บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    เรื่องราวความสำเร็จ
657
3 นาที
15 พฤศจิกายน 2564
Mo-Mo-Paradise ความสำเร็จ คือ การส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า 
 

หากถามคนที่ชื่นชอบทานอาหารญี่ปุ่น คงไม่มีใครไม่รู้จัก Mo-Mo-Paradise ร้านชาบูชาบูสุกี้ยากี้สไตล์ญี่ปุ่น ที่มีคนกล่าวขานถึงกันมากมายในปัจจุบัน แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่าความสำเร็จของ Mo-Mo-Paradise มาจากอะไร การเปิดร้านอาหารให้รอดและยั่งยืนต้องทำอย่างไร วันนี้ www.ThaiFranchiseCenter.com มีข้อมูลจากการสัมภาษณ์ “คุณเอ-สุรเวช เตลาน” กรรมการผู้จัดการ บริษัท โนเบิล เรสเตอท์รองต์ จำกัด ผู้บริหารร้าน Mo-Mo-Paradise มานำเสนอให้ทราบ 
 
จุดเริ่มต้น Mo- Mo- Paradise 
 

คุณเอ เล่าว่า ตนเองเป็นคนชอบทานชาบูสุกี้สไตล์ญี่ปุ่นอยู่แล้ว บังเอิญเดินทางไปญี่ปุ่นและได้เจอร้านชาบูสุกี้ Mo-Mo-Paradise ที่ประเทศญี่ปุ่น รสชาติอร่อย บริการดี จึงรู้สึกตกหลุมรักในร้านชาบูสุกี้แบรนด์นี้ อยากนำเข้ามาทำตลาดในเมืองไทย แม้ในญี่ปุ่นจะมีร้านชาบูสุกี้แบรนด์อื่นๆ จำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่จะเป็นชาบูสุกี้ระดับพรีเมียม ส่วน Mo-Mo-Paradise จับกลุ่มลูกค้าระดับกลาง แต่รสชาติและคุณภาพอาหารระดับไฮเอนด์ อีกทั้งราคาไม่สูงจนเกินไป 
 
กว่าจะสามารถนำแบรนด์ Mo-Mo-Paradise เข้ามาทำตลาดในเมืองไทย คุณเอต้องใช้ความพยายามและความมุ่งมั่นตั้งใจเป็นอย่างมาก เพราะเจ้าของ Mo-Mo-Paradise ในญี่ปุ่นไม่เคยขายแฟรนไชส์ แม้จะมีคนสนใจติดต่อเข้าไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งคุณเอเข้าไปพูดกับเจ้าของแบรนด์โดยตรง อยากได้แบรนด์ชาสุกี้สไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ มาเปิดสาขาในเมืองไทย โดยจะคงความเป็นญี่ปุ่นแท้ๆ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้คนไทยได้ทานชาบูสุกี้สไตล์ญี่ปุ่นในแบบที่คุณเอชอบทาน 
 
โดยคุณเอใช้เวลาประมาณ 9 เดือน สำหรับการดีลกับทางเจ้าของ Mo- Mo- Paradise ในญี่ปุ่น และสามารถเปิดร้าน Mo-Mo-Paradise สาขาแรกในเมืองไทยที่เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อ13 ปีที่แล้วได้เป็นผลสำเร็จ  
 
ภาพรวมธุรกิจร้านอาหารชาบูสุกี้ 
 

คุณเอ เล่าว่า ย้อนกลับไปเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ตลาดชาบูในเมืองไทยมีมูลค่าประมาณ 20,000 ล้านบาท และมีการคาดการณ์ว่าต่อไปอาจทะลุ 20,000 ล้านบาท แต่พอผ่านไปก็ยังไม่ทะลุ 20,000 ล้านบาท ปัจจุบันมีมูลค่าเพียงแค่ 1 หมื่นปลายๆ แต่ยังไม่ถึง 20,000 ล้านบาท อาจเกิดจากผลกระทบการระบาดโควิด-19 ซึ่งมีทั้งปิดกิจการและมีร้านใหม่ๆ เกิดขึ้นมา 
 
หากเปรียบเทียบตลาดร้านชาบูกับตลาดร้านอาหารอื่นๆ ในเมืองไทย คุณเอมองว่าตลาดชาบูยังมีช่องว่างให้เติบโตได้อีกมาก เพียงแต่ว่าจะต้องหาวิธีสร้างการเติบโตให้ตลาดชาบู โดยผู้ประกอบการร้านชาบูต้องทำธุรกิจที่แตกต่าง มีจุดเด่น อาหารรสชาติดี สามารถดึงดูดลูกค้าเข้ามาใช้บริการในร้านได้ ซึ่งนอกจากรสชาติอร่อย แตกต่าง ต้องควบคุมคุณภาพมาตรฐานต่างๆ ภายในร้าน เพื่อสร้างความมั่นใจทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าปลอดภัย สบายใจ กลับบ้านไปไม่มีปัญหาเกิดขึ้น  
 
ความสำเร็จของ Mo-Mo-Paradise 
 

คุณเอ เล่าว่า ความสำเร็จของ Mo-Mo-Paradise มาจากความมุ่งมั่นตั้งใจของคุณเอ ที่จะนำพาชาบูสุกี้สไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ มาให้คนไทยได้ทานแบบถูกต้องตามสไตล์ญี่ปุ่น เพราะชาบูสุกี้ในเมืองไทยมีความแตกต่างจากชาบูสุกี้ญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก ดังนั้น ในช่วงเริ่มต้นลูกค้าอาจไม่เข้าใจว่าจะทานยังไงเมื่อเทียบกับการทานสุกี้ร้านอื่นๆ ในไทย ซึ่งมีความแตกต่างกันมาก 
 
 
คุณเอจึงต้องนำเสนอวิธีกินชาบูสุกี้ญี่ปุ่นแบบต้นตำรับ ที่มีขั้นตอน คือ ถ้ากินสุกี้ยากี้ (ซุปดำ) จะต้องกินคู่กับไข่ดิบ ลูกค้าจะได้สัมผัสความนุ่มเนียนลิ้นของเนื้อนุ่มๆ หวานๆ ที่ชุ่มด้วยไข่ อร่อยแบบไม่ต้องพึ่งน้ำจิ้มเลย แต่ถ้าลูกค้าเลือกชาบูชาบู (ซุปใส) ก็จะจับคู่กับน้ำจิ้มพอนสึ น้ำจิ้มงา และโชยุหวาน ช่วงแรกลูกค้าอาจไม่เข้าใจ แต่คุณเอก็ไม่ลดละที่จะแนะนำวิธีกินที่เพิ่มอรรถรสให้กับลูกค้าเสมอ
 
 
ความสำเร็จอีกส่วนหนึ่งมาจากคุณเอตั้งใจที่จะส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรสชาติอาหารอร่อย คุณภาพวัตถุดิบ การบริการที่อบอุ่นเป็นกันเอง โดยไม่ต้องทำการตลาด ลูกค้ามาใช้บริการแล้วบอกปากต่อปาก โดยปัจจุบัน Mo-Mo-Paradise มีทั้งหมด 21 สาขา บริษัทจะมีการสร้างคนให้มี DNA เดียวกัน ไม่ว่าลูกค้าจะเดินเข้าไปใช้บริการสาขาไหน ก็จะได้รับรสชาติ คุณภาพ และบริการที่เป็นมาตรฐานเหมือนกัน
 
การบริหารจัดการร้านฝ่าโควิด-19 
 

คุณเอ เล่าว่า ตนเองเป็นคนที่มองโลกในแง่บวก มองว่าสถานการณ์โควิด-19 จะไม่สามารถอยู่กับเราได้นาน ทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องดีขึ้น วิธีการบริหารธุรกิจในวิกฤติจะไม่มองว่าเป็นทางตัน จะไม่หยุดทุกสิ่งทุกอย่างแต่จะไม่เร่งขยายธุรกิจไปข้างหน้าจนวู่วามจนเกินไป อยู่ในจังหวะเหมาะสมที่ควรจะเป็น ดูแลพนักงานให้สามารถอยู่รอดได้ 
 
แต่พอเกิดวิกฤติขึ้นจริงๆ คุณเอไม่ทำให้เวลาในช่วงนั้นต้องเสียเปล่า ในขณะที่มีต้นทุนและค่าใช้จ่าย แต่ไม่มีลูกค้า จึงได้สร้างระบบเดลิเวรี่ขึ้นมา แม้จะไม่สามารถนำเงินกลับมาเป็นผลกำไรให้กับบริษัท แต่ได้มีสิ่งใหม่เกิดขึ้นในบริษัท แม้สถานการณ์จะกลับเข้าที่แต่ทางร้านยังให้บริการเดลิเวอรี่ได้ ก็จะทำให้มีรายได้จากการเดลิเวอรี่เพิ่มอีกช่องทาง
 
นอกจากการทำเรื่องเดลิเวอรี่แล้ว คุณเอยังมีบริการส่งชุดชาบูสุกี้ให้ลูกค้าทั่วประเทศไทย โดยคงคุณภาพมาตรฐานต่างๆ เหมือนนั่งทานในร้าน ไม่ว่าลูกค้าอยู่ที่ไหนก็จะได้รับชุดชาบูสุกี้ที่มีคุณภาพมาตรฐานเหมือนในร้าน 
 
ปัญหาการทำธุรกิจร้านอาหาร
 

คุณเอ เล่าว่า การทำธุรกิจร้านอาหารในปัจจุบันมี 2 รูปแบบ คือ ร้านอาหารปกติทั่วไป และร้านอาหารแฟรนไชส์ ถ้าทำธุรกิจร้านอาหารปกติทั่วไป คนส่วนใหญ่คิดว่าทำง่าย คิดว่าทำอาหารเป็น ทำอาหารอร่อย ก็เปิดร้านได้แล้ว แต่จริงๆ การทำร้านอาหารมีองค์ประกอบหลายอย่าง หลายมิติ ที่จะทำให้เกิดเป็นร้านอาหาร 
 
ที่ผ่านมาคุณเอได้สอนทีมงานอยู่เสมอว่า ถ้าทำอาหารให้อร่อยทำได้ไม่ยาก เพราะจริงๆ ลูกค้าที่เข้ามานั่งทานในร้านอาหารเพราะเรื่องรสชาติ คุณภาพ การบริการต่างๆ ที่เป็นองค์ประกอบให้เกิดเป็นร้านอาหาร แต่คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจภาพมิติต่างๆ ของการทำร้านอาหาร คิดว่าทำอาหารเป็นก็เปิดได้แล้ว จึงทำให้ไม่เกิดความยั่งยืน 
 
ในส่วนของแฟรนไชส์ คนส่วนใหญ่อยากได้สูตรความสำเร็จ แต่เขาคิดว่าการได้แฟรนไชส์มาก็สำเร็จแล้ว แต่จริงๆ ไม่ใช่ เพราะแฟรนไชส์เป็นการเอื้อกันทั้งสองฝ่าย ช่วยเหลือกันให้สำเร็จไปด้วยกัน แม้ว่าผู้ได้แฟรนไชส์จะได้ระบบที่สำเร็จมาแล้ว แต่พอเปิดร้านแล้วหากขายไม่ดี ก็อาจมาจากบริการลูกค้าไม่ดี หรือไม่ควบคุมมาตรฐานตามระบบแฟรนไชส์
 
เป้าหมายของร้าน Mo-Mo-Paradise 
 

คุณเอ เล่าว่า Mo-Mo-Paradise วางแผนขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เปิดมา 13 ปี และจะเข้าปีที่ 14 บริษัทฯ ได้ขยายมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มต้น เปิดสาขาที่ 2 ระยะห่าง 1 ปีกว่าๆ จากสาขาแรก หลังจากนั้นได้ขยายปีละ 1-2 สาขา พอมาในช่วงหลังขยายปีละ 2-3 สาขา ไม่ได้เร่งขยายสาขาจนเกินไป แต่วางแผนขยายสาขาต่อเนื่อง แม้ว่าลูกค้าจะให้การตอบรับดีแต่จะไม่เร่งกอบโกย เพราะต้องการสร้างความยั่งยืนให้อยู่ต่อเนื่องกับลูกค้า ค่อยๆ สร้างคน ค่อยๆ สร้างทีมให้แข็งแกร่ง
 
เคล็ดลับทำร้านอาหารให้ประสบความสำเร็จ
 

 
คุณเอ เล่าว่า การทำร้านอาหารให้ประสบความสำเร็จ มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการ ให้ถามตัวเองก่อนว่าชอบนั่งร้านอาหารแบบไหน ชอบรสชาติอาหารแบบไหน อย่างกรณีร้าน Mo-Mo-Paradise ซึ่งเป็นของคุณเอเอง คุณเอก็อยากไปใช้บริการอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำ และมีความสุขทุกครั้งที่ไปใช้บริการที่ร้านของตัวเอง เชื่อว่าลูกค้าก็จะรู้สึกเช่นเดียวกับเรา 


ขอบคุณรูปภาพจาก Mo-Mo-Paradise
 
การทำร้านอาหารให้ประสบความสำเร็จ อย่าคิดทำเล่นๆ ต้องใส่ใจ ทุ่มเท จ้างคนอื่นมาทำก็ไม่ได้ ต้องลงไปดูแลอย่างใกล้ชิด ต้องตั้งใจส่งมอบสิ่งดีๆ ทุกสิ่งทุกอย่างที่มีคุณภาพมาตรฐานแก่ลูกค้า เพราะลูกค้าจะสามารถรับรู้ได้ว่าสิ่งของที่เราส่งมอบให้ไปนั้นดีหรือไม่ดี แต่ถ้าสิ่งของที่มอบให้ลูกค้าไม่ดี เราก็ไม่สามารถหลอกลูกค้าได้อย่างแน่นอน 
 
ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
 
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
 
ข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจ ติดตามได้ที่ www.thaifranchisecenter.com/document
 
รับฟังบทความต่างๆ ผ่านทาง PodCast ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ https://soundcloud.com/thaifranchisecenter