4 โมเดลแฟรนไชส์ COCO / COFO / FOCO / FOFO แบบไหนกำไรจริง!
1.Company Owned Company Operated (COCO)
บริษัทลงทุนเอง บริหารเอง 100%
เจ้าของแบรนด์ รับผิดชอบค่าใช้จ่าย การดำเนินงานทั้งหมด
ข้อดี
- ควบคุมมาตรฐานได้
- รับกำไรเต็มจำนวน
- ใช้เป็นร้านต้นแบบ เพื่อทดลองตลาด
ข้อเสีย
- ใช้เงินทุนสูง
- ขยายสาขาช้า
- รับความเสี่ยงคนเดียว
ตัวอย่างธุรกิจที่ใช้โมเดล COCO
สุกี้ ตี๋น้อย, เอ็มเค สุกี้, บาร์บีคิว พลาซ่า, โอ้กะจู๋
2.Company Owned Franchise Operated (COFO)
บริษัทลงทุนร้าน แฟรนไชส์ซีมาบริหาร
บริษัทเป็นเจ้าของสินทรัพย์ แต่จ้างหรือมอบสิทธิ ให้แฟรนไชส์ซีบริหาร
ข้อดี
- ลดภาระการบริหาร ของบริษัท
- แฟรนไชส์ซีลงทุนต่ำ(เงินหมุนเวียน)
ข้อเสีย
- กำไรบริษัทลดลง เพราะแบ่งให้ผู้บริหาร
- ความสำเร็จขึ้นอยู่กับ ฝีมือแฟรนไชส์ซี
ตัวอย่างธุรกิจที่ใช้โมเดล COFO
สถานีบริการน้ำมันเชลล์ในประเทศไทย
3.Franchise Owned Company Operated (FOCO)
แฟรนไชส์ซีลงทุนร้าน บริษัทมาบริหารให้
แฟรนไชส์ซีเป็นเจ้าของพื้นที่/อุปกรณ์แต่ให้เจ้าของแบรนด์ส่งทีมมาบริหาร
ข้อดี
- เหมาะกับนักลงทุนที่ไม่มีเวลาบริหารเอง
- มาตรฐานร้านคงที่ เพราะมืออาชีพดูแล
ข้อเสีย
- แฟรนไชส์ซีไม่มีอำนาจตัดสินใจในร้าน
- ผลตอบแทนขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพแบรนด์
ตัวอย่างธุรกิจที่ใช้โมเดล FOCO
Hilton , Marriott HOTELS
4.Franchise Owned Franchise Operated (FOFO)
แฟรนไชส์ซีลงทุนเอง บริหารเอง
แฟรนไชส์ซีซื้อสิทธิลงทุนและบริหารร้านเองภายใต้มาตรฐานแบรนด์
ข้อดี
- แบรนด์ขยายตัวเร็ว โดยใช้เงินทุนผู้ลงทุน
- แฟรนไชส์ซีมีแรงจูงใจเป็นเจ้าของกำไรหลัก
ข้อเสีย
- ควบคุมมาตรฐานยาก หากระบบไม่แข็งแรง
- เสี่ยงกระทบภาพลักษณ์ แบรนด์ในภาพรวม
ตัวอย่างธุรกิจที่ใช้โมเดล FOFO
7-Eleven , KFC , ธุรกิจห้าดาว , Café Amazon