บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
387
5
2 นาที
16 กันยายน 2563
เศรษฐกิจไทยปลายปี 63 กระตุ้นฟื้น ไม่ฟื้น!
 

ช่วงต้นปี 2563 เศรษฐกิจไทยอาการน่าเป็นห่วง ทั้งสถานการณ์เดิมจากปัญหาสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ปัญหาภัยแล้ง ความล่าช้าของงบประมาณปี 63 ส่งผลให้รัฐบาลติดขัดในเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจ อีกทั้งยังถูกซ้ำเติมจากการระบาดโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจลุกลามไปทั่วโลก เนื่องจากภาคการท่องเที่ยวหยุดชะงักงัน ธุรกิจเกี่ยวข้องปิดให้บริการ คนตกงาน
 
แล้วเศรษฐกิจไทยช่วงปลายปี 2563 มีโอกาสฟื้นกลับมาหรือไม่ วันนี้ www.ThaiFranchiseCenter.com จะนำเสนอให้ทราบ
 
กระตุ้นท่องเที่ยวความหวังแรกเศรษฐกิจไทย


ภาพจาก bit.ly/33BamgH
 
ความพยายามของรัฐบาลไทยในการกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว ที่ถือเป็นอุตสาหกรรมสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจไทยในช่วงที่ผ่านมา ได้กลับมามีความหวังอีกครั้งในการกระตุ้นเศรษฐกิจไทย เพราะในระยะเวลาที่ผ่านมา ประเทศไทยมีรายได้หลักจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย นำเงินตราเข้าสู่ประเทศไทยจำนวนไม่น้อยกว่า 2 ล้านล้านบาท 
 
ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2563 คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติหลักการแนวทางการเปิดรับนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ Special Tourist VISA (STV) ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานำเสนอ โดยให้คนต่างด้าวที่มีคุณสมบัติ ดังนี้
  1. เป็นบุคคลต่างด้าวที่ประสงค์จะเดินทางมาพำนักระยะยาว (Long Stay) ภายในประเทศไทย
  2. ยอมรับการปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขที่ประกาศใช้ภายในประเทศไทย และตกลงยินยอมกักตัวในห้องพักจำนวน 14 วัน (ALSQ)
  3. มีหลักฐานสถานที่พักอาศัยระยะยาวภายในประเทศไทย ได้แก่หลักฐานการชำระเงินค่าโรงแรมที่พัก หรือโรงพยาบาลที่พัก (ASQ) ภายในประเทศไทย และหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
หลักฐานการชำระเงินค่าโรงแรมที่พัก ที่จะใช้เป็นที่พักหลังจากออกจากโรงแรมที่พักที่เป็นสถานที่กักตัว หรือโรงพยาบาลที่พัก ตามระยะเวลาที่ ประสงค์จะพำนักระยะยาว ภายในประเทศไทย หรือ หลักฐานสำเนาโฉนดห้องชุดของที่พักอาศัยประเภทคอนโดมิเนียม ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลต่างด้าวหรือบุคคลในครอบครัวของบุคคลต่างด้าว 
 
หลักฐานการเช่าที่พักประเภทคอนโดมิเนียมหรือบ้านพัก หลักฐานการชำระเงินดาวน์ของบุคคลต่างด้าวในการซื้อหรือเช่า ที่พักอาศัยประเภทคอนโดมิเนียม ที่บุคคลต่างด้าวสามารถซื้อได้ตามกฎหมาย
 
บุคคลต่างด้าวตามเกณฑ์ข้างต้น และผ่านการดำเนินการตามการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดโควิด-19 ตามที่กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนด มีสิทธิขอรับการตรวจ ลงตราประเภทนักท่องเที่ยวเป็นพิเศษ Special Tourist Visa (STV) โดยเสียค่าธรรมเนียมการตรวจลงตรา ครั้งละ 2,000 บาท ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นเวลา 90 วัน 
 
และสามารถขยายได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละ 90 วัน รวม 9 เดือน ซึ่งจะเริ่มเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในเดือนตุลาคม 2563 ครั้งละ 100 คน 1,200 คนต่อเดือน คาดว่าจะสามารถนำเงินเข้าประเทศ 1,200 ล้านบาทต่อเดือน


ภาพจาก bit.ly/2FBMMs1
 
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ประเมินสถานการณ์และเฝ้าติดตามว่า จีดีพีของไทยจะดำเนินไปอย่างไรตากวิกฤติโควิด-19 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงที่เกิดวิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2540 ซึ่งในครั้งนั้นจีดีพีไทยติดลบในระดับร้อยละ -12 ในขณะที่มีการประเมินว่าจีดีพีไทยหลังโควิด-19 อาจจะติดลบถึงร้อยละ -15 
 
ซึ่งถือว่าเป็นอัตราที่ต่ำสุดในประวัติศาสตร์ แต่ก็ยังมีบางฝ่ายเชื่อว่าสถานการณ์จะกระเตื้องขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 3 และ 4 จากมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาลและการผ่อนคลายต่างๆ ที่ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาดำเนินอย่างเป็นปกติได้
 
ในส่วนของสมาคมโรงแรมไทย ระบุว่า ขณะนี้ธุรกิจโรงแรมเลิกจ้างไปแล้วประมาณ 1 ล้านคน หากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ไทยไม่สามารถรับนักท่องเที่ยวได้ถึงกลางปี 2564 โรงแรมต้องเลิกจ้าง ปิดกิจการ และขายกิจการจำนวนมาก เพราะเงินทุนหมุนเวียนหมด แม้รัฐบาลมีโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับอย่างชัดเจน
 
ส่งเสริมการจ้างงาน


ภาพจาก bit.ly/2FCTsGf
 
คุณกรณ์ จาติกวณิช เป็นหัวหน้าพรรคกล้า อดีต รมว.กระทรวงการคลัง เผยผ่านเฟชบุ๊คส่วนตัวว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของไทยให้ฟื้นกลับคืนมา ก็คือ รัฐบาลต้องดำเนินการจัดทำเป็นแพลตฟอร์มฐานข้อมูลขนาดใหญ่ เกี่ยวกับตำแหน่งที่สามารถจ้างงานได้ จากรายงานทราบว่ามีตำแหน่งงานที่สามารถจ้างงานได้อีก 600,000-700,000 ตำแหน่ง รองรับจากปัจจุบันที่มีอัตราการว่างงานอยู่ที่ 750,000 ตำแหน่ง ซึ่งจะมีการรวบรวมและจัดแสดงข้อมูลการจัดงานจ๊อบแฟร์ในสถานที่ต่างๆ จากบริษัทจัดหางานและจัดหาบุคลากรเพื่อเข้าทำงานในตำแหน่งต่างๆ
 
กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก


ภาพจาก bit.ly/33BMxFm
 
คุณกรณ์ ยังบอกต่อว่า ปัจจุบันประเทศไทยพึ่งพาการค้าการลงทุนกับต่างประเทศได้ยาก เนื่องจากทุกประเทศทั่วโลกต่างมีปัญหาเช่นเดียวกัน รัฐบาลต้องเน้นโครงการ “พึ่งพาตัวเอง” เช่น โรงไฟฟ้าชุมชนที่รัฐบาลลังเลมายาวนาน โครงการนี้เปิดโอกาสให้มีการกระจายการผลิต ไปที่ผู้ประกอบการรายเล็กทั่วประเทศ เป็นการเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงาน และที่สำคัญเป็นแหล่งรายได้ยั่งยืนให้กับเกษตรกร การเร่งช่วยประชาชนต้องนึกเสมอว่า “ยิงกระสุนนัดเดียว ช่วยคนได้หลายกลุ่ม”
 
ดังนั้น ทีมเศรษฐกิจใหม่ของรัฐบาล ควรถือโอกาสในการทบทวนปัญหาการทำมาหากินของคนไทยหลากหลายอาชีพ เนื่องจากนโยบาย และข้อกฎหมายของรัฐบาลในอดีต ไม่ว่าจะเป็นประมงชายฝั่ง ผู้ค้า Street food สุราพื้นบ้าน ฯลฯ เหล่านี้ถูกจำกัดด้วยกฎหมายล้าสมัย ซึ่งหากกฎหมายทันสมัยเพียงพอ ประชาชนจะมีช่องทางทำกินอีกมาก
 
เราต้องจับตาดูว่า รัฐบาลไทยจะสามารถจัดทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากน้อยขนาดไหน หากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ออกมามีผลสำเร็จ จะส่งผลให้อัตราการว่างงานในช่วงปลายปี 2563 ไม่ถึง 1.5 ล้านคน แต่หากปลายปี 2563 เศรษฐกิจประเทศไทยยังไม่ฟื้นกลับมา มีโอกาสที่จะเห็นอัตราการว่างงานสูงถึง 2 ล้านคน ตามรายงานมหาวิทยาลัยหอการค้า
 
ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
 
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
 
ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจ ติดตามได้ที่ www.thaifranchisecenter.com/document
รับฟังบทความต่างๆ ผ่านทาง PodCast ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ https://soundcloud.com/thaifranchisecenter
 
 
อ้างอิงข้อมูล