บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
268
3 นาที
16 กันยายน 2569
กับดักรายได้ ของแพง ค่าแรงต่ำ กำลังซื้อหาย ยิ่งเล็กยิ่งกระทบ
 

ประวัติศาสตร์การกำหนดและการปรับค่าแรงขั้นต่ำของประเทศไทยมีวิวัฒนาการมานานกว่า 50 ปี โดยปรับเปลี่ยนตามบริบททางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองในแต่ละยุคสมัย สามารถแบ่งออกเป็นช่วงเวลาต่างๆได้คือ

1.กำเนิดค่าแรงขั้นต่ำ  ในอดีตประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายกำหนดอัตราค่าแรงขั้นต่ำกลางอย่างเป็นทางการ อัตราค่าจ้างขึ้นอยู่กับการตกลงระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง กระทั่งในปี 2516 มีประกาศกำหนดค่าแรงขั้นต่ำครั้งแรกในประเทศไทย กำหนดไว้ที่ 12 บาท/วัน 
 
2.การปรับค่าแรงชึ้นตามอัตราเงินเฟ้อ  ซึ่งช่วงหลังปี 2520 เป็นต้นมาประเทศไทยเริ่มเผชิญกับปัญหาอัตราเงินเฟ้อ จึงต้องมีการปรับขึ้นค่าแรงเพื่อพยุงชีวิตความเป็นอยู่ของแรงงานทั่วประเทศ ซึ่งก็มีการปรับขึ้นมาหลายครั้งเช่น
  • ปี 2521 ค่าแรงขั้นต่ำในกรุงเทพฯ ขยับขึ้นมาเป็น 35 บาทต่อวัน
  • ปี 2532 ค่าแรงปรับขึ้นเป็น 78 บาทต่อวัน
  • ปี 2538 ค่าแรงขั้นต่ำในกรุงเทพฯ และพื้นที่เศรษฐกิจปรับเป็น 145 บาทต่อวัน

ภาพจาก https://citly.me/yeLzB

อย่างไรก็ดีในช่วงปี 2541 หลังมีประกาศใช้ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งมีบทบาทในการพิจารณากำหนดอัตราค่าแรงขั้นต่ำตามดัชนีค่าครองชีพ อัตราเงินเฟ้อ และสภาพเศรษฐกิจของแต่ละจังหวัด แม้จะดูเหมือนดีแต่จากข้อมูลพบว่า ช่วงปี 2543-2554 ค่าแรงกลับมีการปรับขึ้นเพียงเล็กน้อย เฉลี่ยปีละไม่กี่บาท โดยในปี 2554 ค่าแรงขั้นต่ำในกรุงเทพฯ อยู่ที่ 215 บาทต่อวัน ส่วนต่างจังหวัดอัตราค่าแรงต่ำสุดอยู่ที่ 159 บาทต่อวัน

3.ยุคค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ   ในปี 2555 เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของค่าแรงไทย จากการใช้นโยบายเพิ่มคุณภาพชีวิตของแรงงาน และปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาทต่อวัน ใน 7 จังหวัดนำร่อง กระทั่งในปี 2566 จึงประกาศใช้ค่าแรงอัตรา 300 บาท/วัน ทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นการยกเลิกการแบ่งเขตอัตราค่าแรงขั้นต่ำตามภูมิภาคไปแบบชั่วคราว
 
4.ค่าแรงมีการปรับอีกครั้งหลังโควิด-19  ผลจากการที่ทั่วประเทศปรับค่าแรงเป็น 300 บาท ส่งผลให้ต้นทุนภาคธุรกิจปรับตัวสูงขึ้น ภาครัฐจึงมีนโยบายชะลอการปรับขึ้นค่าแรงเพื่อรักษาสภาพคล่องของอุตสาหกรรม ทำให้ค่าแรง 300 บาทหยุดอยู่กับที่ถึง 3 ปีเต็ม และในปี 2560 ได้หันมาใช้นโยบายอัตราค่าแรงตามความเจริญของแต่ละจังหวัด เริ่มต้นที่ 
 
308 – 310 บาท และช่วงหลังการแพร่ระบาดโควิดปี 2563 – 2565 มีการปรับค่าแรงขึ้นมาอีกครั้งที่ 328 – 354 บาท/วัน
 
มาถึงยุคปัจจุบันรัฐบาลเริ่มมีแนวทางพิจารณาการปรับขึ้นค่าแรงแบบเฉพาะเจาะจงในพื้นที่เศรษฐกิจและกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูง ควบคู่ไปกับการทยอยปรับเพิ่มตามพื้นที่ ทำให้ค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศปรับขึ้นอีกเล็กน้อยเป็น 330 – 370 บาทต่อวัน และเมื่อเดือนเมษายนปี 2567 ได้มีการนำร่องรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 400 บาทต่อวัน 
 

ภาพจาก https://citly.me/yeLzB
 
 เป็นครั้งแรก แต่จำกัดเฉพาะกลุ่มธุรกิจการท่องเที่ยวและโรงแรมระดับ 4 ดาวขึ้นไปที่มีลูกจ้างเกิน 50 คนใน 10 จังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ รวมถึงมีความพยายามขยายอัตราค่าแรง 400 บาทให้ครอบคลุมสถานประกอบการขนาดใหญ่และพื้นที่เศรษฐกิจอื่นๆ ทั่วประเทศในอนาคตด้วย
 
 
ภาพจาก https://citly.me/yeLzB
 ขึ้นค่าแรง! ค่าครองชีพก็ยิ่งแพง! ไม่มีทางแซงกันได้
 เป็นความจริงอันน่าเจ็บปวดของแรงงานที่ไม่ว่าจะพยายามทำงานมากแค่ไหน รายได้ก็ไม่เคยพอกับรายจ่าย เป็นกลไกที่เรียกว่า Wage-Price Spiral หรือการวิ่งไล่ระหว่างค่าแรงกับค่าครองชีพ เพราะเมื่อค่าแรงปรับเพิ่มขึ้น ต้นทุนการผลิตสินค้าและบริการก็จะปรับตัวสูงตาม ทำให้นายจ้างต้องปรับราคาสินค้าขึ้น ส่งผลให้ค่าครองชีพพุ่งสูงจนแรงงานไม่รู้สึกว่าชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น
 
แม้ในทางเศรษฐศาสตร์การขึ้นค่าแรง ทำให้ต้นทุนสินค้าเพิ่มขึ้นเพียง 1.5-3% ซึ่งไม่ใช่การเพิ่มขึ้นเท่ากับสัดส่วนค่าแรง
 
แต่ในความเป็นจริงราคาสินค้าปรับขึ้นไปรอแล้ว 5-10 บาท และถ้าดูกันที่อัตราเงินเฟ้อพบว่ามีความผันผวนมาก
  • ปี 2565 อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงถึง 6.08% (วิกฤติพลังงาน)
  • ปี 2567 อัตราเงินเฟ้อปรับลดลงอยู่ที่ 1.23% 
  • ปี 2568  อัตราเงินเฟ้อ ติดลบที่ -0.14%
  • ปี 2569 คาดว่าอัตราเงินเฟ้อประมาณ 0.4-0.8%
การที่เงินเฟ้อมีอัตราลดลงก็ใช่จะหมายถึงว่าของถูกลง เนื่องจากเงินเฟ้อคิดจากสินค้าหลายร้อยรายการ รายได้ที่เพิ่มจากค่าแรงก็ถูกชดเชยจ่ายไปกับของที่แพงขึ้น สมมุติตัวอย่างให้เห็นภาพ ลองเปรียบเทียบกับราคาอาหารพื้นฐานพบว่า
  • ปี 2565  ค่าแรงขั้นต่ำ 353 บาท ราคาอาหารตามสั่งเฉลี่ย 45-50 บาท ซื้ออาหารได้ประมาณ 7.8 จาน
  • ปี 2567  ค่าแรงขั้นต่ำ 363 บาท ราคาอาหารตามสั่งเฉลี่ย 55-65 บาท ซื้ออาหารได้ประมาณ 5.5-6.6 จาน
  • ปี 2569  ค่าแรงขั้นต่ำ 363-400 บาท ราคาอาหารตามสั่งเฉลี่ย 65-75 บาท ซื้ออาหารได้ 4.8-5.5 จาน
คิดตัวเลขง่ายๆ หากทานอาหารวันละ 3 มื้อ มื้อละ 70 บาท = 210 บาท คิดเป็น 57.8% ของค่าแรงขั้นต่ำรายวัน (363 บาท) และแน่นอนว่าตัวเลขนี้ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นที่ต้องมีอย่างค่าเดินทาง ค่าน้ำค่าไฟ ค่าเช่า และจิปาถะต่างๆ 

ซึ่งตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมามองกันที่ค่าแรงนั้นปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยสุทธิเพียง 2.8% – 13.3% (ขึ้นอยู่กับพื้นที่และอุตสาหกรรม) ในขณะที่วัตถุดิบและอาหารสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้น 40% – 50% จากปัจจัยต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง 
และวัตถุดิบเกษตรที่เพิ่มขึ้น
 
 
ภาพจาก https://citly.me/yeLzB 
ค่าแรง VS คุณภาพชีวิต! เติบโตไปพร้อมกันได้ไหม?
 
แนวคิดที่ว่า ต่อให้ขึ้นค่าแรงแค่ไหน ความเป็นอยู่ของแรงงานก็ไม่น่าจะดีขึ้นได้ เป็นความจริงเพียงส่วนเดียว แต่ในประเทศที่พัฒนาแล้วไม่ได้เน้นแค่การปรับขึ้นค่าแรงอย่างเดียวแต่มีมาตรการอื่นมารองรับเพื่อให้ค่าแรง และคุณภาพชีวิตเติบโตไปพร้อมกันได้ยกตัวอย่างเช่น 
  • เพิ่มประสิทธิภาพของแรงงาน ไม่ใช่แค่ให้ทำงานหนักขึ้น แต่ต้อง Upskill / Reskill ให้แรงงานใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือทันสมัยเพื่อลดต้นทุนต่อหน่วยและได้งานที่มีคุณภาพมากขึ้น
  •  สร้างระบบสวัสดิการที่ครอบคลุม ทั้งการขนส่งมวลชน / ค่ารักษาพยาบาล / การศึกษา ซึ่งจะทำให้ดส่วนค่าใช้จ่ายคงที่ของแรงงานจะลดลงทันที ทำให้เงินค่าแรงเหลือใช้สอยมากขึ้น
 อย่างไรก็ดีค่าแรงของไทยในปัจจุบันถ้าเปรียบเทียบกับกลุ่มประเทศอาเซียนเราใกล้เคียงกับมาเลเซีย (เฉลี่ย 393 บาท)  และเป็นอัตราค่าแรงที่ยังสูงกว่าของอินโดนีเซีย , ฟิลิปปินส์ , กัมพูชา แต่ถ้าเอาค่าแรงของเราไปเปรียบกับประเทศในกลุ่มยุโรปหรืออเมริกาจะต่างกันมาก ยกตัวอย่างในอเมริกา ค่าแรงขั้นต่ำประมาณ 256 - 427 บาทต่อชั่วโมง แต่ค่าแรงที่แพงกว่าของต่างประเทศก็สะท้อนถึงค่าครองชีพที่สูงด้วยเช่นกัน
 
ดังนั้นหากมองในแง่คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ คำว่าค่าแรงยังไงก็ไม่มีทางแซงค่าครองชีพได้ ก็ขึ้นอยู่กับวิธีบริหารจัดการของภาครัฐว่าจะทำอย่างไรให้ความเป็นอยู่ดีขึ้น ซึ่งการขึ้นค่าแรง = เพิ่มต้นทุนค่าครองชีพ จึงจำเป็นต้องมีวิธีที่ควบคู่กันเพื่อแก้ปัญหาในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
อ้างอิง :
 ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ยอดวิว TikTok สำคัญแค่ไหน? วิธี เปลี่ยนคนดูให้กล..
1,434
คู่มือเลือกเว็บปั้มไลค์สำหรับผู้ประกอบการ SME แล..
1,420
ปั้นยอดวิวเอง หรือ ใช้เว็บปั้มวิว ? เปรียบเทียบ..
1,290
ธุรกิจเพิ่งเริ่ม คนยังไม่รู้จัก ควรสร้าง Social ..
1,276
Indomie มาม่าขายดีในแอฟริกา 4,500 ล้านซอง/ปี! เบ..
444
กลยุทธ์สาขาเดียว คำตอบเดียวในความดัง Parameter
412
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด