บทความทั้งหมด    บทความแฟรนไชส์    โอกาสทางธุรกิจ    แฟรนไชส์ต่างประเทศ
265
4 นาที
23 มกราคม 2569
Aseer Time น้ำผลไม้คูเวต 23 ประเทศ สู่แฟรนไชส์ 500 สาขาทั่วโลก
 

ต้องยอมรับว่าในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่มีการแข่งขันรุนแรง บวกกับเทรนด์การตลาดและสินค้ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว “ความเร็วในการปรับตัว” และ “ความเข้าใจผู้บริโภค” คือปัจจัยชี้เป็นชี้ตายของแบรนด์ทั่วโลก 
 
Aseer Time (อาซีร์ ไทม์) คือหนึ่งในตัวอย่างของแบรนด์จากตะวันออกกลางที่สามารถก้าวข้ามพรมแดน วัฒนธรรม และพฤติกรรมผู้บริโภค จนเติบโตจากร้านเล็กๆ ในประเทศคูเวต สู่เครือข่ายแฟรนไชส์มากกว่า 500 สาขา ใน 23 ประเทศทั่วโลก
 
ล่าสุด Aseer Time เดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เปิดสาขาใหม่ในกรุงออตตาวา ประเทศแคนาดา พร้อมปักหมุดตลาดเอเชียด้วยการเปิดสาขาแรกในประเทศจีน ณ เมืองเฉวียนโจว เมืองท่าสำคัญของมณฑลฝูเจี้ยน สะท้อนภาพของแบรนด์ที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่ร้านเครื่องดื่มเล็กๆ ในประเทศเท่านั้น แต่กำลังพัฒนาไปสู่แบรนด์เครื่องดื่มไลฟ์สไตล์ระดับโลกอย่างชัดเจน
 
จุดเริ่มต้นของ Aseer Time 
 
ภาพจาก https://aseertimeottawa.ca

ก่อนอื่นมาดูที่มาที่ไปของแบรนด์ Aseer Time (อาซีร์ ไทม์) ซึ่งคำว่า Aseer ในภาษาอาหรับหมายถึงน้ำผลไม้ ดังนั้น Aseer Time จึงมีความหมายประมาณว่า “ช่วงเวลาแห่งน้ำผลไม้” หรือ “เวลาของน้ำผลไม้สด” 
 
Aseer Time ก่อตั้งปี ค.ศ. 2011 ที่ประเทศคูเวต ภายใต้แนวคิดพื้นฐานที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง คือการสร้าง “พื้นที่แห่งความสุข” ที่ผู้คนสามารถมาพบปะ พักผ่อน และใช้เวลาร่วมกัน ผ่านน้ำผลไม้สด ของหวาน และเครื่องดื่มที่เข้าถึงง่ายแต่มีเอกลักษณ์
 
ในช่วงเริ่มต้น Aseer Time เป็นเพียงร้านขนาดเล็กที่เน้นคุณภาพวัตถุดิบ ความสดใหม่ และการบริการที่เป็นกันเอง ทว่า สิ่งที่ทำให้แบรนด์แตกต่างจากร้านน้ำผลไม้ทั่วไป คือการให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ในร้าน ควบคู่ไปกับการออกแบบเมนูและบรรยากาศที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจน สนุก สดใส และเป็นมิตรกับทุกวัย
 
จากรากฐานดังกล่าว Aseer Time ค่อย ๆ พัฒนาแบรนด์อย่างเป็นระบบ ทั้งในด้านเมนู การออกแบบร้าน และโมเดลการขยายธุรกิจ จนกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ Juice & Dessert ที่เติบโตเร็วที่สุดแบรนด์หนึ่งในตะวันออกกลาง
 
เอกลักษณ์ของ Aseer Time
 

ภาพจาก www.facebook.com/aseertime.ottawa

เอกลักษณ์ที่มากกว่าน้ำผลไม้ คือแบรนด์ที่ “จับเทรนด์ได้ไว” ตลอดเวลากว่าทศวรรษ Aseer Time สร้างชื่อเสียงจากความสามารถในการเปลี่ยน “กระแสไวรัล” ให้กลายเป็นเมนูขายได้จริงอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มผลไม้สูตรพิเศษ พิสตาชิโอเชค Spanish Latte ไปจนถึงเมนูตามฤดูกาลที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละช่วงเวลา
 
จุดแข็งสำคัญของแบรนด์คือระบบการพัฒนาเมนูที่คล่องตัว สามารถเปิดตัวสินค้าใหม่ได้ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ หลังจากเทรนด์เริ่มได้รับความนิยมบนแพลตฟอร์มอย่าง TikTok หรือ Instagram ซึ่งสอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 18–35 ปี ที่มองหาเมนูใหม่และประสบการณ์ที่แตกต่างอยู่เสมอ
 
แนวคิดนี้ถูกฝังอยู่ใน DNA ของแบรนด์ และถ่ายทอดไปยังระบบแฟรนไชส์ ทำให้ทุกสาขาทั่วโลกสามารถเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันได้อย่างรวดเร็ว
 
โตผ่านแฟรนไชส์ สู่ 500 สาขาใน 23 ประเทศ
 
ปัจจุบัน Aseer Time มีสาขามากกว่า 500 แห่ง กระจายอยู่ใน 23 ประเทศ ครอบคลุมตะวันออกกลาง ยุโรป เอเชีย และอเมริกาเหนือ โดยประมาณ 70% ของสาขาทั้งหมดดำเนินงานโดยพันธมิตรแฟรนไชส์ท้องถิ่น
 
โมเดลแฟรนไชส์ของ Aseer Time ถูกออกแบบให้ “ยืดหยุ่นแต่มีมาตรฐาน” พันธมิตรจะได้รับการสนับสนุนแบบครบวงจร ตั้งแต่การเลือกทำเล การออกแบบร้าน การฝึกอบรมพนักงาน การพัฒนาเมนู การตลาดดิจิทัล ไปจนถึงระบบควบคุมคุณภาพ
 
รูปแบบร้านสามารถปรับได้ตามศักยภาพพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นร้านในศูนย์การค้า คีออสก์แบบ Grab & Go หรือร้านไลฟ์สไตล์ขนาดเต็ม ซึ่งช่วยให้แบรนด์ขยายตัวได้ทั้งในเมืองใหญ่และเมืองรอง
 
เปิดสาขาแคนาดา ประตูสู่ตลาดอเมริกาเหนือ
 

ภาพจาก www.facebook.com/aseertime.ottawa

หนึ่งในความเคลื่อนไหวสำคัญล่าสุด คือการเปิดสาขาใหม่ในกรุงออตตาวา ประเทศแคนาดา นับเป็นก้าวสำคัญในการรุกตลาดอเมริกาเหนืออย่างจริงจัง
 
สาขาออตตาวาถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าคาเฟ่ทั่วไป แต่เป็นพื้นที่แห่งการพบปะสำหรับครอบครัว เพื่อนฝูง และผู้ที่ให้ความสำคัญกับการดูสุขภาพและคุณภาพชีวิต เมนูภายในร้านประกอบด้วยน้ำผลไม้สด ของหวานระดับพรีเมียม และเมนูซิกเนเจอร์จากหลายประเทศ ผสานกับบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นมิตร
 
กลยุทธ์ดังกล่าวสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคชาวแคนาดา ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ ประสบการณ์ และการใช้เวลาในร้าน ซึ่งช่วยให้ Aseer Time สามารถสร้างความแตกต่างในตลาดที่มีการแข่งขันสูงได้

รุกตลาดจีน เลือก “เมืองรอง” เป็นจุดเริ่มต้น
 
ในฝั่งทวีปเอเชีย Aseer Time เปิดสาขาแรกในประเทศจีนอย่างเป็นทางการ ณ เมืองเฉวียนโจว มณฑลฝูเจี้ยน ซึ่งถือเป็นสาขาลำดับที่ 501 ของแบรนด์ทั่วโลก
 
การเลือกเฉวียนโจวไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เมืองท่าแห่งนี้มีความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์กับโลกอาหรับมาอย่างยาวนาน สอดคล้องกับรากฐานของแบรนด์ ขณะเดียวกัน เมืองระดับ Tier 2 และ Tier 3 ในจีนกำลังมีอัตราการเติบโตของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มสูง จากพลังของการจับจ่ายของ Gen Z และคนทำงานรุ่นใหม่
 
แทนที่จะเข้าสู่การแข่งขันโดยตรงในเมืองใหญ่ เช่น เซี่ยงไฮ้หรือปักกิ่ง แต่ Aseer Time เลือกใช้กลยุทธ์เริ่มจากเมืองที่กำลังเติบโต เพื่อทดสอบตลาด สร้างฐานลูกค้า และขยายสาขาต่อในระยะยาว
 
บริษัทยังมีแผนขยายสาขาเพิ่มเติมในประเทศออสเตรเลีย เนเธอร์แลนด์ และนครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเครือข่ายแฟรนไชส์ในระดับโลก 
 
ภาพจาก https://citly.me/DUFGW
 
Matcha Latte เมนูที่สะท้อนศักยภาพของแบรนด์
 
หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนของความคล่องตัวด้านการตอบสนองต่อเทรนด์ คือการเปิดตัว Matcha Latte ของ Aseer Time ในเดือนพฤษภาคม 2025 ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างร้อนแรงในตะวันออกกลาง
 
มัทฉะกลายเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มพรีเมียมที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพ ภาพลักษณ์ และการแชร์บนโซเชียลมีเดีย
 
Matcha Latte ของ Aseer Time ตอบโจทย์ทั้งด้านพลังงานจากธรรมชาติ สารต้านอนุมูลอิสระ และรูปลักษณ์ที่ดึงดูดสายตา ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งกับวัฒนธรรมคาเฟ่ของคนรุ่นใหม่
 
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลาดเป้าหมายถัดไป
 

ภาพจาก www.facebook.com/aseertime.ottawa

ประเทศเวียดนาม อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และมาเลเซีย กำลังกลายเป็นตลาดสำคัญของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มพรีเมียม จากการขยายตัวของชนชั้นกลางและพฤติกรรมการบริโภคของ Gen Z ที่พร้อมจ่ายเพื่อประสบการณ์ คุณภาพ และภาพลักษณ์
 
DNA ของ Aseer Time ที่ผสมผสานความสนุก สุขภาพ และความเร็วในการจับเทรนด์ตลาด ทำให้แบรนด์มีศักยภาพสูงในการแข่งขันในภูมิภาคนี้ โดย Matcha Latte เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการต่อยอดเมนูและกลยุทธ์ในอนาคต
 
อุตสาหกรรมคาเฟ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
  • เวียดนาม มียอดขายเครื่องดื่มกาแฟและชาพรีเมียมเติบโตต่อเนื่อง จากการขยายตัวของชนชั้นกลางและไลฟ์สไตล์เมือง
  • อินโดนีเซีย มีความต้องการจากกลุ่มวัยรุ่นสูง โดยเฉพาะเครื่องดื่มเย็นและนมปรุงรส
  • สิงคโปร์และมาเลเซีย ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับประสบการณ์คาเฟ่ระดับพรีเมียม ความยั่งยืน และการนำเสนอที่มีสไตล์
จุดแข็งของแบรนด์ มากกว่าแค่น้ำผลไม้
 
Aseer Time วางตำแหน่งเป็นแบรนด์ Juice & Dessert Concept ที่เน้นทั้งคุณภาพสินค้าและประสบการณ์ของลูกค้า เมนูหลักประกอบด้วยน้ำผลไม้ผสมสด ไอศกรีม และของหวานสูตรเฉพาะที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยใช้วัตถุดิบสดใหม่ ควบคู่กับการออกแบบร้านสไตล์ Modern Arabic ที่โดดเด่น สร้างการจดจำแบรนด์ได้ชัดเจน
 
เมนู Aseer Time ประกอบด้วย

ภาพจาก www.facebook.com/aseertime.ottawa
  • น้ำผลไม้สด (Juices)
  • มิลค์เชค (Milkshakes)
  • โซดามิกซ์ (Soda Blends)
  • ของหวาน (Desserts)
  • ไอศกรีม (Ice Creams)
  • โปรตีนเชค (Protein Shakes)
  • เมนูทางเลือกเพื่อสุขภาพ (Diet Options) 
อีกหนึ่งจุดแข็ง คือ ระบบแฟรนไชส์ที่ให้การสนับสนุนครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบร้าน การพัฒนาเมนู การฝึกอบรม ไปจนถึงการตลาด ทำให้แบรนด์สามารถขยายสาขาได้อย่างรวดเร็วและควบคุมมาตรฐานได้ในระดับสากล
 
โมเดลแฟรนไชส์ที่พร้อมขยายทั่วโลก
 
Aseer Time ใช้เงินลงทุนขั้นต่ำประมาณ 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยประมาณ 70% ของสาขาทั่วโลกดำเนินการโดยพันธมิตรท้องถิ่น โมเดลนี้ช่วยให้แบรนด์ขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว พร้อมรักษามาตรฐานสินค้าและการดำเนินงาน
 
พันธมิตรแฟรนไชส์จะได้รับการสนับสนุนอย่างครบวงจร ตั้งแต่คำแนะนำด้านทำเลและการออกแบบร้าน, การสรรหาและฝึกอบรมพนักงาน, การปรับเมนูให้เหมาะกับตลาดท้องถิ่นและฤดูกาล, แผนการตลาดและชุดเปิดร้าน ตลอดจนมาตรฐานการดำเนินงานและระบบควบคุมคุณภาพทุกสาขา ภายในกลางปี 2025 Aseer Time มีสาขามากกว่า 500 แห่งทั่วโลก 
 
ความคล่องตัวของแบรนด์และการตลาดแบบไวรัล
 

ภาพจาก https://citly.me/JlZK3

หัวใจความสำเร็จของ Aseer Time คือ ความรวดเร็วและนำเสนอสินค้าตรงจุด แบรนด์สามารถนำเทรนด์ผู้บริโภคมาพัฒนาเป็นเมนูได้เร็วกว่าคู่แข่งทั่วไป ตัวอย่างคือ Matcha Latte ที่เปิดตัวในเดือนพฤษภาคม 2025 และได้รับการตอบรับอย่างรวดเร็ว
 
ด้วยระบบพัฒนาเมนูที่ใช้เวลาเพียงราว 60 วัน และรูปแบบร้านที่ยืดหยุ่น ไม่ว่าจะเป็นคีออสก์ในห้าง ร้านริมถนน หรือคาเฟ่ขนาดกะทัดรัด ทำให้ Aseer Time ขยายสาขาได้ง่ายในตลาดเอเชีย
 
ในจีน Aseer Time ยังสร้างความแตกต่างด้วยอัตลักษณ์ฮาลาล กลิ่นอายการออกแบบจากตะวันออกกลาง และเมนูของหวานที่โดดเด่น ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเฉพาะที่แบรนด์ใหญ่บางรายอาจมองข้าม
 
Time Line การเติบโตของแบรนด์
 
ปี 2011

Aseer Time เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ก้าวแรกของแบรนด์สู่ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม
 
ปี 2019

แบรนด์สร้างความแข็งแกร่งและประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นในภูมิภาคอ่าวอาหรับ (Gulf Region)
 
ปี 2022

เปิดสาขาแรกในเมืองซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา นับเป็นก้าวสำคัญของการขยายตลาดสู่ทวีปอเมริกาเหนือ
 
ปี 2023

เปิดสาขาแรกในเมืองมิสซิสซอกา รัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา สะท้อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดนานาชาติ

ปี 2025

เดินหน้าขยายสาขาอย่างไม่หยุดยั้ง ครอบคลุมหลายประเทศ ตั้งแต่ประเทศจีนไปจนถึงเนเธอร์แลนด์
 
กลยุทธ์ธุรกิจของ Aseer Time
 
1. แฟรนไชส์ระดับโลก ขยายเร็วด้วยพลังผู้ประกอบการท้องถิ่น
 

ภาพจาก www.facebook.com/aseertime.ottawa

Aseer Time ใช้โมเดลแฟรนไชส์เป็นหัวใจสำคัญในการเติบโต โดยปัจจุบันกว่า 70% ของสาขาทั่วโลกดำเนินการโดยผู้ประกอบการท้องถิ่นในแต่ละประเทศ โมเดลนี้ช่วยให้แบรนด์สามารถขยายสาขาได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องลงทุนเองทั้งหมด ขณะเดียวกันยังได้ประโยชน์จากความเข้าใจเชิงลึกของผู้บริหารท้องถิ่นที่รู้จักพฤติกรรมผู้บริโภคและสภาพตลาดในพื้นที่เป็นอย่างดี โดยแบรนด์ยังคงควบคุมมาตรฐานผ่านคู่มือการดำเนินงานและระบบ SOP เพื่อรักษาคุณภาพในระดับสากล
 
2. ขยายตลาดอย่างมีกลยุทธ์ เจาะเมืองศักยภาพก่อนเมื่อใหญ่
 
แทนที่จะเริ่มต้นในเมืองใหญ่ที่มีการแข่งขันสูง Aseer Time เลือกใช้กลยุทธ์เจาะตลาดผ่านเมืองรองที่มีศักยภาพการเติบโต เช่น การเปิดสาขาแรกในประเทศจีนที่เมืองฉวนโจว ซึ่งเป็นเมืองระดับรองที่ตลาดอาหารและเครื่องดื่มเติบโตเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z และคนรุ่นใหม่ แนวทางดังกล่าวช่วยลดแรงกดดันจากแบรนด์ใหญ่ระดับโลก เปิดโอกาสให้ Aseer Time สร้างฐานลูกค้าและการรับรู้แบรนด์ได้ก่อนขยายสู่เมืองหลักในระยะถัดไป
 
3. พัฒนาเมนูต่อเนื่อง ตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่
 
Aseer Time ให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง โดยมีระบบการวิจัยและพัฒนา (R&D) ที่สามารถออกเมนูใหม่ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อสอดรับกับเทรนด์ผู้บริโภคและกระแสโซเชียลมีเดีย ตัวอย่างเช่น เมนูเครื่องดื่ม Matcha Latte ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่นและผู้บริโภครุ่นใหม่ แบรนด์ยังวางไลน์เมนูให้ครอบคลุมทั้งสายสุขภาพและสายของหวาน พร้อมดีไซน์ที่สวยงามและเหมาะกับการแชร์บนแพลตฟอร์มออนไลน์
 
4. ร้านไม่ใช่แค่จุดขาย แต่คือพื้นที่แห่งประสบการณ์
 
แนวคิดการออกแบบร้าน Aseer Time มุ่งสร้างประสบการณ์มากกว่าเป็นร้านขายเครื่องดื่ม โดยพัฒนาให้เป็นทั้ง juice bar และ community space การตกแต่งร้านใช้สไตล์ Modern Arabic สีสันสดใส สร้างบรรยากาศเป็นมิตร เหมาะสำหรับการนั่งพักผ่อน พบปะสังสรรค์ และถ่ายภาพ ตอบโจทย์ลูกค้าหลากหลายกลุ่มตั้งแต่ครอบครัว คนทำงาน ไปจนถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่

สรุป
 
ความสำเร็จของ Aseer Time ไม่ได้เกิดจากเมนูใดเมนูหนึ่ง แต่เกิดจากระบบแฟรนไชส์ที่แข็งแกร่ง ตั้งแต่ R&D การตลาดดิจิทัล ไปจนถึงการสนับสนุนเครือข่ายแฟรนไชส์อย่างเป็นระบบ
 
จากร้านน้ำผลไม้เล็กๆ ในคูเวต วันนี้ Aseer Time กำลังยืนอยู่ในจุดที่พร้อมเป็นหนึ่งในผู้นำคลื่นใหม่ของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มระดับโลก โดยมี “คนรุ่นใหม่” และ “ประสบการณ์จากแบรนด์” เป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตในระยะยาว
 
แหล่งข้อมูล 
 ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
บทความแฟรนไชส์ยอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
4 แฟรนไชส์มาใหม่! น่าลงทุนประจำเดือนธันวาคม 2568
1,940
เทรนด์แฟรนไชส์ปี 69 ลงทุนก่อน ได้เปรียบ!
1,142
รวม 13 งานแฟรนไชส์ปี 2569 เมืองไทย ครบจบทุกธุรกิ..
911
Thailand Franchise Demand Report 2026-2027
666
แฟรนไชส์กาแฟจีน Lucky Cup Coffee ภายใต้ Mixue บุ..
432
จาก Frosty ถึง Made to Crave กลยุทธ์ปั้น Wendy´s..
374
บทความแฟรนไชส์มาใหม่
บทความอื่นในหมวด