บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
459
3 นาที
8 เมษายน 2569
สาววัย 25 สร้างธุรกิจเสื้อผ้าด้วย Instagram 1 ปีรายได้ 30 ล้านบาท
 
 
การสร้างธุรกิจให้ตัวเองมีหลายรูปแบบ แต่หลายคนชอบที่จะสร้างแบรนด์สินค้าของตัวเอง เพราะมองดูว่าเป็นโอกาสในการทำธุรกิจที่ให้ผลดีในระยะยาว ซึ่งข้อดีของการมีแบรนด์สินค้าตัวเองมีอยู่หลายปัจจัยได้แก่
  • สามารถกำหนดราคาในการทำตลาดได้ เพราะเป็นสินค้าของเราเองไม่ได้รับจากคนอื่น
  • การสร้างฐานลูกค้าและเพิ่มอัตราการซื้อซ้ำ เพราะสินค้าที่มีแบรนด์จะเป็นที่จดจำของลูกค้าได้ดีกว่า
  • โอกาสในการขยายธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากแบรนด์ที่วางระบบบริหารจัดการดี นอกจากสินค้าที่ขายดียังอาจขยายรูปแบบธุรกิจไปสู่ระบบแฟรนไชส์ได้
อย่างไรก็ดีก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้สำเร็จได้ทุกคน ข้อมูลน่าสนใจระบุชัดว่า กว่า 42% ของผู้ที่สร้างแบรนด์เอง อ่านทิศทางตลาดผิด มุ่งสร้างสินค้าที่ตัวเองอยากขาย ไม่ได้แก้ปัญหาให้ลูกค้าทั่วไป หรือ อีกกว่า 29% ระบบการบริหารเงินสดไม่ดีพอ ใช้เงินกับการตลาดแบบเกินตัวจนทำให้ไม่มีกำไรในธุรกิจ 
 
และ 19% แพ้ให้กับคู่แข่งอันเนื่องจากแบรนด์ไม่มีความแตกต่าง (Unique Selling Point) ทำให้ลูกค้ากลับไปหาเจ้าที่ถูกกว่าหรือดังกว่า รวมถึงอีก 14% ล้มเหลวเพราะการตลาดไม่มีประสิทธิภาพ สื่อสารไม่ตรงกลุ่มเป้าหมาย
 
5 กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ตัวเอง สู่ความสำเร็จ
 

ภาพจาก https://citly.me/buqJn

สิ่งที่ต้องคำนึงในการสร้างแบรนด์ไม่ใช่แค่การมีโลโก้สวยๆ หรือสินค้าดีเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงปัจจัยแวดล้อมที่มีผลต่อการสร้างยอดขายด้วยคือ
  1. หาช่องว่าง ที่ตลาดต้องการ เป็นการหยิบเอา Pain point ลูกค้าเป็นตัวตั้ง และพัฒนาสินค้าที่แก้ปัญหาเหล่านั้นได้
  2. แบรนด์ต้องมี Storytelling เพื่อเป็นการสร้างจุดเด่นและความแตกต่างที่ทำให้ลูกค้ารู้ว่าเราไม่ใช่แบรนด์ที่เหมือนเจ้าอื่นๆ ที่มีในตลาด
  3. ต้องมีระบบการขายและ CRM ที่แข็งแรง  ต้องคำนึงเสมอว่าการหาลูกค้าใหม่แพงกว่าการรักษาลูกค้าเก่า ดังนั้นการเก็บข้อมูลลูกค้าเพื่อทำโปรโมชั่นให้ตรงใจ รวมถึงการมีระบบสมาชิกหรือการสะสมแต้มจะช่วยให้เกิดการซื้อซ้ำได้มากขึ้น
  4. การพัฒนาระบบหลังบ้านที่มีประสิทธิภาพ คือหัวใจสำคัญอย่างหนึ่งของการสร้างแบรนด์ สาเหตุที่ล้มเหลวส่วนหนึ่งเป็นเพราะระบบหลังบ้านตามไม่ทันการขายเช่น การรักษามาตรฐานสินค้า , แผนสำรองสำหรับวัตถุดิบและการขนส่ง 
  5. ผนวกการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ปัจจุบันเป็นยุคที่ AI มีบทบาทดังนั้นการนำเอาเทคโนโลยีมาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลการตลาดจะช่วยสร้างแบรนด์และลูกค้าได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น
ในยุคที่ตลาดมีการแข่งขันสูงทำให้ความซื่อสัตย์ต่อแบรนด์ (Loyalty) นั้นลดลงมาก ผู้บริโภคพร้อมเปลี่ยนไปใช้แบรนด์อื่นที่คุ้มค่ากว่าหรือดีกว่าได้ ยิ่งเจอกับภาวะทางเศรษฐกิจที่ผันผวนหนักในขณะนี้ที่รายจ่ายคนเพิ่มขึ้น รายได้ลดลงรวมถึงสถานการณ์ที่ไม่เป็นใจต่างๆ คนที่คิดจะสร้างแบรนด์จึงต้องพิจาณาองค์ประกอบหลายอย่างร่วมกันด้วย
 
See The Way I See แบรนด์เสื้อผ้าของเด็กสาวอายุ 25 ปี
 
ภาพจาก https://citly.me/5k6rJ

เพื่อให้มองเห็นภาพชัดเจนขอยกกรณีศึกษาจากแบรนด์ See The Way I See เจ้าของคือ คุณ Sophie Nistico ที่อายุเพียง 25 ปีเท่านั้น 
 
นี่คือแบรนด์ที่เริ่มต้นในปี 2020 ขณะที่ยังเป็นนักศึกษาในตอนนั้น แต่ตัวของ Sophie มีปัญหาที่ต้องเผชิญกับสภาวะความวิตกกังวลรวมถึงโรคแพนิคอย่างหนัก และก็ค้นพบว่าการได้ระบายความรู้สึกผ่านงานศิลปะและการเขียนข้อความให้กำลังใจตัวเองเป็นสิ่งที่ช่วยเยียวยาจิตใจได้ดีที่สุด
 
จาก Pain point ดังกล่าวเป็นจุดเริ่มของการนำคำพูดที่ตัวเองอยากได้ยินในวันที่แย่ที่สุดมาเป็นจุดขาย เริ่มด้วยการนำเงิน 500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 16,000 บาทซื้อเครืองพรินต์สติ๊กเกอร์ ผลิตข้อความให้กำลังใจวางขายออนไลน์ 
 
จากนั้นก็นำกำไรจากสติ๊กเกอร์ดังกล่าว มาลงทุนผลิตเสื้อล็อตแรก โดยพิมพ์ข้อความให้กำลังใจไว้ที่บริเวณแขนเสื้อ เพื่อให้ผู้สวมใส่สามารถมองเห็นได้ เช่น เช่น "It’s okay not to be okay" ,  "You are not your anxiety"  , “Grow at your own pace” เป็นต้น
 
ทำตลาดด้วย TikTok และ Instagram รายได้ 30 ล้านบาท/ปี
 

ภาพจาก https://citly.me/buqJn

สิ่งที่ทำให้ See The Way I See กลายเป็นแบรนด์ดังนอกจากการวางระบบบริหารจัดการที่ดี การนำเสนอสินค้าที่ทำให้ดูมีความแตกต่างน่าสนใจ ยังเน้นเรื่องการทำตลาดด้วย TikTok และ Instagram เป็นหลัก 
 
โดยมีผู้ติดตามใน Instagram กว่า 2.3 แสนบัญชี และแบรนด์ยิ่งเป็นที่รู้จักมากขึ้นเมื่อได้ไปออกรายการ Shark Tank ในปี 2023 ข้อมูลส่วนหนึ่งที่เปิดเผยคือต้นทุนสินค้าที่ระบุว่าต้นทุนเสื้อคอกลมซึ่งอยู่ที่ราว 680 บาท แต่ขายได้ถึงตัวละ 1,900 บาท ส่วนเสื้อฮูด
 
มีต้นทุนอยู่ที่ตัวละประมาณ 800 บาท ก็มีราคาขายปลีกถึงตัวละ 2,400 บาท  โดยในช่วงที่แบรนด์เริ่มเป็นกระแส เคยทำยอดขายได้สูงถึง 260,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 9 ล้านบาท ภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง ผ่านการเปิดขายแบบ Drop คือการจำกัดเวลาและจำนวน ถ้าคำนวณเป็นรายได้ต่อปีก็ไม่ต่ำกว่า 30 – 50 ล้านบาทซึ่งถือว่าน่าพอใจมาก
 
ถ้าวิเคราะห์ว่าทำไมแบรนด์ See The Way I See ถึงขายดีทั้งที่ก็เป็นแค่เสื้อผ้าสกรีนข้อความที่ดูจะไม่ต่างจากแบรนด์อื่นที่เคยมีแต่หากพิจารณาในรายละเอียดจะพบว่า
  • เน้นจุดขายที่จริงใจ โดยเฉพาะการวางตำแหน่งข้อความ Sophie สังเกตว่าเวลาคนที่มีสภาวะวิตกกังวล มักจะก้มมองมือหรือดึงแขนเสื้อตัวเอง จึงสกรีนข้อความให้กำลังใจไว้ที่แขนเสื้อ เพื่อให้ผู้สวมใส่เห็นได้ในจังหวะที่ต้องการกำลังใจพอดี 
  • เน้นความโปร่งใสในการทำธุรกิจ เป็นการแชร์ทั้งความล้มเหลวและขั้นตอนในการผลิตอย่างละเอียด เท่ากับเป็นการสร้างคอมมูนิตี้ให้คนติดตามที่มากกว่าเป็นแค่การขายสินค้า
  • สร้าง Community ให้สินค้า โดยมีลุ่มปิดในโซเชียลมีเดียและฟีเจอร์การตอบกลับคอมเมนต์เพื่อพูดคุยกับลูกค้าในทุกเรื่อง หรือการจัดแคมเปญบริจาครายได้ส่วนหนึ่งให้กับองค์กรด้านสุขภาพจิตอย่างสม่ำเสมอ
และปัจจุบันคาดการณ์ว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิของแบรนด์ See The Way I See อยู่ที่ประมาณ 3.5 ล้านดอลลาร์ โดยมีการขยายไลน์สินค้าไปยังเครื่องประดับ เคสโทรศัพท์ และพวงกุญแจ รวมถึงเริ่มขยายตลาดไปยังต่างประเทศ เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี และออสเตรเลียด้วย
 
Key Takeaway ที่นำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจ
 
ถือเป็นไอเดียในการสร้างแบรนด์ที่น่าสนใจ เป็นกรณีศึกษาที่คนอยากทำธุรกิจโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่หรือวัยรุ่นทั้งหลายนำไปใช้ได้จุดที่น่าสนใจคือ ต้องเริ่มจากการออกแบบสินค้าที่แก้ปัญหาลูกค้าได้ 
 
ดูและสังเกตจากพฤติกรรมของคนส่วนใหญ่ว่าตอนนี้ต้องการอะไร และสินค้าที่เราจะสร้างแบรนด์ตอบโจทย์อะไรให้คนซื้อได้บ้าง จากนั้นเลือกการสร้าง Storytelling เน้นว่าสินค้าของเรา เข้าใจและอยู่เคียงข้างลูกค้าได้อย่างไร  
 
ที่สำคัญอย่าลืมเรื่องการตลาดออนไลน์ ต้องเน้นการทำคอนเท้นต์ที่เรียบง่ายแต่คนดูแล้วเข้าใจ ในยุคที่ลูกค้าเน้นความคุ้มค่าสิ่งนี้คือเรื่องที่สำคัญมาก
 
ใครที่อยากสร้างแบรนด์ของตัวเองแม้ไม่มีประสบการณ์แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเริ่มไม่ได้ ผู้ที่ประสบความสำเร็จส่วนหนึ่งก็ไม่เคยทำธุรกิจตัวเองมาก่อนแต่คนเหล่านี้มีวิสัยทัศน์ มีมุมมอง มีไอเดียในการทำตลาดที่น่าสนใจ สิ่งเหล่านี้คือเคล็ดลับสู่ความสำเร็จที่ไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาด
 
อ้างอิง 
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
TPC Pizza ร้านพิซซ่าของกัมพูชา 100% ถอยห่างทุนไท..
430
ลิขสิทธิ์บอลโลก 1,700 ล้าน จอดำไม่ไหว ทำไปไม่คุ้ม
403
โนโวเทล กรุงเทพ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต นิยามใหม่แห..
397
IPPE KOPPE ร้านแกงกะหรี่ญี่ปุ่น จิ๊กซอว์ใหม่ MAG..
395
อวสานคาเฟ่ ยุค 80 ต้นทุนสูง คนทำไม่ไหว ตลก นักร้..
368
ย้อนตำนาน "อาจารย์ยอด" จากคนเขียนโปสเตอร์หนัง สู..
350
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด