บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
267
3 นาที
8 เมษายน 2569
สาววัย 25 สร้างธุรกิจเสื้อผ้าด้วย Instagram 1 ปีรายได้ 30 ล้านบาท
 
 
การสร้างธุรกิจให้ตัวเองมีหลายรูปแบบ แต่หลายคนชอบที่จะสร้างแบรนด์สินค้าของตัวเอง เพราะมองดูว่าเป็นโอกาสในการทำธุรกิจที่ให้ผลดีในระยะยาว ซึ่งข้อดีของการมีแบรนด์สินค้าตัวเองมีอยู่หลายปัจจัยได้แก่
  • สามารถกำหนดราคาในการทำตลาดได้ เพราะเป็นสินค้าของเราเองไม่ได้รับจากคนอื่น
  • การสร้างฐานลูกค้าและเพิ่มอัตราการซื้อซ้ำ เพราะสินค้าที่มีแบรนด์จะเป็นที่จดจำของลูกค้าได้ดีกว่า
  • โอกาสในการขยายธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากแบรนด์ที่วางระบบบริหารจัดการดี นอกจากสินค้าที่ขายดียังอาจขยายรูปแบบธุรกิจไปสู่ระบบแฟรนไชส์ได้
อย่างไรก็ดีก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้สำเร็จได้ทุกคน ข้อมูลน่าสนใจระบุชัดว่า กว่า 42% ของผู้ที่สร้างแบรนด์เอง อ่านทิศทางตลาดผิด มุ่งสร้างสินค้าที่ตัวเองอยากขาย ไม่ได้แก้ปัญหาให้ลูกค้าทั่วไป หรือ อีกกว่า 29% ระบบการบริหารเงินสดไม่ดีพอ ใช้เงินกับการตลาดแบบเกินตัวจนทำให้ไม่มีกำไรในธุรกิจ 
 
และ 19% แพ้ให้กับคู่แข่งอันเนื่องจากแบรนด์ไม่มีความแตกต่าง (Unique Selling Point) ทำให้ลูกค้ากลับไปหาเจ้าที่ถูกกว่าหรือดังกว่า รวมถึงอีก 14% ล้มเหลวเพราะการตลาดไม่มีประสิทธิภาพ สื่อสารไม่ตรงกลุ่มเป้าหมาย
 
5 กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ตัวเอง สู่ความสำเร็จ
 

ภาพจาก https://citly.me/buqJn

สิ่งที่ต้องคำนึงในการสร้างแบรนด์ไม่ใช่แค่การมีโลโก้สวยๆ หรือสินค้าดีเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงปัจจัยแวดล้อมที่มีผลต่อการสร้างยอดขายด้วยคือ
  1. หาช่องว่าง ที่ตลาดต้องการ เป็นการหยิบเอา Pain point ลูกค้าเป็นตัวตั้ง และพัฒนาสินค้าที่แก้ปัญหาเหล่านั้นได้
  2. แบรนด์ต้องมี Storytelling เพื่อเป็นการสร้างจุดเด่นและความแตกต่างที่ทำให้ลูกค้ารู้ว่าเราไม่ใช่แบรนด์ที่เหมือนเจ้าอื่นๆ ที่มีในตลาด
  3. ต้องมีระบบการขายและ CRM ที่แข็งแรง  ต้องคำนึงเสมอว่าการหาลูกค้าใหม่แพงกว่าการรักษาลูกค้าเก่า ดังนั้นการเก็บข้อมูลลูกค้าเพื่อทำโปรโมชั่นให้ตรงใจ รวมถึงการมีระบบสมาชิกหรือการสะสมแต้มจะช่วยให้เกิดการซื้อซ้ำได้มากขึ้น
  4. การพัฒนาระบบหลังบ้านที่มีประสิทธิภาพ คือหัวใจสำคัญอย่างหนึ่งของการสร้างแบรนด์ สาเหตุที่ล้มเหลวส่วนหนึ่งเป็นเพราะระบบหลังบ้านตามไม่ทันการขายเช่น การรักษามาตรฐานสินค้า , แผนสำรองสำหรับวัตถุดิบและการขนส่ง 
  5. ผนวกการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ปัจจุบันเป็นยุคที่ AI มีบทบาทดังนั้นการนำเอาเทคโนโลยีมาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลการตลาดจะช่วยสร้างแบรนด์และลูกค้าได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น
ในยุคที่ตลาดมีการแข่งขันสูงทำให้ความซื่อสัตย์ต่อแบรนด์ (Loyalty) นั้นลดลงมาก ผู้บริโภคพร้อมเปลี่ยนไปใช้แบรนด์อื่นที่คุ้มค่ากว่าหรือดีกว่าได้ ยิ่งเจอกับภาวะทางเศรษฐกิจที่ผันผวนหนักในขณะนี้ที่รายจ่ายคนเพิ่มขึ้น รายได้ลดลงรวมถึงสถานการณ์ที่ไม่เป็นใจต่างๆ คนที่คิดจะสร้างแบรนด์จึงต้องพิจาณาองค์ประกอบหลายอย่างร่วมกันด้วย
 
See The Way I See แบรนด์เสื้อผ้าของเด็กสาวอายุ 25 ปี
 
ภาพจาก https://citly.me/5k6rJ

เพื่อให้มองเห็นภาพชัดเจนขอยกกรณีศึกษาจากแบรนด์ See The Way I See เจ้าของคือ คุณ Sophie Nistico ที่อายุเพียง 25 ปีเท่านั้น 
 
นี่คือแบรนด์ที่เริ่มต้นในปี 2020 ขณะที่ยังเป็นนักศึกษาในตอนนั้น แต่ตัวของ Sophie มีปัญหาที่ต้องเผชิญกับสภาวะความวิตกกังวลรวมถึงโรคแพนิคอย่างหนัก และก็ค้นพบว่าการได้ระบายความรู้สึกผ่านงานศิลปะและการเขียนข้อความให้กำลังใจตัวเองเป็นสิ่งที่ช่วยเยียวยาจิตใจได้ดีที่สุด
 
จาก Pain point ดังกล่าวเป็นจุดเริ่มของการนำคำพูดที่ตัวเองอยากได้ยินในวันที่แย่ที่สุดมาเป็นจุดขาย เริ่มด้วยการนำเงิน 500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 16,000 บาทซื้อเครืองพรินต์สติ๊กเกอร์ ผลิตข้อความให้กำลังใจวางขายออนไลน์ 
 
จากนั้นก็นำกำไรจากสติ๊กเกอร์ดังกล่าว มาลงทุนผลิตเสื้อล็อตแรก โดยพิมพ์ข้อความให้กำลังใจไว้ที่บริเวณแขนเสื้อ เพื่อให้ผู้สวมใส่สามารถมองเห็นได้ เช่น เช่น "It’s okay not to be okay" ,  "You are not your anxiety"  , “Grow at your own pace” เป็นต้น
 
ทำตลาดด้วย TikTok และ Instagram รายได้ 30 ล้านบาท/ปี
 

ภาพจาก https://citly.me/buqJn

สิ่งที่ทำให้ See The Way I See กลายเป็นแบรนด์ดังนอกจากการวางระบบบริหารจัดการที่ดี การนำเสนอสินค้าที่ทำให้ดูมีความแตกต่างน่าสนใจ ยังเน้นเรื่องการทำตลาดด้วย TikTok และ Instagram เป็นหลัก 
 
โดยมีผู้ติดตามใน Instagram กว่า 2.3 แสนบัญชี และแบรนด์ยิ่งเป็นที่รู้จักมากขึ้นเมื่อได้ไปออกรายการ Shark Tank ในปี 2023 ข้อมูลส่วนหนึ่งที่เปิดเผยคือต้นทุนสินค้าที่ระบุว่าต้นทุนเสื้อคอกลมซึ่งอยู่ที่ราว 680 บาท แต่ขายได้ถึงตัวละ 1,900 บาท ส่วนเสื้อฮูด
 
มีต้นทุนอยู่ที่ตัวละประมาณ 800 บาท ก็มีราคาขายปลีกถึงตัวละ 2,400 บาท  โดยในช่วงที่แบรนด์เริ่มเป็นกระแส เคยทำยอดขายได้สูงถึง 260,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 9 ล้านบาท ภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง ผ่านการเปิดขายแบบ Drop คือการจำกัดเวลาและจำนวน ถ้าคำนวณเป็นรายได้ต่อปีก็ไม่ต่ำกว่า 30 – 50 ล้านบาทซึ่งถือว่าน่าพอใจมาก
 
ถ้าวิเคราะห์ว่าทำไมแบรนด์ See The Way I See ถึงขายดีทั้งที่ก็เป็นแค่เสื้อผ้าสกรีนข้อความที่ดูจะไม่ต่างจากแบรนด์อื่นที่เคยมีแต่หากพิจารณาในรายละเอียดจะพบว่า
  • เน้นจุดขายที่จริงใจ โดยเฉพาะการวางตำแหน่งข้อความ Sophie สังเกตว่าเวลาคนที่มีสภาวะวิตกกังวล มักจะก้มมองมือหรือดึงแขนเสื้อตัวเอง จึงสกรีนข้อความให้กำลังใจไว้ที่แขนเสื้อ เพื่อให้ผู้สวมใส่เห็นได้ในจังหวะที่ต้องการกำลังใจพอดี 
  • เน้นความโปร่งใสในการทำธุรกิจ เป็นการแชร์ทั้งความล้มเหลวและขั้นตอนในการผลิตอย่างละเอียด เท่ากับเป็นการสร้างคอมมูนิตี้ให้คนติดตามที่มากกว่าเป็นแค่การขายสินค้า
  • สร้าง Community ให้สินค้า โดยมีลุ่มปิดในโซเชียลมีเดียและฟีเจอร์การตอบกลับคอมเมนต์เพื่อพูดคุยกับลูกค้าในทุกเรื่อง หรือการจัดแคมเปญบริจาครายได้ส่วนหนึ่งให้กับองค์กรด้านสุขภาพจิตอย่างสม่ำเสมอ
และปัจจุบันคาดการณ์ว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิของแบรนด์ See The Way I See อยู่ที่ประมาณ 3.5 ล้านดอลลาร์ โดยมีการขยายไลน์สินค้าไปยังเครื่องประดับ เคสโทรศัพท์ และพวงกุญแจ รวมถึงเริ่มขยายตลาดไปยังต่างประเทศ เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี และออสเตรเลียด้วย
 
Key Takeaway ที่นำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจ
 
ถือเป็นไอเดียในการสร้างแบรนด์ที่น่าสนใจ เป็นกรณีศึกษาที่คนอยากทำธุรกิจโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่หรือวัยรุ่นทั้งหลายนำไปใช้ได้จุดที่น่าสนใจคือ ต้องเริ่มจากการออกแบบสินค้าที่แก้ปัญหาลูกค้าได้ 
 
ดูและสังเกตจากพฤติกรรมของคนส่วนใหญ่ว่าตอนนี้ต้องการอะไร และสินค้าที่เราจะสร้างแบรนด์ตอบโจทย์อะไรให้คนซื้อได้บ้าง จากนั้นเลือกการสร้าง Storytelling เน้นว่าสินค้าของเรา เข้าใจและอยู่เคียงข้างลูกค้าได้อย่างไร  
 
ที่สำคัญอย่าลืมเรื่องการตลาดออนไลน์ ต้องเน้นการทำคอนเท้นต์ที่เรียบง่ายแต่คนดูแล้วเข้าใจ ในยุคที่ลูกค้าเน้นความคุ้มค่าสิ่งนี้คือเรื่องที่สำคัญมาก
 
ใครที่อยากสร้างแบรนด์ของตัวเองแม้ไม่มีประสบการณ์แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเริ่มไม่ได้ ผู้ที่ประสบความสำเร็จส่วนหนึ่งก็ไม่เคยทำธุรกิจตัวเองมาก่อนแต่คนเหล่านี้มีวิสัยทัศน์ มีมุมมอง มีไอเดียในการทำตลาดที่น่าสนใจ สิ่งเหล่านี้คือเคล็ดลับสู่ความสำเร็จที่ไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาด
 
อ้างอิง 
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ใบกำกับภาษี คือ อะไร? ความสำคัญและวิธีออกให้ถูกก..
747
ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์เชิงรุก: ..
631
กล้อง Sony ดีไหม? 6 จุดเด่นที่ทำให้หลายคนเลือกใช..
569
Raising Cane´s ร้านไก่ทอดไม่มีกระดูก 900 สาขา พา..
523
อวสานสงครามราคา จีนไปก่อน ใครต่อไป
456
ทะเลเดือด! สงครามโยเกิร์ต 2569 ใครไหวเดินหน้า ใค..
412
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด