บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ไอเดียธุรกิจ
3.0K
3 นาที
10 เมษายน 2563
ขายแบบ Big Size เอาใจชาวกักตัว! ไอเดียทางรอดของร้านเครื่องดื่ม-ของหวานยุคไวรัส
 

สำหรับคนที่นิยมการดื่มชานมไข่มุก กาแฟ ช่วงนี้อาจต้องปรับตัวมากสักหน่อย เนื่องด้วยร้านเครื่องดื่มเหล่านี้หากเป็นสไตล์คาเฟ่ก็ต้องปิดกิจการชั่วคราว แต่สำหรับร้านเครื่องดื่มที่ยังเปิดขายปกติ แต่ลูกค้าส่วนใหญ่ก็ไม่กล้าออกจากบ้าน ทำให้ต้องมีการปรับกลยุทธ์การขายด้วยการจัดส่งแบบ “เดลิเวอรี่”
 
แต่ขึ้นชื่อว่า “สาวกความหวาน” แล้วในสถานการณ์ปกติบางคนสั่งชานมไข่มุกกินวันละ 2-3 แก้ว แต่เมื่อต้องกักตัวอยู่กับบ้าน ต้อง Work From Home อยู่กับบ้านจะสั่งเดลิเวอรี่มาวันละหลายๆ รอบก็ดูจะสิ้นเปลืองมากเกินไป จึงเป็นไอเดียของร้านชานมไข่มุก และร้านกาแฟบางแห่งที่จัด “บิ๊กไซด์” เอาใจชาวกักตัว ถือเป็นไอเดียทางรอดของร้านเครื่องดื่มในยุคไวรัสระบาดที่ www.ThaiFranchiseCenter.com รวบรวมมาให้เห็นเป็นตัวอย่างกัน 7 แบรนด์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
 
1. ร้าน bo.baa.bar 


ภาพจาก facebook.com/bobaabar
 
เป็นร้านเครื่องดื่มที่มีเมนูหลากหลายให้ลูกค้าเลือกได้ตามต้องการ เป็นร้านยอดฮิตของคนรักความหวานและต้องการเครื่องดื่มคุณภาพดี ในสถานการณ์ COVID 19 ระบาด ทางร้านนอกจากมีบริการเดลิเวอรี่ให้ลูกค้าเหมือนปกติทั่วไป แต่ที่พิเศษกว่าคือได้จัดจัดแพ็กเกจชานมลงกล่อง Party Box มีทั้งไซส์ 3 ลิตรราคา 899 บาท ทานได้ 15-20 แก้ว และไซส์ 5 ลิตร ราคา 1,399 บาท ทานได้ 25-30 แก้ว พร้อมแถมไข่มุกหรือท็อปปิ้ง มีแก้วมีหลอดให้เสร็จ ตัวกล่องมีหัวก๊อกกดชานมลงแก้วได้เลย เฉลี่ยแล้วตกแก้วละ 45-60 บาทเท่านั้น

2. ร้าน BEA Milk Tea


ภาพจาก bit.ly/3c7UHYW
 
BEA Milk Tea เป็นอีกหนึ่งร้านชานมยอดฮิต ที่สาวกชานมต่างรู้จักเป็นอย่างดีในภาวะที่ไวรัสแพร่ระบาดทางร้านก็งัดไอเดียสุดแจ่มกับ ชานม 5 ลิตร สามารถบรรจุได้ 20-25 แก้ว แถมยังมีโปรโมชั่นเยียวยาใจเป็นพิเศษจากราคาปกติ 1,480 บาท เหลือเพียง 990 บาท ในเซตนี้ประกอบไปด้วย ชานมต้มสดผสมนมสด (นมเมจิ) 5 ลิตร , บุกเด้ง/บุกวุ้น บราวน์ชูก้า 1 กระปุกใหญ่(แช่ตู้เย็นได้เป็นเดือน) , ไข่มุกลาวา 1 กระปุกเล็ก , แก้วพร้อมฝา+หลอด 20 Set เรียกว่าจัดให้อย่างจุใจเอาไปรับประทานเติมความหวานได้อย่างเต็มที่
 
3. ATM Tea Bar


ภาพจาก facebook.com/atmteabar
 
ร้านชานมไข่มุกชื่อดังอย่าง ATM Tea Bar ก็ไม่น้อยหน้าเปิดขายชานม Milk Tea แบบแท็งก์ 3 ลิตร มาพร้อมหัวก๊อกเปิดลงแก้วได้ทันที ราคา 1,190 บาท เก็บได้นาน 3-5 วัน เน้นกลยุทธ์แพ็กเกจสวยน่ารักช่วยสร้างกำไร เพราะถังขนาด 3 ลิตรสามารถแบ่งทานเท่ากับชาไข่มุกขนาดปกติประมาณ 15-20 แก้ว เฉลี่ยแก้วละ 60-80 บาท ทำให้การซื้อชาแบบถังอาจจะคุ้มน้อยกว่าซื้อเป็นแก้วหรือเป็นขวดของทางร้าน
 
4. ร้าน Brave Roasters


ภาพจาก facebook.com/braveroasters
 
นอกจากร้านชานมไข่มุกที่มี Big Size ร้านกาแฟเองก็ไม่ยอมน้อยหน้าในสถานการณ์แบบนี้ ร้าน Brave Roasters ได้หันมาขายกาแฟสดแบบ Cold Brew Concentrate กาแฟสดสกัดเย็นเข้มข้นบรรจุถุงพร้อมจุกฝาเกลียวเทง่าย ขนาดถุง 3 ลิตร ราคา 690 บาท โดยแนะนำการชงดื่มเพียงเทใส่นมสดก็จะได้ลาเต้เย็นชื่นใจ กาแฟยังสามารถเก็บได้ประมาณ 4-6 สัปดาห์  คำนวณให้ว่า 1 ถุงสามารถแบ่งดื่มได้ 50 แก้ว เฉลี่ยเพียงแก้วละ 13.8 บาท! เท่านั้น
 
5. The Alley Malaysia (มาเลเซีย)


ภาพจาก bit.ly/3c9EVMS
 
The Alley Malaysia แบรนด์ร้านชานมไข่มุกชื่อดังในมาเลเซียที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสไม่ต่างกัน ซึ่งทางร้านก็มีแพคเกจชานมใหญ่พิเศษเป็น ไซส์ขนาด 5 ลิตร ปริมาณเทียบเท่ากับขนาดแก้วปกติอยู่ที่ 8 แก้ว สามารถรับประทานได้ 7-8 คน โดยขนาด 5 ลิตร ราคาอยู่ที่ 79 ริงกิด หรือ 570 บาท ส่วนขนาดปกติจะอยู่ที่แก้วละ 9.9 ริงกิด เท่ากับ 70 บาท 
 
6. ร้าน Mot Tram (ญี่ปุ่น)


ภาพจาก bit.ly/2ooawa5
 
ร้านชานมไข่มุกในย่านฮาราจูกุ ประเทศญี่ปุ่น ที่มีชื่อว่า Mot Tram มีเมนูชาไข่มุก MEGA Mot Tram ที่ทางร้านใช้แก้วที่มีความสูงถึง 26 เซนติเมตร และมีความจุมากถึง 1 ลิตร ราคาชาไข่มุกแก้วนี้อยู่ที่ 990 เยน หรือประมาณ 280 บาท ชานมแก้วนี้มีปริมาณ 1 ลิตร หรือถ้าคิดเป็นน้ำหนักก็คือ 1 กิโลกรัม ส่วนปริมาณแคลอรีและน้ำตาลคงไม่ต้องพูดถึง ก็คงจะต้องเยอะไปตามปริมาณของชานมไข่มุกที่อยู่ในแก้วนั่นแหละ
 
7. ร้าน Cedar café (จีน)


ภาพจาก bit.ly/2VlLVzy
 
ร้านกาแฟที่เมืองชิงเต่า มณฑลชานตง ทางตะวันออกของจีน ผุดไอเดียสร้างรายได้และดึงดูดลูกค้า ด้วยการทำชานมไข่มุกไซส์ยักษ์จุใจขนาด 5 ลิตร เพื่อดึงดูดลูกค้า โดยชานมไข่มุกไซส์ยักษ์ที่ว่านี้ พนักงานจะต้องใช้เวลาในการผลิตถึง 1 ชั่วโมง 30 นาที และสามารถผลิตได้เพียง 8 ถังต่อวันเท่านั้น ส่วนสนนราคาชานมไข่มุกที่ว่านี้มีราคา 88 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยราว 400 บาท สำหรับซื้อหน้าร้าน แต่หากสั่งบริการเดลิเวอรี่ ราคาจะอยู่ที่ 108 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยราว 500 บาท
 
8.Zhen Yi Po (ไต้หวัน) 
 

ภาพจาก bit.ly/2UYyoiu

ร้านชานมไข่มุกในไต้หวันอีกหนึ่งร้านที่ตอบโจทย์ลูกค้าที่อยู่บ้าน ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ด้วยการขายเครื่องดื่มชานมไข่มุกบรรจุขวดขนาด 5 ลิตร (5 กิโลกรัม) ซึ่งลูกค้าซื้อครั้งเดียวดื่มได้เป็นอาทิตย์ ยังสามารถเก็บขวดบรรจุไว้ที่บ้านได้อีกด้วย โดยลูกค้าสามารถเลือกใส่น้ำตาลทรายแดง หรือไข่มุกหยกขาว ได้ในราคา 22.36 ดอลลาร์สิงคโปร์ ที่สำคัญร้านแห่งนี้ยังมีกิจกรรมให้ลูกค้าร่วมสนุก ยกขวดชาไข่มุก 5 ลิตร ได้นาน 30 นาที รับฟรีทันที...ขอบอกก่อนต้องโทรจองลวงหน้า 2 ชั่วโมง 
 
9.Toki Seven Tea (ญี่ปุ่น) 
 

ภาพจาก bit.ly/3b0BwzQ

อีกหนึ่งร้านชานมไข่มุกในญี่ปุ่น ขายชานมไข่มุกบรรจุในขวดยาวใหญ่ในช่วงโควิด-19 ในชิบูย่า โดยร้านแห่งนี้ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว หลังจากเปิดสาขาแรกในปี 2560 ปัจจุบันมี 10 สาขาในโตเกียว ภายในร้านในเครื่องดื่มชานมไข่มุกหลากหลายเมนู ทั้งบรรจุในชวดขนาดกลาง และขนาดใหญ่ (33.8 ออนซ์) หรือ 1,000 มิลลิลิตร (ราคา 770 เยน (US $ 7.15)) 
 
10.Boba tea (จีน) 
 

ภาพจาก bit.ly/3eaVx93

ร้านชานมไข่มุก Boba ในประเทศจีน อีกหนึ่งร้านขายชานมไข่มุกบรรจุในถังขนาด 5 ลิตร สำหรับชาวจีนที่ต้องกักตัวอยู่ในบ้าน มีบริการเดลิเวอรี่ส่งถึงหน้าบ้านอีกด้วย โดยขายในช่วงโควิด-19 ในจำนวนกัดสำหรับกินในครอบครัว โดยปกติขายในราคา 240 หยวน ปัจจุบันอาจลดลงมาเหลือแค่ 99 หยวน 
 
11.Boba Boy (แคนาดา) 
 
ภาพจาก bit.ly/2RtKDBo

อีกหนึ่งร้านชานมไข่มุกในประเทศแคนาดา ได้เปิดขายชานมไข่มุกขนาดบรรจุในขวด (แกลลอน) 3 ลิตร รวมถึงเครื่องดื่มผลไม้บรรจุในถุงขนาด 3 ลิตร โดยเปิดขายมาตั้งแต่ปลายปี 2019 มีจำนวนจำกัด รวมถึงบรรจุในขวดยาวใหญ่ขนาดประมาณ 33.8 ออนซ์ โดยจับกลุ่มลูกค้าต้องเสียเวลาในการเดินทางออกมาซื้อหลายๆ ครั้ง
 

ภาพจาก bit.ly/2XvZ8sx
 
และไม่ใช่แค่กาแฟ หรือชานมเท่านั้นในวงการไอศกรีมก็มี Big Size เช่นกัน โดย ไผ่ทองไอศครีม (โลโก้ต้นไผ่) เปิดขายไอศกรีมแบบแพ็กถุงละ 2.2 กิโลกรัม ตักทานได้ 25-30 ถ้วย ในราคาเพียง 250 บาท แต่ราคานี้ยังไม่รวมท็อปปิ้ง โคน หรือขนมปัง แต่สามารถซื้อเพิ่มได้ ตัวอย่างราคาเช่น ขนมปัง 15 ชิ้น 35 บาท, ถั่วลิสงขีดละ 10 บาท, ลูกชิดกิโลกรัมละ 70 บาท เป็นต้น
หากลองกลับมาดูที่บรรดาแฟรนไชส์ชานมไข่มุกส่วนใหญ่ตอนนี้ทุกร้านต่างมีบริการ “เดลิเวอรี่” กันอย่างถ้วนหน้า แต่ขนาดของสินค้ายังคงเป็นมาตรฐานเดิมคือแก้ว 18-22 ออนซ์  ซึ่งหากแบรนด์แฟรนไชส์ใส่ไอเดียลงไปอย่างเช่นการเพิ่มขนาดสินค้าให้ใหญ่ขึ้น ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในยุคที่คนส่วนใหญ่ต้องกักตัวอยู่บ้าน การไปสั่งเครื่องดื่มทุกวันบางทีก็อาจเป็นเรื่องที่ลูกค้าไม่สะดวก แถมการเพิ่มขนาดบิ๊กไซด์ยังเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์การตลาดที่ทำให้ลูกค้ารู้ว่า แบรนด์ของเรามีการพัฒนาและปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ ถือเป็นภาพลักษณ์แบบบวกๆ ที่น่าสนใจทีเดียว
 
ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
 
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
 
ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจ ติดตามได้ที่ www.thaifranchisecenter.com/document/index.php
 
รับฟังบทความต่างๆ ผ่านทาง PodCast ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ https://soundcloud.com/thaifranchisecenter
 
ขอบคุณข้อมูล