บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
289
3 นาที
18 พฤษภาคม 2569
ด้านมืดของคนถูกหวย ที่ไม่เคยรวยนาน!
 

หวยหรือล็อตเตอรี่ เริ่มต้นขึ้นครั้งแรกตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 หรือในปี พ.ศ. 2375 ที่ตอนนั้นเรียกว่าหวย ก ข แต่ถ้าเป็นรูปแบบลอตเตอรี่จะเริ่มครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 5 หรือ พ.ศ. 2417 นับเฉพาะแบบลอตเตอรี่อายุตอนนี้ก็กว่า 152 ปี

ซึ่งลอตเตอรี่ทุกวันนี้แทบไม่ต่างจากความหวังของคนไทย แม้จะรู้ดีว่ามีโอกาสถูกรางวัลน้อยมากแต่ก็ยังอยากเสี่ยงเผื่อว่าจะมีดวงฟลุ๊คเข้าสักวัน ถ้าไปดูโอกาสถูกรางวัลจากการซื้อลอตเตอรี่จะพบว่า
  • รางวัลที่ 1 (รางวัลละ 6 ล้านบาท) โอกาสถูกรางวัล 0.0001%
  • รางวัลที่ 2 มี 5 รางวัล รางวัลละ 200,000 บาท โอกาสถูกรางวัล 0.0005%
  • รางวัลที่ 3 มี 10 รางวัล รางวัลละ 80,000 บาท โอกาสถูกรางวัล 0.0010%
  • รางวัลที่ 4 มี 50 รางวัล รางวัลละ 40,000 บาท โอกาสถูกรางวัล 0.0050%
  • รางวัลที่ 5 มี 100 รางวัล รางวัลละ 20,000 บาท โอกาสถูกรางวัล 0.0100%
  • เลขหน้า 3 ตัว มี 2 รางวัล รางวัลละ 4,000 บาท โอกาสถูกรางวัล 0.4000%
  • เลขท้าย 3 ตัว มี 2 รางวัล รางวัลละ 4,000 บาท โอกาสถูกรางวัล 0.4000%
  • เลขท้าย 2 ตัว รางวัลละ 2,000 บาท โอกาสถูกรางวัล 1 %
คนไทยกับลอตเตอรี่ วิถีชีวิตที่แยกกันไม่ออก
 

ในทุก 15 วันเชื่อว่าจะมีคนถูกหวยรางวัลใหญ่ ถึงขั้นเปลี่ยนชีวิตให้เป็นเศรษฐีย่อม ๆ เริ่มต้นก็หลักล้าน บางทีถูกหลายใบก็หลักสิบล้าน ยิ่งถ้ามีหวยชุดใหญ่ ๆ อาจกระโดดได้ไปถึงหลักร้อยล้าน ทั้งนี้จากข้อมูลพบว่า คนไทยเล่นสลากกินแบ่งรัฐบาลมากกว่า 24.6 ล้านคน หรือเกือบ 1 ใน 3 ของประเทศ กลุ่มที่เล่นมากที่สุดคือช่วงอายุ 50-59 ปี มีประมาณ 24%รองลงมาคือช่วงอายุ 40-49 ปี
 
ข้อมูลย้อนหลัง 20 ปีระบุว่า คนไทยใช้เงินซื้อลอตเตอรี่ไปกว่า 9 แสนล้านบาท แต่ได้รับเงินรางวัลกลับคืนมาเพียง 5.5 แสนล้านบาท ส่วนอีก 3.5 แสนล้านบาท คือส่วนที่ ถูกกิน และกลายเป็นรายได้กลับคืนสู่ภาครัฐ

หรือถ้าดูข้อมูลจากกองสลากฯ ช่วงปี 2568-2569 พบว่าในแต่ละเดือนจะมีผู้โชคดี (รวมทุกรางวัล) ไปขอรับเงินรางวัลเฉลี่ย เดือนละ 300,000 - 360,000 ราย ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรที่เล่นสลากกินแบ่งรัฐบาล ถ้าถามว่ารู้ทั้งรู้ว่าโอกาสถูกยากแต่ทำไมก็ยังเลิกไม่ได้ มีเหตุผลหลายปัจจัยคือ
  1. คนไทยเชื่อถือในสิ่งลี้ลับ เกิดปรากฏการณ์ตีสิ่งผิดปกติทุกอย่างออกมาเป็นตัวเลข แม้กระทั่งมีเว็บไซต์ที่ใช้สำหรับการทำนายฝัน ให้ข้อมูลการตีความเรื่องตัวเลข แม้กระทั่งในโซเชี่ยลก็มีการทำคอนเทนต์แนวลี้ลับตอกย้ำให้คนไทยสนใจกันมากยิ่งขึ้น
  2. ความหวังในราคาถูก ยิ่งภาวะเศรษฐกิจไม่ดี สลากกินแบ่งรัฐบาลก็ยิ่งขายดีมากขึ้น เพราะทุกคนต้องการขยับฐานะทางสังคม แก้ปัญหาการเงินที่มี การซื้อสลากฯ ใบละ 80-100 อาจไม่แพงถ้าเทียบกับเงินรางวัลที่อาจจะได้รับเมื่อถูกรางวัลใหญ่ๆ 
  3. โอกาสลุ้นทุกเดือนๆละ 2 ครั้ง เป็นความหวังของคนไทยในทุกวันที่ 1 และ 16 ของเดือน ถ้าซื้องวดนี้ไม่ถูกก็ไม่เป็นไร งวดหน้ายังมี และความรู้สึกว่ามีโอกาสลุ้นตลอด ซื้อทิ้งๆไว้ ไม่ถูกก็เริ่มใหม่ ทำให้เราออกจากวัฏจักรการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลไม่ได้
  4. การพัฒนาของเทคโนโลยีที่ทำให้ซื้อง่ายขึ้น ตอนนี้นอกจากการซื้อตามแผง ยังมีแอปพลิเคชั่นให้เราเลือกซื้อได้ทันทีก็ยิ่งเพิ่มความสะดวกที่ตอบโจทย์ทั้งคนรุ่นใหม่และรุ่นเก่าได้เป็นอย่างดี
 กรณีศึกษา “ของคนถูกหวย” แต่ไม่เคย “รวยนาน”
 
 

เราคงเคยได้ยินกันมาอย่างต่อเนื่องสำหรับบางคนที่มีโชคถูกรางวัลใหญ่ๆจากการเสี่ยงดวง บางคนก็เอาเงินนี้ไปต่อยอดกลายเป็นคนรวยที่แท้จริงได้แต่ในอีกมุมหนึ่งก็มีคนที่รวยชั่วครู่แต่สุดท้ายก็กลับมาที่เดิม ซึ่งมีหลายเคสตัวอย่างที่น่าสนใจยกตัวอย่างล่าสุด ของอดีตช่างเสริมสวยรายหนึ่งเป็นผู้โชคดีถูกรางวัลที่ 1 เมื่อปี 2561 ได้รับเงินรางวัลรวมกว่า 5.79 ล้านบาทจนถึงวันนี้เวลาผ่านมา 8 ปี เงินล้านกลับหายไปจนเหลือเงินติดบัญชีแค่ 8,000 บาท 
 
หรืออีกเคสที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือเรื่องราวของคนที่เคยถูกหวยกว่า 42 ล้านบาท เมื่อปี 2564 แต่กลับใช้เงินจำนวนนั้นหมดลงภายในเวลาเพียงแค่ 2 ปี รวมถึงกรณีของโชเฟอร์ 10 ล้อรายหนึ่งที่เคยถูกรางวัลที่ 1 เมื่อปี 2560 ได้เงินไปกว่า 18 ล้านบาท

แต่ผ่านไปเพียง 5 ปี เงินที่ได้มาก็หมดไป กลายเป็นคนหาเช้ากินค่ำเหมือนเดิม หรือที่ฮือฮามากหน่อยก็คือกรณีถูกหวย 90 ล้าน เมื่อปี 2561 หลังจากแบ่งเงินให้ลูกหลานไว้ใช้ในอนาคต ในส่วนแบ่งของตัวเองที่เหลืออยู่ก็ใช้ไปจนหมด ต้องหันมาทำงานหาเงินเหมือนเดิม
 
คำถามก็คือเมื่อมีโชคมาหล่นใส่ขนาดนี้ทำไมถึงรักษาความรวยเหล่านี้เอาไว้ไม่ได้ ซึ่งถ้าไปดู 5 อันดับสิ่งที่คนถูกหวยจะใช้จ่ายมากที่สุด คือ
  1. เคลียร์หนี้สิน ผลสำรวจระบุว่ากว่า 70-80% สิ่งแรกที่ทำคือการปิดหนี้! โดยเฉพาะหนี้บ้าน หนี้รถ และหนี้บัตรเครดิต เพื่อเป็นการปลดล็อกความเครียดที่สะสมมานาน 
  2. การซ้ออสังหาริมทรัพย์ งานวิจัย พบว่าผู้ถูกรางวัลใหญ่กว่า 82% เลือกที่จะย้ายที่อยู่หรือซื้อบ้านใหม่ทันที รวมถึงการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อความมั่นคงในระยะยาว
  3. แบ่งปันครอบครัวและทำบุญ ในบริบทของไทย การทำบุญและการให้เงินก้อนแก่คนในครอบครัวยังเป็นตัวหลักในการจ่ายอันดับต้นๆ หลายคนเลือกที่จะแจกจ่ายเงินบางส่วนให้ญาติสนิทเพื่อเป็นการกระจายความโชคดี
  4. การลงทุนเพื่อความมั่นคง เศรษฐีใหม่ที่มีการวางแผนทางการเงินมักนำเงินไปต่อเงิน เช่น การซื้อสลากออมทรัพย์ ทองคำ หรือกองทุนรวม เพื่อให้มีเงินใช้ตลอดชีวิตโดยไม่กระทบเงินต้น
  5. ไลฟ์สไตล์และความบันเทิง การท่องเที่ยวแบบ First Class หรือซื้อของแบรนด์เนม เป็นรางวัลชีวิตที่มักเกิดขึ้นในช่วง 1-2 ปีแรก นอกจากนี้ยังพบว่า พฤติกรรมการใช้เงินฟุ่มเฟือยจะสูงที่สุดในช่วงปีแรกหลังได้รับรางวัล
3 เหตุผลที่ควรู้! ถูกรางวัลใหญ่ ทำไมรวยได้แป๊บเดียว
 


การที่คนถูกหวยรางวัลใหญ่แล้วกลับมาไม่มีเงินเหมือนเดิมในระยะเวลาไม่นาน บางคนบอกว่าเงินรางวัลนั้นคือทุกขลาภ ได้มาแล้วก็ต้องหายไป บางคนบอกว่าเป็นเรื่องของโชคชะตาที่ไม่ได้กำหนดมาให้รวย แต่ถ้าอธิบายด้วยจิตวิทยาพฤติกรรมและหลักเศรษฐศาสตร์มี 3 เหตุผลน่าสนใจคิอ
 
1.การลำดับคุณค่าของเงินที่ได้มาแบบไม่เท่ากัน ถ้าเป็นเงินที่หามาได้จากน้ำพักน้ำแรง ส่วนใหญ่จะใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง เพราะรู้ว่าต้องแลกมาด้วยการทำงานที่เหน็ดเหนื่อย แต่พอเป็นเงินรางวัลเรามักมองว่าเป็นโชคดี เป็นลาภลอยทำให้กลไกการยับยั้งชั่งใจต่ำลง จึงนำไปใช้กับของฟุ่มเฟือยหรือการลงทุนที่เสี่ยงเกินตัว
 
2.ภาวะการหลงระเริงกับความสุข เหมือนที่คนส่วนใหญ่มักพูดว่า “สามล้อถูกหวย” หมายถึงคนที่ไม่เคยมีเงินพอมีเงินมากขึ้นก็ใช้จ่ายแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง เนื่องจากภาวะความสุขในขณะนั้นพุ่งสูง ยอมจ่ายแบบไม่ยั้งคิด จากที่เคยกินราคาถูกก็ยอมจ่ายราคาแพง อะไรที่อยากได้ก็ซื้อทันที วงจรนี้ทำให้เพดานการใช้จ่ายมีแต่จะสูงมากขึ้นเรื่อยๆ
 
3.การไม่รู้จักวางแผนการเงิน เป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ละเลย ยิ่งมีเงินเข้ามารวดเร็วชนิดที่รวยข้ามคืน ก็คิดอะไรไม่ทันใช้จ่ายแบบฟุ่มเฟือย ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์แนะนำว่าถ้ามีเงิน 1 ก้อนควรบริหารสัดส่วนให้ดีว่าเงินไหนควรใช้ เงินส่วนไหนควรเก็บ และเงินส่วนไหนที่ควรเอาไปลงทุนเพื่ออนาคต
 
ทั้งนี้มีงานวิจัยจากสิงคโปร์ ในปี 2025 ที่ระบุว่าผู้ถูกรางวัลมักใช้เงินเกือบครึ่งหนึ่งของทั้งหมดภายในเวลาเพียง 12 เดือนแรก และยังมีข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่าคนที่ทำงานประจำถ้าถูกรางวัลมักจะไม่ลาออกทันที แต่จะเปลี่ยนไปทำงานที่ตัวเองรักแทนการทำงานเพื่อหาเงินเหมือนแต่ก่อน
 
ซื้อสลากอย่างไร ให้มีโอกาสรวยมากที่สุด?
 

ไม่มีเทคนิคในการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลที่จะทำให้ถูกรางวัลใหญ่ๆ ได้แบบชัดเจน เพราะในเชิงสถิติ โอกาสถูกรางวัลต่อใบ ของทุกคนเท่ากันคือ 1 ใน 1,000,000 แต่ถ้าให้วิเคราะห์ในเชิงกลยุทธ์ก็มีวิธีน่าสนใจเช่น
  • การซื้อแบบเลขชุด เช่น ชุด 3 ใบ 5 ใบ 10 ใบ วิธีนี้คือการเดิมพันที่หากถูกรางวัลก็พลิกชีวิตได้ทันที แต่ก็ต้องแลกกับเงินลงทุนตั้งแต่ 300 , 500 หรือ 1,000 (ขึ้นอยู่กับจำนวนที่เลือก) ในเชิงผลตอบแทนถ้าถูกจะได้รางวัลใหญ่ที่มากกว่า 6 ล้าน แต่ถ้าไม่ถูกก็จะกลายเป็นสูญเงินเปล่าทันที
  • การซื้อแบบกระจายตัวเลข หลักการง่ายๆ คือ ในสลาก 100 ใบ (00-99) จะมีรางวัลเลขท้าย 2 ตัวอยู่ 1 รางวัลเสมอ ดังนั้นหากซื้อครบทุกเลขท้าย จะถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัว 100% แน่นอน หรือถ้ามองถึงรางวัลที่ 1 และซื้อ 100 ใบ แบบที่เลขไม่ซ้ำกันเลย โอกาสถูกรางวัลจะกลายเป็น 1 ใน 10,000 แต่ก็ต้องแลกกับต้นทุนการซื้อประมาณ 8,000 – 10,000 บาท วิธีนี้มีโอกาสถูกเลขท้าย 2 ตัวมากขึ้นด้วย หรือถ้าฟลุ๊คจริงๆ ก็อาจถูกรางวัลใหญ่ตั้งแต่รางวัลที่ 1 ถึงรางวัลที่ 5 
  • การรวมกลุ่มกันซื้อ เป็นโมเดลที่น่าสนใจในเชิงบริหารจัดการ โดยนำทุนของหลายคนมารวมเป็นทุนใหญ่เพื่อไล่ซื้อเลขให้ครอบคลุมที่สุด เช่น กลุ่มเพื่อนในที่ทำงานลงเงินคนละเท่าๆกันเพื่อซื้อเลขที่ไม่ซ้ำกันจำนวนมาก แต่ปัญหาของวิธีนี้ก็คือความไว้วางใจหากไม่มีการทำสัญญาหรือสลักหลังสลากให้ชัดเจน เมื่อถูกรางวัลใหญ่ขึ้นมามักจะเกิดคดีความแย่งชิงกัน
อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ “อาชีพคนขายหวย” มีโอกาสถูกรางวัลมากแค่ไหน เราเคยถามพ่อค้าแม่ค้าหลายคนก็บอกว่าสลากที่ขายไม่หมด เหลือเก็บไว้เอง ก็ยังไม่ถูกรางวัล แต่สิ่งที่เจอแน่ๆคือยิ่งเหลือมากคนขายก็๖องแบกรับต้นทุนของสลากที่ขายไม่หมดซึ่งหากไม่ถูกรางวัลเลย นั่นคือภาวะขาดทุนทางธุรกิจที่หนักเช่นกัน ดังนั้นพ่อค้าแม่ค้าที่ขายสลากจึงหวังกำไรจากส่วนต่างราคามากกว่าการลุ้นรางวัลเพราะมันคือรายได้ที่แน่นอนกว่าการพึ่งพาค่าความน่าจะเป็นที่ 0.0001% เท่านั้น
 
อ้างอิง
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ปี 2026 Brand as a Creator ไม่ทำไม่รอด!
695
ไม่รอด! อวสานร้านเล็ก ส่วนใหญ่เซ้ง - เจ๊งยับ
622
เทคนิคแก้วิกฤติปี 2026 วิธีบริหารเงินฉบับ “Famil..
613
สมรภูมิเครื่องดื่ม Southeast Asia ไทยแชมป์กาแฟ จ..
433
ร้านแว่นตาท็อปเจริญ ดูเงียบๆ แต่รวยดัง
427
“White Label” สร้างธุรกิจ ทำสินค้า “ไม่ติดแบรนด์..
420
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด