บทความทั้งหมด    บทความแฟรนไชส์    โอกาสทางธุรกิจ    ช่องทางทำกิน
740
3 นาที
9 ธันวาคม 2565
เจาะกลยุทธ์ “สเต็กลุงหยิก” สร้างกำไรแฟรนไชส์ด้วย “ภาพลักษณ์แบรนด์” ขยายสาขา 80 แห่งทั่วประเทศ
 

ในยุคนี้หลายคนอยากมีธุรกิจของตัวเอง คำถามก็คือจะเลือกลงทุนอะไร? แบบไหน? อย่างไร? ให้สอดคล้องกับความต้องการและคุ้มค่ากับการลงทุนได้มากที่สุด เมื่อทุกคนโฟกัสแต่เรื่องของ “กำไร” ทำให้บางทีเรามองข้ามหลายอย่างทั้งที่การทำธุรกิจที่แท้จริงควรต้องเริ่มจากการ “สร้างแบรนด์” ให้คนรู้จัก “สร้างภาพลักษณ์” ให้คนจดจำ ถือเป็นวิธีการทำธุรกิจที่ถูกต้องและจะเติบโตได้อย่างมีคุณภาพ จดหมายข่าวในเดือนธันวาคมส่งท้ายปลายปี 2565 
 
www.ThaiFranchiseCenter.com มีแนวคิดการทำธุรกิจที่น่าสนใจจากแฟรนไชส์ “สเต็กลุงหยิก” ซึ่งเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ไฟแรง มีไอเดียในการทำธุรกิจที่เหมาะสมกับยุคนี้อย่างมาก ที่สำคัญให้ความสำคัญในเรื่อง “คุณภาพ” มากกว่า “ปริมาณ” ซื้อใจลูกค้าได้อย่างดีทุกวันนี้ขยายสาขาได้ทั่วประเทศกว่า 80 แห่ง 
 
“การสร้างแบรนด์ให้รู้จัก ต้องเริ่มจากสร้างความเชื่อให้ลูกค้าประทับใจ”
 
เคล็ดลับ “สเต็กลุงหยิก” เน้นสร้าง “Branding” ให้คนรู้จัก
 

กว่าจะมาเป็น “สเต็กลุงหยิก” ไม่ใช่เรื่องง่าย ก่อนหน้านี้คุณกรฤทธิ ธนกรธนิกกุล (นัส) ทำธุรกิจมาหลายอย่าง แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ แต่ด้วยความที่ชอบเรื่องอาหาร จึงตัดสินใจศึกษาลงทุนในธุรกิจสเต็ก แต่สิ่งที่ได้กลับมารู้สึกว่าไม่ตอบโจทย์กับสิ่งที่ต้องการ รู้สึกว่าไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง มีหลายเรื่องที่คุณนัสมองว่าคนซื้อธุรกิจไปควรได้ประโยชน์มากกว่านี้ หลังจากนัันจึงได้ตัดสินใจต้องการสร้างธุรกิจแฟรนไชส์สเต็กเป็นของตัวเองขึ้นมา"
 
เมื่อตัดสินใจได้ ก็ใช้ประสบการณ์จากที่เคยเปิดร้านสเต็ก มาคิดค้นเรื่องสูตรการหมัก คิดสูตรเมนูอาหาร และได้รู้จักกับคุณแบงค์ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทที่แนะนำว่า ควร “สร้างแบรนด์” ให้คนรู้จัก และต้องเป็นแบรนด์ที่มีจุดยืน มีเอกลักษณ์ในตัวเองชัดเจน จึงเป็นที่มาของชื่อ “สเต็กลุงหยิก” ซึ่งเป็นคาแรกเตอร์ของคุณนัท และใช้โทนสีส้มดำเป็นเอกลักษณ์ให้คนจดจำได้ง่ายยิ่งขึ้น
 
ในช่วงแรกที่เปิดร้านที่ซอยจรินทร์ บางแสน ชลบุรี เป็นร้านอาคารพาณิชย์ขนาด 1 ห้องมีประมาณ 12 โต๊ะ ก็ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จได้ทันที ยอดขายตอนนั้นวันละประมาณ 3,000 – 5,000 บาท และไม่มีคนรู้จักแบรนด์สเต็กลุงหยิก ซึ่งก็มองว่า “เป็นเรื่องธรรมดา เพราะการที่จะทำให้ลูกค้ารู้จัก เชื่อใจ ต้องเกิดจาก “ความเชื่อ” ที่ต้องสะสมชื่อเสียงไปเรื่อยๆ ให้ลูกค้าพูดกันปากต่อปาก บอกต่อกันไป มีคนมารีวิว ต้องอาศัยเวลาจากในส่วนนี้ ต้องพยายามทำอย่างสม่ำเสมอ และเก็บเอาความคิดเห็น มาพัฒนาปรับปรุงจนคนเริ่มเชื่อถือในแบรนด์ 
 
“สเต็กลุงหยิกเน้นสร้างคุณภาพชีวิต
ให้แฟรนไชส์ซี่ได้ประโยชน์สูงสุด”
 
เริ่มขายแฟรนไชส์ครั้งแรก “ช่วงโควิด” เปลี่ยนวิกฤติ เป็นโอกาส!
 

หลังจากเปิดร้านมานาน สะสมประสบการณ์ในการขาย เน้นการสร้างแบรนด์ให้คนรู้จัก ให้คนจดจำ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จ จากยอดขายวันละ 3,00 บาท เพิ่มเป็นวันละ 30,000 บาท ช่วงวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ประมาณวันละ 60,000 บาท ก็ถือว่าพัฒนาขึ้นมาก และเริ่มมีคนถามเรื่องแฟรนไชส์มากขึ้นด้วย แต่ในตอนช่วงนั้นอยู่ระหว่างการแพร่ระบาดโควิด การตัดสินใจช่วงนี้จึงสำคัญมาก

แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเริ่ม “ขายแฟรนไชส์ในช่วงโควิดระบาด” เพราะมองว่า ในวิกฤติจะทำให้มองเห็นภาพรวมการลงทุนชัดเจนมากขึ้น วางเป้าหมายตอนนั้นอยากขยายสาขา 3-4 แห่งเพื่อให้รู้ว่าถ้าเอาลุงหยิกไปทำเดลิเวอรี่เจะไปได้ไหม จะมีกำไรไหม เพื่อการเก็บข้อมูลจากสาขาที่มี รวมถึงเรื่องการตลาด การทำโปรโมชั่นต่างๆ” ความคิดในตอนนั้นคือถ้าเริ่มในช่วงที่มีปัญหาหนักสุด ก็คือเราจะได้เรียนรู้ทุกปัญหาที่สามารถนำมาใช้พัฒนาธุรกิจให้เติบโตได้อย่างมีคุณภาพ
 
 
ปรากฏกว่าในวันแรกที่เปิดขายแฟรนไชส์มีคนสนใจโทรมาสอบถามกว่า 200 ราย แต่คำถามที่เจอส่วนใหญ่คือ คืนทุนเมื่อไหร่? กำไรดีไหม? ซึ่งหลักการของ แฟรนไชส์สเต็กลุงหยิก เน้นที่เรื่องคุณภาพระยะยาว จึงต้องอธิบายคนลงทุนให้เข้าใจถึงการบริหารจัดการ ที่พร้อมจะสอนให้ทุกขั้นตอน และการส่งเสริมด้านโปรโมชันต่างๆ ที่ช่วยเพิ่มยอดขายได้ แต่จะไม่ได้ฟันธงว่าต้องคืนทุนเมื่อไหร่ กำไรดีไหม แต่จะสอนให้มองกันภาพรวมระยะยาวที่ผู้ลงทุนต้องรู้จักวางแผนการบริหารในร้าน เช่น ทำสัญญาแฟรนไชส์ 5 ปี ลองมาเฉลี่ยดูว่าปีแรกเป็นอย่างไร ปีที่ 2 อย่างไร

คนลงทุนไม่ได้ขายดีสม่ำเสมอทุกวัน หรือในบางช่วงก็อาจมียอดขายดีเกินคุ้ม ดังนั้นต้องมองภาพรวม และรู้จักวางแผนรายรับรายจ่าย ใช้กลยุทธ์การตลาดเข้ามาช่วย มองกำไรรวมโดยเฉลี่ยมากกว่า ถือเป็นแฟรนไชส์ที่สอนให้คนลงทุนรู้จักการสร้างธุรกิจที่ยั่งยืนได้แท้จริง
 
แฟรนไชส์สเต็กลุงหยิก ให้สิทธิ 1 จังหวัด 1 สาขา
 

ในปีแรกที่เปิดขายแฟรนไชส์ขยายสาขาได้ 30 แห่งแต่ตอนนี้มีการขยายสาขารวมทั่วประเทศกว่า 80 แห่งค่าแฟรนไชส์ในการลงทุนเริ่มต้นที่ 690,000 บาท ซึ่งแฟรนไชส์สเต็กลุงหยิกไม่ได้เน้นให้คนลงทุนต้องมาซื้ออุปกรณ์และของทุกอย่าง ตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันวัตถุดิบ เพราะคิดว่าการทำแบบนั้นไม่ได้ทำให้คุณภาพชีวิตของแฟรนไชส์ซี่ดีขึ้น แต่เป็นการผูกมัดมากกว่า แต่ตั้งเป้าให้ผู้ลงทุนไปต่อได้ ซึ่งก็หมายถึงขายดีมีกำไรและอยากขยายสาขาตัวเองเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
 
โดยแฟรนไชส์สเต็กลุงหยิกจะสอนให้ผู้ลงทุนเลือกซื้อวัตถุดิบเป็น ดีกว่าการขายเนื้อหมักสำเร็จเพราะต้นทุนของผู้ลงทุนจะประหยัดได้มากขึ้น ไม่ต้องมีตู้แช่สำหรับวัตถุดิบ และได้วัตถุดิบสดใหม่ ไม่ใช่วัตถุดิบแช่แข็ง รวมถึงการให้สิทธิ์เปิด 1 จังหวัด 1 สาขา ที่พูดแล้วต้องทำได้จริง เพื่อประโยชน์ของผู้ลงทุนในการขาย ตรงนี้สเต็กลุงหยิกให้ความสำคัญมาก ถือว่า “คำพูดเป็นนาย” พูดแล้วจะให้คนเชื่อถือคือพูดแล้วทำได้จริง

เมื่อคนลงทุนมีความเชื่อมั่นว่าทำได้จริงไม่ใช่แฟรนไชส์ที่รับแต่เงินแล้วไม่สนใจคนลงทุนก็ยิ่งเป็นการสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่ชัดเจน รวมถึงเรื่องการกส่งเสริมด้านการตลาด การสอนวิธีบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ การทำโปรโมชันต่างๆ การพัฒนาเมนูใหม่อย่างต่อเนื่องสิ่งเหล่านี้ก็ทำให้คนลงทุนมั่นใจในแฟรนไชส์สเต็กลุงหยิกมากขึ้น
 
หลากหลายเมนูฮิต! ติดกระแสโซเชี่ยล
 

นอกจากคุณภาพในเรื่องแฟรนไชส์ที่มุ่งสร้างภาพลักษณ์แบรนด์เพิ่มมูลค่าให้มากขึ้น สิ่งที่ทำให้สเต็กลุงหยิก น่าสนใจลงทุนคือบรรดาเมนูสุดฟินที่มีให้เลือกมากมาย เช่น เบอร์เกอร์ยักษ์ , สเต็กปลาทอดจูเนียร์ , สเต็กลุงหยิกโคตรจุก “ซุปเปอร์จัมโบ้” , ซี่โครงหมูอบ , สลัดผักปลาทอด , ไส้กรอกแฮมรมควัน , ซุปเปอร์เบอร์เกอร์ไก่ทอด เป็นต้น
 

ซึ่งหลายเมนูเคยมีการจัดชาลเล้นท์ ซึ่งเป็นกิจกรรมสนุกๆ ที่ดึงดูดลูกค้าจากทั่วประเทศได้อย่างดี นับได้ว่าเป็นอีกแฟรนไชส์สเต็กที่ไอเดียในการสร้างธุรกิจที่แตกต่าง และเน้นประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ จึงไม่น่าแปลกใจที่คนสนใจลงทุนจำนวนมาก


ภาพจาก facebook.com/LungYikBangsean
 
ในอนาคตสเต็กลุงหยิกวางแผนที่จะพัฒนาสินค้าให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงรูปแบบการสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ให้ยิ่งมีมูลค่าสูงขึ้น จะเป็นผลดีต่อผู้สนใจลงทุนในการสร้างรายได้จากธุรกิจที่ง่าย ในเรื่องของแฟรนไชส์อาจยังไม่รับเพิ่มมากกว่านี้แต่ต้องการพัฒนาแฟรนไชส์ที่มีอยู่ให้เติบโตแข็งแรง เพื่อจะกลายเป็นครอบครัวสเต็กลุงหยิกที่ตอบโจทย์คนลงทุนได้อย่างแท้จริง
 
รายละเอียดเพิ่มเติม https://www.facebook.com/LungYikBangsean/