บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
269
3 นาที
6 มกราคม 2569
สูตรกู้ร้าน! แก้วิกฤติปั๊มยอดขาย ก่อนสายเกินแก้
 

ธรรมดาในช่วงปลายปีแบบนี้จะเป็นช่วงเวลานาทีทองของร้านอาหาร ในอดีตยุคเฟื่องฟูหลายร้านอาหารจะมีรายได้จากงานเลี้ยง งานสังสรรค์ หรือจากลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการกันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะร้านในทำเลใจกลางเมืองหรือย่านธุรกิจ หรือร้านอาหารตามแหล่งท่องเที่ยวมักจะมีรายได้เพิ่มเฉลี่ย 15% - 30% เมื่อเทียบกับไตรมาสอื่น
 
อันที่จริงปัญหายอดขายตกของร้านอาหารก็ไม่ใช่แค่ช่วงปลายปี แต่ที่จริงเป็นปัญหาที่สะสมมานาน สมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารไทยระบุว่า ตั้งแต่ไตรมาส 2/2568 มีร้านอาหารกว่า 700,000 แห่ง ได้รับผลกระทบจากยอดขายและรายได้ลดลงเฉลี่ย 25–50% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
 
หรือถ้าไปดูข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะยิ่งเห็นภาพของธุรกิจร้านอาหารว่าหนักแค่ไหนเพราะมีธุรกิจร้านอาหารที่จดทะเบียนเลิกกิจการในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 (มกราคม-มิถุนายน) จำนวน 6,244 ราย ในจำนวนนี้เป็น ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร 276 ราย ส่งผลให้ธุรกิจร้านอาหารกลายเป็นธุรกิจที่มีสถิติการปิดกิจการติดอันดับ 1 ใน 3 กลุ่มอุตสาหกรรมที่เลิกกิจการมากที่สุด
 
ร้านอาหารไทยบางแห่งรายได้ต่อเดือนลดจาก 50,000 บาทเหลือ 20,000 บาท และอัตราการปิดกิจการภายใน 1 ปีสูงถึง 50% อัตราการอยู่รอดโดยเฉลี่ยเพียง 7-8 เดือนเท่านั้น มีเพียง 20% ที่อยู่รอดระยะยาวได้
 
วิเคราะห์ปัญหา “ยอดขายร้านอาหาร” ทำไมลดลงมาก
 

สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ “ภาวะทางเศรษฐกิจที่ถดถอย” คนมีรายได้น้อย กำลังซื้อลดลง ทำให้เกิดมุมมองตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นและร้านอาหารก็กลายเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยที่คนนึกถึง จากที่เคยออกไปทานข้าวร้านอาหารบ่อยๆ ก็เหลือแค่สัปดาห์ละไม่กี่ครั้ง
 
หรือบางคนเลือกที่จะไม่ไปเลยและหันมาทำอาหารกินเอง หรือเลือกร้านอาหารที่ราคาไม่แพงแต่เน้นความคุ้มค่ามากกว่า หรือบางทีคนที่ยังเข้าร้านอาหารบ้างบางครั้งก็ลดยอดการใช้จ่ายลง ทำให้มูลค่าต่อออร์เดอร์ ลดลงเฉลี่ย 5% ถึง 10% โดยลูกค้ามักจะเลือกเมนูที่ถูกลง งดการสั่งของหวานหรือเครื่องดื่มเสริม เพื่อควบคุมงบประมาณต่อมื้อ
 
สาเหตุต่อมาที่น่าสนใจคือบางทีลูกค้าอาจไม่ได้หายไปไหนแต่ย้ายไปใช้ช่องทางอื่นในการใช้บริการ เพราะปัจจุบันเรามีทั้งร้านสะดวกซื้อ , ร้านอาหารสตรีทฟู้ด หรือร้านที่เป็นแบรนด์ใหญ่เน้นความพรีเมี่ยม ถ้าไปดูข้อมูลจะพบว่ายอดขายอาหารพร้อมทาน ในร้านสะดวกซื้อยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะตอบโจทย์ ความคุ้มค่า (Value) และความรวดเร็ว ได้ดีกว่าร้านอาหารทั่วไปในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า เช่น ข้าวกล่องราคา 40 - 59 บาท
 
อย่างไรก็ดีถ้าดูร้านอาหารที่เป็นระดับกลางๆ เช่นร้านริมทางหรือสตรีทฟู้ด ก็สะท้อนถึงยอดขายที่ลดลงได้เพราะลูกค้าของร้านกลุ่มนี้คือคนวัยทำงาน นักเรียนนักศึกษา พ่อบ้านแม่บ้าน รวมถึงคนที่มีรายได้ระดับปานกลาง ซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่ในประเทศ
 
โดยยอดขายของร้านอาหารในกลุ่มนี้ลดลงไม่ต่ำกว่า 30% ร้านที่ยังพอจะเติบโตได้ก็ต้องอยู่ในย่านทำเลทองจริงๆ หรือเป็นแหล่งของนักท่องเที่ยว ที่ปัจจุบันยอดของนักท่องเที่ยวในไทยก็ลดลงมากเช่นกัน สิ่งเหล่านี้คือปัญหาโดยรวมที่มีผลต่อการทำให้ยอดขายลดลง
 
ในอีกด้านหนึ่งกำลังซื้อที่ลดน้อยลงเมื่อผสมกับต้นทุนต่างๆของร้านอาหารที่เพิ่มขึ้น ก็ดึงให้ยอดขายของร้านอาหารลดลงอย่างชัดเจนไม่ว่าจะเป็น
  • ราคาวัตถุดิบเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 18-25% โดยเฉพาะวัตถุดิบนำเข้า คิดเป็นสัดส่วนต้นทุน 30-40% ของร้านอาหาร
  • ค่าแรงขั้นต่ำที่ปรับขึ้นเป็น 400-470 บาท/วัน ในบางพื้นที่ เพิ่มต้นทุนราว 5%
  • ค่าไฟฟ้าและน้ำเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 12-15%
  • การแข่งขันสูง โดยร้านอาหารเปิดใหม่กว่า 60% ปิดตัวภายใน 3 ปีแรก
  • ราคาค่าเช่าพื้นที่เพิ่มสูง ยิ่งทำเลดี ราคายิ่งแพง บางแห่งค่าเช่าร้านมากกว่า 30-40% ของยอดขาย ทำไปก็ไม่มีกำไร
สูตรกู้ร้าน! แก้ปัญหายอดขายตก ฟื้นคืนชีพร้านอาหาร
 
ในภาพรวมเรารู้ว่าร้านอาหารส่วนใหญ่ประสบปัญหายอดขายตก แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกร้านจะยอดขายตกเหมือนกันหมดบางร้านกลับมียอดขายดี รายได้ระดับ 3,000 – 50,000 ต่อวัน สูตรกู้ร้านที่จะใช้อันที่จริงก็เป็นเรื่องเก่าแต่เล่าใหม่ อยู่ที่ว่าใครจะเอามาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า
 
1.เน้นการเพิ่มมูลค่าต่อบิล
 

เมื่อลูกค้าเข้าร้านน้อยลงก็ต้องกระตุ้นให้มีการใช้จ่ายต่อบิลให้มากขึ้น ข้อดีคือเป็นการเพิ่มรายได้จากลูกค้าที่มีอยู่แล้ว โดยไม่ต้องลงทุนมหาศาลในการหาลูกค้าใหม่ มีวิธีที่ทำได้หลายอย่างเช่น
  • การ Up-selling และ Cross-selling
  • ทำเซ็ตเมนูที่เน้นความคุ้มค่าให้กับลูกค้า
  • การกำหนดมูลค่าขั้นต่ำเพื่อรับสิทธิพิเศษ
  • การออกแบบเมนูให้ลูกค้าสั่งสินค้าที่มีกำไรสูง เช่นการเน้นสี การใส่กรอบ หรือการจัดวางตำแหน่งรายการอาหาร
การเพิ่มมูลค่าต่อบิลที่ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพช่วยให้ร้านอาหารอยู่รอดได้ง่ายขึ้น เพราะการที่มีกำไรต่อบิลสูงขึ้นจะชดเชยกับต้นทุนในด้านอื่นๆ ได้ แถมยังช่วยลดความเหนื่อยในการทำงานเช่นรับลูกค้า 50 คนแต่มีรายได้รวมมากกว่าการรับลูกค้า 70 คน เป็นต้น
 
2.สร้างรายได้จากกลุ่มลูกค้าเก่าหรือลูกค้าประจำ
 

ในแง่การตลาดต้นทุนในการหาลูกค้าใหม่สูงกว่าการรักษาลูกค้าเก่า 5-7 เท่า เปรียบเทียบง่ายๆว่าเราอาจต้องใช้เงินถึง 70 บาทเพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่ 1 คน แต่ใช้เงินเพียง 10 บาทเพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าเก่า 1 คนกลับมา ที่สำคัญลูกค้าที่กลับมาใช้บริการซ้ำ 3-5 ครั้ง มีแนวโน้มที่จะ ใช้จ่ายต่อบิลสูงกว่าลูกค้าใหม่ถึง 30% และซื้อเมนูสินค้าที่ให้กำไรสูงกว่า จึงเป็นอีกวิธีสำหรับสูตรกู้ร้าน เพื่อสร้างรายได้เพิ่ม ซึ่งก็มีหลายวิธีน่าสนใจเช่น จัดทำระบบสะสมแต้ม หรือส่งคูปองส่วนลดพิเศษสำหรับลูกค้าที่ไม่ได้กลับมาใช้บริการในรอบ 60 วัน
 
ลองคิดกันง่ายๆว่าสมมุติถ้ามีฐานลูกค้ามี 2,000 คน หากร้านสามารถกระตุ้นให้ลูกค้าเก่า 10% (เท่ากับ 200 คน) และแต่ละคนมีค่าใช้จ่าย 400 บาท ต่อครั้ง แสดงว่ายอดขายเพิ่มขึ้น ถึง 80,000 บาท และไม่ใช่แค่นั้นการมีฐานลูกค้าเก่ายังหมายถึงความเป็น Brand Loyalty ที่สูง มีผลต่อการตลาดที่จะเพิ่มลูกค้าใหม่ในอนาคตได้ด้วย
 
3.อัพเดทเมนูใหม่เดือนละ 1-2 ครั้ง!
 

พฤติกรรมลูกค้าอาจเบื่อกับอะไรที่เดิมๆ การมีเมนูใหม่ที่จำกัดเวลาอาจเพิ่มความน่าสนใจกระตุ้นให้ลูกค้าอยากเข้ามาใช้บริการได้มากขึ้น มีตัวเลขที่น่าสนใจระบุว่าเมนูใหม่กระตุ้นความถี่ในการกลับมาใช้บริการของลูกค้าประจำได้ 15-25% ยิ่งกว่านั้นการมีเมนูใหม่ยังเป็นการสร้างสีสันใหม่ๆ ให้ร้านในการนำไปโพสต์ในโซเชี่ยล หากเป็นเมนูที่ไอเดียเจ๋งๆ ก็อาจเป็นไวรัลดึงดูดลูกค้าหน้าใหม่ได้มากขึ้นอีกด้วย
 
4.ทำคลิปวีดีโอสั้นๆ เพื่อโปรโมทร้านในโซเชี่ยล
 
การใช้คลิปวิดีโอสั้น เช่น TikTok, Reels เป็นเครื่องมือโปรโมทในโซเชียลมีเดียมีประสิทธิภาพสูงมากในการเพิ่มยอดขาย ซึ่งเนื้อหาที่น่าสนใจมีอัตราการเข้าถึงสูงกว่าการโพสต์รูปภาพธรรมดา 10-20 เท่า
 
โดยเฉพาะคลิปที่แสดงภาพอาหารที่น่ากิน เสียงขั้นตอนในการทำอาหาร หรือการเล่าเรื่องวัตถุดิบของร้านในรูปแบบต่างๆ เป็นเทคนิคที่ดึงดูดลูกค้าและเพิ่มยอดขายได้ดีมาก ร้านอาหารที่โปรโมทด้วยคลิปวีดีโอสั้น มักจะมียอดขายเพิ่มขึ้น 20-50% แถมยังกระตุ้นการซื้อซ้ำและทำให้ร้านกลายเป็นที่รู้จักได้ดียิ่งกว่าเดิม
 
5.เพิ่มยอดขายทางเดลิเวอรี่
 

เป็นวิธีที่เข้าถึงลูกค้าได้มากที่สุดในยุคที่คนต้องการความสะดวกและรวดเร็ว และยังมีข้อดีอีกหลายประการคือ
  • ลดภาระพื้นที่หน้าร้าน บออร์เดอร์ได้มากขึ้นโดยไม่ต้องกังวลว่าจะมีโต๊ะว่างหรือไม่
  • ให้พนักงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ร้านเงียบ เป็นการหารายได้จากต้นทุนคงที่ของพนักงาน
  • ไม่จำเป็นต้องพึ่งพารายได้จากแหล่งเดียว และยังเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าจากนอกพื้นที่ซึ่งอยู่ในรัศมีของการจัดส่ง
  • สร้างรายได้ในช่วงวิกฤติ การมีช่องทางเดลิเวอรี่สำหรับร้านอาหารมีประโยชน์มากโดยเฉพาะในยามวิกฤติ ที่ลูกค้าจากหน้าร้านลดลง เพราะการเก็บตัวอยู่บ้านมากขึ้น
  • เก็บข้อมูลลูกค้ามาพัฒนาร้านอาหารได้ เนื่องจากแพลตฟอร์มเดลิเวอรีให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเมนูที่ขายดีที่สุดในพื้นที่ไหน ช่วงเวลาใดที่ลูกค้าสั่งมากที่สุด สิ่งนี้ช่วยในการ วิเคราะห์และปรับปรุงเมนูให้ดีขึ้นได้
บางร้านที่แม้เจอวิกฤติเศรษฐกิจเหมือนกันแต่ยอดขายไม่ลด ยังคงสถานะทางธุรกิจให้ดำเนินต่อไปได้ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะการใช้กลยุทธ์เหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่อีกหลายร้านกลับไปไม่รอด แต่กลับไม่พยายามหาวิธีการใหม่ๆในการเข้าถึงหรือเพิ่มยอดขาย ยุคนี้ใครที่มัวรอความหวัง รอโชค อาจไม่เหมาะสมกับการทำธุรกิจ การอยู่รอดที่ดีที่สุดคือการพัฒนาตัวเองให้สอดคล้องกับยุคใหม่และก้าวทันตามสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

 ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
7 เหตุผลที่ทุกธุรกิจต้องการโปรแกรม HR จาก ByteHR
469
อวสานวงการบันเทิงไทย ถอยหลัง ตกยุค เรตติ้งตก?
412
โหดสุด! สมรภูมิชาจีนยุคใหม่ ไม่เหลือใครไว้ข้างหล..
373
ปี 2568 อวสานธุรกิจไทย บทเรียนที่แก้ไขไม่ได้
370
วิกฤติหนัก เศรษฐกิจไทย “เผาหลอก” ปีนี้ “เผาจริง..
356
อวสานห้างไทยในตำนาน คน แบรนด์ สถานที่
354
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด