บทความทั้งหมด    บทความแฟรนไชส์    โอกาสทางธุรกิจ    ช่องทางทำกิน
845
3 นาที
26 ตุลาคม 2565
สู้ไม่ท้อ! จากหนุ่มตกงาน สู่ “แฟรนไชส์พุงกางไก่เกาหลี” รายได้ไม่ต่ำกว่า 50,000 บาท/เดือน
  

ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ ค่าครองชีพพุ่งสูง คนส่วนใหญ่รายรับไม่พอรายจ่าย บางคนหนักกว่าเจอพิษเศรษฐกิจเล่นงานถึงขั้นต้องตกงาน ปัญหาหนักอกคือไม่รู้ว่าชีวิตจะเดินหน้าต่ออย่างไร ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นสร้างอาชีพแบบไหนให้ตัวเองมีรายได้

www.ThaiFranchiseCenter.com เข้าใจปัญหาและความต้องการของคนในยุคนี้อย่างดี จดหมายข่าวฉบับเดือนตุลาคมนี้จัดให้กับแรงบันดาลใจดีๆ ที่เชื่อว่าจะจุดไฟของคนที่ล้มให้ลุกขึ้นสู้ได้อีกครั้ง สิ่งสำคัญคือ “เราต้องไม่ท้อ” พร้อมสู้กับทุกปัญหาแล้วโอกาสดีๆ ก็จะเข้ามาเหมือนกับ “แฟรนไชส์พุงกางไก่เกาหลี” ที่หลายคนต้องไม่เชื่อว่านี่คือธุรกิจของหนุ่มที่ตกงาน มีความรู้จบแค่ ม.6 แต่วันนี้กลับสร้างธุรกิจแฟรนไชส์ที่ขยายสาขาทั่วประเทศกว่า 23 แห่ง
 
“เราถนัดอะไรก็ให้เลือกทำสิ่งนั้น นี่แหละคือจุดเริ่มของธุรกิจ”

ตกงานแต่ไม่ตกใจ! พลิกวิกฤติสร้างธุรกิจ “พุงกางไก่เกาหลี”
 

คุณอินทนนท์ เสาร์สูงยาง เจ้าของแบรนด์ “พุงกางไก่เกาหลี” ไม่ได้เริ่มต้นธุรกิจแบบโรยด้วยกลีบกุหลาบ พื้นฐานความรู้จบมัธยมศึกษาปีที่ 6 อาศัยเป็นคนขยัน ตั้งใจทำจริง ก่อนหน้านี้เคยทำงานในสนามบินควบคู่กับการทำงานในร้านอาหารแต่เมื่อเจอวิกฤติโควิดทำให้ถูกจ้างออกจากสนามบิน ปัญหาที่ตามมาคือรายได้น้อยลงแต่รายจ่ายยังเท่าเดิม สิ่งที่ต้องทำเพื่อความอยู่รอดคือต้องหารายได้เพิ่ม คำถามคือ “จะทำอะไรดี?” 
 
มาวิเคราะห์หาจุดเด่นในตัวเองมองเห็นว่าใจรักในการทำอาหารและมีประสบการณ์ในร้านอาหารมาพอสมควร ตัดสินใจลองทำ “ไก่ทอด” เพราะขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยาก แต่สำคัญคือต้องมีสูตรเด็ดเคล็ดลับของตัวเอง จึงใช้เวลาลองผิดลองถูกประมาณ 1-2 เดือนคิดค้นสูตรไก่ทอดและซอส แต่ในการเปิดขายครั้งแรกด้วยความที่ไม่มีเงินทุนมากเงินทุนเริ่มต้นตอนนั้นมีแค่ 5,000 บาท

อาศัยบอกต่อให้คนที่อยู่ในละแวกรู้จักและรับออร์เดอร์จากคนในพื้นที่ (ย่านลาดกระบัง) รับทีละ 3 ออร์เดอร์เพื่อให้ทำได้ทัน และวิ่งไปส่งเองไม่ได้จ้างคนอื่น กิจการในช่วงแรกก็ไม่ถือว่าเติบโตหรือมียอดขายมากมาย เนื่องจากไม่ได้ทำการตลาดมาก และคนรู้จักยังน้อย แต่อาศัยว่าไก่เกาหลีที่ทำนั้นมีรสชาติที่อร่อยและทำให้ลูกค้าประทับใจได้มาก กลายเป็นการโฆษณาแบบปากต่อปากที่เริ่มมีคนรู้จักและพูดถึงมากขึ้น 
 
“ไม่มีทุนก็ยิ่งต้องขยัน เริ่มจากเล็กๆและขยับให้ใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆ”
 
ากวิ่งส่งเองขยับสู่การขายแบบ “Delivery”
 

ในช่วงแรกที่อาศัยรับออร์เดอร์ทีละน้อยๆ แล้ววิ่งส่งเองตามบ้าน ทำอยู่แบบนี้ประมาณ 2-3 เดือนก็เริ่มมีฐานลูกค้าและคนรู้จักมากขึ้น เมื่อพัฒนาการขายมาเป็นแบบ “Delivery” ลูกค้าที่เคยรู้จักเมื่อรู้ว่าเรามีบริการนี้ก็จะออร์เดอร์สินค้าเข้ามาเอง เหตุผลที่ลูกค้าบอกว่าต้องการสั่งไก่เกาหลีของเราก็เพราะเรื่องรสชาติและคุณภาพเพราะเน้นการทำสดใหม่ทุกออร์เดอร์ลูกค้าจะได้รับไก่เกาหลีที่ดีที่สุด เมนูในช่วงแรกมีแค่เมนูไก่อย่างเดียว และก็มีหัวไชเท้าดองที่กินคู่กับไก่ พอขยับเป็น 
 
Delivery ก็เริ่มพัฒนาเมนูให้มากขึ้นแต่หลักๆ ก็ยังเป็นไก่ทอดเกาหลี ที่ปรับมาขายเป็นชุด 6 ชิ้น, 8 ชิ้น, 10 ชิ้น, 12 ชิ้น รวมถึงมีการจัดเซตโปรโมชั่น และมีเมนูอื่นๆ ด้วยเช่น ข้าวหมูทอดกระเทียม , ซุปกิมจิ , ข้าวญีปุ่น , เฟรนฟรายด์ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าธุรกิจเริ่มเติบโตมากขึ้นและเริ่มมีคนสนใจถามการลงทุนในแบบ “แฟรนไชส์” ที่กลายมาเป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเติบโตได้แบบก้าวกระโดด
แฟรนไชส์พุงกางไก่เกาหลี ใช้เวลา 6 เดือน ขยายสาขา 23 แห่ง

 
จากวันแรกถึงตอนนี้เป็นเวลาประมาณ 6 เดือนที่ได้เริ่มทำธุรกิจนี้เรียกว่ามีการเติบโตอย่างรวดเร็ว จุดเปลี่ยนคือการใช้สื่อโซเชี่ยลมีเดียในการนำเสนอสินค้าที่ทำให้คนรู้จักได้อย่างรวดเร็ว ประกอบกับ Story ในการเริ่มต้นที่เราไม่ได้มีเงินทุนเยอะแยะ แถมเป็นคนตกงานที่ดิ้นรนหารายได้ ก็กลายเป็นการจุดประกายให้ใครก็ตามที่อยู่ในสภาวะเดียวกันหรือคล้ายกันได้มีแรงบันดาลใจและลุกขึ้นสู้ เมื่อเราเริ่มมียอดขายมากขึ้นจึงได้ตัดสินใจเปิดหน้าร้านของตัวเองก็เป็นสาขาปัจจุบันที่อยู่ใน The Paseo Mall ลาดกระบัง ซึ่งเป็นทั้งหน้าร้านและสาขาต้นแบบ 
 
แต่ต้องยอมรับว่าการเริ่มต้นทำธุรกิจเป็นแฟรนไชส์คืออะไรที่ใหม่มาก แม้ในตอนแรกจะขยายสาขาได้รวดเดียวกว่า 10 แห่ง ซึ่งก็มีเรื่องที่ต้องเรียนรู้อีกมากทั้งการควบคุมคุณภาพสินค้า การดูแลแฟรนไชส์ซี การให้คำปรึกษา แต่ข้อดีคือแฟรนไชส์พุงกางไก่เกาหลี เป็นธุรกิจที่เริ่มต้นด้วยตัวเอง เริ่มทำด้วยตัวเอง ลองผิดลองถูกมาเอง ทำให้เข้าใจปัญหาของคนที่ลงทุนใหม่ ก็สามารถแก้ไขให้คำแนะนำได้ในฐานะที่เคยผ่านประสบการณ์ตรงนั้นมาก่อน

หลายคนที่มาลงทุนกับแฟรนไชส์พุงกางไก่เกาหลี ไม่ได้มีหน้าร้านแต่เน้นขายเดลิเวอรี่ ซึ่งก็ตอบโจย์การลงทุนในยุคนี้อย่างดี แต่จะสร้างรายได้แค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับความตั้งใจของเราเป็นสำคัญด้วย อย่างไรก็ดีความต้องการลงทุนแฟรนไชส์พุงกางไก่เกาหลีนับวันมีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ปัจจุบันขยายสาขารวมกว่า 23 แห่งมีทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดเช่นหนองคาย อุดร โคราช ชลบุรี 
 
ยอดขายไม่ธรรมดารายได้ไม่ต่ำกว่า 50,000 บาท/เดือน
 

สิ่งที่คนสนใจที่สุดคือลงทุนแล้วมีรายได้ดีแค่ไหน โดยแฟรนไชส์พุงกางไก่เกาหลีสามารถขายได้ทั้งแบบมีหน้าร้านและไม่มีหน้าร้าน แต่คนลงทุนควรมองว่าทำเลในการขายของตัวเองเหมาะสมแค่ไหน มีกลุ่มลูกค้า กำลังการซื้อมากแค่ไหน ถ้าอยู่ในทำเลที่ดีโอกาสประสบความสำเร็จก็สูง โดยปกติรายได้เฉลี่ยของการขายแบบ Delivery อยู่ที่ประมาณ 50,000 บาท/เดือน หากแบ่งตัวเลขนี้ออกมาจะพบว่ากำไรอยู่ที่ประมาณ 20% ของราคาขายทั้งหมด ต้นทุนส่วน food cost อยู่ที่ประมาณ 35%
 
 
ซึ่งหากเป็นการขายแบบมีหน้าร้าน + Delivery จะสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้น 25-30% มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนในรูปแบบนี้ประมาณ 100,000 -150,000 บาท แต่ไม่ใช่จะมองแค่เรื่องของรายได้เท่านั้น ต้องมองว่าการรักษาคุณภาพมาตรฐานคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำธุรกิจ รวมถึงคนลงทุนเองก็ต้องขยันและตั้งใจทำจริง

บางคนไม่มีหน้าร้านก็ต้องขยันโพสต์เชี่ยล ขยันหาลูกค้าเพิ่ม ต้องรู้จักทำการตลาดในทุกช่องทาง ต้องพยายามหาลูกค้าใหม่ แม้จะมองว่ารายได้ต่อเดือนคุ้มค่ายิ่งกว่าทำงานประจำแต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะประสบความสำเร็จได้ ดังนั้นคนที่อยากลงทุนจริงๆ ต้องมีใจรักและพร้อมสู้กับทุกปัญหาเพราะไม่ว่าการลงทุนทำธุรกิจใดๆ ก็ตามจะต้องมีสิ่งที่ต้องแก้ไข เราต้องวางแผนและรับมือกับปัญหาเหล่านั้นให้ได้
 
เปิด 2 แพคเกจลงทุน “แฟรนไชส์พุงกางไก่เกาหลี”
 

รูปแบบการลงทุนกับแฟรนไชส์พุงกางไก่เกาหลีมีให้เลือก 2 แบบคือมีหน้าร้านและไม่มีหน้าร้านโดยมีงบในการลงทุนเบื้องต้น ได้แก่
  1. แบบไม่มีหน้าร้าน (เน้น Delivery) งบในการลงทุน 30,000 บาท เหมาะกับผู้ลงทุนที่ไม่มีทำเลเปิดร้าน ต้องการสร้างรายได้เพิ่ม พักอาศัยอยู่บ้านตัวเอง หรืออยู่ในคอนโด แต่ควรมีกลุ่มลูกค้าโดยรอบจะช่วยเพิ่มโอกาสในการขายได้ดีมากขึ้น
  2. แบบมีหน้าร้าน + Delivery งบในการลงทุน 150,000 บาท เพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้มากขึ้นและมีโอกาสขยายกิจการตัวเองเพิ่มขึ้นได้ในอนาคตด้วย
ทั้งนี้สิ่งที่ผู้ลงทุนจะได้รับคืออุปกรณ์พร้อมเปิดร้าน การสอนสูตรเมนูต่างๆ เทคนิคการเปิดร้าน สอนเทคนิคการขาย เทคนิคการทำตลาด การส่งเสริมการขาย การพัฒนาสินค้าใหม่ รวมถึงการให้คำปรึกษาเป็นอย่างดี
 
ตัวอย่างความสำเร็จของแฟรนไชส์พุงกางไก่เกาหลีที่น่าสนใจเช่น สาขารามอินทรา 5 แยก 29 ที่ขายเน้น Delivery ปัจจุบันมีรายได้ต่อเดือนประมาณ 50,000 – 60,000 บาท หักลบต้นทุนต่างๆ มีรายได้ดีกว่าทำงานประจำ แต่ก็ต้องขยันในการหาลูกค้าและต้องมีใจรักในงานบริการเป็นสำคัญด้วย
 
“ทุกคน “อยากรวย” แต่คิดอย่างเดียวไม่ลงมือทำ เราก็รวยไม่ได้”

สูตรเด็ดความสำเร็จ! “แฟรนไชส์พุงกางไก่เกาหลี” 
 

ถ้าจะวิเคราะห์เจาะลึกในเรื่องความสำเร็จของแฟรนไชส์พุงกางไก่เกาหลีที่ถือว่าเริ่มต้นจากคนที่ไม่มีอะไร แต่สามารถก้าวสู่แฟรนไชส์รายได้หลักแสนต่อเดือน สิ่งที่เราควรเรียนรู้เป็นกรณีศึกษาได้แก่

1.การนำความรู้และสิ่งที่ใจรักมาสร้างธุรกิจ
 
ทุกคนมีสิ่งที่ตัวเองรักไม่จำเป็นว่าต้องถนัดเรื่องการทำอาหาร ความสามารถของเราอาจเป็นเรื่องอื่นได้ ในยุคนี้เราสามารถเปลี่ยนความสามารถของเราเป็นธุรกิจได้ไม่ยาก เช่นคนมีความสามารถด้านภาษาอาจเปิดคอร์สออนไลน์ หรือคนมีความสามารถด้านคอมพิวเตอร์อาจรับจ้างในการซ่อมหรือรับงานฟรีแลนด์ต่างๆ เป็นต้น
 
2.เริ่มทำจากเล็กไปใหญ่สะสมประสบการณ์ให้มากที่สุด
 
การสร้างธุรกิจของตัวเองไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเงินทุนมาก เราอาจเริ่มจากเล็กที่สุด เหมือนแฟรนไชส์พุงกางไก่เกาหลีที่เริ่มแรกเน้นวิ่งส่งขายเองตามบ้าน แล้วค่อยพัฒนามาเป็น Delivery และพัฒนามาสู่การขายหน้าร้านจนสามารถเข้าสู่ระบบแฟรนไชส์ได้ในที่สุด
 
3.คุณภาพสำคัญกว่าคำว่ากำไร
 

ภาพจาก https://bit.ly/3CfEq2v 

ธุรกิจทุกอย่างเรามุ่งหวังเรื่องกำไร แต่ต้องไม่ลืมเรื่องคุณภาพซึ่งถือว่าสำคัญมาก หลายธุรกิจที่ยังยืนหยัดได้เพราะใส่ใจกับคุณภาพ ยิ่งการเป็นระบบแฟรนไชส์ต้องใส่ใจผู้ลงทุนทุกคนเป็นอย่างดี เพื่อให้ผู้ลงทุนมีกำไรจากธุรกิจ ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสให้แฟรนไชส์มีโอกาสเติบโตได้มากยขึ้นด้วย
 
เป้าหมายของแฟรนไชส์พุงกางไก่เกาหลีในปี 2565 คาดว่าจะขยายสาขาให้ครบ 40 แห่งทั่วประเทศ พร้อมการพัฒนาสินค้าใหม่และการส่งเสริมให้ผู้ลงทุนทุกคนสามารถมีรายได้จากธุรกิจได้อย่างดี ทั้งนี้แฟรนไชส์พุงกางไก่เกาหลีเน้นเรื่องคุณภาพการขายสินค้าที่ต้องการให้ผู้ลงทุนตั้งใจทำจริง รู้จักใช้กลยุทธ์การตลาดในการเข้าถึงลูกค้า และต้องมีหัวใจของการบริการที่ดีร่วมด้วย จึงจะมีโอกาสประสบความสำเร็จในการลงทุนได้อย่างสูงสุด
 
รายละเอียดเพิ่มเติม https://bit.ly/3CfEq2v