บทความทั้งหมด    บทความค้าขาย    การเริ่มต้นค้าขาย    ความรู้ทั่วไปการค้าขาย
977
3 นาที
2 มีนาคม 2564
รวมเทคนิค “เปิดร้าน ผัดกระเพรา” ขายเมนูเดียว ก็รวยได้
 

อยากเปิดร้านขายอาหาร แต่ไม่รู้จะทำอาหารอะไร เป็นคนทำอาหารไม่เก่ง เมนูไหนๆ ก็ทำไม่เป็น ทำเป็นแต่ “ผัดกระเพรา” ซึ่ง www.ThaiFranChiseCenter.com มองว่าแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว แค่เรามั่นใจว่า “ผัดกระเพรา” ของเราอร่อย ขอแนะนำให้ไปหาทำเลเปิดร้านไม่ต้องคิดอะไรมาก อุปกรณ์ก็ไม่เยอะ สำคัญคือ “กลยุทธ์การตลาด” บางคนทำเลไม่มีอาศัยทำ “Delivery” ยังสร้างรายได้เดือนละหลายหมื่นบาท
 
ทำไม “ผัดกระเพรา” ถึงขายดี

ภาพจาก bit.ly/3kDxraM

เสน่ห์ของผัดกระเพราหลายคนบอกว่าเป็นอาหารสิ้นคิด คือคิดอะไรไม่ออกก็ ผัดกระเพราหมู-ไก่-ไข่ดาว แต่ไม่ว่าเมนูนี้จะโดนเหยียดยามแค่ไหน ก็ยังขึ้นแท่นเป็นเมนูตามสั่งยอดฮิตที่สุดของคนไทย แม้แต่ชาวต่างชาติก็นิยมผัดกระเพรา เพราะกลิ่นของกระเพราที่หอมฟุ้ง จนบางทีถกเถียงกันว่า “ผัดกระเพราแท้มีอยู่จริงบ้างไหม” บางร้านบอกว่าผัดกระเพรา แต่ทำไมใส่พริกหยวก ใส่ถั่วฝักยาว เป็นต้น

เรื่องแบบนี้ไม่มีผิดถูกแต่มันคือสีสันที่สุดท้ายแล้ว “ผัดกระเพรา” ก็ยังขายง่าย ขายดี ยิ่งในยุคที่คนรายได้น้อยแบบนี้ การลงทุนเปิดร้านขายผัดกระเพรา ถือว่าน่าสนใจ งบลงทุนไม่แพง แต่สินค้าเป็นที่ต้องการ ราคาขายเฉลี่ย 25-30 บาท หรือถ้าทำแพคเกจดีๆ ส่งขายแบบข้าวกล่องDelivery อาจเพิ่มมูลค่าสินค้าได้ถึงกล่องละ 40-50 บาท
 
ต้นทุนต่อจาน “ผัดกระเพรา” จากกรมการค้าภายใน
 
ภาพจาก bit.ly/2MBod1U

มีกรณีที่หลายคนร้องเรียนเรื่อง ผัดกระเพราราคาแพงเกินจริง แม่ค้าบางคนก็อ้างว่าต้นทุนวัตถุดิบมาแพง หรือใช้วัตถุดิบที่มีราคาสูง อันนี้ก็แล้วแต่เหตุผลแต่ละคน แต่ในมุมของกรมการค้าภายในได้แจกแจงต้นทุนของผัดกระเพราต่อหนึ่งจานไว้ดังนี้

ต้นทุนวัตถุดิบ ได้แก่ ข้าวขาว/เนื้อหมู/น้ำมันพืช/และวัตถุดิบอื่นๆ รวม 11.33 บาท , ค่าแรงงาน 6.20 บาท (ค่าแรงวันละ 310 บาท/คน) ,ค่าแก๊ส 1.17 บาท (ค่าแก๊สถังละ 353 บาท) ,ค่าเช่าที่ 2 บาท (คิดจากค่าเช่าที่ 6,000 บาท/เดือน หากค่าเช่าที่แพงกว่านี้ต้นทุนก็จะเพิ่มขึ้น) ,ค่าไฟ 0.89 บาท , อื่นๆ (ค่าน้ำประปา/ค่าขนส่ง) 0.82 บาท , ค่าความเสี่ยง (ร้อยละ 10 ของต้นทุนวัตถุดิบ) 1.13 บาท

เบ็ดเสร็จแล้วต้นทุนผัดกระเพราหนึ่งจานที่กรมการค้าภายในประเมินมาควรอยู่ที่ จานละ 23.55 บาท ถ้าขายในราคาจานละ 35 บาท จะมีกำไร 11.45 บาท ต่อจาน แต่ตัวเลขนี้ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมของแต่ละร้านค้า ไม่ได้ฟันธงว่าต้องมีต้นทุนตามนี้เท่านั้น
 
รวม 5 เทคนิคเปิดร้าน “ผัดกระเพรา” อย่างเดียวก็รวยได้
 
การคิดขาย “ผัดกระเพรา” เราต้องกำหนดวิธีการขายว่าเราจะขายอย่างไร เลือกวิธีเปิดหน้าร้านแล้วขายผัดกระเพราอย่างเดียว , หรือจะเลือกแบบรถเข็นเร่ขายไปตามที่ต่างๆ , หรือจะเปิดร้านตามตลาดนัดเป็นข้าวกระเพราห่อละ 20-25 , หรือจะเลือกไม่มีหน้าร้านแต่ใช้วิธีการส่งแบบ Delivery ไม่ว่าจะเลือกวิธีการขายกระเพราแบบไหน ก็มี 5 เทคนิคที่ควรจำไว้

1.เมนูต้องมีความหลากหลาย
 
ภาพจาก bit.ly/2MBmSbo

คำว่าผัดกระเพราไม่ได้หมายความจะมีแต่หมูผัดกระเพรา หรือหมูสับผัดกระเพรา ควรมี “ผัดกระเพรา” หลากหลายเมนูให้ลูกค้าเลือก เช่น ผัดกระเพราไก่ , ผัดกระเพรารวมมิตร , ผัดกระเพราเครื่องใน , ผัดกระเพราหน่อไม้ , ผัดกระเพรากุ้ง เป็นต้น ซึ่งแต่ละเมนูอาจตั้งราคาแตกต่างกันตามวัตถุดิบที่ใช้ได้
 
2.รสชาติต้องมีมาตรฐาน
 
ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ผัดกระเพราของเราต้องมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้ลูกค้าจำได้ว่านี่คือซิกเนเจอร์ของร้านเรา รสชาติจึงต้องเหมือนกัน ไม่ใช่วันนี้เผ็ดมาก พรุ่งนี้ไม่เผ็ด ทั้งที่เป็นเมนูเดียวกัน บางคนที่ทำมานานอาจมีน้ำซอสสูตรสำเร็จของตัวเองมาช่วยให้รสชาติผัดกระเพราดีเหมือนกันทุกจาน
 
3.ทำตามออร์เดอร์ลูกค้าได้
 
สำหรับคนที่รับออร์เดอร์จัดส่งแบบเดลิเวอรี่ หรือคนที่มีหน้าร้าน เราต้องเข้าใจความต้องการของลูกค้าที่มีหลากหลาย เช่นบางคนอยากกินผัดกระเพราแต่ไม่ใส่กระเพรา บางคนกินเผ็ดมาก บางคนเผ็ดน้อย บางคนของแบบเน้นวัตถุดิบพิเศษ เป็นต้น การเอาใจลูกค้าก็เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ช่วยให้ขายดีขึ้นได้

4.ข้าวต้องไม่แฉะเกินไป

ภาพจาก bit.ly/303JTXH

หลายคนมองข้ามเรื่อง “ข้าว” บางร้านที่เราเคยเห็นข้าวแฉะ เกินไปเวลาราดผัดกระเพราลงไปกลายเป็นข้าวแฉะมากขึ้น หรือบางร้านก็ข้าวแข็งเกินไป ทานคู่กับผัดกระเพราก็ไม่อร่อย ดังนั้นจึงควรหุงข้าวให้นิ่มพอดีๆ จะช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้ผัดกระเพราของเรามากขึ้น
 
5.ปริมาณจุใจสมกับราคา
 
เป็นสิ่งที่ลูกค้าคาดหวังกับปริมาณของสินค้า ถ้าราคา 25-30 แต่ลูกค้ารู้สึกเหมือนได้กินข้าวผัดกระเพรามากขึ้น หรือผัดกระเพราใส่ห่อที่ขายตามตลาดนัดห่อละ 20 บาท (ไม่มีไข่ดาว) ก็ควรให้มีปริมาณที่กินแล้วอิ่ม กินแล้วรู้สึกว่าคุ้มค่า ลูกค้าก็จะกลับมาใช้บริการเราอีก
 
ตัวอย่างความสำเร็จ “รวยด้วยผัดกระเพรา” 
 
ภาพจาก www.facebook.com/Kaprow25/

ปัจจุบันผัดกระเพราหลายคนเปิดขายแฟรนไชส์ เช่นกระเพราซาวห้า ที่จุดเริ่มต้นคือคนที่ออกจากงานกลับบ้านไปอยู่ขอนแก่นแล้วไม่รู้จะทำอะไรจนมาเปิดร้านขายผัดกระเพรา เริ่มจากร้านเล็กๆ ตั้งโต๊ะขายหน้าบ้าน ขายวันแรกได้ 5 ห่อ จากนั้นเริ่มมีลูกค้ามากขึ้นและขยายสาขามากขึ้นจนกลายเป็นแฟรนไชส์ที่ตอนนี้มีสาขากว่า 50 แห่ง รายได้จากการขายกระเพราต่อวันของแต่ละสาขาเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าวันละ 1,000 บาท
 
หรืออีกตัวอย่างที่น่าสนใจคนนี้ไม่มีทำเลเปิดร้าน มีเงินทุนอยู่แค่ 20,000 บาท แต่วิธีการที่ใช้น่าสนใจ เพราะเขาเช่าอพาร์ทเม้น เป็นครัว และใช้การแจกเบอร์โทร นามบัตรให้กับนักเรียน นักศึกษา คนงาน ด้วยวิธีคิดของเขาที่มองว่า หลายคนหิว ต้องการอาหาร แต่ไม่อยากออกมาตากแดดร้อนๆ ไม่อยากตากฝน บางคนขี้เกียจออกจากห้อง ผัดกระเพราเดลิเวอรี่จึงตอบโจทย์
 
ภาพจาก www.facebook.com/Kaprow25/

ด้วยการออกแบบเพคเกจจิ้งให้ดูดี มีเบอร์โทรติดที่กล่อง จากวันแรกที่คนไม่รู้จัก จนกลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น จากคนที่มีเงินทุนหลักหมื่น สู่ยอดขายต่อเดือนเกือบหลักแสน จากที่ต้องเช่าอพาร์ทเม้นเล็กๆ ก็ขยายไปเช่าอาคารพาณิชย์ที่ใหญ่ขึ้น และมีรายได้มากขึ้น ลูกค้ามากขึ้น ทุกอย่างเกิดจากการขายผัดกระเพราอย่างเดียวล้วนๆ
 
สิ่งสำคัญคือเราต้องจับจุดการขาย รู้จักใช้เทคนิคการตลาด ในช่วงแรกอาจไม่มีลูกค้าก็อย่าเพิ่งท้อ อย่าเพิ่งหมดกำลังใจ ลองเดินหน้าต่อไปและอดทน เพราะปัจจุบันมีคู่แข่งเยอะมาก จึงควรหาจุดเด่นของร้านค้า ตั้งแต่ชื่อร้าน รสชาติของผัดกระเพรา และที่สำคัญควรมีโปรโมชั่น เพื่อกระตุ้นยอดขายในบางโอกาสด้วย
 
ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
 
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
 
ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจ ติดตามได้ที่ www.thaifranchisecenter.com/document/
 
รับฟังบทความต่างๆ ผ่านทาง PodCast ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ https://soundcloud.com/thaifranchisecenter