บทความทั้งหมด    บทความแฟรนไชส์    โอกาสทางธุรกิจ    ช่องทางทำกิน
853
15
3 นาที
16 ธันวาคม 2563
สุดปัง! กะหรี่ปั๊บ ไส้ไก่ สูตรแชมป์ประเทศไทย ทำจริง! รวยจริง! กำไรต่อวัน 1,000++
 

ปี 2564 คนส่วนใหญ่คงจะคิดหนักว่าชีวิตต่อจากนี้จะทำยังไงดี ในปี 2563 มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันหลายอย่างโดยเฉพาะการแพร่ระบาดของ COVID 19 ที่ส่งผลให้หลายคนตกงาน ว่างงาน และขาดรายได้ ปัญหานี้คาดว่าจะยังอยู่คู่คนไทยไปอีกพักใหญ่ๆ ทางออกที่ดีที่สุดคือ “มองหาอาชีพ” สร้างรายได้ให้กับตัวเอง แต่คำถามคือ “จะมีอาชีพแบบไหน” “อย่างไร” ที่ลงทุนน้อย คืนทุนไว้ กำไรรวดเร็ว 
 
คอลัมน์จดหมายข่าวของ www.ThaiFranchiseCenter.com มีอีกหนึ่ง “แฟรนไชส์” น่าสนใจที่เราเชื่อว่าตอบโจทย์ความต้องการของคนยุคนี้ได้อย่างดี เพราะนี่คือแฟรนไชส์กะหรี่ปั๊บ ไส้ไก่ สูตรแชมป์ประเทศไทย ที่หลายคนอาจมองว่า“กะหรี่ปั๊บ” จะมาสร้างรายได้ที่ดีให้กับเราได้ไง และที่บอกว่ากำไรต่อวัน 1,000++ แค่พาดหัวคอลัมน์ให้น่าสนใจหรือเปล่า ขอบอกว่างานนี้ไม่มีโม้ เพราะหลังจากที่เราได้คุยกับคุณปราโมทย์ โอภาส เจ้าของแฟรนไชส์ตัวจริงเสียงจริง ยังอดคิดไม่ได้เลยว่า “อยากซื้อแฟรนไชส์นี้มาลงทุนเอง” ให้รวยๆๆ กันไปเลย
 
ไอเดียเจ๋ง! ใช้เครื่องจักรเพิ่มกำลังผลิต “กะหรี่ปั๊บ” ได้ปริมาณและคุณภาพมากขึ้น
 

พี่โอภาสเจ้าของแฟรนไชส์ กะหรี่ปั๊บ ไส้ไก่ สูตรแชมป์ประเทศไทย แรกเริ่มเดิมทีเป็นวิศวกร และมีธุรกิจหลายอย่างทั้งรับเหมาก่อสร้างและเจ้าของรีสอร์ท ซึ่ง “กะหรี่ปั๊บไส้ไก่” ก็เป็นสินค้าที่ภรรยาพี่โอภาสทำอยู่ก่อนแล้ว แต่ยังเป็นแบบ “โฮมเมด” เน้นสร้างรายได้เสริมมากกว่า
 

พี่โอภาสบอกว่า “ทีแรกเราก็ไม่ได้สนใจสินค้าตัวนี้ แต่เห็นว่าตั้งแต่มีการระบาดของCOVID 19” หลายธุรกิจได้รับผลกระทบ แต่ “ธุรกิจอาหาร” ยังคงเติบโตไปได้ ก็เลยมาคิดว่า เราจะทำอย่างไรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้ดีกว่าเดิม เพราะตลอดเวลา 5-6 ปีที่ผ่านมาปัญหาที่พบก็คือ แรงงานที่หายาก และกว่าจะฝึกให้คนหนึ่งคนทำได้เก่งทำได้คล่องใช้เวลานานมาก บางทีพอทำเก่งทำคล่อง ก็มาลาออกอีก ก็ต้องหาคนใหม่มาฝึกใหม่ วนกันอยู่แบบนี้ สุดท้ายพี่โอภาสก็เคยคิดว่า “ ลองใช้ความถนัดของตัวเองที่เป็นวิศวกรคิดค้นพัฒนาเครื่องทำ กะหรี่ปั๊บ” น่าจะดีกว่า
 
 
กำลังการผลิตในตอนที่ยังไม่มีเครื่องจักรทำได้วันละ 300-400 ชิ้น แถมแต่ละชิ้นรูปร่างก็ออกมาไม่เหมือนกันเนื่องจากเป็นฝีมือของคน เมื่อมีการพัฒนาเครื่องจักรที่เป็นแบบฉบับของพี่โอภาสเอง ก็สามารถผลิตกะหรี่ปั๊บได้มากขึ้น กำลังผลิตสูงสุดในตอนนี้คือ 12,000 ตัว/เดือน ทำให้มีตลาดที่ใหญ่ขึ้นร่วมกับการขยายสาขาในรูปแบบ “แฟรนไชส์” ที่นับว่ามีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด
 
ใช้เวลาแค่ 4 เดือนมีสาขาทั่วประเทศกว่า 240 แห่ง
 

นับเป็นอีกสุดยอดแฟรนไชส์ที่ต้องปรบมือรัวๆ ให้ และน่าตกใจยิ่งกว่าเมื่อพี่โอภาสบอกว่า “ธุรกิจของพี่เริ่มตอนที่ COVID 19 กำลังระบาด” โดยเปิดตัวครั้งแรกเมื่อประมาณ 4-5 เดือนที่ผ่านมา แต่ผลที่ได้กลับตรงกันข้าม เพียงเดือนแรกก็สามารถขยายสาขาได้กว่า 60 แห่ง และนับถึงตอนนี้มีสาขาทั่วประเทศกว่า 240 แห่งถือว่าโตเร็วแบบก้าวกระโดดมาก 
 
 
โดยจุดเด่นสำคัญที่ทำให้แฟรนไชส์เติบโตรวดเร็วพี่โอภาสมองว่า “เพราะเป็นแฟรนไชส์ลงทุนน้อย ทุกคนสามารถเริ่มต้นได้ทันที และกะหรี่ปั๊บของเรา ไม่เหมือนใครคือ กัดแล้วไม่กลวง เนื้อนุ่ม ไม่ร่วน เคี้ยวจบคำอย่างละมุน ทุกคนจะอร่อยตลอดการเคี้ยว แตกต่างจากกะหรี่ปั๊บส่วนใหญ่ที่ตรงกลางอ้วน หัวท้ายไม่มีไส้ แต่ของเรานั้นแตกต่าง ใครได้กินสักครั้งจะรู้ว่าของอร่อยที่แท้จริงเป็นอย่างไร” โดยกะหรี่ปั๊บ ไส้ไก่ของพี่โอภาส เหมาะสำหรับคนที่อยากสร้างธุรกิจให้กับตัวเอง หรือคนที่มีร้านค้า ร้านเครื่องดื่มเดิม แต่อยากเพิ่มสินค้าให้ร้านให้น่าสนใจมากขึ้นก็ได้
 
ลงทุนแค่ 2,790 บาท สร้างอาชีพให้ตัวเองได้เลย!
 

รูปแบบการลงทุน “กะหรี่ปั๊บ ไส้ไก่ สูตรแชมป์ประเทศไทย” ก็ง่ายแสนง่าย ลงทุนแค่ 2,790 บาท รับหม้อทอดไฟฟ้าจำนวน 1 ใบ รับฟรีกะหรี่ปั๊บสดไส้ไก่ชุดแรก 200 ชิ้น โดยจะมีการสอนเทคนิคการทอด เทคนิคการใช้น้ำมันทอด เพื่อให้ผู้ลงทุนนำไปเริ่มต้นสร้างอาชีพให้กับตัวเองได้ทันที แถมยังเป็นแฟรนไชส์ที่มีโอกาสคืนทุนไวกำไรเร็วมาก
 

ต้นทุนสินค้ารับไปตัวละ 7 บาท บวกค่าจัดส่ง 120 บาททั่วประเทศ ต้นทุนค่าน้ำมันทอด จิปาถะต่างๆ รวมแล้วต้นทุนก่อนขายประมาณ 8-9 บาท/ตัว สามารถเอาไปขายตัวละ 15 บาทหรือขายเป็นคู่ๆละ 25 บาท เท่ากับมีกำไรต่อชิ้นกว่า 50% และส่วนใหญ่ลูกค้าจะซื้อแบบเป็นกล่องซึ่งบรรจุตามขนาด ถือว่ามีกำไรที่ดีมาก
 
 
นอกจากนี้พี่โอภาสยังบอกอีกว่า “ไม่มีการบังคับให้ใช้ชื่อแบรนด์ของเรา หากใครอยากจะใช้ชื่อแบรนด์อื่นก็ได้ แต่ถ้าจะใช้ชื่อแบรนด์ของเราจะต้องขายเฉพาะสินค้าของแบรนด์เราเท่านั้น รวมถึงไม่เก็บค่าการตลาดและส่วนแบ่งการตลาด ให้คำปรึกษาตลอดระยะเวลาของการร่วมธุรกิจ และรับสิทธิ์ซื้อกะหรี่ปั๊บสดราคาส่งด้วย”
 
ส่องตัวอย่างความสำเร็จ! กำไรต่อวัน 1,000++
 

เห็นรูปแบบการลงทุน และเงื่อนไขในการลงทุนและความน่าสนใจของสินค้าไปแล้ว หลายคนคงอยากรู้ว่า “คนที่ลงทุนไปแล้ว” เป็นอย่างไรบ้าง เรามีตัวอย่างของผู้ลงทุนที่ทำธุรกิจกับ “กะหรี่ปั๊บไส้ไก่ สูตรแชมป์ประเทศไทย” และประสบความสำเร็จได้อย่างน่าสนใจ 
 
เริ่มจากตัวอย่างแรกพี่โอภาสบอกว่าอยู่ที่ลพบุรี ในอำเภอเมือง ภรรยาเปิดร้านเสริมสวย และลงทุน “กะหรี่ปั๊บไส้ไก่ สูตรแชมป์ประเทศไทย” ให้สามีขายที่หน้าร้าน ปรากฏว่ามียอดขายถึงวันละ 400 ตัว กำไรต่อวันประมาณ 1,600 บาท แถมยังไม่ต้องเสียค่าเช่าพื้นที่เพราะเป็นหน้าร้านตัวเอง
 

 
หรืออีกตัวอย่างเป็นผู้ลงทุนอยู่ที่สมุทรสาคร ทำเลใกล้มินิมาร์ทในหมู่บ้าน ที่นี่ก็ยอดขายวันละ 400 ตัว กำไรก็ไม่ต่ำกว่าวันละ 1,000 บาท หรือที่มาแรงสุดๆ คือผู้ลงทุนใน ฟู้ดวิลล่า ที่ตลิ่งชัน คนนี้พี่โอภาสบอกว่า “ลูกค้าลงทุนทำบูธเอง ค่าเช่าในฟู้ดวิลล่า ก็แพงมาก แต่เขาสั่งออร์เดอร์กะหรี่ปั๊บสดวันละ 1,000 ตัว แต่เขาขายราคาตัวละ 15 บาท ซึ่งรสชาติมันดันราคาไปได้ รายได้ต่อวันของเขาไม่น้อยทีเดียว” 
 
ปัจจุบันมียอดออร์เดอร์จากลูกค้าแฟรนไชส์ซีที่ลงทุนเฉลี่ยเดือนละประมาณ 6,000 ตัว ซึ่งพี่โอภาสบอกว่า ตั้งเป้าว่าจะให้เต็มกำลังการผลิตที่ 12,000 ตัว/เดือนก่อน ซึ่งคาดว่าก็ต้องขยายสาขาเพิ่มให้ครบ 600 แห่ง และเมื่อเต็มกำลังการผลิตแล้วค่อยคิดขยับขยายพัฒนาเครื่องจักรให้มีกำลังการผลิตที่สูงมากขึ้นต่อไป
 
 
พี่โอภาสกล่าวอีกว่า “ผมไม่เคยสนใจเรื่องอาหาร แต่พอมาลองทำเอง มาดูเรื่องยอดขาย การขาย มันไม่ธรรมดาจริงๆ คิดว่าดีกว่าธุรกิจอื่นๆ ถ้าเราทำเชิงปริมาณและคุณภาพมันเห็นเงินชัดเจน และในอนาคตหากยังดีแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ คิดว่าจะเลิกทำทุกธุรกิจและเดินหน้าลุยแฟรนไชส์กะหรี่ปั๊บไส้ไก่ สูตรแชมป์ประเทศไทย เพียงอย่างเดียว ถึงตอนนี้ก็มีแนวโน้มที่จะเป็นแบบนั้นสูงมาก
 
ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแฟรนไชส์สร้างอาชีพที่เหมาะสมกับคนยุคนี้อย่างมาก และในปี 2021 ที่จะถึงนี้ใครที่อยากมีอาชีพ ใครที่อยากมีรายได้เสริม ใครที่คิดอยากลงทุน ลองมองดูอาชีพง่ายๆ ที่หลายคนไม่เคยคาดคิดอย่าง “กะหรี่ปั๊บ” อาจพลิกชีวิตให้กับเราได้แบบที่เราต้องการ ที่สำคัญเป็นธุรกิจที่คู่แข่งน้อยมาก ยิ่งลงทุนก่อนยิ่งมีโอกาสขายได้มากขึ้นด้วย
 
รายละเอียดเพิ่มเติม