บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
515
7
3 นาที
3 กุมภาพันธ์ 2564
ไทยต้องปรับตัว! “รศ.ดร.อัทธ์” วิเคราะห์ “การค้าต่างประเทศ” ปี 64 ท่ามกลางโควิด 
 

แม้จะมีการระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2563 เป็นต้นมา แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าระหว่างประเทศ มองการส่งออกของไทยในปี 2564 จะเติบโตเพิ่ม 3.4% มากกว่าปี 2563 อย่างแน่นอน โดยมีปัจจัยหนุน ได้แก่ ความสามารถในการผลิตวัคซีนโลก เศรษฐกิจโลกและจีนฟื้นตัว และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า ซึ่งหากวัคซีนผลิตตามแผนได้ทั่วถึง 40% ของประชากร จะดันส่งออกโตตามเป้า แต่หากไม่เป็นตามเป้า อาจสูญ 3 แสนล้านบาท ผลักส่งออกติดลบ 0.8% รายละเอียดต่างๆ จะเป็นอย่างไร วันนี้ www.ThaiFranchiseCenter.com มีข้อมูลจากการสัมภาษณ์มานำเสนอให้ทราบครับ 
 
“วัคซีน-เศรษฐกิจโลก-เศรษฐกิจจีน-มาตรการเศรษฐกิจคู่ค้า” ดันส่งออกไทยโต! 
 

ภาพจาก FB: อัทธ์ พิศาลวานิช นายหัวอัทธ์

รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์การค้าระหว่างประเทศในช่วงการระบาดของโควิด-19 ในปี 2564 หากสถานการณ์ดำเนินไปตามปกติและโลกสามารถผลิตวัคซีนต้านโควิด-19 ออกมาเพียงพอต่อความต้องการจำนวน 40% ของประชากรโลกภายในปีนี้ ภาคการส่งออกไทยจะเติบโต 3.6% จากปี 2563 มีมูลค่า 237,200 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีกรอบการผันผวนตามสถานการณ์อยู่ระหว่าง -1.8% จนถึง 5.8%
 
โดยมีปัจจัยบวกจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลก-เศรษฐกิจจีนฟื้นตัว, ประเทศต่างๆ เริ่มฉีดวัคซีนตั้งแต่ปลายปี 2563, ราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นสูงกว่าปี 2563, มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า และการลงนามความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) 
 

ภาพจาก FB: อัทธ์ พิศาลวานิช นายหัวอัทธ์
 
ขณะที่ปัจจัยเสี่ยง คือ ไม่สามารถผลิตวัคซีนโควิด-19 ให้ครอบคลุมประชากรโลก อีกทั้งทางยุโรปห้ามส่งออกวัคซีนไปทั่วโลก รวมถึงผลหรือประสิทธิภาพของการฉีดวัคซีนว่าปลอดเชื้อจริงๆ และค่าเงินบาทที่มีทิศทางแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง ปัญหาตู้สินค้าขาดแคลนและต้นทุนค่าขนส่งสูงขึ้น รวมถึงผลกระทบจากกรอบความตกลง EVFTA แต่โดยรวมโอกาสน่าจะดีกว่าปี 2563
 
นอกจากปัจจัยเรื่องของวัคซีนแล้ว ประเทศไทยยังต้องจับตาดูนโยบายด้านต่างๆ ของประเทศสหรัฐอเมริกาภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีคนใหม่ “โจ ไบเดน” ซึ่งเชื่อว่าอาจต้องมีนโยบายการกีดกันทางการค้าออกมาอย่างแน่นอน หรืออย่างกรณีประเทศอังกฤษที่ออกจากสหภาพยุโรปแล้ว ก็จะสร้างมาตรฐานของตัวเองเพิ่มขึ้น
 
“อาหาร-สินค้าสุขอนามัย-อาหารเสริม-สมุนไพรไทย” พระเอกส่งออกไทย 
 

ภาพจาก FB: อัทธ์ พิศาลวานิช นายหัวอัทธ์

รศ.ดร.อัทธ์ กล่าวว่า สินค้าส่งออกของไทยที่ได้เปรียบในช่วงโควิด-19 ได้แก่ อาหาร สินค้าสุขภาพ ผลิตภัณฑ์สุขอนามัย ถุงมือยาง ครีมสุขภาพ อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการออกกำลังกาย อาหารเสริม สมุนไพรต่างๆ สารสกัดจากผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ  โดยมีตลาดส่งออกที่สำคัญของไทย ได้แก่ จีน สหรัฐฯ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และยุโรป ซึ่งยังมีความต้องการสินค้าที่เกี่ยวกับสุขอนามัย และสุขภาพ ส่วนตลาดที่รัฐบาลไทยจะต้องทำการตลาดมากขึ้น ได้แก่ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา 
 
ในส่วนตลาดเวียดนามนั้น ถือว่าเป็นไชน่าทาวน์ แม้ว่าจะมีขนาดเล็กกว่าจีน จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไมเวียดนามจึงเนื้อหอมของนักลงทุน เพราะว่านโยบายด้านเศรษฐกิจมีความต่อเนื่อง ค่าแรงถูก ยุทธศาสตร์ต่างๆ ขับเคลื่อนตามเป้าหมาย จึงสามารถดึงดูดนักลงทุนได้เป็นอย่างดี ยุทธศาสตร์ต่างๆ มีความชัดเจน รัฐบาลสามารถทำได้ตามเป้าหมายที่กำหนด ประกอบกับมีนักลงทุนจากต่างชาติเข้าไปช่วยผลักดันตลาดให้เติบโต อาทิ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และยุโรป 
 
โดยสิ่งที่เวียดนามทำอยู่ในปัจจุบัน คือ การผลักดันตลาดส่งออกในเรื่องของสินค้าเกษตร ผลไม้ อาหารแปรรูป หากมองภาพโดยรวมทั้งหมดแล้ว ประเทศเวียดนามมีศักยภาพในการแข่งขัน และมีหลายๆ จุดที่แซงหน้าประเทศไทย  
 
ต้องยึดโมเดลเกาหลี! ไทยขาดมาตรฐาน-ทำตลาด...ทำให้แพ้เวียดนาม  
 

ภาพจาก FB: อัทธ์ พิศาลวานิช นายหัวอัทธ์

สำหรับประเทศไทยนั้น ผู้ประกอบการไทยยังขาดการทำการตลาด โดยโครงการสร้างการทำการตลาดของผู้ประกอบการไทยต้องถามกันเอง ต่างคนต่างทำ แต่สำหรับเวียดนามนอกจากผู้ประกอบการแล้ว ยังมีรัฐวิสาหกิจไปรับออเดอร์มาให้ผู้ประกอบการเวียดนามขาย แต่ของไทยต่างคนต่างทำ โดยไทยต้องเอาโมเดลเกาหลีใต้ที่มีสินค้าหลายๆ ตัวครองตลาดโลกมายาวนาน

ไม่ว่าจะเป็น อาหารเสริม เครื่องสำอาง เพราะเขาเน้นคุณภาพตั้งแต่วัตถุดิบ ประกอบกับรัฐบาลให้การสนับสนุนเรื่องงานวิจัยและพัฒนา มีการใส่เงินในเรื่องงานวิจัย รัฐบาลช่วยเรื่องการทำแพ็กเกจจิ้ง พอจะไปขายก็มีหน่วยงานเข้าทำตลาดให้
 
อย่างไรก็ก็ตาม แม้ว่าประเทศไทยจะมีหน่วยงานทำการตลาดต่างประเทศ แต่พอกลับมาดูต้นทุนของสินค้าไม่ได้ล้อกันกับปลายทาง ทำให้ขายลำบาก เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในต่างประเทศ ทั้งโดดเด่นในเรื่องคุณภาพ แพ็กเกจจิ้ง มาตรฐานระดับโลก สรุปโดยรวมก็คือ ไทยยังขาดเรื่องมาตรฐาน และการทำตลาดยังสู้ต่างประเทศไม่ได้  
 
รศ.ดร.อัทธ์ กล่าวว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เวียดนามแย่งส่วนการตลาดของไทยเยอะมาก จากเดิมที่เวียดนามมีส่วนแบ่งตลาดน้อยกว่าไทย ปัจจุบันแซงหน้าส่วนแบ่งตลาดของไทย ไม่ว่าจะเป็นตลาดอังกฤษ อเมริกา ยุโรป เมื่อเทียบสินค้าแบบตัวต่อตัว ได้แก่ สินค้าเกษตร เครื่องใช้ไฟฟ้า อาหารแปรรูป สินค้าประมง จากเดิมที่เวียดนามมีศักยภาพอยู่แล้ว ยิ่งติดปีกบินสูงขึ้น
 
“เมื่อก่อนประเทศเนื้อหอมในการลงทุนเรามักพูดถึง คือ พม่า พอมาปัจจุบันก็คือเวียดนาม โดยเวียดนามเวลาทำเกณฑ์ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจดิจิทัลมักจะทำเทียบกับประเทศไทย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เนื่องจากเป็นประเทศที่ใกล้เคียงกัน”
 
SMEs กำลังขาดน้ำมัน แนะภาครัฐลดภาระค่าใช้จ่าย 
 

ภาพจาก FB: อัทธ์ พิศาลวานิช นายหัวอัทธ์

ในมุมมองของเอสเอ็มอีไทยในสถานการณ์โควิด-19 รศ.ดร.อัทธ์ อธิบายว่า ปัจจุบันเอสเอ็มอีไทยหลายภาคส่วนกำลังได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เนื่องจากไม่มีน้ำมันที่จะวิ่งไปต่อ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มท่องเที่ยว ส่งออก รวมถึงกลุ่มที่รอเงินจากรัฐ แม้ว่าภาครับจะช่วยเหลือในเรื่องพักชำระเงินต้น แต่อย่าลืมว่าดอกเบี้ยยังวิ่งอยู่ 
 
เมื่อสถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้น เอสเอ็มอีเหล่านี้ก็ต้องจ่ายเงินต้นอยู่ดี ประกอบกับเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ยาก จึงทำให้เอสเอ็มอีไทยประสบปัญหาอย่างหนักทำให้ล้อกันหมด ทั้งปลดพนักงาน ปิดกิจการ ผลต่อมาคือเกิดปัญหาสังคมตามมา ดังนั้น ภาครัฐต้องลดภาระค่าใช้จ่ายที่อยู่ในสถาบันการเงินต่างๆ ให้กับเอสเอ็มอี ลดดอกเบี้ย การลดเงินต้น ต้องให้การสนับสนุนเรื่องเงินทุน 
 

ภาพจาก FB: อัทธ์ พิศาลวานิช นายหัวอัทธ์
 
สำหรับในส่วนของกรณี ทหารพม่าทำการปฏิวัติ จะกระทบต่อการค้าและลงทุนไทยอย่างไรบ้าง ซึ่ง รศ.ดร.อัทธ์ ได้เปิดเผยเฟสบุ๊คว่า จะกระทบการค้าและการลงทุนในระยะสั้นคือ “1 เดือน” ขณะนี้ การโอนเงินผ่านทางธนาคารทำไม่ได้ หลังจากนี้การค้าขายและการลงทุนจะกลับมาเหมือนเดิม ทั้งนี้ขึ้นกับท่าทีของไทยกับเรื่อง “ปฏิวัติ” ดังกล่าวด้วยว่าจะเป็นในทิศทางใด
 
ขณะเดียวกัน พม่าจะเสี่ยงถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจจากต่างประเทศ จะทำให้เศรษฐกิจพม่าได้รับผลกระทบ ส่งผลให้กำลังซื้อจะลดลงไป ซึ่งอาจส่งผลกระทบกระทบต่อการค้าขายของไทยกับพม่าได้ 
 
ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
 
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
 
ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจ ติดตามได้ที่ www.thaifranchisecenter.com/document
รับฟังบทความต่างๆ ผ่านทาง PodCast ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ https://soundcloud.com/thaifranchisecenter