บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเงิน บัญชี ภาษี การลงทุน    ความรู้ทั่วไปทางการเงิน
817
2 นาที
1 ตุลาคม 2567
Down-Selling วิธีดึงเงินจากคน “งบน้อย”
 
 
คำว่า “งบน้อย” ไม่ได้หมายถึงคนไม่มีเงิน ในทางการตลาดหมายถึง “คนที่ประหยัด” และมีการตัดสินใจหลายขั้นตอนกว่าจะจ่ายเงินซื้อสินค้าใดๆ สักอย่าง
 
ในด้านการตลาดอีกเช่นกันตามกฏ 80/20 หรือ Pareto Principle บอกว่ารายได้ 80% ของธุรกิจต่าง ๆ มักเกิดจากลูกค้าประจำเพียง 20% เท่านั้น นั่นแสดงว่ารายได้ส่วนใหญ่มาจากลูกค้าที่ไม่ได้เป็น Loyalty Customer แน่นอนว่าคนกลุ่มนี้คือตัวแปรสำคัญที่หากธุรกิจมีกลยุทธ์ใช้ดึงเม็ดเงินออกจากกระเป๋าได้ โอกาสสร้างรายได้ให้ธุรกิจก็มีมากขึ้นเช่นกัน
 
หลายกลยุทธ์ที่นำมาใช้ก็มีเยอะมากที่เห็นบ่อยสุดก็เช่น Up-Selling และ Cross-Selling ซึ่งเป็นกลยุทธ์การตลาดที่ช่วยเพิ่มยอดขาย ด้วยการกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้า ด้วยมูลค่าที่สูงกว่าที่ตั้งใจไว้ในตอนแรก ทำให้เราเข้าใจไปว่ามีแค่ 2 วิธีนี้ในการดึงเงินจากคนที่ประหยัด แต่ที่จริงอีกหนึ่งวิธีที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็คือ “Down-Selling”
 
อธิบายง่ายๆ ว่า Down-Selling คือกลยุทธ์การตลาดที่ใช้สำหรับการกระตุ้นยอดขาย โดยใช้เทคนิคการนำเสนอตัวเลือกของสินค้าที่มีราคาถูกกว่าให้กับลูกค้าแทน จะเหมาะกับลูกค้าที่มีแนวโน้มตัดสินใจไม่ซื้อสินค้า เพราะสินค้าที่นำเสนออาจมีราคาที่แพงเกินไป

 
ถ้าดูเผินๆ แล้ว ทั้ง Down-Selling , Up-Selling และ Cross-Selling ก็แทบไม่ต่างกันแต่ที่จริงมีความต่างกันคือ
  • Up-Selling - กลยุทธ์ที่ทำให้ลูกค้ายอมจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้ามากกว่าที่ตั้งใจไว้ในตอนแรกด้วยการนำเสนอทางเลือกในการ “อัปเกรด” ให้กับลูกค้า
  • Cross-Selling – กลยุทธ์ที่ทำให้ลูกค้ายอมจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้าขึ้นแต่จะทำผ่านการนำเสนอสินค้าชนิดอื่น ๆ ที่ใช้งานคู่กับสินค้าที่ลูกค้าตั้งใจซื้อในตอนแรก
  • Down-Selling - กลยุทธ์การเสนอตัวเลือกของสินค้าที่มีราคาถูกให้กับลูกค้าบางกลุ่ม

ซึ่งก็ไม่แน่ว่าที่ผ่านมาเราอาจเคยเจอกับกลยุทธ์ Down-Selling กันแบบไม่รู้ตัว ถ้าลองไปดูตัวอย่างจะมีให้เห็นในหลายกรณีเช่น
  • ในตลาดออนไลน์ จะมีการนำเสนอสินค้าชนิดเดียวกัน ใช้งานแทนกันได้ แต่ราคาถูกกว่า 
  • ในร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าที่พนักงานนำเสนอสินค้ารุ่นเก่าที่คุณสมบัติด้อยกว่ารุ่นใหม่เล็กน้อย แต่ราคาถูกกว่า
  • ธุรกิจบริการที่มีการนำเสนอแพ็กเกจบริการที่มีสิทธิประโยชน์ใกล้เคียงกัน แต่ลูกค้าจ่ายถูกกว่า
  • ธุรกิจร้านอาหารที่จัดเซตเมนูในราคาย่อมเยาดูคุ้มค่าแต่ราคาไม่แพง
ในธุรกิจแฟรนไชส์เอง ก็ผนวกเอา Down-Selling ไปประยุกต์ใช้ได้ไม่ว่าจะเป็นแฟรนไชส์อาหาร , เครื่องดื่ม , บริการ , ค้าปลีก หรือการศึกษา วิธีการก็อย่างที่ได้นำเสนอไปคือการจัดสินค้าหรือบริการที่มีความใกล้เคียงแต่ราคาถูกกว่า เป็นตัวเลือกให้ลูกค้ารู้สึกว่ามีทางเลือกที่ดีกว่า ก่อให้เกิดการตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
 
ทั้งนี้ประสิทธิภาพของ Down-Selling จะมากหรือน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับ “สินค้า” ที่นำเสนอ โดยสินค้าที่นำมาเป็นตัวเลือก นอกจากจะต้องมีราคาที่ถูกกว่าแล้ว ยังต้องเป็นสินค้าที่สามารถใช้ทดแทนสินค้าที่มีราคาแพงกว่าได้หรือหากมีข้อด้อย ก็ด้อยกว่าเพียงเล็กน้อยจนลูกค้ามองข้ามได้
 
 
ข้อดีของ Down-Selling ไม่ใช่แค่การดึงเงินจากลูกค้าแต่นี่คือกลยุทธ์ที่แฝงความหมายทางอ้อมคือการรักษาลูกค้าให้อยู่กับแบรนด์ไม่ไปใช้สินค้าจากแบรนด์อื่น อย่างน้อยการขายสินค้าในราคาที่ถูกกว่าก็ยังทำให้ธุรกิจมีรายได้ ถึงจะไม่ได้มากแต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย และที่สำคัญมีผลไปถึงในอนาคตหากลูกค้าใช้งานสินค้าแล้วประทับใจก็จะกลายเป็น Loyalty Customer ที่มีโอกาสเป็นลูกค้าประจำเพื่อสร้างรายได้ให้กับธุรกิจในระยะยาวได้ด้วย
 
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
7 เหตุผลที่ทุกธุรกิจต้องการโปรแกรม HR จาก ByteHR
456
อวสานวงการบันเทิงไทย ถอยหลัง ตกยุค เรตติ้งตก?
356
ปี 2568 อวสานธุรกิจไทย บทเรียนที่แก้ไขไม่ได้
355
อวสานห้างไทยในตำนาน คน แบรนด์ สถานที่
343
KuanZhai Panda ร้านอาหารเสฉวนต้นตำรับจากเฉิงตู ส..
337
10 การขายขั้นสุด! พ่อค้าจีนขายเก่งกว่าคนไทย
328
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด