บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การตลาด บริหารธุรกิจ    การตลาดออนไลน์ SEO
3.1K
3 นาที
29 มกราคม 2562
ส่อง E-Commerce จาก 2018 สู่ 2019
 
ภาพจาก www.jd.co.th
 
สรุปภาพรวม E-Commerce ในปี 2018 
 
ในปีที่ผ่านมายักษ์ใหญ่ของวงการอีคอมเมิร์ซได้เข้ามาในบ้านเราครบแล้ว ทั้ง Lazada, Shopee, JD.Com หรือ JD CENTRAL ที่เข้ามาแต่อาจไม่หวือหวานัก มีการใช้งบการตลาดจำนวนมหาศาลกันเลยทีเดียว ใช้พรีเซนเตอร์ชื่อดังอย่างณเดชน์ ญาญ่า หรือทุ่มโปรโมชั่นช่วง 9.9, 10.10, 11.11 หรือ 12.12 ทำให้ยอดขายโตอย่างต่อเนื่อง 
 
รายได้สำคัญช่วงหนึ่งประมาณกลางปีที่ Shopee เริ่มขยายธุรกิจอย่างรุนแรงและเติบโตอย่างต่อเนื่อง และ Lazada ก็เริ่มเพลี้ยงพล้ำไปบ้างส่วนหนึ่งมาจากการปรับโครงสร้างภายใน แต่ Lazada ก็ได้ปรับตัวเปิดแนวรบเพื่อสู้กับ Shopee ด้วยการไม่เก็บค่าคอมมิชชั่นเหมือน ๆ กับ Shopee เป็นการแข่งกันเผาเงินแบบไม่มีรายได้เลย เป็นศึกสงครามที่รุนแรงมากในปีที่ผ่านมา
 
รวมถึงเป็นปีที่เราเริ่มเห็นว่ามีสินค้าของจีนเริ่มไหลทะลักเข้ามาในในเว็บของ Lazada และ Shopee ซึ่งต่อตรงมาจากจีนเลย เป็นปีที่คนในต่างจังหวัดมีการตอบรับเรื่องการใช้อีคอมเมิร์ซมากขึ้น และเป็นปีที่โซเชียลคอมเมิร์ซหรือการค้าขายผ่านโซเชียลมีเดียเติบโตขึ้นอย่างมาก เห็นได้จากธนาคารกสิกรไทยได้เริ่มบุกเข้ามาให้บริการชำระเงินผ่าน Facebook 
 
ส่วน Facebook เองได้เปิดบริการการชำระเงินผ่านตัวเองด้วยเหมือนกัน นอกจากนั้นยังเปิดตัวมาร์เก็ตเพลสเพื่อให้คนเข้าไปซื้อขายกันในนั้น รวมถึงยังมีพวกเฟซบุ๊กกรุ๊ปที่มีการซื้อขายกันในกลุ่มเช่นเดียวกัน จะเห็นว่าโซเชียลคอมเมิร์ซโตขึ้นมากจริง ๆ 

ภาพจาก shopee.co.th
 
ในฝั่งของการขนส่งต้องบอกว่าเป็นปีที่ไปรษณีย์ไทยต้องปรับตัวหนักมากเพราะ Kerry Logistics จากฮ่องกงซึ่งเป็นบริษัทที่เข้ามาเรียกได้ว่าเป็น game changer เพียงปีเดียวสามารถขยายได้เป็นพันสาขา ทำให้คุณภาพในเรื่องการขนส่งรวดเร็วมากขึ้น คุณภาพดีขึ้น และยังมีบริการที่เป็น killer feature ที่บรรดาคนทำอีคอมเมิร์ซชอบมากก็คือการเก็บเงินปลายทางได้อีกด้วย
 
รวมถึงในประเทศไทยก็เริ่มมีสตาร์ทอัพด้านโลจิสติกส์เข้ามามากขึ้น อย่างเช่น ลาลามูฟ ไลน์แมน ชิปป๊อป ฯลฯ ทำให้เรื่องการขนส่งง่ายมากขึ้น ช่วงปีที่ผ่านมาจึงเป็นปีที่การขนส่งและการชำระเงินพัฒนาขึ้นอย่างมาก ทำให้คนไทยมีพฤติกรรมเปลี่ยนเข้าสู่ออนไลน์มากยิ่งขึ้น
 
ส่อง E-Commerce ปี 2019
 
จากภาพรวมของปีที่ผ่านมาจึงเป็นพื้นฐานที่จะทำให้ปี 2019 อีคอมเมิร์ซจะเริ่มกลายเป็นเครื่องมือที่ทรงอานุภาพมาก เมื่อวิเคราะห์ว่าในปีนี้ช่องทางการขายของคนไทยจะเป็นอย่างไรบ้าง โดยรวมยังจะแบ่งเป็น 3 ช่องทางคล้าย ๆ เดิมอยู่นั่นก็คือ 1. ขายผ่านทางเว็บไซต์ คนจะเริ่มมาเป็นเว็บไซต์เองเพื่อขายของออนไลน์เพิ่มมากขึ้น 2. ขายผ่าน e-marketplace อยู่แต่จะกลายเป็นศึกสงครามที่รุนแรงมากขึ้น และ 3. ขายผ่านโซเชียลคอมเมิร์ซที่จะเติบโตมากยิ่งขึ้น 
 
ศึกโซเชียลคอมเมิร์ซจะมากยิ่งขึ้น 
 
ภาพจาก goo.gl/UZHwK5

เฟซบุ๊กคงจะเพิ่มความสามารถในการขายของผ่านทางเฟซบุ๊กมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน LINE เองก็เริ่มแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าทุกธุรกิจก็อยากให้ผู้บริโภคทั้งหลายแอด Line@ ของตนเองด้วยกันทั้งนั้น ตอนนี้ Line@ กลายเป็นเครื่องมือประจำของธุรกิจคนไทยไปแล้ว และล่าสุด LINE เองก็เพิ่งซื้อกิจการของ Sellsuki ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโซเชียลคอมเมิร์ซของไทย ปีนี้สงครามการค้าขายผ่านโซเชียลคอมเมิร์ซน่าจะระอุอย่างแน่นอน
 
E-marketplace ดุเดือดมากขึ้นเช่นกัน
 
ภาพจาก goo.gl/k5CtG4

เพราะเมื่อปลายปีมีธนาคารที่กระโดดเข้ามาแข่งขัน เช่น KBank ก็เปิด K Plus Market ให้คนสามารถซื้อสินค้าผ่านทางแอปพลิเคชันของ KBank ได้เลย ในไตรมาสที่สองที่จะเห็นได้ชัดก็คือทางธนาคารกรุงศรีฯ ที่เริ่มแย้มมาแล้วว่าจะเปิดให้บริการมาร์เก็ตเพลสเช่นเดียวกัน ซึ่งทั้งหมดล้วนก็ต้องการข้อมูลของลูกค้าเพื่อเอามาทำการให้บริการด้านการเงิน 
 
KBank เองในปีนี้รุกหนักมากคือมีการจับมือกันร่วมลงทุนกับทาง LINE และลงทุนกับ Grab เป็นแบงค์หนึ่งที่รุกหนักมากเมื่อเปรียบเทียบกับหลาย ๆ แบงค์ หรือทาง SCB เองก็มีการปรับหนักมากเช่นเดียวกัน ดังนั้นในการค้าขายของอีคอมเมิร์ซในปีนี้ที่ละสายตาไปไม่ได้เลยก็คือฟากของธนาคาร เชื่อว่าจะมีการเปิดมาร์เก็ตเพลสของธนาคารเพิ่มมากขึ้นทุกคนจะขยับมา 
 
ในฝั่งมาร์เก็ตเพลสการแข่งขันก็จะเริ่มมากขึ้นเพราะทุกคนก็จะเริ่มเปิดให้บริการวอลเล็ทของตัวเองอย่าง Lazada ก็เริ่มมีแล้ว และจะเข้าสู่บริการในเรื่องการสะสมแต้ม แต้มจะเป็นตัวหนึ่งที่ทำให้คนติดอยู่กับมาร์เก็ตเพลสนั้น ๆ อีคอมเมิร์ซจะเอาระบบแต้มเข้ามาผสม ระบบแต้มจะมีผู้เล่นมากขึ้น จะเริ่มเจอการแลกเปลี่ยนแต้มระหว่างกันได้ point economy หรือระบบเศรษฐศาสตร์ของแต้มจะเติบโตมาก
 
สินค้าจีนจะบุกเข้ามาหนักกว่าเดิม 
 
จะเริ่มเจอสินค้าจีนบุกเข้ามาในโลกออนไลน์ ในอีมาร์เก็ตเพลสของไทยเพิ่มมากขึ้นจากที่เคยทะลักเข้ามาหลายสิบล้านชิ้น เจ้าของโรงงานจากจีนคงจะกระหน่ำเข้ามา จะมีการตั้งทีมมาโฟกัสการขายสินค้าในอาเซียนเพิ่มมากขึ้นทั้งมาทำข้อมูล มาแปลภาษา ฯลฯ เพื่อเจาะกลุ่มให้เหมาะกับคนไทยเพิ่มมากขึ้น
 
สงครามการค้า ออนไลน์และออฟไลน์ 

จากการแข่งขันของมาร์เก็ตเพลสใหญ่ ๆ ที่ไปกระทบกับโลกออฟไลน์ กำลังซื้อที่เมื่อก่อนอยู่ตามตลาดนัด ตามห้างต่าง ๆ จะไปอยู่ในออนไลน์เพิ่มมากขึ้นเพราะมันสะดวกมากกว่า ผู้ที่ทำธุรกิจในปัจจุบันจะเจอกับคู่แข่งที่เป็นออนไลน์มากขึ้น 
 
แบรนด์ต่าง ๆ จะเริ่มกระโดดมาทำอีคอมเมิร์ซเพิ่มขึ้น เจ้าของสินค้าจะเปิดช่องทางเว็บไซต์ของตัวเองมากขึ้น หลายแบรนด์กระโดดเข้ามาขายตรงกับผู้บริโภคเลย นั่นหมายถึงคนที่เป็นตัวแทนสินค้า ดีลเลอร์ ยี่ปั๊ว ฯลฯ คงต้องเตรียมตัวได้เลยว่าแบรนด์จะลงมาขายตรง จากเมื่อก่อนที่เคยซื้อโทรศัพท์มือถือจากร้านตัวแทน ตอนนี้การซื้อออนไลน์อาจจะเป็นการซื้อตรงกับเจ้าของแบรนด์เลย 
 
Cross Border เริ่มเบ่งบาน
 
ภาพจาก goo.gl/aU38Hq

จะเป็นปีที่การค้าขายระหว่างประเทศกำลังจะเริ่มเบ่งบาน หลายแบรนด์จะเริ่มขยายสินค้าไปขายต่างประเทศเพิ่มมากขึ้นแต่อาจเป็นเพียงการเริ่มต้น เพราะผู้ให้บริการอย่าง Amazon หรือ eBay ก็เริ่มบุกเข้ามาในประเทศไทยแต่เป็นการพาผู้ประกอบการไทยให้ออกไปขายต่างประเทศมากยิ่งขึ้น และผู้ประกอบการไทยจะเริ่มผสมออนไลน์เข้ากับออฟไลน์มากขึ้นหรือเป็น O2O marketing เช่น สั่งซื้อออนไลน์แต่มารับหน้าร้านค้า หรือซื้อหน้าร้านค้าแต่จัดส่งสินค้าแบบออนไลน์ ปีนี้จะเริ่มเจอพฤติกรรมของคนที่ผสานออนไลน์กับออฟไลน์เข้าด้วยกันมากยิ่งขึ้น 
 
เริ่มปรับตัวรับกฎหมายการเก็บภาษีสินค้าออนไลน์
 
การชำระเงินในช่วงต้นปีจะยังเติบโตอยู่ แต่ช่วงกลางปีคนไทยต้องเริ่มมีการปรับตัวกับกฎหมายการเก็บภาษีสินค้าออนไลน์ที่สรรพากรจะเข้ามาตรวจสอบบัญชีต่าง ๆ ทำให้ผู้ให้บริการขายของออนไลน์หลาย ๆ คนน่าจะมีการตัดสินใจบางอย่าง ผมเชื่อว่าช่วงปลาย ๆ ปีจะมีคนเปิดบัญชีธนาคารเพิ่มมากขึ้นเพื่อกระจายรายได้ออกไปในหลาย ๆ ธนาคาร และจะมีคนเป็นเป็นบริษัทเพิ่มมากขึ้นด้วยในปีนี้เพราะอยากทำให้ถูกต้อง ผมเชื่อว่าปลาย ๆ ปีตัวเลขของพร้อมเพย์หรือคิวอาร์โค้ดจะเริ่มมีอัตราการเติบโตที่น้อยลงเพราะคนจะเริ่มกังวลกับการใช้ คนจะหันมาใช้เงินสดมากขึ้น
 
ฉะนั้นในช่วงปลายปี พ่อค้าแม่ค้าหลายคนต้องดูว่ารัฐบาลจะเอาอย่างไรกับกฎหมายตัวนี้ ในฝั่งของธนาคารและผู้ให้บริการชำระเงินต่าง ๆ เองก็ต้องปรับตัวด้วยเหมือนกัน เพราะตอนนี้ยังไม่มีระบบที่จะเข้ามารองรับกฎหมายตัวนี้ ผมว่าช่วงกลาง ๆ ปีหน้าจะเริ่มเจอกระแสการปรับตัวหรือการเตรียมตัวของผู้ประกอบการในโลกออนไลน์มากขึ้น คิดว่าคงจะมีวิธีการรับมือทั้งแบบถูกต้องและแบบหลบเลี่ยงปรากฏให้เห็นด้วยเหมือนกัน
 
โฆษณาออนไลน์จะเก่งมากขึ้น 
 
ภาพจาก goo.gl/3eWyqe

อย่างของกูเกิ้ลตอนนี้เมื่อค้นหาในกูเกิ้ลจะพบสินค้าแล้ว เพราะกูเกิ้ลเริ่มเปิดตัวบริการ Google product search หรือ Google Shopping ที่กดปุ๊บสามารถซื้อได้เลย ฉะนั้นโฆษณารูปแบบใหม่ ๆ ที่จะมาตอบสนองอีคอมเมิร์ซจะเปิดตัวมากขึ้นและจะเก่งขึ้น เริ่มมีเครื่องมือพวก AI, Chatbot หรือบริการที่เอา data ต่าง ๆ มาวิเคราะห์ทำให้เจ้าของสินค้าเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น เข้าใจลูกค้าได้มากขึ้น และจะเริ่มมีการทำ marketing automation ที่จะมีการใช้คนน้อยลงแต่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการลูกค้าเพิ่มมากขึ้น
 
ฉะนั้น ในปีนี้บอกได้เลยว่าเครื่องมือเก่งขึ้น ช่องทางดีขึ้น ระบบชำระเงินดีขึ้น คนพัฒนามากขึ้น การแข่งขันสูงขึ้น ทุกอย่างจะไปเร็วกว่าเดิม นอกจากนี้การแข่งขันอีคอมเมิร์ซก็จะรุนแรงมากขึ้นด้วย เพราะจะมีผู้เล่นใหม่ ๆ เพิ่มเข้ามา ดังนั้นเตรียมตัวได้เลยครับ และเท่าที่ผมดูตอนนี้ประเทศเพื่อนบ้านเราหลาย ๆ ประเทศก็เริ่มพยายามเอาสินค้าของเขาออกมาขายในประเทศอื่น ๆ แล้วด้วยเหมือนกัน 
 
ถึงตรงนี้อยากให้ทุกท่านทบทวนดูว่าธุรกิจของท่านได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง ลงทุนไปเท่าไหร่ ทำการตลาดออนไลน์ไปเท่าไหร่ ยอดขายเป็นอย่างไร ใช้เม็ดเงินซื้อโฆษณาออนไลน์ไปเท่าไหร่ ฯลฯ และนำมาสิ่งที่ได้จากการทบทวนนี้มาปรับปรุง อะไรที่ยังไม่มีก็ควรจัดหา ถ้ายังไม่มีผู้ช่วยทำก็ต้องหามาเพราะการแข่งขันจะรุนแรงขึ้นอีกเยอะมากเลยนะครับ
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
7 เหตุผลที่ทุกธุรกิจต้องการโปรแกรม HR จาก ByteHR
474
อวสานวงการบันเทิงไทย ถอยหลัง ตกยุค เรตติ้งตก?
412
โหดสุด! สมรภูมิชาจีนยุคใหม่ ไม่เหลือใครไว้ข้างหล..
374
ปี 2568 อวสานธุรกิจไทย บทเรียนที่แก้ไขไม่ได้
371
วิกฤติหนัก เศรษฐกิจไทย “เผาหลอก” ปีนี้ “เผาจริง..
356
อวสานห้างไทยในตำนาน คน แบรนด์ สถานที่
354
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด