บทความทั้งหมด    บทความแฟรนไชส์    การเริ่มต้นธุรกิจแฟรนไชส์    เรื่องราวความสำเร็จ
3.4K
3 นาที
19 พฤศจิกายน 2561
8 บทเรียนความสำเร็จของ Chick-fil-A แฟรนไชส์ที่มียอดขายเติบโต 50 ปีติดต่อกัน
 
Chick-fil-A แฟรนไชส์ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดชื่อดังของสหรัฐอเมริกา เป็นอีกหนึ่งธุรกิจร้านไก่ทอด เหมือน KFC แต่ได้รับความนิยมมากกว่า ปัจจุบันธุรกิจมีมูลค่าสุทธิ 3.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ ถือเป็นธุรกิจครอบครัวที่ยิ่งใหญ่ ธุรกิจเริ่มต้นจากจุดต่ำสุด

โดยปัจจุบันสองพี่น้อง Dan และ Bubba Cathy ได้สืบทอดอาณาจักรธุรกิจไก่ทอด Chick-Fil-A จากบิดาของพวกเขาที่ชื่อ Truett Cathy ซึ่งพ่อของพวกเขาได้เสียชีวิตเมื่อตอนอายุ 93 ปี ในปี 2014

ภาพจาก goo.gl/images/bNnvHT
 
ภาพจาก goo.gl/images/2X5RWN

ปัจจุบัน Chick-fil-A กลายเป็นแฟรนไชส์ร้านอาหารในสหรัฐฯ ที่มีกำไรมากที่สุด ด้วยเครือข่ายแฟรนไชส์มากกว่า 2,000 แห่ง มีรายได้ต่อปีมากกว่า 9,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และเป็นแฟรนไชส์ฟาสต์ฟู้ดที่มียอดขายโดดเด่นมา 50 ปี ติดต่อกัน ที่น่าแปลกใจก็คือ Chick-fil-A จะหยุดให้บริการทุกวันอาทิตย์ เพราะผู้ก่อตั้งเชื่อว่าเป็นวันพระเจ้า
 
วันนี้ www.ThaiFranchiseCenter.com จึงอยากจะนำเสนอกลยุทธ์ทางธุรกิจของ Chick-fil-A ที่ทำให้แฟรนไชส์ร้านฟาสต์ฟู้ดแห่งนี้ประสบความสำเร็จ ได้รับความนิยมมากที่สุด แม้ว่าจะขายสินค้าแพงกว่าแบรนด์อาหารอื่นๆ ในอเมริกา 
 
1.เริ่มต้นจากเล็กๆ เพื่อฟังความคิดเห็นจากลูกค้า


ภาพจาก goo.gl/images/x5wMmV

Truett Cathy เริ่มต้นทำร้านอาหารเล็กๆ ชื่อ Dwarf Grill ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นชื่อ Dwarf House เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง นอกเมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย ช่วงแรกเขาขายแซนด์วิช แบบปรับสูตรไปเรื่อยๆ และสอบถามลูกค้าอยู่เสมอว่าชอบสูตรอาหารแบบไหน ถ้าลูกค้าไม่ชอบก็ปรับสูตรไปเรื่อยๆ แล้วขอความคิดเห็น


ภาพจาก goo.gl/images/9dKyKf

จนในที่สุดเขาก็ได้สูตรที่ลงตัวพอดี จึงเป็นจุดเริ่มของแฟรนไชส์ร้านอาหารจานด่วน Chick-fil-A โดย A หมายถึงเกรด A อาหารมีคุณภาพสูง 


ภาพจาก goo.gl/images/FokK5j
 
2.มองหาโอกาสในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ


ภาพจาก goo.gl/images/utfZ35

Chick-fil-A ให้ความสำคัญในเรื่องของนวัตกรรมทุกขั้นตอน โดยแซนด์วิชของ Chick-fil-A ได้ถูก Truett Cathy คิดค้นขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2507 หลังจากเขาเห็นวัตถุดิบจากไก่โดยเฉพาะอกไก่มีมากมาย เขาจึงสร้างนวัตกรรมเมนูแซนด์วิชไก่ที่ใช้เวลาในการปรุงเท่ากันกับเมนูแฮมเบอร์เกอร์ที่มีอยู่ก่อนหน้าแล้ว


ภาพจาก goo.gl/images/UC9oLS

Truett Cathy ยังเป็นผู้บุกเบิก “food court” ในศูนย์การค้า Greenbriar ในเมืองแอตแลนตาอีกด้วย ก่อนที่จะขยายไปในห้างสรรพสินค้าต่างๆ ทั่วสหรัฐอเมริกา และกลางปี พ.ศ.2523 เขาเริ่มขยายสาขาออกนอกห้าง รวมถึงมีรถบริหารอาหารเคลื่อนที่ขับไปยังแหล่งชุมชนต่างๆ ที่มีผู้คนพลุกพล่าน จนกระทั่งมีการสร้างศูนย์นวัตกรรมเพื่อคิดค้นเมนูใหม่ๆ 

3.สร้างประสบการณ์ที่ประทับใจให้กับลูกค้า


ภาพจาก goo.gl/images/6NFneE

พนักงานของ Chick-fil-A จะให้บริการที่ลูกค้าเป็นอย่างดี พูดคุยเป็นกันเอง พูดจากไพเราะ บริการเสิร์ฟอาหารรวดเร็ว มอบรอยยิ้มให้ลูกค้าทุกๆ คนที่เข้ามาในร้าน จนลูกค้าหลายๆ กลายเป็นลูกค้าประจำ และยอมจ่ายค่าอาหารแพงๆ ถึงขั้นลูกค้าได้โหวตให้คะแนนความพึงพอใจแก่ Chick-fil-A สูงที่สุดในบรรดาร้านอาหารแบบภัตตาคารในสหรัฐอเมริกา


ภาพจาก goo.gl/images/PdLQmC
 
4.ให้อำนาจตัดสินใจและสนับสนุนพนักงาน 

ภาพจาก goo.gl/images/E1Qugt

ร้าน Chick-fil-A ทุกสาขา พนักงานทุกคนจะให้การต้อนรับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการอย่างเป็นมิตร ให้ความเคารพและสร้างความอบอุ่นให้แก่ลูกค้า โดย Chick-fil-A จะมีการฝึกอบรมให้กับพนักงานอย่างสม่ำเสมอ สร้างแรงบันดาลให้พนักงานอยากทำงานอย่างมีความสุข

ภาพจาก goo.gl/images/Rmj1zv

รวมถึงให้ความสำคัญในการสร้างขีดความสามารถให้กับพนักงาน และให้พนักงานมีอำนาจในการออกความคิดเห็นและตัดสินใจอย่างเต็มที่ ที่สำคัญให้ตอบแทนแก่พนักงานอย่างยุติธรรมและสนับสนุนในเรื่องการศึกษาแก่พนักงานทุกคนด้วย มีทั้งการให้ทุนการศึกษา ให้ความช่วยเหลือด้านการศึกษาแก่พนักงาน 
 
5.สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าสม่ำเสมอ


ภาพจาก goo.gl/images/jZLecv

ร้าน Chick-fil-A จะสร้างความสัมพันธ์และความจงรักภักดีให้กับลูกค้า ด้วยการจัดโปรโมชั่นด้านการตลาดอย่างต่อเนื่อง ให้รางวัลแก่ลูกค้า รวมถึงแจกอาหารฟรีในโอกาสต่างๆ เรียกได้ว่า กิจกรรมทางการตลาดต่างๆ เอามาใช้หมด    
 
6.สร้างค่านิยมในเรื่องครอบครัวภายในองค์กร

ภาพจาก goo.gl/ukRGLR

Truett Cathy จะให้ความสำคัญกับคนในครอบครัวมากที่สุด จนถึงต้องให้ร้าน Chick-fil-A ทุกสาขา ปิดให้บริการทุกวันอาทิตย์ เพื่อให้ผู้บริหารและพนักงานทุกคน ได้ใช้เวลาว่าในวันอาทิตย์อยู่กับครอบครัวและบูชาพระเจ้าด้วย 
 
7.ให้การสนับสนุนและช่วยเหลือสังคม


ภาพจาก goo.gl/images/rdFNAK

แน่นอนว่าธุรกิจ Chick-fil-A จำเป็นต้องใช้ไก่จำนวนมากๆ โดยรับซื้อจากคนในชุมชนใกล้เคียง ดังนั้น หลักเกณฑ์ของ Chick-fil-A คือการช่วยเหลือและให้การสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นอย่างเต็มที่ เช่น การบริจาค การร่วมทำกิจกรรมกับคนในชุมชนต่างๆ เรียกว่าเป็นกิจกรรม CSR ก็ได้ ช่วยเหลือสังคมทุกๆ เรื่อง


ภาพจาก goo.gl/images/SyVpP4
 
8.วางระบบแฟรนไชส์ให้มีความแข็งแกร่ง


ภาพจาก goo.gl/images/vSUJF4

ในปีแต่ละปีจะมีนักลงทุนและผู้สนใจซื้อแฟรนไชส์ Chick-fil-A มากกว่า 20,000 ราย ถือว่ามากที่สุดในแฟรนไชส์ร้านอาหารในสหรัฐอเมริกา แต่ Chick-fil-A จะให้ความสำคัญกับการคัดเลือกผู้จะมาเป็นแฟรนไชส์อย่างเข้มข้น
 
เช่น จากผู้สมัครซื้อแฟรนไชส์ 20,000 ราย จะรับพิจารณาเพียงแค่ 70-80 รายเท่านั้น ที่สำคัญจะให้สิทธิแฟรนไชส์ซีเปิดร้านได้เพียงแห่งเดียวเท่านั้น เพื่อควบคุมคุณภาพมาตรฐาน และต้องการให้แฟรนไชส์ซีทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่  
 
นอกจากนี้ Chick-fil-A ถือเป็นแฟรนไชส์ที่ลงทุนไม่สูงมากนัก มีเงินเพียง 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 329,870 บาท ก็สามารถซื้อแฟรนไชส์ Chick-fil-A ได้แล้ว จึงทำให้แฟรนไชส์ Chick-fil-A ได้รับความนิยมจากนักลงทุน 
 
ที่สำคัญแฟรนไชส์ Chick-fil-A ได้การันตีให้นักลงทุนเห็นว่า แต่ละร้านแฟรนไชส์สามารถสร้างรายได้ประมาณ 4.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ขณะที่แบรนด์คู่แข่งอย่าง McDonald's สร้างรายได้ประมาณ 2.5 ล้านดอลลาร์ต่อสาขา และ KFC ทำรายได้ประมาณ 1.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อสาขา จึงถือได้ว่า Chick-fil-A ทำรายได้มากที่สุด
 
ภาพจาก goo.gl/images/11aee1

ทั้งหมดคือ ปัจจัยที่ช่วยให้แฟรนไชส์ Chick-fil-A ประสบความสำเร็จมากที่สุดในบรรดาร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดในสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นยอดขาย รายได้ รวมถึงได้ความนิยมจากลูกค้ามากที่สุด โดยหัวใจสำคัญที่สุดของความสำเร็จของแฟรนไชส์ Chick-fil-A ก็คือ คน สิ่งเหล่านี้คือเหตุผลความสำเร็จของ Chick-fil-A 
 
คุณผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
 
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise 

 
อ่านบทความอื่นๆ จากไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ www.thaifranchisecenter.com/document
เลือกซื้อแฟรนไชส์ไทยขายดี เปิดร้าน www.thaifranchisecenter.com/directory/index.php
 

Franchise Tips
  1. เริ่มต้นจากเล็กๆ เพื่อฟังความคิดเห็นจากลูกค้า
  2. มองหาโอกาสในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ
  3. สร้างประสบการณ์ที่ประทับใจให้กับลูกค้า
  4. ให้อำนาจตัดสินใจและสนับสนุนพนักงาน
  5. สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าสม่ำเสมอ
  6. สร้างค่านิยมในเรื่องครอบครัวภายในองค์กร
  7. ให้การสนับสนุนและช่วยเหลือสังคม
  8. วางระบบแฟรนไชส์ให้มีความแข็งแกร่ง
 
อ้างอิงข้อมูล www.entrepreneur.com/article/322793