บทความทั้งหมด    บทความแฟรนไชส์    การเริ่มต้นธุรกิจแฟรนไชส์    เรื่องราวความสำเร็จ
5.4K
3 นาที
17 กุมภาพันธ์ 2564
รวยด้วยผัดกระเพรา! แฟรนไชส์กระเพราซาวห้า กำไรต่อวันไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท


ช่วงนี้คนตกงานเยอะมาก! รายได้ของคนก็น้อยลงชัดเจน! ถามว่าเศรษฐกิจแบบนี้จะขายอะไรดีที่ยังไงคนก็ต้องซื้อ และสำคัญคือต้องลงทุนไม่แพง เพราะบางคนมีเงินลงทุนไม่มาก บางทีเป็นเงินเก็บก้อนสุดท้าย ดังนั้นก่อนเลือกทำอะไรต้องคิดหนักตัดสินใจเยอะมาก
 
งานนี้ www.ThaiFranchiseCenter.com จัดให้กับสุดยอดแฟรนไชส์กระเพราซาวห้า ที่เราคิดว่าน่าสนใจมากเพราะขึ้นชื่อว่า “ผัดกระเพรา” ใครๆก็รู้จัก กินง่าย ทานง่าย ราคาไม่แพง แต่ถ้าจะให้ไปลงทุนเปิดร้านเอง โอกาสเสี่ยงเจ๊งสูง สู้เอาเงินมาลงทุนแบบแฟรนไชส์ที่เขาคิดสูตรกระเพราจนเป็นเอกลักษณ์ , วางระบบบริหารจัดการในร้านให้พร้อมขาย ที่สำคัญกว่าคือมีตัวอย่างของร้านที่ประสบความสำเร็จที่พร้อมให้ดูเป็นแบบอย่าง ใครที่ขยัน ตั้งใจทำจริง โอกาสรวยจาก “เมนูกระเพรา” ไม่ใช่เรื่องยาก
 
“กระเพราซาวห้า” กระเพราราคา 25 บาท


 
เจ้าของแฟรนไชส์กระเพราซาวห้าคือคือคุณ พงษ์พนัส มังคละคีรี (ตั๊ม) ที่ดีกรีเป็นถึงวิศวกรไฟฟ้า และครั้งหนึ่งเคยทำงานในกรุงเทพฯก่อนจะผันตัวเองกลับไปขอนแก่น  และเริ่มมองหา “อาชีพ” ที่เหมาะสม ไปลงตัวที่ “กระเพรา” เพราะความชอบในเมนูนี้เป็นทุนเดิม ไม่ต้องคิดอะไรมาก พอเริ่มคิดได้ก็ลงมือทำทันที เริ่มจากการตั้งโต๊ะเปิดร้านขายกระเพราริมทาง ในชื่อว่า “กระเพราซาวห้า” โดยคุณตั้ม เล่าว่า “คำว่า ซาวในภาษาอีสานหมายถึง 20 กระเพราซาวห้า ก็คือ กระเพรา 25 บาท เพราะเราขายในราคานี้ และคำนี้คนอีสานก็รู้จักดี และเป็นคำที่เมื่อเอามาตั้งชื่อร้านก็ดูแปลกใหม่ ทำการตลาดได้ง่ายด้วย” 


 
เปิดร้านวันแรกคุณตั๊มเล่าต่อว่า “ขายได้ 5 ห่อ ใช้หมูไปประมาณ 1 กก. เริ่มได้แค่นี้ก็ดีใจมากแล้ว แต่เราใช้วิธีการผัดที่ชั่ง ตวง วัตถุดิบอย่างมีระบบ รสชาติเลยคงที่ ทำให้ร้านกระเพราซาวห้าเริ่มเป็นที่รู้จักเร็วมาก วัตถุดิบที่ใช้จาก 1 กก. เพิ่มเป็น 3-5 กก. เรื่อยมาจนถึงใช้หมูวันละ 20 กก./วัน โดยกะเพรา 1ห่อจะใช้หมูปริมาณ 1 ขีด สำคัญคือมีน้ำซอส ที่เป็นสูตรสำเร็จ เพื่อให้ทุกห่อมีรสชาติเดียวกัน” เทคนิคการผัดกะเพราจะไม่ใช่น้ำมัน ต้นทุนมีเพียง พริก กระเทียม กะเพรา น้ำซอส และหมู และค่าแก๊ส รวมทุกอย่าง ค่าแรง ค่าเช่า และกระดาษ ถุง รวมๆต้นทุนอยู่ที่ประมาณห่อละ 15 บาท กำไรต่อห่อประมาณ 10 บาท
 
รางวัลชนะเลิศอันดับ 2 รายการ GSB STREET FOOD เปลี่ยนชีวิต


 
หลังจากที่กระเพราซาวห้าเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น จุดเปลี่ยนสำคัญคือการได้เข้าร่วมแข่งขันในรายการ GSB STREET FOOD เปลี่ยนชีวิต ซึ่งจัดโดยธนาคารออมสิน ผลการแข่งขัน กระเพราซาวห้าได้รางวัลชนะเลิศอันดับ 2 แต่ที่สำคัญกว่าคือการได้รับคำแนะนำจาก เชฟชุมพล แจ้งไพร  มิชลีนสองดาวคนแรกของประเทศไทย ที่ช่วยทำให้กระเพราซาวห้าเริ่มขยายธุรกิจเติบโตมากขึ้น มีการแนะนำเรื่องระบบแฟรนไชส์เพื่อให้มีความเป็นมาตรฐานและขยายสาขาได้เพิ่มมากขึ้น จากสาขาแรกที่ตลาดจัมโบ้ จนถึงตอนนี้กระเพราซาวห้ามีสาขาทั่วประเทศกว่า 50 แห่ง และมีแนวโน้มจะขยายสาขาเพิ่มมากขึ้นในอนาคตด้วย
 
ลงทุน 35,000 บาท เปิดร้านได้ทันที


 
คุณตั๊มให้ข้อมูลว่า เริ่มจากสาขาแรกที่ตลาดจัมโบ้ ตอนนั้นเราทดลองเปิดแฟรนไชส์สาขาแรกตั้งราคาแฟรนไชส์ไว้ 20,000 บาทเป็นการเปิดตลาดแฟรนไชส์และลองให้เขาไปขาย ซึ่งก็ประสบความสำเร็จมากเริ่มมีคนสนใจมากขึ้น แต่ปัญหาหนึ่งที่เจอคือคนลงทุนไปซื้ออุปกรณ์แพงเกินไปทำให้ร้านไม่มีกำไร เช่นไปซื้อเครื่องปั่นราคา 3,000 – 5,000 ซึ่งแพงเกินไปและไม่จำเป็นต้องลงทุนขนาดนั้น ตอนหลังเพื่อลดต้นทุนให้เขามีกำไรมากขึ้น จึงได้จัดเซตอุปกรณ์เบื้องต้นเข้าไปและปรับราคาแฟรนไชส์ให้เหมาะสม

ปัจจุบันราคาแฟรนไชส์อยู่ที่ 35,000 บาท โดยสิ่งที่ผู้ลงทุนจะได้รับคือ
  1. อุปกรณ์ผัดให้ 2ชุด (เตาผัด +กระทะ)
  2. อุปกรณ์การขายอื่นๆ (ช้อน/ถุง/ภาชนะต่างๆพร้อมขาย) ฯลฯ
  3. หม้อหุงข้าวแก๊สขนาดใหญ่ 100 เสิร์ฟ
  4. เสื้อ/ผ้ากันเปื้อน/หมวก/ถุงมือ
  5. ซอสสำเร็จรูปของกะเพรา ซาวห้า สามารถ ผัดได้ 1,000 ห่อ
  6. กระดาษห่อ 1,000 ห่อ
 
โดยมีทีมงานไปสอน ในวันเปิดร้าน ตั้งแต่การ หุงข้าว การ ห่อ จนถึงเทคนิคการผัด 3 วัน มีการตกแต่งร้าน ป้ายสื่อไวนิล ตามความเหมาะสม เป็นแฟรนไชส์ไม่มีส่วนแบ่งการตลาด ไม่เก็บรายเดือน และรายปีให้คนลงทุนมีกำไรมากขึ้น
 
ตัวอย่างความสำเร็จ “กระเพราซาวห้า” กำไรเฉลี่ยต่อวันประมาณ 1,000 บาท


 
ก่อนจะลงทุนต้องมีการพูดคุยรายละเอียดและปรับทัศนคติในการเปิดร้านให้เข้าใจตรงกัน จากนั้นจะประเมินศักยภาพคนลงทุนว่าในทำเลที่ลูกค้ากล่าวมา จะขายได้ประมาณเท่าไหร่ มีค่าใช้จ่ายต่อวันอะไรบ้าง สมมุติว่ามีต้นทุนค่าเช่าที่วันละ 700 บาท คนลงทุนต้องพยายามทำตามที่แฟรนไชส์แนะนำเพื่อให้มีกำไรมากขึ้น ซึ่งเบื้องต้นหากทำได้จะมีกำไรเฉลี่ยห่อละ 10 บาท ถ้าขายได้ 100 -150 ห่อก็มีกำไร1,000 -1,500 บาท เมื่อหักค่าเช่าที่ค่าพนักงานก็จะมีกำไรสุทธิประมาณ 300 -800 บาท แต่ถ้าเป็นการขายที่มีจำนวนมากขึ้น ก็ต้องมาคำนวณเพิ่มเรื่องจำนวนคนเป็นรายจ่ายที่มากขึ้น 
 
อย่างไรก็ดีคุณตั๊มเล่าว่า “ วิธีคิดของเราที่คุยกับคนลงทุนจะไม่เน้นกำไรต่อห่อ แต่เราจะเน้นกำไรต่อ 1 กระทะ เพราะการผัดกระเพราของเรา 1 ครั้งขายกระเพราได้ประมาณ 10 ห่อ ดังนั้นจะเราจะพูดว่ากำไรของเรากระทะละ 100 บาทมากกว่า และกลุ่มลูกค้าที่มาซื้อส่วนใหญ่คืออายุประมาณ 30-40 ที่ส่วนใหญ่มีครอบครัวแล้ว ซึ่งการซื้อก็ไม่ใช่แค่ห่อเดียวแต่บางที 2-4 ห่อ/คน ราคา 25 บาทของเราก็เป็นราคาดึงดูด มันลงตัวพอดี ซื้อ 2 ห่อ 50  4 ห่อ ก็ 100 เป็นต้น “



ตัวอย่างของความสำเร็จเช่นที่ตลาดจัมโบ้ที่เป็นแฟรนไชส์สาขาแรกของกระเพราซาวห้า โดยผู้ลงทุนเริ่มต้นจากคนที่ไม่มีอาชีพไม่รู้จะทำอะไร มาลงทุนเปิดร้านขายกระเพราซาวห้า ปรากฏว่าได้การตอบรับเป็นอย่างดี สร้างรายได้เฉลี่ยต่อวันไม่ต่ำกว่า 3,000 -4,000 บาท หักรายจ่ายอื่นๆ แล้วก็ยังเหลือกำไรที่ดีกว่าทำงานประจำ
 
แม้ตอนหลังแม้จะมีคู่แข่งมากขึ้นแต่ยอดขายก็ไม่ได้ลดลงไปจากเดิมมากนักหรืออีกหนึ่งเคสตัวอย่างเป็นคนที่เจอปัญหาเศรษฐกิจจากกรุงเทพกลับมาอยู่บ้านที่ขอนแก่นก็ไม่รู้จะทำอะไร และเข้ามาปรึกษา ซึ่งลูกค้ารายนี้เริ่มต้นจากไม่มีทำเลของตัวเองก็ตระเวนหาทำเลในการขายด้วยกัน จนเขาเริ่มทำ ตอนนี้ขายได้ประมาณ 6 เดือน เขามียอดขายจำนวนมากขั้นต่ำต่อวันไม่ต่ำกว่า 500 ห่อ สร้างรายได้ต่อเดือนมากกว่า 10,000 บาท หักต้นทุนต่างๆ ก็ยังเหลือกำไรที่มากพอตัวและตอนนี้ก็มีแผนจะขยายสาขาตัวเองเพิ่มขึ้นด้วย
 
ผัดกระเพราก็เหมือนๆ กัน ทำไมต้องลงทุน “กระเพราซาวห้า”


 
เชื่อว่าหลายคนต้องคิดว่า “ก็แค่ผัดกระเพรา ทำเองก็ได้ไม่เห็นต้องซื้อแฟรนไชส์”  ซึ่งแน่นอนว่าทุกคนทำผัดกระเพราเป็น เพราะทำไม่ยาก แต่การจะทำให้ผัดกระเพรามีจุดเด่น เป็นเรื่องยาก บางคนทำรสชาติไม่เหมือนกัน วันนี้รสชาติแบบนี้ พรุ่งนี้รสชาติเปลี่ยน แบบนี้ลูกค้าจะไม่จดจำ และไม่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง โดยกระเพราซาวห้าให้ความสำคัญกับ “คุณภาพ” “รสชาติ” เป็นอันดับแรก
 
เทคนิคการผัดคือการควบคุมความร้อน และใช้น้ำซอสสำเร็จที่ทำให้รสชาติของกระเพราซาวห้าแตกต่าง กลิ่นหอมชัดเจน กินสาขาไหนรสชาติก็เหมือนกัน ที่สำคัญถ้าลงทุนกับกระเพราซาวห้าจะได้Know How เรียนรู้วิธีการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบให้เหมาะสมกับราคา สามารถตั้งราคาขาย 25 บาทได้โดยไม่ต้องลดคุณภาพสินค้า ซึ่งหากเปิดร้านเอง ต้องมาลองผิดลองถูกเอง ทำให้เสียเวลาแทนที่จะเดินหน้าสร้างกำไรก็ต้องมาเริ่มต้นนับหนึ่งซึ่งทำให้เสียเวลาโดยไม่จำเป็น


 
การลงทุนกับกระเพราซาวห้าก็ไม่มีส่วนแบ่งการตลาด ไม่มีค่ารายเดือน รายปี เป็นการลงทุนครั้งเดียวจบ ค่าใช้จ่ายก็คือเงินหมุนเวียนที่ใช้ภายในร้านเท่านั้น รายได้ก็อยู่กับเจ้าของร้านทุกบาททุกสตางค์ และที่สำคัญกว่าคือกระเพราซาวห้าเป็นที่รู้จักและหลายคนยอมรับในรสชาติ ทำการตลาดง่าย คนที่ขยัน และตั้งใจทำจริง มีรายได้จากธุรกิจนี้ดีเกินกว่าที่คิด
 
โดยในปี 2564 นี้ แฟรนไชส์กระเพราซาวห้า วางแผนจะขยายสาขาเพิ่มอีก 30 แห่ง หากสำเร็จตามแผนจะทำให้ปีนี้กระเพราซาวห้ามีสาขาทั่วประเทศรวมกว่า 80 แห่ง และยิ่งกว่านั้นคุณตั๊มยังมองการณ์ไกลถึงการกระจายรายได้ไปสู่เกษตรกรมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นการวิจัยพันธุ์กระเพราที่เหมาะสมเกษตรกรได้ปลูกและมีคนรับซื้อ หรือเกษตรกรที่ปลูกพริกให้สามารถขายได้มากขึ้น รวมถึงยังตั้งใจจะนำพาเมนูผัดกระเพราให้เป็นที่ยอมรับในสายตาของคนต่างชาติมากขึ้น จึงนับได้ว่าแฟรนไชส์กระเพราซาวห้าไม่ใช่แค่แฟรนไชส์ที่ให้คนลงทุนมีธุรกิจทำไปวันๆ แต่กระเพราซาวห้าต้องการให้ทุกคนที่ลงทุนสามารถเติบโตและมีรายได้แบบไร้ขีดจำกัด เป็นธุรกิจทางเลือกทางรอดที่สร้างรายได้ให้กับทุกคนที่ตั้งใจทำจริงๆ 
 
ข้อมูลเพิ่มเติม  https://bit.ly/39NPzuJ