of Goods Sold หรือ COGS ประมาณ 35%
  • รายได้ 135,000 บาท ต้นทุนวัตถุดิบ 47,250 บาท
  • รายได้ 225,000 บาท ต้นทุนวัตถุดิบ 78,750 บาท 
  • รายได้ 1337,500 บาท ต้นทุนวัตถุดิบ 118,125 บาท 
ค่า Royalty + Marketing (2.5% + 2.5%) = 5% ของยอดขาย
  • รายได้ 135,000 หัก 5% = 6,750 บาท
  • รายได้ 225,000 หัก 5% = 11,250 บาท
  • รายได้ 337,500 หัก 5% = 16,875 บาท 

ภาพจาก Yoguruto

สมมติค่าใช้จ่ายประจำ 
ค่าเช่า
  • ห้าง / community mall = 30,000 บาท / เดือน 
  • ค่าแรงพนักงาน 3 คน = 12,000 บาท/คน = 36,000 บาท / เดือน 
  • ค่าน้ำไฟ 6,000 บาท 
  • POS รายปี 39,500 / 12 = 3,300 บาท / เดือน 
  • ค่าใช้จ่ายประจำรวม 30,000 + 36,000 + 6,000 + 3,300 = 75,300 บาท/เดือน
กำไรสุทธิ
1.กรณีขาย 60 บิล/วัน (ค่อนข้างเงียบ)
 
รายได้ 135,000 บาท / เดือน
 
หักค่า
  • วัตถุดิบ 47,250 บาท
  • Royalty 6,750 บาท 
  • ค่าใช้จ่ายประจำ 75,300 บาท 
  • เหลือกำไรประมาณ 5,700 บาท/เดือน (แทบไม่คุ้ม)
2. กรณีขาย 100 บิล/วัน (ปกติ)

รายได้ 225,000 บาท / เดือน
 
หัก
  • วัตถุดิบ 78,750 บาท
  • Royalty 11,250 บาท
  • ค่าใช้จ่ายประจำ 75,300 บาท 
  • กำไรประมาณ 59,700 บาท/เดือน
 
3. กรณีขาย 150 บิล/วัน (ทำเลดี)

รายได้ 337,500 บาท / เดือน 

หัก
  • วัตถุดิบ 118,125 บาท
  • Royalty 16,875 บาท
  • ค่าใช้จ่าย 75,300 บาท 
  • กำไร 127,200 บาท/เดือน

ภาพจาก Yoguruto
ระยะเวลาคืนทุน
 
เงินลงทุนเปิดร้าน 1 สาขา ประมาณ 900,000 บาท 
  • ยอดขาย 60 บิล กำไร 5,700 บาท/เดือน คืนทุนประมาณ 158 เดือน (13 ปี 2 เดือน)
  • ยอดขาย 100 บิล กำไร 59,700 บาท/เดือน คืนทุนประมาณ 15 เดือน (1 ปี 3 เดือน) 
  • ยอดขาย 150 บิล กำไร 127,200 บาท/เดือน คืนทุนประมาณ 7 เดือน (0.7 ปี)  
สรุปก็คือ ถ้าจะเปิดแฟรนไชส์ร้าน Yoguruto ด้วยงบลงทุนประมาณ 900,000 บาท ต้องขายให้ได้ประมาณอย่างน้อย 90–100 บิล/วัน ถึงจะถือว่า “คุ้ม” ถ้าต่ำกว่า 70 บิล = เสี่ยง
จากประสบการณ์ร้านแฟรนไชส์เครื่องดื่มในไทย ร้านที่อยู่ได้จริงมักขายได้ประมาณ 100-150 บิล/วัน
 
ช่วงวันที่ขายดี หรือพีคสุดๆ คือ วันศุกร์ – เสาร์ – อาทิตย์ ยอดอาจพุ่งถึง 200 บิล/วัน 
 
สรุป 
 

ภาพจาก Yoguruto

ก่อนตัดสินใจลงทุนแฟรนไชส์เปิดร้าน Yoguruto สิ่งที่ผู้ลงทุนหลายคนมักประเมินต่ำกว่าความเป็นจริง คือ ค่าใช้จ่ายแฝงของทำเล โดยเฉพาะร้านในห้างหรือคอมมูนิตี้มอลล์ที่ไม่ได้มีแค่ค่าเช่าเท่านั้น แต่ยังมีค่า GP (Gross Profit Share) ที่ห้างคิดเพิ่มประมาณ 15–30% ของยอดขาย ซึ่งต่างจากค่าเช่าคงที่ เพราะยิ่งขายดี ห้างก็ยิ่งเก็บส่วนแบ่งจากยอดขายมากขึ้น ทำให้กำไรที่จะได้จริงลดลง

นอกจากนี้ยังอาจมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าบำรุงพื้นที่ส่วนกลาง, ค่าการตลาดของศูนย์การค้า และค่าไฟที่มักแพงกว่าร้านภายนอกห้าง ก่อนเปิดร้านแฟรนไชส์ใดๆ จึงควรคำนวณต้นทุนทำเลอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ
 
อีกเรื่องที่หลายร้านมองข้าม คือ ต้นทุนจากแพลตฟอร์มเดลิเวอรี เช่น Grab, LINE MAN และ foodpanda ซึ่งปัจจุบันแพลตฟอร์มเหล่านี้มักคิดค่าคอมมิชชันประมาณ 25–35% ของราคาเมนู 
 
หากร้านตั้งราคาหน้าร้านเท่ากับในแอป กำไรต่อแก้วจะลดลงอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีค่าโปรโมชัน เช่น ส่วนลด หรือค่าแคมเปญที่ร้านต้องร่วมจ่ายด้วย จึงควรวางแผนราคาสำหรับเดลิเวอรีแยกจากหน้าร้าน เพื่อไม่ให้กระทบกำไรโดยรวมของธุรกิจ
 
สุดท้าย คือ ความเสี่ยงด้านสินค้าและกระแสความต้องการของตลาด เครื่องดื่มประเภทโยเกิร์ตหรือของหวานมีโอกาสเกิดของเสียหากขายไม่หมด วัตถุดิบ เช่น โยเกิร์ตหรือผลไม้ อาจหมดอายุและต้องทิ้ง ทำให้ต้นทุนจริงสูงขึ้น 
 
อีกทั้งธุรกิจเครื่องดื่มมักขึ้นอยู่กับกระแสของแบรนด์และเทรนด์การดื่มของผู้บริโภค หากกระแสความต้องการลดลง ยอดขายต่อวันอาจไม่ถึงจุดคุ้มทุน ดังนั้น การเลือกทำเลที่มีทราฟฟิกดี การควบคุมสต็อกวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพ และการติดตามกระแสของตลาดอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้การลงทุนแฟรนไชส์มีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น
 
แหล่งข้อมูล
 ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
 
บทความแฟรนไชส์ยอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
4 แฟรนไชส์มาใหม่! น่าลงทุนประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2..
1,512
หายนะ! 2026 แฟรนไชส์ร้านอาหารในอเมริกา ปิดตัว เล..
735
มาแล้ว! 16 งานอีเวนต์ แฟรนไชส์ & SMEs ปี 2569
688
Marriott แฟรนไชส์เชนโรงแรม ยิ่งใหญ่ได้จาก Know-h..
402
แฟรนไชส์ชีสเค้กจีน KUMO KUMO จาก 5 หยวนปู้สู่ราย..
375
จัดเต็ม! 4 โปรโมชั่นแฟรนไชส์ ต้นปี2569 ส่วนลด! ข..
370
บทความแฟรนไชส์มาใหม่
บทความอื่นในหมวด