บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
336
2 นาที
22 กันยายน 2565
“อายิโนะโมะโต๊ะ” แบรนด์ใหญ่ระดับโลก รายได้มากกว่าหมื่นล้านบาท
 

“ผงชูรส” กลายเป็นหนึ่งในสินค้าที่อยู่คู่ครัวไทย และยังเป็นสินค้าที่อยู่ในร้านอาหาร การเติบโตของ “ตลาดผงชูรส” ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในเมืองไทยมียักษ์ใหญ่อยู่หลายแบรนด์ โดยหนึ่งในนั้น www.ThaiFranchiseCenter.com เชื่อว่าทุกคนต้องนึกถึง “อายิโนะโมะโต๊ะ” ที่เข้ามาทำตลาดในเมืองไทยตั้งแต่ปี 2503 หรือนับถึงตอนนี้ก็กว่า 62 ปี กลายเป็นสินค้าที่เราเห็นจนชินตาแต่เชื่อว่าหลายคนยังไม่รู้ว่า “อาณาจักรอายิโนะโมะโต๊ะ” สร้างรายได้ต่อปีสูงเกินกว่าพันล้านบาท
 
จุดเริ่มต้นของ “อายิโนะโมะโต๊ะ” เกิดจากสาหร่ายทะเลคอมบุ
 
ภาพจาก https://bit.ly/3UnlZ4i

ย้อนหลังไปประมาณ 114 ปี (ประมาณปี 1908) ศ.ดร.คิคุนาเอะ อิเคดะ แห่งมหาวิทยาลัยโตเกียวบังเอิญได้สัมผัสกับรสชาติของ น้ำซุปที่ได้จากการต้มสาหร่ายทะเลคอมบุที่ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นรสหวาน, เปรี้ยว, เค็ม และขมได้
 
และพบว่า รสชาติที่ได้จากน้ำซุปนั้น มาจาก “กลูทาเมต” ซึ่งเป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นองค์ประกอบของโปรตีนที่พบได้ทั่วไปในวัตถุดิบธรรมชาติต่าง ๆและเรียกรสชาตินี้เป็นภาษาญี่ปุ่นว่า “อูมามิ” ที่แปลว่าแก่นแท้ของความอร่อย
 
ต่อมามีนักธุรกิจที่ชื่อ ซาบุโรสุเกะ ซูซูกิ นำรสอูมามิ มาพัฒนาต่อยอดเป็นนวัตกรรมเครื่องปรุงรสแบบใหม่และก่อตั้งบริษัทที่ดำเนินธุรกิจผลิตเครื่องปรุงรสอูมามิ ขึ้นเป็นแห่งแรกของโลก ที่ประเทศญี่ปุ่นมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายคือ บรรดาแม่บ้าน แม่ครัวและเป็นจุดเริ่มต้นของ “อายิโนะโมะโต๊ะ” ตั้งแต่นั้นมา
 
ทำไม “อายิโนะโมะโต๊ะ” ถึงฮิตติดตลาด?
 
ภาพจาก www.ajinomoto.co.th

บริษัทแม่ของกลุ่มอายิโนะโมะโต๊ะ หรือ Ajinomoto Co., Inc. จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว ในประเทศไทยดูแลโดยบริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด ที่เข้ามาทำการตลาดเมืองไทยตั้งแต่ปี 2503 และถือเป็นฐานการผลิตผงชูรสแห่งแรกนอกประเทศญี่ปุ่นของอายิโนะโมะโต๊ะด้วย สิ่งที่ทำให้อายิโนะโมะโต๊ะ ฮิตติดใจคนไทยเพราะกลยุทธ์การตลาดที่น่าสนใจได้แก่
 
1.การทำตลาดแบบครบเครื่องทั้งการสื่อสารการตลาด การจัดอีเวนท์ในลักษณะของโรดโชว์ไป รวมถึงการจัดทำกิจกรรมร่วมกับผู้บริโภคเพื่อคืนกำไรสู่สังคม
 
2.เน้นโฆษณาที่สื่อถึงการใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติแล้ว และได้ใช้คอนเซ็ปต์การสื่อสารแบบเดียวกันนี้ทั่วโลก และพยายามสื่อให้เห็นถึงตัวโลโก้ของแบรนด์อายิโนะโมะโต๊ะ ที่ขึ้นต้นด้วย “A” ว่ามีความหมายถึง “อินฟินิตี้” ที่เป็นความสุขไม่รู้จบของคนทั่วโลก
 
3.สร้างคำฮิตติดปากอย่าง “อูมามิ” ที่ช่วยเพิ่มความกลมกล่อมในรสชาติให้กับอาหารไทยหลากหลายเมนู จนคำว่า “อูมามิ” ติดปาก และทำให้คนไทยจดจำแบรนด์ได้เป็นอย่างดี
 
4.เจาะกลุ่มร้านอาหารเพื่อบอกให้รู้ถึงการเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยทำให้รสชาติอาหารอร่อยที่ได้รับการยอมรับและทำให้มียอดขายเพิ่มขึ้นจากช่องทางนี้มาก

5.พัฒนาสินค้าต่อเนื่องทันยุคสมัย ในแง่โปรดักส์มีการพัฒนาต่อเนื่องเช่น “อายิโนะโมะโต๊ะ พลัส” ซึ่งเป็นผงชูรสเข้มข้นที่ใช้เพียงครึ่งหนึ่งของผงชูรสปกติ ก็เพิ่มรสชาติอาหารได้ดียิ่งเหมาะกับร้านอาหาร และโรงงานที่ใช้การปรุงอาหารครั้งละจำนวนมาก
 
อาณาจักร “อายิโนะโมะโต๊ะ” มูลค่ารวมกว่า 4 แสนล้านบาท
 
ภาพจาก https://bit.ly/3dwWJrT

บริษัทแม่ของกลุ่มอายิโนะโมะโต๊ะ หรือ Ajinomoto Co., Inc. จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว และตลาดหลักทรัพย์เบอร์ซา มาเลเซียซึ่งมีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 441,200 ล้านบาทและปัจจุบัน มีบริษัทในเครือกว่า 135 แห่ง ตั้งอยู่ใน 36 ประเทศ รวมมีสินค้าภายใต้อาณาจักรอายิโนะโมะโต๊ะ วางจำหน่ายมากกว่า 130 ประเทศทั่วโลก

ในส่วนของประเทศไทย บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด แตกไลน์บริษัทออกไปกว่า 17 แห่ง เช่น บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในเครือ และผลิตกาแฟกระป๋อง “เบอร์ดี้” หรือ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ โฟรเซ่นฟู้ดส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ผลิตอาหารสำเร็จรูปแช่แข็งประเภทไก่ หรือบริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ เบทาโกร สเปเชียลตี้ ฟู้ดส์ จำกัด ที่ผลิตอาหารสำเร็จรูปแช่แข็งประเภทหมู เป็นต้น รายได้ของอะยิโนะโมะโต๊ะในประเทศไทยยกตัวอย่างปี 2563 มีรายได้ 35,432 ล้านบาท กำไร 3,383 ล้านบาท
 
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ “ผงชูรส”
 
ภาพจาก www.ajinomoto.co.th

ความเชื่อของคนส่วนใหญ่มองว่าผงชูรสรับประทานแล้วมีอันตรายจะสะสมในร่างกาย ซึ่งที่จริงผลึกแท่งสีขาวที่เห็นคือเกลือของกรดอะมิโน มีกรรมวิธีการตกผลึกที่บริสุทธิ์และนำมาปรุงอาหารได้อย่างปลอดภัยเพราะเป็นเพียงแค่การนำจุลินทรีย์มาเปลี่ยนเป็นน้ำตาลจนเกิดเป็นกรดกลูตามิก เช่นเดียวกับกระบวนการการเปลี่ยนน้ำตาลในนมให้กลายเป็นกรดแลคติกในโยเกิร์ต

ซึ่งความจริงแล้วผงชูรสนี้มีความปลอดภัย และได้รับรองจากการประเมินทางด้านอาหารทั้งในและต่างประเทศจากองค์การอาหารและยา (อย.) โดยสามารถลดการใช้เครื่องปรุงรสเค็มในอาหารลงได้ เพราะมีปริมาณโซเดียมเพียงแค่ 1 ใน 3 ของเกลือแกงเท่านั้น และยังทำให้รสชาติมีความลงตัวมากขึ้นในสัดส่วนที่พอดี โดยที่ความอร่อยไม่ถูกลดลงไป ตามชื่อเรียก ‘ผงชูรส’ ที่ช่วยชูรสอาหารในฐานะรสชาติที่ 5 ให้รับรสอูมามิได้นั่นเอง
 
ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
 
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
 
ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจ ติดตามได้ที่ www.thaifranchisecenter.com/document
 
รับฟังบทความต่างๆ ผ่านทาง PodCast ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ https://soundcloud.com/thaifranchisecenter