บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
2.5K
2 นาที
15 กุมภาพันธ์ 2564
กล้าทำ! รวย!  5 ร้านอาหารของคนที่เลิกเป็น “มนุษย์เงินเดือน”


 
คำว่า “ไม่กล้า” กลายเป็นกรอบความคิดที่ทำให้หลายคนยังยึดติดกับการเป็น “มนุษย์เงินเดือน” ทั้งๆที่รู้ดีว่างานที่ทำก็มีแต่ช่วยทำให้เจ้าของรวยขึ้นๆ  ในขณะที่ตัวเองรายได้เท่าเดิม เพิ่มเติมคือสุขภาพจิตยิ่งแย่ไปทุกที ยิ่งบางบริษัทไม่มีสวัสดิการ ไม่มีเบี้ยเลี้ยง ไม่มีโบนัส แต่เราก็ยังไม่ “กล้า” ที่จะลาออก เพราะคิดแค่ว่า “ลาออกแล้วจะไปทำอะไร” 

www.ThaiFranchiseCenter.com คิดว่าสิ่งสำคัญอย่างแรกของคนอยากรวยคือ “ต้องกล้าอย่างมีเป้าหมาย” ซึ่งธุรกิจ “ร้านอาหาร” คือการลงทุนที่น่าสนใจ มีมนุษย์เงินเดือนหลายคนที่ลาออกแล้วมาเริ่มทำธุรกิจนี้เติบโตมีรายได้ ซึ่งแนวทางเบื้องต้นของคนที่อยากเปลี่ยนตัวเองจากมนุษย์เงินเดือนมาสู่เจ้าของร้านอาหารควรมีแนวทางดังนี้
 
1. วางแผนธุรกิจอย่างรอบคอบ


ภาพจาก Freepik
 
อย่าออกจากงานเพียงเพราะโมโหหรือเพราะไม่พอใจเจ้านาย แต่ถ้าจะลาออกมาทำร้านอาหารก็ต้องเกิดจากความรู้สึกที่อยากทำจริงๆไม่ใช่การประชด และต้องรู้ด้วยว่าเราจะทำร้านอาหารแนวไหน อย่างไร มีการวางแผนธุรกิจอย่างชัดเจน
 
2. สำรวจเงินในการลงทุน
 
เงินทุนเป็นสิ่งสำคัญลองคิดให้รอบคอบว่าเรามีเงินทุนเท่าไหร่ ขนาดร้านที่เราตั้งใจเริ่มต้น เงินทุนเราพอไหม ถ้าไม่พอจะทำยังไง จะยืมจากคนรู้จัก หรือจะกู้จากสถาบันการเงิน อย่าลืมเรื่องเงินทุนหมุนเวียน และเงินสำรองในกรณีฉุกเฉิน และที่สำคัญควรมีเงินที่เหลืออีกส่วนหนึ่งเพื่อการลงทุนไม่ประสบความสำเร็จ
 
3. ทำควบคู่ไปกับงานประจำก่อน
 
ขอแนะนำว่าช่วงแรกอย่าออกจากงานในทันที แต่ให้ลงมือทำร้านอาหารตัวเองควบคู่กับงานประจำ ซึ่งแน่นอนว่าเราอาจจะเหนื่อยในช่วงแรก ไหนจะงานประจำ ไหนจะงานที่ร้าน แต่ข้อดีของวิธินี้คือทำให้เรามีหลักประกันว่าถ้าธุรกิจเราไม่ดีอย่างที่คิดก็ยังพอเหลืองานประจำให้ทำได้ หรือถ้าร้านอาหารเราไปได้สวยเริ่มอยู่ตัว ค่อยลาออกมาทำเต็มตัวก็ได้
 
4. ต้องทำงานหนักแบบไม่มีวันหยุด


ภาพจาก  Freepik
 
อยากรวยก็ต้องขยันมากขึ้น คนทำงานประจำอาจจะมีวันหยุด แต่ถ้าทำธุรกิจตัวเองต้องยอมรับว่าวันหยุดเราแทบจะไม่มี ไหนจะปัญหาจิปาถะที่ต้องแก้ไข คนที่อยากเปิดร้านอาหารต้องเข้าใจจุดนี้ ถ้ายอมรับได้ก็เริ่มเดินหน้าต่อได้
 
5. รายได้ที่อาจจะผันผวน
 
ข้อดีของการทำงานประจำคือรายได้แน่นอน แต่ลงทุนเปิดร้านอาหารมีตัวแปรรายได้หลายอย่าง ยิ่งเปิดร้านใหม่ลูกค้าไม่รู้จัก แถมเรายังไม่มีประสบการณ์อาจมีข้อผิดพลาดหลายอย่าง รายได้อาจจะมีการผันผวน เดือนแรกๆ อาจจะยังไม่มีกำไรทันที อันนี้ต้องวางแผนรับมือไว้ล่วงหน้า
 

5 ร้านอาหารของคนที่เคย “ทำงานประจำ”
 
แค่พูดทฤษฏีมันคงไม่เห็นภาพเราได้ลองรวบรวมตัวอย่างของ 5 ร้านอาหารของคนที่เคยทำงานประจำ  ลองไปดูแนวคิดหลักการว่าเขาทำอย่างไรจึงประสบความสำเร็จได้
 
1. ร้าน Li Na Fishball Noodle


ภาพจาก My Nice Home
 
เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาชื่อดังในสิงคโปร์ เจ้าของร้านเคยเป็นพนักงานไฟแนนท์มาก่อน หลังทำงานประจำมา 8 ปี ได้เริ่มมาทำร้านอาหารของตัวเอง กลยุทธ์ที่ใช้คือการทำคลิปปรุงก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาลงในเฟซบุ๊ก และกลายเป็นไวรัลในทันทีและจากกระแสในจุดนี้ก็ดึงดูดให้สื่อต่าง ๆ มาสัมภาษณ์ ทำให้ร้านได้รับการประชาสัมพันธ์ และลูกค้าก็หลั่งไหลมาใช้บริการ ทำให้เจ้าของร้านเข้าสู่จุดคุ้มทุนภายในไม่กี่เดือน
 
2. ร้าน Kopifellas


ภาพจาก My Nice Home
 
เป็นร้านกาแฟในสิงคโปร์ของอดีตพนักงานธนาคาร ที่เจ้าของร้านบอกว่าเริ่มเบื่อกับวัฒนธรรมองค์กร เริ่มเปิดร้าน Kopifellas สาขาแรกที่ Timber+ ซึ่งเป็นศูนย์อาหารทันสมัย   และใช้กลยุทธ์สร้างบรรยากาศร้านให้ประทับใจลูกค้าจนดูโดดเด่นและมีเอกลักษณ์มีจุดขายในตัวเอง นำไปสู่ความสำเร็จสามารถขยายอีก 2 สาขาที่ศูนย์อาหารแห่งอื่น และเมื่อ Kopifellas กลายเป็นที่รู้จักและธุรกิจเริ่มอยู่ตัว เขาก็แตกไลน์ธุรกิจมาสู่ร้าน FellasCube คอฟฟี่ช้อปสไตล์โบราณที่กลางวันให้บริการอาหารและกาแฟ แต่กลางคืนเปลี่ยนเป็นบาร์ทันสมัย
 
3. ร้าน Hakka Hamcha & Yong Tou Fu


ภาพจาก Seth Lui
 
เจ้าของร้านแห่งนี้เคยทำงานประจำมา 6 ปีในตำแหน่งผู้จัดการของบริษัทแห่งหนึ่ง และได้นำเงินเก็บจากการทำงานมาเปิดร้านอาหารของตัวเอง และเนื่องจากไม่มีประสบการณ์ในการทำร้านอาหารมาก่อน ช่วงแรกจึงต้องเผชิญกับความยากลำบาก แต่ก็ค่อย ๆ เรียนรู้ไปจนเข้าที่เข้าทาง กระทั่งได้รับรางวัล Promising New Hawker Award –ร้านแผงลอยดีเด่นจากสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ หรือ NEA (New Economy Academy) ของสิงคโปร์ พร้อม ๆ กับชื่อเสียงที่ตามมาและเป็นที่รู้จักมากขึ้น
 
4. ร้าน Awfully Chocolate


ภาพจาก Changi Airport
 
เจ้าของร้านแห่งนี้เคยทำงานเป็นทนายความมาก่อน และเมื่อหันหลังให้งานที่เคยทำ จึงได้มาเปิดร้าน Awfully Chocolate ที่จำหน่ายเค้กและเบเกอรี่แบบพรีเมี่ยม โดยเขาได้นำเอาแนวคิดและรูปแบบการทำงานในสมัยที่ยังเป็นทนายมาปรับใช้ในการบริหารจัดการร้านอย่างมีระบบ จนกระทั่งมีการขยายสาขาไปยังต่างประเทศในรูปแบบแฟรนไชส์สร้างรายได้ดียิ่งกว่าตอนที่ทำงานประจำ
 
5. ร้าน 545 Whampoa Prawn Noodles


ภาพจาก Miss Tam Chiak
 
เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวชื่อดังในสิงคโปร์เช่นกัน ในอดีตเคยเป็นพนักงานด้านไฟแนนท์ให้บริษัทแห่งหนึ่ง แต่ธุรกิจนี้พิเศษตรงเจ้าของร้านเป็นรุ่นที่ 3 คือเป็นธุรกิจที่ไม่ได้เริ่มต้นด้วยตัวเอง แต่เมื่อลาออกจากงานประจำ ก็ได้นำเอาความรู้ด้านการเงิน การบริหารมาปรับใช้กับการทำร้านอาหาร ต่อยอดให้ร้านอาหารเติบโตได้ดียิ่งกว่าเดิมจนกลายเป็นร้านที่มีชื่อเสียงมากขึ้นรู้จักกันทั้งประเทศ
 
สิ่งสำคัญของการผันตัวเองจากคนทำงานประจำสู่เจ้าของกิจการคือการวางแผนและการบริหารจัดการ รวมถึงการมีธุรกิจของตัวเองต้องหมายถึงความรับผิดชอบที่มากขึ้น สมัยที่เป็นลูกจ้างอาจไม่ต้องกังวลเรื่องอื่นนอกจากทำงานที่ตัวเองได้รับมอบหมาย แต่เมื่อมีธุรกิจเราต้องคิดให้รอบด้าน เอาใจใส่ลูกน้องทุกคนให้เหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน การบริหารคนที่มีประสิทธิภาพเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้
 
ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
 
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
 
ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจ ติดตามได้ที่ www.thaifranchisecenter.com/document/
 
รับฟังบทความต่างๆ ผ่านทาง PodCast ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ https://soundcloud.com/thaifranchisecenter
 
ขอบคุณข้อมูล
 



ท่านใดสนใจอยากให้ร่างสัญญาแฟรนไชส์โดยถูกต้องตามหลักกฎหมายแจ้งความประสงค์ได้ที่
โทร : 02-1019187, Line : @thaifranchise

 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
7 เหตุผลที่ทุกธุรกิจต้องการโปรแกรม HR จาก ByteHR
477
อวสานวงการบันเทิงไทย ถอยหลัง ตกยุค เรตติ้งตก?
413
โหดสุด! สมรภูมิชาจีนยุคใหม่ ไม่เหลือใครไว้ข้างหล..
379
ปี 2568 อวสานธุรกิจไทย บทเรียนที่แก้ไขไม่ได้
376
วิกฤติหนัก เศรษฐกิจไทย “เผาหลอก” ปีนี้ “เผาจริง..
362
อวสานห้างไทยในตำนาน คน แบรนด์ สถานที่
361
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด