บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การตลาด บริหารธุรกิจ    การขาย
2.5K
2 นาที
23 กุมภาพันธ์ 2564
รวม 5 เทคนิคเพิ่มยอดขาย จากการใช้ “คนละครึ่ง-เราชนะ”


สำหรับมาตรการของภาครัฐทั้ง “คนละครึ่ง” “เราชนะ” “เรารักกัน” ล้วนแต่เป็นมาตรการต่อเนื่องที่พยายามผลักดันให้ประชาชนได้ออกมาจับจ่าย ให้เกิดกระแสเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ในมุมของชาวบ้านคงไม่ได้สนใจเรื่อง GDP จะโตหรือไม่โต แต่มาตรการเหล่านี้มีผลให้คนออกมาใช้จ่ายมากขึ้นได้จริง

โดย www.ThaiFranChiseCenter.com มีข้อมูลจากหอการค้าไทย ที่ระบุว่าเม็ดเงินจากโครงการ”เราชนะ” 2.1 แสนล้านบาท จะกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น 1.2% ส่วนโครงการ “คนละครึ่ง” เม็ดเงิน 53,000 ล้านบาท จะกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น 0.3% และโครงการ “เรารักกัน” 40,000 ล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น 0.2% ซึ่งหากรวมมาตรการทั้งหมดแล้ว จะมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้เพิ่มขึ้นอีก 1.7%
 
สถิติน่าสนใจของโครงการ คนละครึ่ง –เราชนะ
 
 
ทั้งคนละครึ่ง และเราชนะ เป็นมาตรการที่ได้ความนิยมต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2563 เป็นต้นมา มีการเพิ่มวงเงินสำหรับโครงการนี้มากขึ้นเพื่อให้เข้าถึงประชาชนได้มากขึ้น ข้อมูลจากปี 2563 ที่ผ่านมาระบุว่า
  • มีผู้ใช้สิทธิ์แล้ว 8.77 ล้านคน จากเป้าหมายผู้เข้าร่วมโครงการ 10 ล้านคน (ข้อมูลปี 2563)
  • ยอดการใช้จ่ายสะสม 18,797 ล้านบาท แบ่งเป็น เงินที่ประชาชนจ่าย 9,581 ล้านบาท เงินที่ภาครัฐร่วมจ่าย 9,216 ล้านบาท
  • ยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครั้ง คือ 200 บาท
  • เฉลี่ยเงินสะพัด วันละ 723 ล้านบาท
  • 5 จังหวัดที่มีการใช้จ่ายสะสมมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, สงขลา, นครศรีธรรมราช, สุราษฎร์ธานี, เชียงใหม่
  • ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ เป็นร้านอาหารและเครื่องดื่มกว่า 2.28 แสนร้าน, ร้านธงฟ้า 4.42 หมื่นร้าน, ร้านโอท็อป 1.52 หมื่นร้าน และ ร้านค้าทั่วไป 1.28 แสนร้าน
  • ร้านอาหารสตรีทฟู้ด มียอดขายเติบโต 2-3 เท่า ในช่วง 2 สัปดาห์

ซึ่งร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ‘คนละครึ่ง’ จะรับเงินจากลูกค้าได้ผ่านทางแอปพลิเคชัน ‘ถุงเงิน’ โดยร้านค้าจะได้รับเงินทุกวันในส่วนที่ประชาชนชำระ โดยช่วงเวลาการโอนเงินให้ร้านค้าจะทยอยโอนเงินให้ร้านค้าจะทยอยโอน ตั้งแต่ 02:00 น. เป็นต้นไป ไม่เกิน 06:00 น. และในส่วนของภาครัฐที่สมทบให้อีกครึ่งหนึ่งจะได้รับในวันทำการถัดไป หากเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ จะได้รับวันจันทร์โดยช่วงเวลาที่รับเงินโอนจากภาครัฐ คือ ตั้งแต่ช่วง 17:30 น. เป็นต้นไป ไม่เกิน 19:00 น.
 
แน่นอนว่าสิ่งที่น่าสนใจเมื่อมี มาตรการกระตุ้นการซื้อขายแบบนี้ พ่อค้าแม่ค้าควรจะมีวิธีอะไรที่เอามาใช้ร่วมกันบ้าง เพื่อจะได้เพิ่มยอดขายได้มากขึ้น
 
รวม 5 เทคนิคเพิ่มยอดขาย จากการใช้ “คนละครึ่ง-เราชนะ
 

แนะนำว่า “พ่อค้าแม่ค้า” ไม่ควรปฏิเสธโครงการเหล่านี้เพราะเป็นโอกาสดีๆ ที่จะช่วยกระตุ้นการจำหน่ายสินค้าให้มากขึ้น หากวัดจากความรู้สึกของประชาชนแล้วจะเลือกจับจ่ายกับร้านที่ “เข้าร่วมโครงการ” ซึ่งสร้างยอดขายเพิ่มกว่าเท่าตัว ซึ่งมีเทคนิคที่แนะนำให้ใช้ร่วมกันดังนี้
 
1.ติดป้ายหน้าร้านให้ชัดเจนว่า “เข้าร่วมโครงการใดบ้าง”
 
ภาพจาก bit.ly/3dEH2ww

ส่วนใหญ่ร้านที่เข้าร่วมคนละครึ่งจะได้รับสิทธิต่อเนื่องกับโครงการเราชนะ และเราเรากัน ซึ่งร้านค้าที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการจะได้รับป้ายสำหรับติดหน้าร้าน ซึ่ง “ควรติดในจุดที่ลูกค้ามองเห็นได้ชัด” จะช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น
 
2.ให้คำอธิบายกับลูกค้าอย่างใจเย็น

ภาพจาก bit.ly/2Mh3WPb

ไม่ใช่ลูกค้าทุกคนที่จะใช้แอปเป๋าตังเป็น บางคนอาจเป็นคุณลุงคุณป้า ที่อายุมาก ๆมักจะไม่เข้าใจวิธีการใช้ หรือบางทีใช้ไม่เป็นกันเลยทีเดียว หน้าที่ของร้านค้าคือต้องให้บริการแก่ลูกค้ากลุ่มนี้ แม้ว่าจะยุ่งแค่ไหนก็ไม่ควรแสดงอารมณ์ไม่พอใจเมื่อลูกค้าถามว่า “เราต้องทำอย่างไร” ลูกค้าบางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าในแอปเป๋าตังค์ตัวเองมีวงเงินเหลือเท่าไหร่ ยอดการใช้ต่อวันเหลือเท่าไหร่ ตรงนี้พ่อค้าแม่ค้าต้องใจเย็นและอธิบายลูกค้าอย่างสุภาพ เมื่อโครงการนี้หมดระยะเวลาการใช้ ลูกค้าจะได้จดจำภาพลักษณ์ดีๆ ของร้านค้าเราไปด้วย
 
3.ควรมีคนช่วยขาย ไม่ควรอยู่ร้านคนเดียว
 
ภาพจาก bit.ly/2Mh3WPb

พ่อค้าแม่ค้าบางคนเปิดร้านขายของคนเดียว แต่บางทีการใช้สิทธิคนละครึ่ง หรือเราชนะ ไม่เหมือนการจ่ายเงินสดที่รับเงินมาแล้วก็จบ การใช้แอปเป๋าตังค์ บางครั้งเราต้องเสียเวลาในการสแกน ขึ้นอยู่กับความเร็วของอินเทอร์เนต บางคนสแกนไม่ผ่าน ต้องสแกนใหม่ อาจมีปัญหากับลูกค้าคนอื่นที่มารอคิวได้ จึงควรมีผู้ช่วยในการขาย เพื่อให้การขายรวดเร็วมากขึ้น

4.รักษาคุณภาพและปริมาณสินค้าให้เหมือนเดิม
 

เสียงจากประชาชนบางส่วนที่มองว่าถูกเอาเปรียบจากพ่อค้าแม่ค้าเมื่อมีโครงการคนละครึ่ง หรือเรารักกัน คือการลดปริมาณสินค้าให้น้อยลง ซึ่งถือว่าไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค เพราะในความเป็นจริง พ่อค้าแม่ค้าไม่ได้มีต้นทุนเพิ่มขึ้นและยังได้รับค่าสินค้าเต็มจำนวน ดังนั้นจึงไม่ควรลดปริมาณสินค้าให้น้อยลง เพราะจะกลายเป็นภาพจำให้ลูกค้ารู้สึกว่าร้านค้านี้เอาเปรียบและไม่กลับมาใช้บริการอีกในอนาคต
 
5.ห้ามทำผิดกฏข้อบังคับการใช้สิทธโครงการ
 

พ่อค้าแม่ค้าบางคนนึกว่าตัวเองฉลาดและใช้สารพัดวิธีเอาเงินจากโครงการคนละครึ่ง หรือเรารักกันมาใช้แบบผิดวิธี ซึ่งมีรายงานการจับกุมในหลายพื้นที่ให้ทราบเป็นระยะ ๆ ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่ได้ไม่คุ้มเสีย เพราะหากถูกจับกุมโทษหนักจำคุก 7ปี หรือ ปรับไม่เกิน 140,000 บาท แถมจะกลายเป็นบุคคลที่มีประวัติเสีย และอาจถูกตัดสิทธิไม่ให้เข้าร่วมโครงการต่างของภาครัฐที่อาจมีขึ้นในครั้งต่อไป
 
สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับของมาตรการคนละครึ่งและเราชนะคือทำให้คนไทยอยากออกไปจับจ่ายมากขึ้น เพราะในภาวะที่ชักหน้าไม่ถึงหลัง การได้เงินอุดหนุนจากรัฐบาลก็ช่วยแบ่งเบาภาระได้บางส่วน แต่หากจะดีกว่าถ้าภาครัฐมีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาวที่ไม่ใช่การแจกเงินอย่างเดียว ข้อดีของโครงการแบบประชานิยมคือคนส่วนใหญ่พอใจ แต่ก็เป็นผลเสียกับประเทศในระยะยาวเพราะเงินที่เอามาใช้ในโครงการเหล่านี้คือการกู้ยืมที่หากไม่มีแผนสำรองที่ดีอนาคตคนไทยได้เป็นหนี้ต่างชาติกันยาวไปเลยครับพี่น้อง
 
ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
 
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
 
ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจ ติดตามได้ที่ www.thaifranchisecenter.com/document/index.php
 
รับฟังบทความต่างๆ ผ่านทาง PodCast ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ https://soundcloud.com/thaifranchisecenter
 
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
7 เหตุผลที่ทุกธุรกิจต้องการโปรแกรม HR จาก ByteHR
478
อวสานวงการบันเทิงไทย ถอยหลัง ตกยุค เรตติ้งตก?
413
โหดสุด! สมรภูมิชาจีนยุคใหม่ ไม่เหลือใครไว้ข้างหล..
382
ปี 2568 อวสานธุรกิจไทย บทเรียนที่แก้ไขไม่ได้
376
วางแผน? เกษียณทุกบริบท จุดจบทุกกรณี
366
วิกฤติหนัก เศรษฐกิจไทย “เผาหลอก” ปีนี้ “เผาจริง..
365
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด