บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
298
2 นาที
28 กันยายน 2569
จากเงินทุน 4,000 ดอลลาร์ สู่ธุรกิจเก็บขยะ 3 ล้านดอลลาร์ต่อปี
 

ถ้าคุณมีเงินอยู่ประมาณ 4,000 ดอลลาร์ หรือราวๆ 140,000 บาท คุณจะเอาไปทำอะไร 
 
ซื้อรถ ลงทุน หรือเก็บไว้เป็นเงินก้อน

แต่สองพี่น้องชาวอเมริกันคู่นี้ เอาเงิน 4,000 ดอลลาร์ไปซื้อรถกระบะมือสองในปี 2006 แล้วเอารถคันนั้นไปขนขยะและของที่คนอื่นไม่ต้องการ

ฟังดูเหมือนธุรกิจธรรมดามาก แต่ 5 ปีต่อมา ธุรกิจของพวกเขาทำรายได้มากกว่า 3 ล้านดอลลาร์ต่อปีและเรื่องนี้เริ่มต้นขึ้นจากแค่ลำโพงเก่าคู่หนึ่งที่เก็บได้จากกองขยะ
 
จุดเริ่มต้นจากของที่คนอื่นไม่เอา

 
ภาพจาก ภาพจาก https://citly.me/9aPxC
 
เรื่องนี้เกิดขึ้นที่รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา Kirk McKinney ยังเป็นวัยรุ่น วันหนึ่งเขาปั่นจักรยานไปที่บ่อทิ้งขยะในท้องถิ่น แล้วไปเจอลำโพงคู่หนึ่ง สิ่งที่ทำให้เขาสนใจคือมันยังใช้งานได้แทนที่จะปล่อยให้มันกลายเป็นขยะ Kirk เอากลับมา และลองนำไปขายต่อบน Facebook Marketplace ปรากฏว่าเขาขายของที่คนอื่นทิ้งได้จริง
 
หลังจากนั้น Kirk ก็เริ่มกลับไปที่บ่อขยะบ่อยขึ้น จนห้องนอนของเขาเริ่มเต็มไปด้วยของมือสอง ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ จักรยาน และของอีกสารพัด แต่สิ่งหนึ่งที่เขาเริ่มสังเกตเห็นคือ มีคนจำนวนมากยอมจ่ายเงินเพื่อให้คนอื่นเอาของที่ไม่ได้ใช้เหล่านี้ออกจากบ้าน และจากจุดตรงนี้เอง ธุรกิจของพวกเขาจึงเริ่มเกิดขึ้น
 
จากงานพิเศษ กลายเป็นธุรกิจ
 
Kirk ชวน Jacob น้องชายของเขามาช่วย ตอนนั้น Jacob ยังเรียนอยู่มัธยมต้น ทั้งคู่เริ่มรับงานเล็กๆ ตั้งแต่ขนของ ย้ายบ้าน ทำสวน ไปจนถึงเก็บขยะ แต่หนึ่งในงานที่ทั้งคู่สนุกและทำเงินได้ดีที่สุดก็คือ การรับขนของที่คนไม่ต้องการออกจากบ้าน
 
ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2021 พวกเขาจึงเริ่มทำธุรกิจที่ชื่อว่า Junk Teens เงินลงทุนก้อนแรกคือ 4,000 ดอลลาร์ เอาไปซื้อรถกระบะ Ford F-150 มือสอง แล้วใช้รถคันนั้นเป็นเครื่องมือทำมาหากิน ไม่มีออฟฟิศใหญ่ๆ ไม่มีรถบรรทุกหลายคัน ไม่มีทีมงานจำนวนมาก มีเพียงรถหนึ่งคัน พี่น้องสองคน และงานเก็ยของเก่าที่ต้องทำเท่านั้น 
 
สิ่งที่ลูกค้าชอบ ไม่ใช่แค่การเก็บขยะ

 
ภาพจาก https://citly.me/9aPxC
 
ช่วงแรกธุรกิจเติบโตจากการบอกต่อ แต่มีจุดหนึ่งที่ทำให้ Junk Teens แตกต่าง นั่นคือ พวกเขาไม่ได้มองทุกอย่างว่าเป็น “ขยะ” ของบางอย่างสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ บางอย่างขายต่อได้ บางอย่างบริจาคได้ ลูกค้าจึงไม่ได้รู้สึกเพียงว่า “จ่ายเงินเพื่อให้เอาของเก่าไปทิ้ง” แต่รู้สึกว่าของที่ตัวเองไม่ต้องการ อาจถูกนำไปใช้ประโยชน์ต่อ
 
แนวคิดนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนของธุรกิจ และช่วยให้คนเริ่มสนใจพวกเขามากขึ้น
 
จากรถหนึ่งคัน สู่ธุรกิจ 3 ล้านดอลลาร์
 
ปีแรกธุรกิจทำกำไรได้เกือบ 100,000 ดอลลาร์ พวกเขาจึงนำเงินไปซื้อ รถดั๊มพ์คันแรก จากนั้นค่อยๆ เพิ่มทีมงาม เพิ่มรถขนขยะ และเพิ่มพื้นที่ให้บริการมากขึ้น ในปี 2024 ธุรกิจมีรายได้มากกว่า 1.2 ล้านดอลลาร์ และในปี 2025 รายได้เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 3.04 ล้านดอลลาร์ พวกเขาทำงานมากกว่า 5,500 งานในหนึ่งปี
 
ปัจจุบันมีรถดั๊มพ์ 5 คัน มีพนักงานประจำประมาณ 10 คน และพนักงานพาร์ตไทม์อีกประมาณ 10-15 คน ที่น่าสนใจคือ พนักงานส่วนใหญ่เป็นนักเรียนมัธยม นักศึกษามหาวิทยาลัย หรือคนที่อยู่ในช่วง Gap Yearธุรกิจที่เริ่มจากพี่น้องสองคน...จึงกลายเป็นบริษัทที่มีทีมงานหลายสิบคน
 
จากเด็กที่ขนขยะ สู่เจ้าของธุรกิจ
 

ภาพจาก https://citly.me/9aPxC
 
วันนี้ Kirk และ Jacob ยังเรียนด้าน Entrepreneurship ที่ Babson College ไปพร้อมกับบริหารธุรกิจ และพวกเขาแทบไม่ได้ลงไปทำงานหน้างานด้วยตัวเองแล้ว หน้าที่เปลี่ยนมาเป็นวางแผนธุรกิจ บริหารทีมงาน ทำการตลาด จัดการระบบ และวางแผนขยายสาขา พวกเขายังใช้ Social Media เป็นเครื่องมือสำคัญ ทั้ง Instagram, TikTok และ YouTube
 
ไม่ใช่แค่โพสต์เพื่อขายงานบริการ แต่ยังทำคอนเทนต์ให้คนดูเห็นว่าการรับขนของเก่าทำงานกันอย่างไร ของที่เก็บมาแล้วได้เอาไปทำอะไรต่อและพวกเขาตั้งราคาอย่างไร ปัจจุบันมีผู้ติดตามรวมกันหลายแสนคน ทำให้ธุรกิจเก็บของเก่าไม่ได้เติบโตจากการโฆษณาเพียงอย่างเดียว แต่เติบโตจากการทำคอนเทนต์และตัวตนของเจ้าของธุรกิจด้วย
 
อ้างอิง 
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ยอดวิว TikTok สำคัญแค่ไหน? วิธี เปลี่ยนคนดูให้กล..
1,810
คู่มือเลือกเว็บปั้มไลค์สำหรับผู้ประกอบการ SME แล..
1,789
ธุรกิจเพิ่งเริ่ม คนยังไม่รู้จัก ควรสร้าง Social ..
1,714
ปั้นยอดวิวเอง หรือ ใช้เว็บปั้มวิว ? เปรียบเทียบ..
1,654
Indomie มาม่าขายดีในแอฟริกา 4,500 ล้านซอง/ปี! เบ..
472
กลยุทธ์สาขาเดียว คำตอบเดียวในความดัง Parameter
440
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด