บทความทั้งหมด    บทความค้าขาย    การเริ่มต้นค้าขาย    ไอเดียการค้าขาย
697
1
3 นาที
6 ตุลาคม 2563
เจอแล้ว 10 อาชีพขายของบนรถกระบะ


ในบรรดารถเอนกประสงค์เชื่อว่าไม่มีใครเกิน “รถกระบะ” นี่คือรถที่ประโยชน์ใช้สอยเยอะมาก บรรทุกของได้ บรรทุกคนได้ แถมยังมีความแข็งแรงมากด้วย ราคาของรถกระบะปัจจุบันก็ตามยี่ห้อตามรุ่นขั้นต่ำสตาร์ไม่ต่ำกว่า 800,000 บาท สามารถผ่อนชำระได้สูงสุดกว่า 84 เดือน (7ปี) เช่นเดียวกับการซื้อรถยนต์อื่นๆ ราคาในการผ่อนมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับเงินดาวน์ แต่หลายคนมองจุดคุ้มทุนว่า “รถกระบะ 1 คัน” จะสามารถสร้างรายได้ที่ดี

แต่ทั้งนี้ก็ต้องไม่ลืมบวกต้นทุนในการดัดแปลงรถกระบะให้สามารถนำมาสร้างรายได้ เช่นการนำมาทำรถรับจ้าง , ติดคอกเพื่อขนส่งสินค้าการเกษตร , การดัดแปลงเป็นFoodTruck เป็นต้น และเพื่อให้มองเห็นภาพได้ชัดเจน www.ThaiFranchiseCenter.com รวบรวม 10 อาชีพที่ฮิตที่สุดของคนมีรถกระบะซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นที่การขายของเป็นหลัก
 
1.ขายข้าวสาร
 
ภาพจาก bit.ly/2Gs79Z6

ทุกคนต้องเคยเห็นรถกระบะที่เร่ขายข้าวสาร วิ่งไปตามตรอกซอกซอยในหมู่บ้านต่างๆ การเริ่มต้นอาชีพนี้ต้องเริ่มจากติดต่อไปทางโรงสีเพื่อให้ได้ข้าวสารในราคาต้นทุนที่ถูก และเพื่อให้มีข้าวหลากหลายชนิด ข้อมูลที่เรามีระบุว่าต้นทุนเฉลี่ยประมาณกิโลกรัมละ 20-30 บาท ก็ตกราคากระสอบละ 1,000 - 1,500 บาท (1กระสอบบรรจุ 50 กิโลกรัม) เมื่อนำมา
 
ขายแบ่งเป็นกิโลกรัมละ 25-35 บาท ได้กำไรกิโลกรัมละ 3-5 บาท ถ้าวันหนึ่งๆแบ่งขายได้ 5-6 กระสอบ กำไรกระสอบละ 150 - 250 บาท ( 3-5บาท x 50กิโลกรัม ต่อกระสอบ ) ได้กำไร 750-1500 บาท (ยังไม่หักค่าน้ำมันรถยนต์) อย่างไรก็ดีนี่เป็นเพียงข้อมูลส่วนหนึ่งไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องได้กำไรเท่านี้หรือมีต้นทุนเท่านี้ ต้นทุนและกำไรที่แท้จริงสามารถแปรผันได้ตามปัจจัยแวดล้อมอีกหลายอย่าง
 
2.รถพุ่มพวง
 
ภาพจาก bit.ly/3notZkY

เป็นอีกหนึ่งไอเดียในการใช้รถกระบะสร้างรายได้ที่หลายคนรู้จักดี รถพุ่มพวงส่วนใหญ่จะซื้อสินค้าเป็นกิโลกรัมและนำมาทำเป็นถุงย่อยๆ ขายปลีกให้ได้กำไรมากขึ้น เช่น ผัก 1 กิโลกรัมราคา 40 บาท อาจนำมาแบ่งเป็นกำๆ ได้ 5-6 กำ ขายกำละ 10 บาท จะได้กำไร 10-20 บาทเป็นต้น ความเสี่ยงของรถพุ่มพวงคือสินค้าที่ขายไม่หมดอาจเน่าเสียเช่นผักสดต่างๆ 
 
สำหรับเงินลงทุนก็ขึ้นอยู่กับว่า จะ”ขึ้นของ” ทำของเยอะแค่ไหน พ่อค้าบางรายลงทุนวันละเกือบ 10,000 บาทซึ่งสินค้าเหล่านี้หากขายได้หมดจะมีกำไรเฉลี่ย 1,500-3,000 บาท แต่ส่วนใหญ่พ่อค้าแม่ค้าจะไม่ได้ขายสินค้าหมดในวันเดียวสินค้าบางอย่างเมื่อซื้อมาสามารถขายได้มากกว่า 1 วัน โดยเฉพาะพวกของแห้งทั้งหลาย ที่ต้องลงทุนบ่อยๆ ก็คือพวกอาหารสด ผักสด
 
3.รับซื้อของเก่า
 
ภาพจาก bit.ly/34qq4M8

หลายคนที่ยึดอาชีพนี้เป็นประจำก็สร้างรายได้ดีเลี้ยงครอบครัวได้เลยทีเดียว ราคาของเก่าก็น่าสนใจ อย่างหนังสือพิมพ์เก่ากิโลกรัมละ 10 บาท ขวดเบียร์กิโลกรัมละ 10-14 บาท กระป๋องโค้กกิโลกรัมละ 38 บาท พลาสติก(ขวดน้ำ) กิโลกรัมละ 15 บาท เป็นต้น ยิ่งมีรถกระบะสักคันไว้วิ่งตามซอยต่าง ๆลองเก็บของเก่าขายรายได้ต่อวันไม่น้อยกว่า 300-500 บาท และในอนาคตหากมีประสบการณ์มากขึ้น มีทุนมากขึ้นอาจผันตัวเองจากคนเก็บของเก่าขาย กลายมาเป็นคนรับซื้อของเก่า สร้างรายได้เพิ่มขึ้นแต่เหนื่อยน้อยลงได้ด้วย
 
4.ขายผลไม้
 
ภาพจาก bit.ly/30EFMSJ

เราคงเคยเห็นริมทางกับรถกระบะที่บรรจุผลไม้มาขายไม่ว่าจะเป็นฟักทอง แตงโม เผือก มัน เงาะ ทุเรียน เป็นต้น ถามว่ามีรถกระบะสักคันลงทุนขายผลไม้แบบนี้คุ้มไหม! ก่อนอื่นเราต้องดูก่อนว่าเรามีแหล่งสินค้าที่ได้ต้นทุนถูกหรือเปล่า บางรายมีสวนของตัวเอง ก็เอาสินค้ามาเร่ขาย แบบนี้กำไรก็มากหน่อย แต่บางรายต้องไปรับมาจากหน้าสวนอีกที ซึ่งก็ต้องไปติดต่อกับเจ้าของสวนหรือมีความสนิทมากพอ

ข้อดีของการรับมาจากสวนคือเราจะสามารถขายในราคาที่ถูกกว่าตลาดทั่วไปได้ แต่ถ้าเป็นการรับมาจากพ่อค้าคนกลางหรือจากตลาดค้าส่งซึ่งมีการบวกต้นทุนไปแล้วระดับหนึ่งราคาขายของเราก็ต้องสูงขึ้นไปอีกเช่นกัน

ทั้งนี้ถ้าซื้อจากตลาดค้าส่งเราอาจเลือกซื้อแบบยกลังหรือจะเลือกซื้อแบบถุงใหญ่ (บรรจุ 10 กก.) ราคายกลังส่วนใหญ่จะถูกกว่าแต่ถ้าบรรจุถุงราคาจะแพงกว่าแต่สามารถนำไปจำหน่ายต่อได้ในราคากิโลละ 50, 60, 70, 80 บาท ขึ้นอยู่กับเกรดของผลไม้และช่วงฤดูของผลไม้
 
5.เปิดท้ายขายของ
 
ภาพจาก bit.ly/3nnHnGg

ในยุคที่คนตกงาน ว่างงาน ไม่มีงานทำ อาชีพเปิดท้ายขายของด้วยรถกระบะกลับมาคึกคักและมีจำนวนเพิ่มขึ้นมาก การเริ่มต้นเปิดท้ายขายของ วิธีการไม่ยุ่งยาก ก่อนอื่นหาสินค้าที่ต้องการขาย ทำเลที่จะขาย จากนั้นติดต่อกับทางเจ้าของพื้นที่ เจ้าของตลาด ลงทุนเรื่องอุปกรณ์การขาย ส่วนใหญ่ก็แค่โต๊ะ ถุงพลาสติก ไฟส่องสว่าง (สำหรับการขายกลางคืน) หรืออุปกรณ์อื่นตามสมควร กำไรจากการขายก็ขึ้นอยู่กับสินค้าที่เราขาย

ค่าเช่าของแต่ละสถานที่ และกำลังซื้อของลูกค้า อาจไม่ได้สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำแต่สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนให้เราได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญเราสามารถเปลี่ยนที่ขายไปได้เรื่อยๆ ยิ่งขยันก็ยิ่งมีรายได้มากขึ้น
 
6.ขายต้นไม้
 
ภาพจาก bit.ly/3iAYy3e

อาชีพเปลี่ยนรถกระบะให้กลายเป็นรถขายต้นไม้ ถือว่าสร้างรายได้ที่ดีในระดับหนึ่งสำคัญคือพื้นที่ในการขายควรเน้นไปตามหมู่บ้าน ตามสถานที่ชุมชน สินค้าส่วนใหญ่จะไปรับมาจากตลาดต้นไม้เช่นที่จตุจักร จากนั้นเอามาขายปลีกบวกกับต้นทุนค่าน้ำมัน เคล็ดลับคือควรเลือกต้นไม้ที่มีความคงทน ทั้งไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้ยืนต้น และควรมีเมล็ดพืชผัก อุปกรณ์การทำสวน ปุ๋ย ดิน ให้ลูกค้าสามารถเลือกได้อย่างครบวงจรจะช่วยเพิ่มยอดขายได้มากขึ้น
 
7.ขายสินค้าเบ็ดเตล็ด
 
ภาพจาก bit.ly/3d2DIIW

สินค้าเบ็ดเตล็ดได้แก่ ของพลาสติก อุปกรณ์ช่าง อุปกรณ์ทำความสะอาด ของประดับตกแต่งบ้าน เสื้อผ้ารองเท้า ฯลฯ ซึ่งรถกระบะสำหรับขายของเบ็ดเตล็ดเหล่านี้มีข้อดีคือสินค้าไม่มีวันหมดอายุ ขายไม่หมดวันนี้สามารถขายในวันอื่นๆ ได้ด้วย อย่างไรก็ดีการลงทุนคือสิ่งสำคัญเพราะต้องลงทุนค่อนข้างเยอะในการซื้อสินค้าต่างๆ เพราะหากมีสินค้าให้เลือกน้อย ลูกค้าก็จะไม่ได้สินค้าที่ต้องการ การลงทุนในลักษณะนี้จะมีรายได้หมุนเวียนแต่หากมีระบบการบริหารจัดการที่ดีอาจทำให้มีรายได้เหลือกินเหลือเก็บมากขึ้น
 
8.ขายก๋วยเตี๋ยว
 
ภาพจาก bit.ly/34rt3nr

เราสามารถดัดแปลงรถกระบะมาเน้นขายก๋วยเตี๋ยวได้ มีตัวอย่างที่น่าสนใจเช่น ร้าน “ก๋วยเตี๋ยวเจ๊เบญ”บริเวณวงเวียนโอเดียนที่ดัดแปลงรถกระบะมาเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวที่คนติดใจอย่างมาก มีเมนูขึ้นชื่อคือ “ก๋วยเตี๋ยวผัดงี่เง่า” ที่เป็นก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ผัดใส่ไข่ กุ้งสด หมูเด้ง เซี่ยงจี๊ ปลาหมึกกรอบ เห็ดหอมและผักเล็กน้อย นอกจากนี้ยังมีเมนอื่นๆ ที่น่าสนใจเช่นก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ สุกี้ ผัดหมี่ฮ่องกง ผัดเซี่ยงไฮ้ทรงเครื่อง เป็นต้น ในแต่ละวันสามารถสร้างรายได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับคนที่สนใจให้คนอยากมีธุรกิจของตัวเองได้ดูเป็นแนวทาง
 
9.รถขายปลาหมึกย่าง
 
ภาพจาก bit.ly/3niHR0e

คล้ายกับการดัดแปลงรถกระบะมาเป็นร้านก๋วยเตี๋ยว แต่คราวนี้ดัดแปลงมาขายปลาหมึกย่าง ที่เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยเห็น จุดเด่นของรถกระบะขายปลาหมึกย่างคือการเคลื่อนที่ไปได้ทุกที่ และจะขายดีโดยเฉพาะในแหล่งชุมชน ตามตลาด หน้าโรงเรียน หมู่บ้าน ยิ่งหากมีน้ำจิ้มรสเด็ดเป็นเอกลักษณ์จะยิ่งขายดี แต่ความสำคัญของการขายปลาหมึกย่างคือการลงทุนวัตถุดิบที่ค่อนข้างสูง

รวมกับอุปกรณ์ต่างๆ ในรถเช่นถังน้ำแข็งแช่ปลาหมึก เตาปิ้งย่าง โหลบรรจุน้ำจิ้ม ป้ายชื่อร้าน ตะแกรงวางปลาหมึก ฯลฯ เคล็ดลับที่จะขายดีคือควรเลือกปลาหมึกที่หลากหลาย ทั้งชนิด ขนาด และควรมีหลายราคาเพื่อให้ลูกค้าเลือกซื้อได้ตามความเหมาะสม หากมีทำเลในการขายที่ดี มีระบบการบริหารจัดการร้านตัวเองที่ดี ก็สามารถสร้างรายได้ที่ดีอย่างมาก
 
10.ดัดแปลงเป็น FoodTruck
 
ภาพจาก bit.ly/2GtyxGh

เป็นการดัดแปลงเอารถปิคอัพไปต่อเติม ใส่หลังคา และดีไซน์พื้นที่กระบะด้านหลังให้กลายเป็นร้านค้าเคลื่อนที่ เราจะเห็นรถประเภทนี้มากมาย เช่นขายขนมปัง สังขยา เครื่องดื่ม , ร้านขายชิ้นปิ้ง ลูกชิ้นทอด , ร้านขนมจีบ ซาลาเปา ราคาการดัดแปลงนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพวัสดุที่ใช้ เฉลี่ยมีตั้งแต่ หลักหมื่นไปถึงหลักแสน แต่หลายคนมองว่าคุ้มค่า
 
ยกตัวอย่างพ่อค้าแม่ค้าบางคนวิ่งขายพวกเครื่องดื่ม มีขนมปัง สังขยา ร่วมด้วย สตาร์ทรถตั้งแต่เช้ากลับเข้าบ้าน 2 ทุ่ม มีกำไรหลังหักค่าน้ำมัน ค่าวัตถุดิบที่ใช้ขายเฉลี่ยวันละ 2,000 – 3,000 บาท ซึ่งถือว่าดีกว่าทำงานประจำ แต่ใช่ว่าทุกคนที่ขายจะมีรายได้แบบนี้ ขึ้นอยู่กับทำเลที่ขาย จังหวะการขายในแต่ละวัน แต่ก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่ดีของคนมีรถกระบะ
 
ทั้งนี้ก่อนคิดจะนำรถกระบะมาสร้างรายได้ควรคำนึงถึงความคุ้มค่าและต้องดัดแปลงรถให้เหมาะสมกับธุรกิจที่เลือกเช่นหากจะทำเป็น FoodTruck เราต้องคำนวณเรื่องค่าดัดแปลงรถ + ค่าวัตถุดิบในแต่ละวัน + ค่าน้ำมันรถ เพื่อให้คำนวณเรื่องการตั้งราคาสินค้าได้อย่างเหมาะสมและควรเลือกทำเลที่จะขายได้มากๆ เพื่อให้เราไม่ต้องเสียเวลาในการวิ่งหาลูกค้าหลายๆที่อันจะเป็นการช่วยประหยัดต้นทุนในเรื่องค่าน้ำมัน และหากเป็นการลงทุนในรูปแบบอื่นๆ เช่นรถซื้อของเก่า รถพุ่มพวง รถขายต้นไม้ ก็ต้องพิจารณาว่าควรเพิ่มสมรรถนะของรถให้ดีขึ้น รับน้ำหนักขึ้นได้อย่างไร เพื่อจะได้สามารถขายของได้อย่างที่ใจต้องการ
 
ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
 
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
 
ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจ ติดตามได้ที่ https://www.thaifranchisecenter.com/document/
รับฟังบทความต่างๆ ผ่านทาง PodCast ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ https://soundcloud.com/thaifranchisecenter
 
 
ขอบคุณข้อมูล https://bit.ly/2EK4rNQ , https://bit.ly/2GjiFpm 
 
ปัญหาใหญ่ของใครหลายคนช่วงนี้คือ “รายได้ที่หดหาย” อันเป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของ COVID 19 ที่แม้สถานการณ์จะดีขึ้นมาก แต่ผลกระทบจากทั่วโลกก็ส่งผลในเรื่องเศรษฐกิจ และเมื่อหวังพึ่งใครที่ไหนไม่ได้ก็คงต้องหันหน้ามาพึ่งตัวเองให้มากขึ้น “อาชีพเสริม” จึงกลายเป็นทางเลือกที่หลา..
7months ago   2,387  6 นาที
ยุคนี้คิดทำธุรกิจอย่างเดียวคงไม่พอ นอกจากจะมีเงินทุน สำคัญคือต้องมีไอเดีย อาจไม่ต้องไปแสวงหาสินค้าใหม่ๆ ที่คนไม่เคยเห็น แต่เราสามารถพัฒนาสินค้าแบบเดิมๆ ที่มีอยู่ให้แตกต่าง สมัยนี้เป็นยุคโซเชี่ยลอะไรที่เป็นกระแสใหม่ๆ คนจะฮิตติดใจได้ชั่วข้ามคืน แต่เรื่องแบบนี้พูดง่ายทำยาก คำว่าไอเดียไม่ใช่ว่..
7months ago   840  7 นาที