บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
829
3 นาที
10 พฤษภาคม 2562
แอปเปิ้ลมหัศจรรย์ของ Akinori Kimura ที่ใช้เวลาปลูกมากกว่า 10 ปี
 

ภาพจาก https://bit.ly/2E2qhZn

วันก่อนดิฉันได้ดูภาพยนตร์สารคดีญี่ปุ่นที่สร้างจากเรื่องจริง ชื่อว่า 奇跡のリンゴ หรือชื่อภาษาอังกฤษคือ Miracle Apple แปลว่า แอปเปิ้ลมหัศจรรย์ ตอนแรกดูแบบไม่ได้คาดหวังว่าจะเป็นหนังดี แต่พอดูแล้วรู้สึกซาบซึ้ง อบอุ่น และรู้สึกดีอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้นดิฉันรู้สึกชื่นชมถึงความพยายามอย่างมากของคุณ Akinori Kimura ที่ใช้ความพยายามมากกว่า 10 ปีในการปลูกแอปเปิ้ลโดยวิธีธรรมชาติ
  
เนื้อเรื่องเกี่ยวกับ คุณคิมุระ ซึ่งเป็นชาวเมือง Hirosaki จังหวัดอาโอโมริ ในวัยเด็ก คิมุระเป็นคนที่ชอบทดลองถอดสิ่งของต่างๆเพื่อค้นหาส่วนประกอบข้างใน และดัดแปลงสิ่งเหล่านั้นโดยหวังจะพัฒนาให้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องเสียง หรือมอเตอร์ไซค์ แต่เขามักจะโดนพ่อแม่และครูตำหนิก่อนที่จะทำได้สำเร็จ พอเรียนจบชั้นมัธยมปลาย คิมุระก็เข้าทำงานในบริษัทที่โตเกียว ต่อมาเขาได้กลับมาบ้านเกิดเพื่อแต่งงารกับ Mieko ซึ่งเป็นเพื่อนตั้งแต่สมัยเด็ก ครอบครัวของมิเอโกะมีเพียงสองพ่อลูกเท่านั้น ดังนั้นเมื่อแต่งงานไป คิมุระจะทำหน้าที่เป็นผู้สืบทอดตระกูล โดยต้องดูแลสวนแอปเปิ้ลของครอบครัว 
 
แอปเปิ้ลถูกนำมาปลูกที่ประเทศญี่ปุ่นจากสหรัฐอเมริกากว่า 130 ปีมาแล้ว ด้วยสภาพอากาศอุ่นชื้นในญี่ปุ่นทำให้แอปเปิ้ลก็ยังคงอ่อนแอต่อโรคและแมลง ทำให้ต้องใช้ปุ๋ยและยาฆ่าแมลงจำนวนมาก ในช่วงเริ่มทำสวนแอปเปิ้ล Kimura ใช้ยาฆ่าแมลงเหมือนเกษตรกรคนอื่นๆ เพราะทุกคนเชื่อว่า “การปลูกแอปเปิ้ลโดยไม่ใช้ยาฆ่าแมลงนั้นเป็นอะไรที่เป็นไปไม่ได้” กล่าวกันว่าหากพ่นยาฆ่าแมลงในปริมาณที่เหมาะสม ผลไม้ก็จะปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค


ภาพจาก https://bit.ly/2E2qhZn

แต่สำหรับตัวเกษตรกรเองอย่างคิมุระ จะต้องทนกับอาการแพ้ทางผิวหนังเพราะจะเกิดอาการคันมากทุกครั้งที่พ่นยา มิเอโกะภรรยาของเขายังแพ้ยาฆ่าแมลงอย่างรุนแรงถึงขนาดผิวหนังลอกและล้มป่วยหนักเป็นเดือนทุกครั้งหลังการพ่นยา

คิมุระยังพบว่าเกษตรกรปลูกแอปเปิ้ลจำนวนมากก็แพ้ยาเช่นเดียวกัน และการใช้ปุ๋ยซึ่งมีไนโตรเจนก็ส่งผลเสียทางสุขภาพต่อเด็กเล็กๆได้ เขาจึงคิดหาวิธีที่จะปลูกแอปเปิ้ลโดยไม่ใช้ยาฆ่าแมลง โดยคิดว่าหากเขาทำสำเร็จจะสามารถช่วยเกษตรกรคนอื่นๆและช่วยผู้บริโภคให้ได้รับประทานผลไม้ที่ไม่มีสารปนเปื้อน   
 
ในการทดลองแรกๆ คิมุระได้ลดยาฆ่าแมลงทำให้ผลผลิตลดลงแต่ยังได้กำไรเพราะลดเงินที่ต้องจ่ายเพื่อซื้อยาฆ่าแมลง เขาจึงคิดว่าจะเลิกใช้ยาฆ่าแมลงไปเลย แต่แล้วก็ต้องพบว่าการลดยาฆ่าแมลงกับการไม่ใช้เลยแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง คิมุระได้ศึกษาตำราการปลูกแอปเปิ้ลโดยวิธีธรรมชาติมากมาย ตั้งแต่สภาพของดิน วัชพืช

ไปจนถึงธรรมชาติของแมลงชนิดต่างๆ เขาได้ลองพ่นสารธรรมชาตินานาชนิดเพื่อหวังจะทดแทนยาฆ่าแมลงไม่ว่าจะเป็น น้ำส้มสายชู กระเทียม วาซาบิ นม น้ำโซดา หัวหอม ไข่ขาว ฯลฯ แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าต้นแอปเปิ้ลก็ยังคงเหี่ยวเฉาปราศจากดอกและผลอยู่นั่นเอง
 
5 ปีผ่านไป ครอบครัวของคิมุระไม่มีรายได้จากการขายแอปเปิ้ลซึ่งเป็นผลไม้หลักแม้แต่เยนเดียว เมื่อปราศจากยาฆ่าแมลง แอปเปิ้ลโดนหนอนและแมลงที่หนีตายมาจากสวนอื่นรุมกินโต๊ะหรือไม่ก็เป็นโรคตาย ครอบครัวของเขามีเพียงรายได้เล็กๆน้อยๆจากการขายผักที่ปลูกไว้ข้างๆสวนทำให้ต้องอยู่อย่างยากจนข้นแค้นต่างจากชาวสวนแอปเปิ้ลคนอื่นๆ

เวลายิ่งผ่านไปนานเท่าไร เพื่อนบ้านชาวสวนคนอื่นๆก็มองครอบครัวของคิมุระด้วยสายตาแปลกแยกและแทบไม่พูดคุยกับครอบครัวของเขาเลย ทุกคนซุบซิบนินทาว่าเขาเป็น “ไอ้พวกขี้แพ้” คิมุระต้องขายสวนบางส่วนและเอาบ้านไปจำนองเพื่อนำเงินมาดำรงชีวิต

ภาพจาก https://bit.ly/2WCrbmO

เขายังเป็นชาวสวนเพียงคนเดียวที่ต้องเข้าไปทำงานเป็นยามในโตเกียวในช่วงฤดูหนาว พอหนักๆเข้าคนรอบตัวของเขาแม้แต่พ่อแม่ก็หันหลังให้ เพราะอับอายที่ลูกชายในฐานะหัวหน้าครอบครัวไม่สามารถเลี้ยงดูลูกเมียให้สุขสบายได้ แม้แต่เพื่อนสนิทของเขาเองก็ตัดขาดความเป็นเพื่อน เพราะไม่เห็นด้วยกับความหัวรั้นของเขาจนทำให้ครอบครัวต้องเดือดร้อน เวลาผ่านไปเจ็ดแปดปี คิมุระโดนชับออกจากสังคมโดยสิ้นเชิงโดยเพื่อนและญาติต่างมองเขาว่า “บ้าไปแล้ว” ที่ยอมแลกชีวิตที่สุขสบายกับการปลูกแอปเปิ้ลโดยวิธีธรรมชาติ คิมุระทำใจยอมรับความพ่ายแพ้โดยขอเลิกกับภรรยาและตัดสินใจจะฆ่าตัวตาย 
 
ใต้แสงจันทร์บนภูเขาขณะที่เขากำลังหาวิธีแขวนเชือกผูกคอตัวเองนั้น เขาก็ได้พบว่าผลไม้ในป่าช่างงดงามโดยปราศจากการดูแลรักษาจากมนุษย์ การสังเกตว่าต้นไม้นั้นมีรากที่แข็งแรงลึกลงดิน ทำให้เขาได้ค้นพบความจริงที่พยายามค้นหามาเกือบสิบปีว่า “ต้นไม้โตเอง ใบไม้ผลิเอง ผลไม้โตได้เอง” หากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม การที่จะให้ต้นแอปเปิ้ลโตได้โดยไม่ใช้ยาฆ่าแมลงและปุ๋ยก็คือ จะต้องทำสภาพแวดล้อมให้เหมือนธรรมชาติมากที่สุด 
 
คิมุระกลับมาบ้านด้วยความหวังอีกครั้ง เขาลงมือศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอีกมากมาย พร้อมๆกับการทำงานพาร์ทไทม์เป็นบ๋อยเสิร์ฟอาหารเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว เขาทำสภาพแวดล้อมของสวนให้เหมือนธรรมชาติมากที่สุด แล้วความพยายามของเขามากกว่าสิบปีก็เริ่มเป็นผล เมื่อเพื่อนบ้านเริ่มสังเกตว่าสวนผลไม้ของเขานั้นมีสภาพแวดล้อมดีมาก มีนกและสัตว์มากมายเข้ามาอาศัยอยู่ ผักและผลไม้ชนิดอื่นๆที่พวกเขาปลูกก็ผลใหญ่และรสชาติดีเยี่ยม ในปีถัดมาในที่สุดสิ่งที่เขารอคอยก็มาถึง

ภาพจาก https://bit.ly/2WCrbmO

เขาได้พบว่าต้นแอปเปิ้ลก็ออกดอกบานสะพรั่งเต็มสวนและตามมาด้วยผลแอปเปิ้ลที่งดงาม คิมุระร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจอย่างสุดซึ้ง แอปเปิ้ลจากฟาร์มของคิมุระนั้นรสชาติหวานอร่อย จนลูกค้าหลายๆคนกล่าวว่า “เกิดมาไม่เคยกินแอปเปิ้ลที่อร่อยขนาดนี้มาก่อน” เขาได้รับออร์เดอร์มากมายไม่ขาดสายจากทั่วญี่ปุ่นรวมถึงภัตตาคารหรูๆในประเทศอื่น รายการทีวี NHK ยังนำเรื่องราวของเขาไปสร้างเป็นสารคดี ในปัจจุบันคิมุระได้รับเชิญไปบรรยายเรื่องการทำเกษตรแบบธรรมชาติทั่วญี่ปุ่นและอีกหลายประเทศทั่วโลก นักวิจัยต่างๆยืนยันว่าการปลูกพืชแบบธรรมชาติของคิมุระนั้นมีความเป็นวิทยาศาสตร์มาก 
 
วิธีที่คิมุระใช้ปลูกแอปเปิ้ลต่างจากการปลูกแบบออร์แกนิก เพราะไม่เพียงแต่ไม่ใช้ยาฆ่าแมลงเท่านั้น เขายังไม่ใช้ปุ๋ยใดๆแม้แต่ปุ๋ยหมักก็ตาม วิธีของเขาคือเข้าไปแทรกแซงการปลูกให้น้อยที่สุด และทำให้สวนเป็นเหมือนป่าธรรมชาติให้มากที่สุดเขายังปฏิบัติกับผักผลไม้ราวกับว่ามีชีวิต คิมุระกล่าวว่า “ทุกๆอย่างมีจิตวิญญาณอยู่ เราจะต้องแสดงความขอบคุณพืชพันธุ์ทั้งหลาย ที่ออกดอกออกผลให้เรากิน”

เขาจึงคิดอยู่ตลอดเวลาว่า “จะทำอย่างไรให้พวกผักผลไม้มีความสุข” หรือ “ผักผลไม้คงดีใจถ้าเราทำแบบนี้”    เขาย้ำว่า การทำเกษตรธรรมชาติต้องอาศัยประสบการณ์ ความรู้เกี่ยวกับฟาร์ม และสำคัญที่สุดคือ ความรู้สึกขอบคุณธรรมชาติที่สร้างความสมดุลโดยมอบความหลากหลายของสิ่งมีชิวิตต่างๆ 
 
ที่คิมุระมีวันนี้ก็เพราะกำลังใจจากภรรยา พ่อตาและลูกๆที่เชื่อมั่น ไม่เคยหมดหวังในตัวเขา และคอยให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลังไม่ว่าเขาจะทำอะไร เขากล่าวว่า “หากเรายืนหยัดในการค้นหาสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากๆ วันหนึ่งเราจะได้พบคำตอบที่เราต้องการ”  ดิฉันก็เชื่อว่าหากเราพยายามทำอะไรอย่างถึงที่สุดแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำสิ่งที่เป็นประโยชน์กับผู้อื่น สุดท้ายจะมี “มือที่มองไม่เห็น” มาช่วยให้เราทำสำเร็จจนได้ค่ะ


life inspired by พิชชารัศมิ์ และ marumura