บทความทั้งหมด    บทความค้าขาย    การบริหารจัดการร้านค้า    ช่องทางทำกิน
1.2K
3 นาที
2 กรกฎาคม 2564
10 อาชีพเสริม! เพิ่มรายได้ให้กับมนุษย์เงินเดือน
 

คนทำงานประจำส่วนใหญ่มีรายได้แค่เดือนละครั้ง เริ่มต้นประมาณ 15,000 บาท แต่ถ้าทำมานานอายุงาน 5-10 ปีขึ้นไปรายได้ต่อเดือนอาจสูงกว่า 20,000 บาง แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับโครงสร้างของแต่ละบริษัท รวมถึงตำแหน่งงานของเราเองด้วย อย่างไรก็ดีปัญหาที่พบส่วนใหญ่คือมนุษย์เงินเดือนส่วนมาก “รายได้ไม่พอรายจ่าย” จึงเป็นเหตุผลน่าสนใจที่คนทำงานประจำมองหาช่องทางสร้างรายได้เสริม

ซึ่ง www.ThaiFranchiseCenter.com คิดว่าด้วยเวลาของคนทำงานประจำที่ต้องเข้างานเช้ากว่าจะเลิกงานก็เย็น บางคนได้หยุดแค่วันอาทิตย์ บางคนกว่าจะเลิกงานก็ยังมีโอที หรืองานเร่ง งานด่วน การหาอาชีพเสริมจึงทำได้ยาก แต่ก็ไม่ใช่จะมีอาชีพเสริมที่เหมาะสมกับมนุษย์เงินเดือนเหล่านี้ลองไปดูว่าถ้าสนใจอยากทำจริงๆ จะมีอาชีพเสริมเพิ่มรายได้อะไรที่น่าสนใจบ้าง
 
1.ขายของออนไลน์
 

ภาพจาก freepik.com

ง่ายสุดและน่าจะเป็นอาชีพเสริมที่คนทำงานประจำเลือกทำมากที่สุดด้วย ผลสำรวจพบว่ามนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่กว่า 80% เลือกที่จะขายของผ่านออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น ขายเสื้อผ้ามือสอง เสื้อผ้าแฟชั่น กำไร น้ำหอม นาฬิกา เป็นต้น ซึ่งเทคนิคการเพิ่มยอดขาย มาจากการโปรโมทสินค้า โปรโมทโพสต์ สร้างยอดไลค์ให้คนเข้ามาติดตาม ฝากขายตามเว็บไซต์ทั่วไป เป็นต้น บางคนมีรายได้เสริมจากการขายของผ่านออนไลน์มากกว่าเงินเดือนที่ได้รับด้วย
 
2.ขายของตลาดนัดตอนเย็น / กลางคืน / เสาร์-อาทิตย์
 

การขายของตามตลาดนัดก็เป็นอาชีพเสริมที่คนทำงานประจำให้ความสนใจ แต่ต้องเลือกเวลาในการขายให้เหมาะสม ส่วนใหญ่ควรเป็นเวลาตอนเย็น ตอนกลางคืน หรือหยุด เสาร์-อาทิตย์ สำหรับสินค้าในการขายก็ตามแต่ความสนใจของบุคคล เช่นอาหาร เครื่องดื่ม ของใช้มือสอง เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับ ของเล่น ฯลฯ สินค้าที่จะนำมาขายก็หาซื้อได้จากแหล่งขายส่งต่างๆ แต่การขายของตามตลาดนัดก็เท่ากับว่าจะทำให้เรามีเวลาพักผ่อนน้อยลง อันนี้ต้องมาบริหารจัดการเวลาให้ดีก่อนตัดสินใจทำเป็นอาชีพเสริม
 
3.ทำอาหารขายตอนเช้า
 

ใครที่มีฝีมือทางด้านการทำอาหาร ให้นำความสามารถมาสร้างเป็นอาชีพ เช่น พนักงานออฟฟิศ เวลาเข้างาน 9.00 น. เลิกงาน 18.00 น.เวลาว่างที่มีคือช่วงเช้า หรือหากเลือกเวลาใดเวลาหนึ่งไม่ถูกก็ต้องดูว่าอาหารที่จะเอาไปขายนั้นเหมาะแก่การวางตลาดช่วงเวลาไหน เช่น ข้าวเหนียวหมู ควรขายตอนเช้าโดยอาจจะกางโต๊ะ 1 โต๊ะวางข้าวหน้าเหนียวหมูขายตั้งแต่ตีห้า หรือหกโมงเช้า พอสายๆ ก็รีบไปทำงานประจำต่อ หรือไม่อย่างนั้น ก็เอาไปขายในออฟฟิศที่เราทำงาน แต่ต้องแจ้งกับพนักงานและเพื่อน ๆ ไว้ล่วงหน้าด้วย พร้อมรับออเดอร์ ก็เป็นอีกวิธีในการสร้างรายได้อาจไม่มากแต่ก็พอให้มีเงินหมุนเวียนได้มากขึ้น
 
4.รับจ้างฟรีแลนซ์
 

ภาพจาก freepik.com

รับจ้างฟรีแลนซ์ เป็นอาชีพอิสระที่พนักงานประจำทุกคนนิยมกัน ซึ่งแต่ละคนก็จะมีความสามารถแตกต่างกันออกไป และส่วนใหญ่มักรับงานฟรีแลนซ์ตามความสามารถของตัวเอง อย่างเช่น ทำงานในตำแหน่งบัญชี แต่มีความสามารถเรื่องการถ่ายรูป ก็นำความสามารถนี้ไปใช้ประโยชน์ด้วยการรับจ้างฟรีแลนซ์ เป็นต้น โดยการทำงานเสริมประเภทนี้ได้เงินดี แถมได้เงินเร็วอีกด้วย ยิ่งถ้าผลงานดีรายได้ก็จะดีตามผลงาน
 
5.ทำงานฝีมือ
 

เป็นอาชีพเสริมของคนที่มีทักษะในด้านเหล่านี้ โดยมีหลายอย่างที่เลือกทำได้เช่นงานประดิษฐ์ประดอย เย็บปักถักร้อย ,งานศิลปะต่างๆ , การทำสบู่ , การทำเทียนแฟนซี ฯลฯ โดยงานเหล่านี้ถือเป็นงานแฮนเมดด์ที่เกิดจากไอเดียและฝีมือของเราล้วน ๆ เป็นการเพิ่มมูลค่าให้สิ่งของ ยุคนี้ดีตรงที่เรามีช่องทางออนไลน์ในการช่วยกระจายสินค้าได้มากขึ้น ขอแค่เราขยัน ตั้งใจทำจริง และมีใจรักในการทำงานเหล่านี้ อาจใช้เวลาว่างหลังเลิกงาน วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ก็เพียงพอให้เรามีรายได้เสริมเข้ามามากขึ้น
 
6.ติวเตอร์
 

ภาพจาก freepik.com

คนทำงานประจำส่วนใหญ่มีความรู้เฉพาะทางเช่นบางคนเก่งทางบัญชี ถนัดวิชาเกี่ยวกับตัวเลข , บางคนเป็นวิศวกร มีความรู้ด้านฟิสิกส์ การคำนวณ , หรือบางคนทำงานด้านโปรแกรมเมอร์มีความรู้ด้านซอฟร์แวร์ การเขียนโปรแกรม สิ่งเหล่านี้สามารถนำมาใช้สร้างอาชีพเสริมด้วยการเป็นติวเตอร์ ที่ไม่ใช่แค่การสอนทฤษฏีแต่เราจะมีประสบการณ์ในการถ่ายทอดให้ผู้เรียนได้ด้วย โดยอัตราค่าจ้างเฉลี่ยคิดเป็นรายชั่วโมงประมาณ 300-500 บาท ถ้าสอนแค่วันหยุด เสาร์-อาทิตย์ วันละ 2 ชม. มีรายได้วันละ 600 – 1,000 บาท รายได้ในวันหยุดประมาณ 1,200 – 2,000 บาท หรืออาจพัฒนาไปถึงการทำคอร์สเรียนออนไลน์ในอนาคตได้ด้วย
 
7.ทำอาหารคลีน เดลิเวอรี่
 
 
ภาพจาก bit.ly/2TkcPuZ

ปัจจุบันคนเริ่มหันมาดูแลตัวเองมากขึ้น ทั้งออกกำลังกาย ทานอาหารเพื่อสุขภาพ ด้วยเหตุนี้เองการ ทำอาหารคลีน ในรูปแบบเดลิเวอรี่ ก็เป็นอีกหนึ่งอาชีพเสริมทําที่บ้านแล้วน่าสนใจ เหมาะสำหรับผู้ที่มีฝีมือด้านการทำอาหารเฉพาะ ข้อดีก็คือทำง่าย ต้นทุนไม่สูงมากนัก และเป็นที่ต้องการในตลาดด้วย แนะนำให้ลองทำอาหารส่งลูกค้าในย่านใกล้เคียงก่อน หรือจะใช้สื่อออนไลน์ทำการตลาด เช่น ถ่ายรูปอาหารสวยๆ โพสต์ลง พร้อมกับระบุชื่อเมนู ราคา คำบรรยาย และพลังงานแคลอรี่ให้ชัดเจน แค่นี้ก็น่าจะเริ่มต้นธุรกิจเล็กๆที่อาจต่อยอดเป็นธุรกิจที่ใหญ่ขึ้นในอนาคตได้
 
8.เขียนบทความออนไลน์
 

ภาพจาก freepik.com

ปัจจุบันการเขียนบล็อก หรือเขียนบทความต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นท่องเที่ยว อาหาร สุขภาพ ครอบครัว แฟชั่น หรือไลฟสไตล์ ก็สามารถขายผ่านทางออนไลน์ได้ด้วย ถึงเราจะไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษก็ลองทำได้ โดยไม่ต้องลงทุนอะไร เพียงแค่เขียนบทความให้น่าสนใจตามสไตล์ของตัวเรา ถ้าขยันหน่อยลองทำสัก 3-4 Content ต่อสัปดาห์จะช่วยหารายได้เสริมมากขึ้น บางคนได้ถึง 1,000 บาทต่อวัน  ถ้าใครสนใจอยากหาอาชีพเสริมทำที่บ้านก็ลองนำบทความ พร้อมภาพสวยๆ ลงเว็บไซต์ฟรีได้ หรือจะลองหาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนเริ่มลงมือทำก็ได้
 
9.ขายประกันสุขภาพ
 

ภาพจาก freepik.com

ยิ่งมีการแพร่ระบาดของ COVID 19 คนสนใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น ดังนั้นการขายประกันจึงกลับมาเฟื่องฟูมาก คนที่สนใจอยากทำเริ่มจาก ศึกษาบริษัทประกันที่ต้องการ แล้วไปสมัครเป็นตัวแทนขาย อาจจะต้องเตรียมเอกสารสำคัญ การอบรมสินค้าและระบบการทำงานภายในก่อน แล้วไปสอบใบอนุญาตขายกับประกันตามขั้นตอนที่บริษัทประกันนั้นๆ แนะนำมาให้ พอหลังจากได้รับใบอนุญาตแล้วก็สามารถขายได้เลย โดยเทคนิคการขายอาจจะขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคนโดยเราสามารถเป็นตัวแทน นายหน้าขายประกันสุขภาพ หรือประกันโควิดควบคู่งานประจำได้ จะได้ค่าคอมมิชชั่นเป็นค่าตอบแทน ยิ่งถ้าขายได้มากก็จะได้ผลตอบแทนมากขึ้น
 
10.ลงทุนแฟรนไชส์
 
ภาพจาก แฟรนไชส์ มาโนอิ

และถ้าไม่รู้จะเลือกทำอาชีพเสริมแบบไหนให้มีรายได้ที่ดี ขอแนะนำให้เลือกลงทุนกับแฟรนไชส์ที่ปัจจุบันมีให้เลือกมากมายทั้งอาหาร เครื่องดื่ม บริการ โดยเราหาทำเลที่จะขายจากนั้นติดต่อแฟรนไชส์แล้วเข้าฝึกอบรม ถ้าหากเราไม่มีเวลาขายเองอาจให้คนในครอบครัว หรือคนรู้จักมาช่วยเปิดร้าน หรืออาจจะจ้างลูกน้องมาขายให้เราก่อนในระยะแรก ถ้าหากร้านเราเติบโตได้ดี มีรายได้มาก ค่อยมาคิดอีกทีว่าจะลาออกจากงานประจำมาขายเองหรือไม่
 
ซึ่งนอกจากการมองหาอาชีพเสริมสิ่งที่คนทำงานประจำหลายคนสนใจคือการลงทุนออมเงิน เช่น การมีพอร์ตการลงทุนในกองทุนรวม อัตราผลตอบแทน 5 ปี เฉลี่ย 25% เท่ากับผลตอบแทน 5% ต่อปี ยังไม่รวมเงินปันผล โดยผลตอบแทนจากการลงทุนในกองทุนรวมที่ยังไม่รวมเงินปันผล เพราะปกติแล้วการลงทุนในกองทุนรวมจะได้รับผลตอบแทนเฉลี่ย 10% ต่อปี หมายความว่าหากเราลงทุนไป 1 แสนบาท เงินของเราจะงอกเงยเป็น 2 แสนบาท หรือกว่าเท่าตัวในเวลาไม่เกิน 10 ปี 
 
ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน

ติดตามได้ที่ Add LINE id:
 @thaifranchise
 
 
ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจ ติดตามได้ที่ www.thaifranchisecenter.com/document/
 
รับฟังบทความต่างๆ ผ่านทาง PodCast ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ https://soundcloud.com/thaifranchisecenter
 
ขอบคุณข้อมูล https://bit.ly/3vim3Wg , https://bit.ly/3vorItO , https://bit.ly/2TkxKO9