บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
1.5K
2 นาที
25 มีนาคม 2565
“โอวัลติน” เครื่องดื่มในตำนาน รายได้กว่าพันล้านบาทต่อปี
 

กว่า 88 ปีที่คนไทยรู้จักกับ “โอวัลติน” เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่เด็กยุคเก่า ยุคใหม่ ต่างก็คุ้นเคยเป็นอย่างดี โดยโอวัลตินเป็น 1 ใน 3 แบรนด์หลักของตลาดเครื่องดื่มช็อกโกแลตมอลต์ ซึ่งมีมูลค่าตลาด 4,500 ล้านบาทจากตลาดรวมนมพร้อมดื่มที่มีมูลค่ามากกว่า 44,000 ล้านบาท ความสำเร็จของ “โอวัลติน” ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ ทำไมแบรนด์นี้ถึงฮิตติดใจลูกค้าไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนยอดขายก็ยังคงดีต่อเนื่อง

www.ThaiFranchiseCenter.com ต้องการให้เนื้อหานี้เป็นแนวทางของคนทำธุรกิจที่จะได้นำไปปรับใช้และพัฒนารูปแบบการทำการตลาดที่เราเชื่อว่าโอวัลตินคือตัวอย่างที่ดีที่เห็นผลชัดเจนการันตีจากรายได้ที่มีมูลค่ากว่าหมื่นล้าน
 
โอวัลติน เครื่องดื่มที่เริ่มต้น 157 ปีที่แล้ว
 
ภาพจาก bit.ly/3L7HDnK

ไม่น่าเชื่อว่า “โอวัลติน” จะมีจุดเริ่มต้นยาวนานกว่า 157 ปี และโอวัลตินก็ไม่ใช่ช็อคโกแลตผสมนมเหมมือนที่เราเคยคิดตอนเด็กๆ แต่มันคือมอลล์สกัด โดยในปี 1865 นักเคมีชาวสวิส Dr. George Wander ได้คิดค้นเครื่องดื่มร้อนเพื่อสุขภาพที่สกัดจากมอลต์ มีส่วนผสมของไข่ เพื่อเสริมสร้างโภชนาการให้กับเด็ก ๆ ที่ต้องเติมเต็มสารอาหาร และรู้จักกันในชื่อยุคนั้นว่า “Ovo-Maltin” โดย Ovo” มีความหมายว่า “ไข่” ที่มาจากคำว่า “Ovum” ส่วน “Maltin” ก็มีความหมายว่า “มอลต์” ที่มาจากคำว่า “Malt”

ภาพจาก bit.ly/3uL9QdJ
 
ในปี 1904 Dr. Albert Wander ลูกชายของ Dr. George ได้ต่อยอดผลิตภัณฑ์นี้ให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยได้รวบรวมเอามอลต์สกัดข้าวบาเลย์ที่มีคุณภาพมาเป็นส่วนผสมกับวัตถุดิบอื่น ๆ เช่น นม ไข่ไก่ และผงโกโก้ เป็นต้น กระทั่งได้สัดส่วนที่เหมาะสม จนสามารถเป็นเครื่องดื่มในทางการค้าได้ จากนั้น จึงได้นำออกตีตลาด ณ ประเทศอังกฤษ ภายใต้ชื่อแบรนด์ “Ovaltine”
 
โอวัลตินเข้าสู่ประเทศไทยในปี 1987
 

ภาพจาก www.ovaltine.co.th

หลังจากนั้นอีก 85 ปีต่อมาในปี 1987 โอวัลตินได้เข้าสู่เมืองไทยเป็นครั้งแรก โดยบริษัท วานเดอร์ (ประเทศไทย) จำกัดประเทศไทย มีการนำโอวัลตินเข้ามาจำหน่ายเป็นครั้งแรกในปีพ.ศ.2477 ต่อมาในปี พ.ศ. 2531 ได้มีการสร้างโรงงานผลิตโอวัลตินเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่สมุทรปราการ เพื่อเป็นศูนย์กลางการผลิตโอวัลตินในแถบเอเชีย แต่ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือโรงงานแห่งนี้เป็นแหล่งผลิตโอวัลตินที่ใหญ่ที่สุดของโลก
 
ปัจจุบันโอวัลตินได้เป็นสินค้าของ บริษัท เอบี ฟู้ด เบฟเวอร์เรจส์ (ประเทศไทย) ซึ่งแน่นอนว่าจุดเด่นโอวัลตินคือการทำตลาดที่ครองใจลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง เป็นสินค้าที่กลายเป็นภาพจำ ทุกวันนี้ก็แม้จะไม่ต้องทำการตลาดมาก แต่คนก็จดจำแบรนด์ได้อย่างดี และมีการพัฒนาสินค้าให้ทันสมัยต่อเนื่อง

รวมถึงการพัฒนาสินค้าให้เข้ากับหลากหลายเมนูจะเห็นได้จากร้านขายเครื่องดื่มจำนวนมากที่นำเอาผงโอวัลตินไปเป็นวัตถุดิบหลักในการทำเมนูต่าง อีกทั้งโอวัลตินยังมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด ทำแคมเปญต่าง ๆ ยิ่งตอกย้ำความเป็นผู้นำของเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพได้อย่างชัดเจน
 
กำไรของโอวัลตินสูงกว่า พันล้านบาทต่อปี
 
ภาพจาก https://bit.ly/3IOJUCZ

ตัวเลขรายได้ของโอวัลตินโดยบริษัท เอบี ฟู้ด เบฟเวอร์เรจส์ (ประเทศไทย) ถือว่าน่าสนใจอย่างมาก ยกตัวอย่างในปี 2560 มีรายได้รวมกว่า 8,891 ล้านบาท กำไร 1,777 ล้านบาท และในปี 2563 รายได้รวมกว่า 8,242 ล้านบาท กำไร 1,697 ล้านบาท โดยปัจจุบัน Associated British Foods มีมูลค่าบริษัทกว่า 794,000 ล้านบาท แน่นอนว่าสิ่งที่ทำให้ยอดขายของโอวัลตินสูงทะลุเพดานไม่ใช่เรื่องที่จะทำกันได้ในระยะสั้น เพราะแผนการตลาดของโอวัตินนั้นเน้นระยะยาว สร้างภาพจำให้คนรู้จักเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
 
ในช่วงแรกก็ถือว่าเป็นการตลาดที่ยากมากกับการที่จะเปลี่ยนให้คนไทยที่ยังไม่รู้จักและยังคุ้นเคยกับเครื่องดื่มแบบเดิมๆ หันมาสนใจเครื่องดื่มมอลล์สกัด ซึ่งจำเป็นต้องเน้นการตลาดแบบเข้าถึงให้ทุกคนได้รู้จักรสชาติและรู้จักผลิตภัณฑ์ ควบคู่กับการควบคุมคุณภาพสินค้าที่ดีเสมอมา จนเมื่อแบรนด์เริ่มเป็นที่รู้จักและคนพูดถึง จึงต่อยอดในการสร้างภาพจำ

โดยการตลาดของโอวัลตินเน้นกลุ่มเด็กอายุ 5-12 ปี ก่อนจะขยายมาสู่วัยรุ่น วัยทำงาน รวมไปถึงกลุ่มแม่บ้านที่ต้องเตรียมอาหารเครื่องดื่มๆ ต่างๆ ทุกวันนี้การตลาดของโอวัลตินแพร่กระจายไปยังร้านค้า ร้านอาหาร เพื่อให้โอวัลตินเป็นวัตถุดิบหลักในการทำเมนูต่างๆ ทุกสิ่งทุกอย่างคือการทำตลาดที่มีแบบแผน และมีเป้าหมายชัดเจน จนสามารถเป็นแบรนด์ยอดฮิตติดตลาดและกลายเป็นผู้นำได้ในทุกวันนี้
 
สำหรับแบรนด์สินค้าใดๆ ก็ตาม ควรวางคอนเซปต์และควบคุมคุณภาพสินค้าให้ดีต่อเนื่อง และควรมีการพัฒนารูปแบบสินค้าให้ทันสมัยเพื่อโอกาสในการเพิ่มยอดขายที่มากขึ้น เหนือสิ่งอื่นใด ควรให้ความสำคัญกับลูกค้ามากเป็นอันดับแรก จะเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างรวดเร็ว
 
ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน

ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 

 
รับฟังบทความต่างๆ ผ่านทาง PodCast ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ https://soundcloud.com/thaifranchisecenter