บทความทั้งหมด    บทความแฟรนไชส์    โอกาสทางธุรกิจ    รีวิวงานแสดงสินค้า
1.3K
3 นาที
15 พฤศจิกายน 2561
พาทัวร์ งานแฟรนไชส์เวสต์เอ็กซ์โป งานแฟรนไชส์ที่ใหญ่ที่สุดในฝั่งตะวันตกของอเมริกา

ในรอบปีที่ผ่านมาเราพาไปเที่ยวชมงานแสดงสินค้าที่จัดขึ้นภายในประเทศกันเกือบจะทุกที่ สิ่งสำคัญของการไปเที่ยวงานอีเว้นท์เหล่านี้คือการได้หาไอเดียใหม่ๆ ในการทำธุรกิจ หรือบางคนที่อยากมีธุรกิจของตัวเองก็เป็นโอกาสอันดีที่จะได้หาธุรกิจที่เหมาะสมมาลงทุนต่อไป


อย่างไรก็ตามในต่างประเทศก็มีงานแสดงสินค้าที่จัดขึ้นมากมาย และเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมานี้ก็เพิ่งผ่านพ้นไปกับงาน Franchise West Expo ที่จัดขึ้นใน Los Angeles Convention Center ใน Los Angeles ของสหรัฐอเมริกา


ภาพจาก goo.gl/84dVJd

www.ThaiFranchiseCenter.com มองว่างานนี่คืองานใหญ่ส่งท้ายปลายปีที่รวบรวมเอาธุรกิจอาหาร บริษัทยักษ์ใหญ่  ร้านค้า และร้านบริการต่างๆ กว่า 400 ธุรกิจมารวมตัวกันอย่างพร้อมเพรียง 
 
Franchise West Expo เป็นงานที่จัดขึ้นโดย MFV Expositions และจากความสำเร็จของงานนี้ในปีที่ผ่านมาที่สามารถดึงดูดผู้เข้าร่วมงานได้จาก 42 รัฐ และอีก 38 ประเทศให้เข้าร่วมงาน ซึ่งในปีนี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จได้ไม่ต่างกันกับจำนวนผู้เข้าร่วมงานตลอด 3 วันกว่า 15,000 คน

รวมถึงในปีนี้ได้มีแฟรนไชส์ใหม่ๆ ที่เปิดตัวจำนวนมากล้วนแต่เป็นธุรกิจที่ตอบโจทย์สังคมยุคใหม่ได้อย่างดี และเป็นแฟรนไชส์ที่มีงบการลงทุนไม่สูงโดยเฉลี่ยแล้วสามารถเริ่มต้นได้ด้วยค่าแฟรนไชส์ที่ต่ำกว่า 10,000 เหรียญ นอกจากแฟรนไชส์ต่างๆ มากมายภายในงานยังได้จัดการสัมมนาด้านการลงทุนที่น่าสนใจรวมแล้วกว่า 60 หัวข้อที่พร้อมให้ผู้ร่วมมงานได้เปิดวิสัยทัศน์ตัวเองให้เพิ่มมากขึ้นในการทำธุรกิจ


ภาพจาก goo.gl/JJYcLL
 
ซึ่งการจัดงานของ Franchise West Expo ใน Los Angeles ถือเป็นงานแฟรนไชส์ที่ใหญ่ที่สุดในฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกา หลังจากที่ 2 ครั้งก่อนหน้านี้ได้จัดขึ้นที่ Anaheim และ Denver และได้รับความสำเร็จอย่างดี โดยในปีนี้มีบูธสินค้าแฟรนไชส์ที่น่าสนใจมากมายไม่ว่าจะเป็น Baskin Robins ที่บริเวณบูธ 411 ซึ่งถือเป็นแบรนด์ไอศกรีมชั้นนำของสหรัฐอเมริกา ที่ถูกจัดให้อยู่ใน Franchise 500 โดยนิตยสาร Entrepreneur magazine ใครที่สนใจอยากลงทุนในธุรกิจไอศกรีมระดับโลกต้องไม่พลาดมาที่บูธของ Baskin Robins
 
ข้ามมาที่บูธหมายเลข 720 ซึ่งเป็นธุรกิจที่ชื่อว่า Jackson Hewitt Tax Service ที่จะช่วยให้ผู้ที่ดำเนินธุรกิจทุกคนมีโซลูชั่นใหม่ๆ ในการจัดการภาษีอย่างเป็นระบบ ถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ใช้พัฒนาการลงทุนได้เป็นอย่างดี


ภาพจาก goo.gl/yeEyxb
 
และท่านที่สนใจในธุรกิจบริการด้านนวดหรือสปา ขอแนะนำที่บูธ 522 กับธุรกิจที่ชื่อว่า “Envy” ถือเป็นผู้ให้ให้บริการชั้นนำด้านการนวดบำบัดและบริการดูแลผิว  จัดเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีพนักงานรวมกันกว่า 35,000 คนให้บริการแก่ลูกค้าได้อย่างมืออาชีพ


ภาพจาก goo.gl/2fxGTY
 
ลองแวะเอาใจคนรักงานศิลปะกับบูธที่สอนการวาดภาพด้วยTwist ที่ถูกจัดให้เป็นอันดับ 1 Paint & Sip โดยนิตยสาร Entrepreneur Magazine ติดต่อกันเป็นเวลานานกว่า 5 ปีถือเป็นอีกหนึ่งมิติให้ผู้สนใจได้เลือกนำไปใช้เพื่อพัฒนาธุรกิจให้ติดต่อสื่อสารกับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น


ภาพจาก www.facebook.com/FranchiseExpoWest
 
ตบท้ายกันที่บูธ 711 คือ 7- Eleven ที่ไม่ต้องบรรยายสรรพคุณถึงความสำเร็จของธุรกิจนี่คือธุรกิจค้าปลีกที่มีสาขากว่า 7,750 แห่งในสหรัฐและแคนาดา รวมถึงมีสาขากว่า 44,700 แห่งทั่วโลก เป็นแบรนด์ระดับโลกที่พร้อมให้ผู้สนใจเป็นเจ้าของได้ไม่ยาก


ภาพจาก www.facebook.com/FranchiseExpoWest
 
และในบรรดาแฟรนไชส์ที่มีกว่า 400 บูธ ทั้งแฟรนไชส์เก่าแต่เก๋าประสบการณ์ยังมีแฟรนไชส์ที่โดดเด่นและน่าสนใจที่เราหยิบยกมาให้ชมกันอย่างละเอียดอีก 3 แฟรนไชส์ด้วยกันคือ
 
1. Mayweather Boxing + Fitness
 

Mayweather Boxing + Fitness ก่อตั้งโดย Floyd Mayweather, Jr. ผู้เป็นเจ้าตำแหน่งแชมเปี้ยนโลก 5 รุ่น มีสถิติที่ยังไม่เคยแพ้ใคร ปัจจุบันเป็นแชมป์โลกในรุ่นเวลเตอร์เวท ของสภามวยโลก และซูเปอร์แชมป์สมาคมมวยโลก และเมื่อผันตัวมาทำธุรกิจแน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องของการออกกำลังกาย โดยแฟรนไชส์ Mayweather Boxing + Fitness นี้ถือเป็นคลาสสตูดิโอบูติกฟิสเนสที่เริ่มเปิดตัวเมื่อเดือนกรกฏาคม 2561 ที่ผ่านมา

มีจุดเด่นที่ให้ผู้ใช้บริการได้ใส่แว่น VR ซึ่งจะได้ฝึกออกกำลังและต่อสู้เบาๆไปกับ Floyd Mayweather, Jr. และยังมีการติดตั้งแอพพลิเคชั่นเพื่อติดตามอัตราการเต้นของหัวใจและระบบการไหลเวียนเพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์วางแผนในการออกกำลังกายของแต่ละคนให้ได้ประโยชน์อย่างสูงสุด เป็นแฟรนไชส์ที่เน้นการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ไม่เน้นการใช้พื้นที่มาก สามารถออกกำลังได้ด้วยตัวเอง
 
ทั้งนี้ Mayweather Boxing + Fitness เปิดตัวในย่าน Wilshire และ Fairfax ของลอสแองเจอลิส ราคาของคนที่สนใจสมัครเป็นสมาชิกอยู่ที่ 99-199 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 3,254-6,540 บาท) ซึ่งนอกจากการได้ฝึกออกกำลังเสมือนจริงกับ Floyd Mayweather, Jr  ยังมีเทคนิคในการออกกำลังอีกมากมายที่ถ่ายทอดโดยตรงจากนักมวยระดับโลกเพื่อให้ทุกท่านสุขภาพแข็งแรงได้เช่นเดียวกับแชมป์โลก ปัจจุบันมีสาขาของแฟรนไชส์ 20 แห่งกระจายอยู่ตามเมืองใหญ่ในสหรัฐอเมริกาเช่น Atlanta, North Carolina, Florida และ California เป็นต้น
 
ค่าแฟรนไชส์ : $ 25,000 (ประมาณ 82,175 บาท)
เงินลงทุนเบื้องต้นเพื่อเริ่มธุรกิจ : $ 199K ถึง $ 600K  (ประมาณ 6,540 – 19,722 บาท)
 

2. Venture X coworking franchise


กระแสของ coworking space เป็นช่องทางการทำธุรกิจยุคใหม่ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาที่กำลังได้รับความนิยมมา Venture X coworking franchise จึงได้เปิดตัวขึ้นมาตั้งแต่ปี 2012 ซึ่งแฟรนไชส์นี้อยู่ภายใต้การดูแลของ United Franchise Group เริ่มต้นเปิดตัวในเมือง Naples รัฐ Florida โดยเป็นความร่วมมือกันระหว่าง United Franchise Group และ บริษัท Gensler Architects ที่สร้างพื้นที่ทำงานตั้งแต่ 10 –50 ตร.ม. พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับเหล่าสตาร์ทอัพหรือธุรกิจรายใหม่ได้เข้ามาใช้พื้นที่โดยไม่ต้องเสียเงินทุนในการสร้างสำนักงานขึ้นมาเอง เป็นการประหยัดต้นทุนในช่วงเริ่มต้นธุรกิจได้อย่างดี

อัตราค่าสมาชิกสำหรับบุคคลทั่วไปรายดือนเริ่มต้นที่ 250 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 8,200 บาท) หากเป็นธุรกิจขนาดเล็กมีจำนวนพนักงาน 7-10 คน อัตราค่าเช่าอยู่ที่ 8,000 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 263,000 บาท) ซึ่งผู้บริหารระดับสูงของ Venture X coworking franchise กล่าวว่าปัจจุบันมีสาขา 10 แห่งส่วนใหญ่อยู่ใน Texas และ Florida แต่ก็มีแผนในการพัฒนาให้ถึง 20 แห่งใน 2 เมืองดังกล่าวรวมถึงตั้งใจจะเพิ่มให้ถึง 50 สาขากระจายไปทั่วสหรัฐอเมริกาในอนาคตด้วย
 
ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ : $ 80,000 (ประมาณ 269,600 บาท)
เงินลงทุนเบื้องต้นเพื่อเริ่มทำธุรกิจ  : $ 600,000 -$1,200,000  (ประมาณ19,722,000 – 39,444,000 บาท)
 

3. B Nutritious health food restaurant with meal prep
 

คาดว่าในปี 2019 เทรนด์สุขภาพจะมาแรงมากขึ้น เป็นเหตุผลสำคัญให้ Brian Nguyen ชายหนุ่มเชื้อสายเวียดนาม สร้างธุรกิจของตัวเองชื่อ “B Nutritious” ซึ่งเป็นแฟรนไชส์ร้านอาหารสุขภาพ โดยแรงบันาดาลใจเริ่มจากตอนที่  Brian Nguyen อายุ 23 ปี ตอนนั้นเขามีน้ำหนักตัวประมาณ 240 ปอนด์ (ประมาณ 108 กิโลกรัม) จากความรู้สึกที่เริ่มรู้ว่าร่างกายไม่แข็งแรงจากความอ้วนทำให้เขามุ่งมั่นทานอาหารเพื่อสุขภาพจนสามารถลดน้ำหนักได้กว่า 36 กิโลกรัมภายในเวลา 1 ปี เมื่อเห็นผลดังนั้น Brian Nguyen จึงได้สร้างธุรกิจร้านอาหารเพื่อสุขภาพนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นทางออกให้กับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก
 
ภายในร้าน B Nutritious มีเมนูลดน้ำหนักมากมายทั้งสลัดเพื่อสุขภาพ สลัดไก่ย่างที่ทานแล้วไม่อ้วนและมีเมนูอาหารที่ลูกค้าสามารถเลือกวัตถุดิบในการปรุงได้เอง จุดเด่นอีกอย่างคือ B Nutritious มีคอร์สอาหารลดน้ำหนักให้กับลูกค้าที่สนใจสามารถเลือกเหมาจ่ายตามแพคเกจได้เช่น คอร์ส 3วันค่าใช้จ่าย 80 เหรียญ  คอร์ส 21 วัน ค่าใช้จ่าย170 เหรียญ
 
ปัจจุบัน B Nutritious มีสาขาอยู่ 2 แห่งที่ El Monte ใน Los Angeles และที่ Fountain Valley ใน Orange ซึ่ง Brian Nguyen ก็หมายมั่นปั้นมือว่าแฟรนไชส์ร้านอาหารเพื่อสุขภาพที่ก่อตั้งขึ้นมานี่จะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนหนุ่มสาวยุคใหม่ที่หันมารักสุขภาพของตัวเองมากขึ้น
 
ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ : $ 35,000 (ประมาณ1,150,000 บาท)
เงินลงทุนเบื้องต้นเพื่อเริ่มต้นธุรกิจ : $ 225,000 - $ 425,000 (7,395,750 – 13,969,750 บาท)
 
เราจะเห็นได้ว่าเทรนด์การทำธุรกิจยุคใหม่จะเน้นที่เรื่องสุขภาพและการสร้างโอกาสในการทำธุรกิจแบบประหยัดต้นทุน ซึ่งถือเป็นคีร์เวิร์ดสำคัญในการทำธุรกิจปี 2019 ในส่วนของประเทศไทยเอง

แม้ปัจจุบันจะมีแฟรนไชส์เกิดใหม่จำนวนมากแต่ก็ยังไม่เป็นการปิดโอกาสให้กับคนที่อยากสร้างธุรกิจตัวเองเป็นแฟรนไชส์ เราต้องนึกโจทย์ที่ตอบสนองความต้องการของคนในยุคนี้ว่าคืออะไรหากเราเริ่มต้นได้อย่างตรงจุดที่ลูกค้าต้องการ โอกาสสร้างธุรกิจให้เติบโตต่อไปก็ไม่ใช่เรื่องยาก
 
สำหรับท่านใดที่ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจเรามีรวบรวมบทความมากมาย ติดตามได้ที่ goo.gl/Io5k2S
 
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise 


 
ขอบคุณข้อมูล https://goo.gl/41j9dw ,  https://goo.gl/LajL5a